บทที่ 537 แสดงฝีมือ (อ่านฟรี 25 ส.ค. 69)
บทที่ 537 แสดงฝีมือ (อ่านฟรี 25 ส.ค. 69)
บทที่ 537 แสดงฝีมือ
ปีกบางๆสยายออกกว้าง โผบินอยู่กลางอากาศอย่างรวดเร็ว ทิศทางการควบคุมที่เป็นไปตามใจนั้นทำให้มันโดดเด่นอย่างมาก พร้อมกรงเล็บแหลมคมที่สามารถฉีกกระชากเหยื่อให้ขาดออกจากกันเป็นหลายๆท่อน แน่นอนว่านอกจากนี้ก็ยังมีการสนับสนุนจากเบื้องล่าง ทำให้ศัตรูไม่สามารถหลบการโจมตีทั้งหมดได้ ร่วงลงมาเหมือนกับฝูงแมลงเม่าที่กำลังบินเล่นอยู่ใกล้กองไฟ
- ขอแสดงความยินดี ผู้เล่นได้รับผลึกเพิ่มความเร็วระดับต่ำ 1 ชิ้น –
- ขอแสดงความยินดี ผู้เล่นได้รับผลึกเพิ่มความเร็วระดับต่ำ 1 ชิ้น –
เสียงการแจ้งเตือนดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซูหยวนเพียงแค่เดินไปรอบๆเพื่อให้การรวบรวมทรัพยากรเปิดใช้งาน ตอนนี้สิ่งที่ได้จากการล่านั้นเป็นผลึกเพิ่มความเร็วจำนวนมาก แน่นอนว่าเมื่อเทียบกับผลึกเพิ่มความเร็วที่เคยได้รับก่อนหน้านี้ มันกลับเป็นผลึกเพิ่มความเร็วในระดับต่ำกว่ามาก
ก็นะ....ประตูเชื่อมมิตินี้ถูกแจ้งว่าเป็นประตูเชื่อมมิติระดับความอันตรายต่ำจนกลายเป็นสีเขียว หมายความว่าแค่เธอเดินเข้าไปล่าก็จัดการได้ทั้งหมดแล้ว แต่เพราะเธอไม่ได้ตั้งใจจะล่าที่นี่เอง ดังนั้นจึงมอบหมายให้กับเจ้าตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์พวกนี้ในการจัดการ
เนื่องจากมันเป็นวันแรก เธอจึงเข้ามาเพื่อดูการล่าว่ามีปัญหาใดหรือไม่ พร้อมกันนั้น...หากสามารถยึดพื้นที่ล่านี้ได้เลยก็คงจะดี แต่มันอาจจะไม่ต้องการให้เธอลงมือก็ได้ เพราะตอนนี้พวกแมลงตัวน้อยเหมือนเป็นแค่เหยื่อให้ตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์บินเล่น
แต่เพื่อให้พวกเขาสามารถฝึกฝนไปด้วย ซูหยวนจึงพยายามให้ตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ฝึกการสนับสนุนการโจมตีของตนเอง เธอมอบหมายตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ 10 ตนเพื่อให้กลายเป็นผู้ใช้ธนู
พวกมันก็พยายามทำหน้าที่ของตนเอง ด้วยข้อได้เปรียบทางด้านสายตา ทำให้พวกมันเล็งเป้าได้ดีมาก น่าเสียดายที่การโจมตียังไม่มีประสิทธิภาพมากพอ เนื่องจากแขนและมือยังไม่แข็งแรงพอที่จะทำให้การยิงตรงตามเป้าหมาย และเรื่องการทำให้อาวุธกับแขนของตนเองเข้ากัน
ด้วยการฝึกซ้อมนี้ นอกจากตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ที่กำลังบินโจมตีศัตรูแล้ว พวกเขาก็ยังได้ฝึกฝนหลบหลีกการโจมตีที่ไร้ทิศทางจากเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ด้วย
หลายตนได้รับบาดแผลมาแล้ว ซึ่งเป็นบาดแผลจากลูกธนู ทำเอาพวกเขาต้องกระตือรือร้นและเพิ่มความระมัดระวังให้ตนเอง แต่ก็ถือว่าได้ผลมาก เพราะหลังจากกดดันกันมาเกือบครึ่งวัน พวกตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ก็รู้สึกได้เลยว่าตนเองนั้นคุ้นชินกับการบินหลบการโจมตีเหล่านี้แล้ว
