LNCrawler

บทที่ 535 ร่วมพิธี (อ่านฟรี 23 ส.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 535 ร่วมพิธี (อ่านฟรี 23 ส.ค. 69)

บทที่ 535 ร่วมพิธี

 

ถึงอย่างนั้น...ผู้คนมากมายก็ได้เรื่องซุบซิบที่น่าขบขันของคนจากสถาบันเพลิงพลองอีกแล้ว แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้สนใจ ตอนมาที่นี่ก็รู้อยู่แล้วว่าตนเองมีจุดประสงค์มีเป้าหมายคืออะไร ต่อให้ต้องถูกติฉินท์นินทาก็ไม่สะทกสะท้าน ยิ่งการที่อาจารย์ไป๋ซานของพวกเขากลับมาอย่างมีความหวังเช่นนี้ก็ยิ่งทำให้พวกเขารู้สึกว่ามันประสบความสำเร็จ!

 

อันซูหยวนผู้อยู่เบื้องหลังของเรื่องนี้ไม่คิดว่าเมิ่งอู๋จะจบลงง่ายๆเช่นนั้น ดูเหมือนว่าเธอจะเข้าใจอะไรผิดไปไม่น้อย ถึงอย่างไร...เมิ่งอู่ก็ยังเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง จนกว่าจะจบสถาบันแล้วจึงจะกลายเป็นผู้ใหญ่ตามกฎหมาย ดังนั้นเขาอาจจะคิดผิดไปชั่วครู่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

 

อีกอย่าง...ผลลัพธ์ออกมาเช่นนี้ก็ดีไม่น้อยแล้ว เธอยังส่งพวกหนูทองลายขาวไปขออภัยเมิ่งซีซีด้วยตนเอง บอกให้เธอเข้าใจว่าที่ไป๋ซานมาที่นี่ก็เพราะได้รับแจ้งข่าวจากเธอเอง ด้วยกลัวว่าเมิ่งซีซีจะถูกส่งไปแต่งให้คนตระกูลหงจริงๆ

 

แต่ก็นั่นแหละ เมิ่งซีซีไม่ได้ว่าอะไร เรื่องที่เกิดขึ้นตอนนี้กลับเป็นไปด้วยดีทุกประการ ไม่มีเรื่องไหนที่เธอไม่พอใจ ทว่า...ซูหยวนและเมิ่งซีซีจบ ไป๋ซานจบ กลับมีคนหนึ่งที่ยังไม่จบ

 

คนตระกูลหงมาถึงตระกูลเมิ่งแล้ว พวกเขากดดันตระกูลเมิ่งที่เอาชื่อของพวกเขามาเกี่ยวข้อง แถมยังเป็นชื่อของผู้นำตระกูลอีก ดังนั้นต่อให้ตระกูลเมิ่งมีความกล้าขนาดไหนก็ต้องยอมลงให้พวกเขา

 

สุดท้ายตระกูลหงก็ได้รับผลประโยชน์ไปอย่างไม่คาดฝัน แน่นอนว่าตระกูลเมิ่งก็ไม่ถือว่าเสียผลประโยชน์ไปเสียทีเดียว เพราะพวกเขาได้ทำสัญญา “ซื้อชุดป้องกันระดับสูงจำนวน 50 ตัวในราคาต้นทุน”

 

หมายความว่า...ตระกูลหงจะได้รับทรัพยากรจำนวนมากนั้น ท่ามกลางกำลังผลิตที่ยังไม่เพียงพอสำหรับทุกคนด้วยซ้ำ สิ่งนี้จะทำให้พวกเขาสามารถฟื้นฟูตระกูลได้เร็วขึ้นแน่นอน ซึ่งมันทำให้คนมากมายต่างอิจฉา โดยที่ไม่รู้ว่ายังมีคนหนึ่งที่ได้ผลประโยชน์มากกว่าจากเรื่องนี้ โดยที่ไม่ต้องออกหน้าเองเลย...นั่นก็คือจางอู่หยาง!!

 

สาเหตุที่องค์กรนักล่าสกุลจางแข็งแกร่งได้อย่างรวดเร็วไม่ใช่เพราะพวกเขาอาศัยความแข็งแกร่งของตนเองเท่านั้น แต่ยังอาศัย “มุมลับๆ” แบบนี้ เมื่อเข้าไปแทรกแซงได้ก็สามารถหาทรัพยากรเข้าคลังขององค์กรได้ ดังนั้นจาก 50 ชุดที่ตระกูลหงทำสัญญาไว้ สุดท้ายมาอยู่ในมือขององค์กรนักล่าสกุลจางถึง 30 ตัว

 

เรียกว่ามากกว่าตระกูลหงที่จะได้รับอีก แต่ก็แน่นอนว่านอกจาก “ข่าว” ที่พวกเขาหยิบยื่นไปให้แล้ว องค์กรนักล่าสกุลจางยังรับงานของตระกูลหง 2 งานด้วย แต่ก็ยังถือว่าได้กำไรอยู่ดีล่ะนะ...

 

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สุดท้ายแล้วไป๋ซานก็พาคนตระกูลไป๋มาสู่ขอเมิ่งซีซีตามที่เธอได้แนะนำเอาไว้จริงๆ สองตระกูลพูดคุยกันด้วยดี ผู้ใหญ่จากทั้งสองฝั่งพิจารณาเรื่องนี้เอาไว้อยู่ก่อนแล้ว เมื่อวันนั้นมาถึงจริงๆก็ไม่ต้องคิดอะไรอีก ดังนั้นจึงเป็นเหมือนการมาพูดคุยกัน ตกลงเรื่องทรัพยากรที่จะต้องเอามาแลกเปลี่ยนกันมากกว่า

 

เนื่องจากเมิ่งซีซีเป็นสตรี กิจการของตระกูลไม่สามารถยกให้เธอได้ ถึงอย่างนั้นก็ยังมอบทรัพยากรอย่างพวกเครดิตและอื่นๆให้เธอตามธรรมเนียมเหมือนกับที่ตระกูลใหญ่ทำกัน

 

อีกทั้งเมิ่งซีซีก็มีกิจการเป็นของตนเองด้วย ดังนั้นทรัพยากรของเธอที่ไปตระกูลไป๋จึงค่อนข้างมาก ทำให้ตระกูลไป๋ต้องยกกิจการอีกหนึ่งแห่งเป็นของแต่งงานด้วย เพื่อให้ทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชายเท่าเทียมกัน ในอนาคตจะไม่มีเรื่องกระทบกระทั่งกันอีก...

 

ไม่เหมือนกับยุคสมัยแห่งความสันติที่มีการแต่งงานยิ่งใหญ่อลังการ การแต่งงานในยุคมืดมนเช่นนี้ นอกจากจะมีการแลกเปลี่ยนทรัพยากรของสองฝ่ายแล้วก็พากันเดินทางไปที่สำนักงานทะบียนเพื่อเอาชื่อของเมิ่งซีซีเข้าบ้านไป๋ซาน ระหว่างนั้นแหละ...ผู้ที่ต้องการมาแสดงความยินดีก็จะเตรียมพร้อมกันมา จากนั้นก็ส่งของขวัญไปให้ตลอดทาง

 

ซูหยวนเป็นหนึ่งในคนที่เตรียมของขวัญมาให้รุ่นพี่ ต้องบอกว่างานแต่งงานนี้เกิดขึ้นได้เพราะเธอส่วนหนึ่ง หญิงสาวถือ “ยาบำรุงขวดใหญ่” ออกมาจากบ้าน ก็เห็นว่าตามรายทางนั้นถูกจัดเตรียมเอาไว้โดยคนของทั้งสองตระกูลแล้ว

 

เดิมทีเธอคิดจะเข้าไปแทรกตัวเพื่อที่จะได้ยื่นของขวัญให้เหมาะๆ แต่กลับพบว่าข้างหน้าบ้านพักชั่วคราวในเขตชั้นในมีคนมารออยู่ก่อนแล้ว ซึ่งคนนั้นๆวันนี้ต่างออกไปมาก เพราะเขาแต่งกายด้วยชุดสีโทนสว่างเป็นครั้งแรก ดูหล่อเหลาและทำให้เห็นใบหน้าของเขาชัดเจนมากขึ้น..