ซูหยวนที่เห็นสถานการณ์เป็นเช่นนี้ก็พอใจเช่นกัน เธอตั้งใจว่าจะแบ่งผลึกเพิ่มความเร็วพวกนี้ให้ตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ 3 ส่วนจาก 10 ส่วนที่ได้รับมา โดย 3 ส่วนของพวกมันนั้นจะต้องแบ่งเอามาจ่ายค่าอาวุธด้วย แน่นอนว่าสำหรับ 3 ส่วนนี้ถือเป็นจำนวนมากเลยทีเดียว แต่ก็นั่นแหละ...พื้นที่นี้ยกให้พวกมันจัดการ ไม่ต้องเหนื่อยพวกหนูทองลายขาว ไม่ต้องเหนื่อยตนเองก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว
ส่วนผลึกอีก 7 ส่วน นอกจากจะให้ตนเองแล้วก็แบ่งกับพวกผู้ช่วยทั้งหลายของเธอในฟาร์ม ก็นะ...เหมือนกับอาหารและที่อยู่ที่พวกตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์นั่นแหละ เธอพยายามจะทำให้ทุกอย่างยุติธรรมสำหรับคนทำงานทั้งหมด ซึ่งถ้ามีส่วนไหนที่ยังไม่พอ ยังรู้สึกไม่ดี เธอก็เปิดโอกาสให้สัตว์พวกนี้มาแจ้งกับเธอ หรือจะต่อรองกันก็ยังได้
โชคดีที่ผ่านไปจนถึงเย็นค่ำ ในที่สุดพวกเธอก็ได้พบกับห้องลับของบอสแล้ว มันเป็นพื้นที่บนภูเขาสูง ถูกสร้างขึ้นมาเหมือนกับบ้านพักริมผาขนาดใหญ่ที่มองเห็นสถานการณ์รอบๆพื้นที่แห่งนี้ได้อย่างดี หรือก็คือ...การเคลื่อนไหวของแมลงกลุ่มนั้นเป็นการเคลื่อนไหวตามคำสั่งของบอสลับนี้
ความยากของการต่อสู้กับบอสก็คือเมื่อมันกลัวตาย มันแค่ส่งสัญญาณเรียกพวกพ้องจำนวนมากมารออยู่ด้านหน้า ภาพแรกที่พวกเขาเห็นก็คือการที่โพรงไม้ทั้งหลังถูกปิดไว้ด้วยแมลงนับหมื่นนับพัน ทว่า...สำหรับซูหยวนและตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์แล้ว พวกมันนี้ไม่ต่างอะไรกับ “ผลึกเพิ่มความเร็ว” ที่ลอยได้เลย
ทักษะฝนดาวตก!!
ธนูนับพันปรากฏขึ้นตรงหน้า ทำเอาพวกตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ตกตะลึงกับความสามารถของคนเป็นเจ้านาย พวกมันที่เพิ่งฝึกยิงก็มีความฝันว่าวันหนึ่งพวกมันอาจจะทำได้เหมือนกับเจ้านาย แต่ก็นั่นแหละ...มนุษย์กับตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์จะเหมือนกันได้อย่างไร ต่อให้อาจจะมีวันนั้น...ทว่าก็ยังต้องพึ่งพาการการวิวัฒนาการของสายพันธุ์อีกมาก
ตู้ม!!!
ฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่ว ก่อนจะปรากฏหลุมขนาดใหญ่ให้เห็น สัญลักษณ์ของบอสพื้นที่หายไปพร้อมกับการแจ้งเตือนของระบบว่าเธอเอาชนะพื้นที่นี้ได้แล้ว
“สมกับที่เป็นพื้นที่ล่าระดับต่ำ”
เพราะตอนนี้กำลังรบของซูหยวนสูงมาก ดังนั้นพื้นที่นี้ก็ไม่ต่างอะไรกับพื้นที่ที่ให้เธอเข้ามาพักผ่อน เนื่องจากใช้เวลาไปเพียง 1 วันก็สามารถยึดพื้นที่นี้ได้แล้ว ทำให้จะต้องรออีก 6 วันเพื่อเปิดสุ่มพื้นที่เชื่อมมิติขึ้นใหม่ หญิงสาวจึงออกจากพื้นที่นั้นพร้อมกับมอบหมายให้ตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์จัดการรวบรวมทรัพยากร