 

อายุของคนตัวโตนั้นมากกว่าเธอหลายปี แต่เมื่อเขาแต่งตัวแบบนี้ก็คล้ายกับพวกรุ่นพี่ที่เพิ่งจบจากสถาบันไปไม่นานเลย หากไม่ใช่เพราะสัญลักษณ์องค์กรนักล่าสกุลจางและผู้คนที่ติดตามรายล้อมเขามา เชื่อได้เลยว่าจะต้องมีสาวๆหลายคนอยากเข้ามาทักทายเขาเป็นการส่วนตัวแน่ๆ

 

“จะไปแสดงความยินดีกับพวกเขาใช่ไหม”

 

“ค่ะ”

 

“ฉันก็จะไปเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นก็ไปด้วยกันเลยสิ”

 

จางอู่หยางผู้ที่ควรจะถูกเชิญให้ไปรอยังอาคารจดทะเบียน เวลานี้มาเสียเวลายืนรออยู่กับเธอระหว่างแถว เรียกสายตาผู้คนมากมายให้หันมามองได้เป็นอย่างดี

 

แรกๆซูหยวนก็รู้สึกว่าบรรยากาศรอบๆตัวค่อนข้างน่าอึดอัดใจ กระทั่งหลังจากที่พิธีกำลังจะเริ่ม...ฝั่งของไป๋ซานก็เริ่มเคลื่อนขบวนมารับแล้ว

 

โดยการร่ายรำไม้พลองที่แข็งแกร่งและสง่างามของผู้อำนวยการสถาบันเพลิงพลองที่ให้เกียรติเป็นคนแรก ตามด้วยเหล่าอาจารย์และนักเรียนของสถาบันเพลิงพลอง ทำเอาบรรยากาศเปลี่ยนเป็นคึกคักทันที!

 

“นี่แหละ นี่แหละ การแต่งงานของคนจากสถาบันเพลิงพลองล่ะ!!”

 

“ครั้งนี้เป็นผู้อำนวยการมาด้วยตนเองเลยหรือ? ช่างยิ่งใหญ่จริงๆ”

 

“สาวๆที่ยอมแต่งงานกับคนแปลกๆของสถาบันเพลิงพลอง ฉันคิดว่าส่วนหนึ่งมาจากพิธีแต่งงานนี้ ถ้าได้แต่งกับพวกเขาก็จะได้รับเกียรติที่ยิ่งใหญ่”

 

“ใช่ พวกเขาน่ะแม้จะดูทึมทื่อ แต่ที่จริงแล้วให้เกียรติผู้หญิงมากๆเลยนะ”

 

“นั่นเป็นคำสอนของพวกเขา ทุกคนทำตามนั้นอยู่แล้ว คนที่ได้แต่งกับเขาอาจจะต้องปวดประสาทหน่อย แต่ชีวิตจะได้รับการดูแลอย่างดี..”

 

“ฮ่าๆ ฉันก็ชอบนะ น่าเสียดายที่ฉันแต่งงานแล้ว”

 

“โอ๊ะ!! นั่นก็คืออาจารย์ไป๋ซาน ผู้ที่จะเข้าร่วมพิธีแต่งงานวันนี้ เขาดูหล่อเหลามากจริงๆ”

 

“ในฐานะอาจารย์ ชุดพิธีการของเขาดูดีกว่ามากๆ ยอดเยี่ยมจริงๆ”

 

“เริ่มแล้ว เริ่มมอบของขวัญกันแล้ว ดูสิว่าตระกูลใหญ่มอบของล้ำค่าให้กันทั้งนั้นเลย พวกเราชาวบ้านได้เห็นเป็นบุญตาก็งานแต่งของพวกตระกูลใหญ่นี่แหละ!”

 

การที่พวกเขาพูดคุยอย่างตื่นเต้นก็พลอยทำให้ซูหยวนตื่นเต้นไปด้วย เธอไม่เคยได้เข้าร่วมงานดีๆแบบนี้มาก่อนตั้งแต่มาอยู่บนโลกนี้ เจอก็แค่เรื่องกดดันและความหดหู่ ดังนั้นภาพการแสดงวันนี้จึงประทับใจเธอมาก เห็นแก้มของเธอมีสีแดงระเรื่อ จางอู่หยางก็เลิกคิ้วเล็กน้อย เขามองไปข้างหน้าก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมา

 

“ชอบวิธีการมาสู่ขอแบบยิ่งใหญ่เช่นนี้หรือ?”

 

“คะ?”

 

“ถ้าเธอแต่งงานกับฉัน ฉันจะให้คนขององค์กรขี่สัตว์ร้ายเข้ามาเลยเป็นอย่างไร” จางอู่หยางพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบจริงจัง ทว่า...ใบหน้าของเขายามพูดนั้นกลับมีสีแดงไม่แพ้กับเธอเลย

 

เจ้าคนตัวโตนี้...ดูเหมือนกำลังพยายามเนียนจีบเธออยู่หรือเปล่านะ...