ด้วยการฝึกฝนนี้ พร้อมกับผลึกเพิ่มความเร็ว เชื่อว่าพวกมันคงจะพัฒนาได้อีกมาก และหลังจากนั้น...เธอจะพาพวกมันไปต่อสู้ในศึกที่อันตรายยิ่งกว่าเดิมเพื่อให้พวกมันก้าวข้ามและได้รับประสบการณ์เสี่ยงตายบ้าง
เนื่องจากเป็นงานง่ายๆที่เสร็จอย่างรวดเร็ว ซูหยวนจึงมีเวลากลับเข้าสถาบันอีกครั้ง ช่วงนี้ที่สถาบันก็ยังคงเหมือนเดิม มีการรับภารกิจและการทดสอบเพื่อให้ผ่านชั้นปี พวกนักเรียนปี 2 เริ่มรู้แล้วว่าปัญหาที่แท้จริงของพวกเขาคือวิชาเกษตร ดังนั้นหลายคนจึงพยายามอย่างมาก
โชคดีที่ช่วงนี้มีการรับเด็กๆเข้าไปทำงานเพื่อเพิ่มแต้มไปด้วย พวกเขาจึงรับภารกิจเกี่ยวกับการทำเกษตรเพื่อจะได้เรียนรู้ไปพร้อมๆกับได้คะแนนภารกิจ
ส่วนนักเรียนปี 3 ที่มีจำนวนไม่มากนักก็เริ่มฝึกฝนเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันระหว่างสถาบันแล้ว
สำหรับปีนี้ มีกฎเพิ่มขึ้นมาอีกหลายข้อ แต่หนึ่งในนั้นกลับเป็นกฎที่สร้างขึ้นมาเพื่อหยุดคนอย่างซูหยวนโดยเฉพาะ เนื่องจากเธอมีความสามารถมากเกินไป ทุกคนกลัวว่าเธอจะเข้าสมัครการแข่งขันทุกอย่างแล้วก็เอาชนะไปได้ ดังนั้นจึงอนุญาตให้ 1 คน สามารถลงสมัครแข่งขันได้แค่ 3 รายการเท่านั้น เพื่อให้คนอื่นๆสามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้
แน่นอนว่าเป็นกฎที่ยุติธรรมสำหรับทุกคน แต่คนของสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งก็อดที่จะเสียดายไม่ได้ พวกเขาเองก็คาดหวังว่าซูหยวนจะคว้าอันดับหนึ่งมาทั้งหมด ทำให้ผู้คนต้องเจ็บใจเหมือนกัน แต่ก็นั่นแหละ...การตัดสินแบบนี้ยุติธรรมมากจนพวกเขาก็พูดอะไรไม่ได้
สุดท้ายเมื่อหวังพึ่งพาอันซูหยวนไม่ได้ก็ต้องพยายามด้วยตนเอง ดังนั้นพวกชั้นปี 3 และปี 4 จึงค่อนข้างยุ่งกับการฝึกฝนตนเอง เมื่อเห็นว่าซูหยวนเข้ามาในสถาบันแล้ว ข่าวเรื่องที่เคยพูดถึงว่าเธอเป็นคนรักของเมิ่งอู๋ก็หายไป เวลานี้เหลือแค่ข่าวเรื่องที่เธอกับประธานจางคนนั้นมีความสนิทสนมกันมาก ซึ่งพวกเขาได้เห็นแล้วในวันแต่งงานของรุ่นพี่เมิ่งและอาจารย์ไป๋ซานนั้น ประธานจางคนนั้นอยู่กับอันซูหยวนแทนที่จะไปอยู่ในตำแหน่งที่ได้รับเชิญพิเศษ
ไม่รู้ว่าคนเป็นประธานจางจงใจหรือไม่ เขากลับแสดงออกเหมือนต้องการให้มีข่าวลือแบบนี้ขึ้น ทั้งความใส่ใจ การแสดงออกอย่างอบอุ่นไม่เหมือนปกติ นี่ยิ่งทำให้เขาดู “เหมาะ” กับการจะเป็นคนรักมากกว่าเป็น “บิดาบุญธรรม” ของอันซูหยวน
พอเป็นข่าวลือนี้ ทุกคนกลับไม่กล้าพูดมันออกมาเสียงดัง มีเพียงแค่กระซิบกระซาบลับหลังอันซูหยวนเท่านั้น หากแต่สายตาของผู้คนที่มองมาก็เหมือนมีความนัยแฝงอยู่
ซูหยวนย่อมรู้ได้ถึงความผิดปกตินี้ และเพราะข่าวลือก่อนหน้า...ทำให้เธอทิ้งหนูทองลายขาวไว้ดูสถานการณ์อื่นๆ หากมีเรื่องเกี่ยวกับตนเองให้พวกมันแจ้งด้วย ซึ่งมันทำให้เธอรู้ว่าตอนนี้ข่าวเกี่ยวกับเธอและประธานจางเริ่มแพร่กระจายไปอีกครั้ง