 

“ขี่สัตว์ร้ายเข้ามาหรอคะ ระวังว่าหนูขาวของฉันจะไล่กลับไปหมดก็แล้วกัน” ซูหยวนอดไม่ได้ที่จะแกล้งเขากลับ

 

แล้วก็ประสบความสำเร็จจริงๆ เมื่ออู่หยางได้ยินแบบนั้น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป เกิดร่องรอยความผิดหวังและหดหู่ขึ้น ซูหยวนจึงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ

 

การที่เธอสามารถแกล้งคนมากอำนาจคนนี้ได้ถือเป็นสิทธิพิเศษหรือเปล่านะ แล้วก็...เธอไม่อยากให้มีคนอื่นมาแกล้งเขาเหมือนกัน

 

ดูเหมือนว่าตอนนี้เธอกำลังจะตกหลุมพรางเขาแล้วสิ...อุตส่าห์บอกว่าจะสนใจแค่เรื่องของความแข็งแกร่ง สุดท้ายเมื่อได้เห็นเขา...หัวใจของเธอก็ยังกระโดดออกมาอย่างมีความสุข

 

“หนูขาวของซูหยวนแข็งแกร่งก็จริง แต่ระวังเอาไว้ว่าฉันจะหาวิธีจัดการพวกมันได้”จางอู่หยางกล่าวอย่างไม่ยอมแพ้ ก่อนที่สองคนจะหันไปมองข้างหน้าต่อไป

 

บทสนทนาของพวกเขาถูกได้ยินโดยสมาชิกขององค์กรที่ติดตามมาด้วยแล้ว ทุกคนรู้สึกเหมือนโดนอะไรกัดตามเนื้อตามตัว หากเป็นในชีวิตก่อน...คงไม่วายจะบอกว่า “หวานจนมดขึ้น” ไปแล้ว ยังมีคนที่ใจกล้าแอบล้อเลียนประธานจางอยู่ลับหลังด้วย ตอนนี้ประธานของตนเองไม่มีสติพอที่จะมาสนใจพวกเขาหรอก ไม่อย่างนั้นอาจจะถูกตีหัวไปแล้ว..

 

“รุ่นพี่”

 

อันซูหยวนเรียกทั้งสองคนพร้อมยิ้มให้กับพวกเขา เมิ่งซีซีวันนี้งดงามมาก เธอถูกรับมาโดยไป๋ซานแล้ว ทั้งสองดูเหมาะสมกันเหลือเกิน และมันก็ทำให้ซูหยวนดีใจกับพวกเขาจากใจจริง

 

“ของขวัญค่ะ”

 

เมื่อเมิ่งซีซีรับไป เธอก็ยิ้มตอบกลับ และได้ส่งสัญญาณให้คนของตระกูลเมิ่งซึ่งเดินตามมานำของไปมอบตอบแทนให้ด้วย โดยของซูหยวนเป็นของพิเศษที่เธอเตรียมเอาไว้ให้รุ่นน้องคนนี้แทนคำขอบคุณ

 

“เมื่อไรที่ถึงวันแต่งงานของรุ่นน้อง ฉันจะเอาของขวัญที่ดีกว่านี้มามอบให้นะ”

 

“ไม่จำเป็นหรอกค่ะ ถึงวันนั้นก็แค่พาลูกตัวน้อยๆมาร่วมยินดีให้ฉันก็พอ”

 

“โอ้ แปลว่าเริ่มคิดเรื่องแต่งงานแล้วสินะ ก่อนหน้านี้ยังบอกอยู่เลยว่าจะอยู่เป็นโสดตลอดชีวิต”

 

“อ่า นั่นก็...แค่เป็นประโยคพูดคุยกับรุ่นพี่เท่านั้นเองนี่คะ” เห็นเด็กสาวตัวเล็กชะงักไปแบบนั้น เมิ่งซีซีก็หัวเราะชอบใจเสียงดัง

 

“ฮ่าๆ หมายถึงตอนที่อยู่ในห้องด้วยกัน หรือตอนนี้ล่ะ...ที่ไม่ใช่ประโยคจริงน่ะ” เธอว่าอย่างนั้นก่อนจะเหลือบมองบุรุษข้างกายรุ่นน้องที่เอาแต่ใช้สายตา “หลงใหล” มองอีกฝ่ายอยู่

 

ท่าทางแบบนี้...ไม่รู้ว่ารุ่นน้องจะหนีรอดไปได้อย่างไร แต่ก็นะ...ถ้าเป็นคนๆนี้ล่ะก็ น่าจะเหมาะสมที่สุดแล้วนั่นแหละ รุ่นน้องของเธอเป็นคนพิเศษ คนข้างกายก็ควรเป็นคนพิเศษเหมือนกันถึงจะไปด้วยกันได้

 

“ประธานจาง” เธอทำความเคารพเขา

 

“อืม”

 

เขาแค่รับคำเบาๆ ก่อนที่คนขององค์กรจะเอาของขวัญชิ้นโตออกมา ผลึกพลังงานจากเขต N ทำให้ดวงตาของผู้คนมากมายเกือบจะถลนออกมาอยู่แล้ว นี่เป็นทรัพยากรระดับไหนกัน จางอู่หยางทำไมใจปล้ำถึงขนาดนั้น!

 

ต่างคนต่างอิจฉาคู่รักคู่นี้ จางอู่หยางไม่ต้องพูดอวยพรอะไรเลย ของที่เขามอบให้กลับเป็นของที่ดีที่สุดในงานแล้ว!!

 

“ประธานจาง ขอบคุณค่ะ แล้วก็ขอให้คุณประสบความสำเร็จด้วยนะคะ ฉันเอง...ก็น่าจะได้มางานของคุณ” หากคุณแต่งกับซูหยวน...

 

ความหมายในแววตาของเมิ่งซีซีชัดเจนมาก แล้วมันก็ทำให้จางอู่หยางปากกระตุกขึ้นเล็กน้อยคล้ายว่าอยากจะยิ้มออกมา ซึ่งการแสดงความพอใจของเขานั้นไม่ใช่แค่เรื่องเล่นๆ เพราะพริบตาเดียว คนตัวโตก็โยนผลึกพลังงานของสัตว์กลายพันธุ์เขต N ให้อีก 1 ชิ้น!!

 

“อันนี้...?”

 

“พูดดี นี่เป็นรางวัล”

 

จางอู่หยางไม่ปิดบังเลย เขาพอใจก็ตบรางวัลมีแค่นั้น อย่างไรผลึกเขต N ในมือก็มีมากมายมหาศาล โยนออกไปสองสามก้อนก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไร ทว่า...คนที่ได้รับเกือบจะเป็นลมอยู่แล้ว คนที่ได้เห็นก็เกือบจะล้มลงเช่นกัน

 

อะไรคือรางวัล? เมิ่งซีซีแค่พูดไม่กี่คำ อวยพรเล็กๆน้อยๆก็ได้รับรางวัลชิ้นใหญ่นี้แล้วหรือ? ไม่ต้องพูดถึงว่าสามารถเอาไปเพิ่มพลังงานได้มากมาย หากเอาไปทำเป็นอุปกรณ์ป้องกัน พวกเขายังต้องกลัวสัตว์จากเขตพื้นที่ล่าที่ต่ำกว่านั้นด้วยหรือ?

 

เห็นถึงความอิจฉาตาร้อน เมิ่งซีซีก็หัวเราะออกมาเบาๆ แต่ไป๋ซานกลับโพล่งออกมาเสียก่อน...

 

“หากรักบุปผาแต่ไม่รู้จักกล้า คำอวยพรของซีซีของฉันก็ไม่มีประโยชน์หรอกนะ รุ่นน้องอันน่ะเป็นคนที่มีเสน่ห์...” ไป๋ซานที่ยังพูดไม่จบก็ถูกเมิ่งซีซีคว้าแขนพร้อมกับกระชากเข้าหาตัวแล้ว เธอถลึงตาให้ไป๋ซาน แสดงให้เขาเข้าใจว่าเธออยากให้ “หุบปาก” เดี๋ยวนี้

 

ตัวเธออุตส่าห์พูดอ้อมๆค้อมๆ รุ่นน้องอันยังไม่รู้เลยว่าคิดยังไง ถ้าพูดออกไปทั้งหมดแล้วรุ่นน้องไม่ชอบใจ แบบนั้นจะไม่ซวยเอาหรือ?

 

“ไปก่อนนะคะ ขอบคุณสำหรับของขวัญค่ะ” เมิ่งซีซีหัวเราะแห้งๆก่อนจะลากไป๋ซานออกไปท่ามกลางความสับสนของเจ้าตัว

 

ในขณะเดียวกัน ทั้งซูหยวนและอู่หยางก็ทำได้แค่เงียบ เหมือนไม่ได้ยินคำของไป๋ซานก่อนหน้านี้เท่านั้น เพียงยืนอยู่จนขบวนของทั้งคู่จบลง ผู้คนแยกย้าย พวกเขาจึงได้แยกย้ายไปด้วย

 

 ………………………………………