ซูหยวนแจ้งเรื่องนี้ให้ประธานจางรู้แล้ว อยากรู้ว่าเขาจะสั่งการอย่างไรหรือไม่ สุดท้ายคนกลับบอกแค่ว่า “ถ้าไม่กระทบกับเธอก็ไม่เป็นอะไร แต่ถ้าเธอไม่พอใจก็สามารถชี้แจงได้” นี่หมายความว่าอย่างไร? ซูหยวนอดคิดไม่ได้จริงๆว่าคนที่อยู่เบื้องหลังของข่าวลือนี้...บางทีอาจจะเป็นตัวเขาเองก็ได้
ช่างเถอะ เธอเองก็ไม่ได้มีปัญหากับเรื่องนี้เหมือนกัน ตั้งแต่เรื่องเมิ่งอู๋แล้ว หากไม่ใช่เพราะเขาใช้ชื่อของเธอไปเล่นสนุกทั่วๆ เธอคงจะไม่ได้สนใจอะไร
ตอนนี้ตัวตนของซูหยวนที่อาจจะเป็น “คนรักของประธานจาง” ทำให้ทุกคนเกรงอกเกรงใจยกใหญ่ เด็กๆที่เคยกล้าพูดกล้าแซวเวลานี้ทำได้แค่แอบมองไกลๆ แม้แต่พวกอาจารย์ก็ยังให้เกียรติเธอมากขึ้นอีก 2 ส่วนด้วย
“หืม? นักเรียนอันมาที่นี่มีธุระอะไรหรือเปล่า” อาจารย์ประจำวิชาหอกเอ่ยถามขึ้นมาเมื่อเห็นหญิงสาว พวกเด็กๆที่กำลังตั้งท่าซ้อมก็หันมามองเป็นสายตาเดียว
คิ้วของเธอกระตุกเล็กน้อย อาจารย์ถามว่าเธอมาห้องเรียนที่ลงทะเบียนเรียนทำไมเนี่ย...มันทำให้เธอตอบไม่เป็นเหมือนกันนะ
“ฉันจะสอบถามอาจารย์เรื่องการทดสอบ...”
“อ๋อ เรื่องนั้นไม่จำเป็นแล้ว พันเอกกวนอนุญาตให้เธอสอบผ่านแล้ว เขารับรองด้วยตนเองเลยว่าฝีมือของเธอ สามารถจบชั้นปีที่ 4 ได้สบายๆ ที่ผ่านมาก็แค่อยากจะให้เธอเป็นคู่ซ้อมให้พวกทหารก็เท่านั้น ตอนนี้เป็นสถานการณ์วุ่นวาย ก็เลยให้เธอทำในสิ่งที่ต้องการดีกว่า”
คนเป็นอาจารย์พูดออกมาอย่างไม่ใส่ใจ แต่สีหน้าของซูหยวนเวลานี้กลับจืดชืดแห้งแล้งเหลือเกิน อะไรคือการบอกว่า “เธอจบชั้นปี 4 ได้แล้ว แต่แค่อยากจะหาคู่ซ้อมให้พวกทหาร” นี่....พันเอกกวนคนนี้ช่างน่าถูกทุบตีจริงๆ!!
เห็นซูหยวนเงียบไป คนเป็นอาจารย์ก็คิดอะไรเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้น ถ้าไหนๆเธอก็มาที่นี่แล้ว อย่างนั้นก็ให้เธอแสดงพลังของสุดยอดนักหอกให้เด็กๆได้ชมไปด้วยเลยก็แล้วกัน
“นักเรียนอัน ฉันรู้ว่าเธอไม่น่าจะเข้าแข่งขันวิชาหอก แต่ฉันอยากให้พวกเด็กๆได้เห็นความทรงพลังของวิชาหอกนี้ เธอสามารถแสดงออกมาได้หรือไม่”
“.........” อันซูหยวนยิ่งมองเขาเหมือนกับมองอากาศธาตุ เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอาจารย์คนนี้ที่ไม่คิดจะแจ้งเธอเรื่องการตัดสินใจของพันเอกกวน จนทำให้เธอต้องมาถามเขาเรื่องการทดสอบ แล้วจู่ๆก็ยังจะมอบงานแปลกๆให้เธอทำอีก
อะไรคือการแสดงฝีมือหอกให้พวกนักเรียนดู เขาคิดว่าเธอมีวิชาหอกที่ทรงพลังนักหรือไง...อ่า แม้ว่าเธอจะแข็งแกร่งจริง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเธอจะชอบโชว์ตัวเสียหน่อย
หญิงสาวมองเขา อาจารย์ก็มองเธอ ทั้งสองจ้องหน้ากันอยู่พักใหญ่ สุดท้ายซูหยวนก็ยอมเอา “พลั่ว” ประจำตัวออกมาจนได้
เนื่องจากเธอมาที่นี่เพื่อที่จะขอเข้าทดสอบ จึงได้เอาพลั่วสะพายหลังมาอยู่ก่อนแล้ว ไม่อย่างนั้นอาจจะได้แสดงการนำของเข้าออกจากฟาร์มแทน!
“ให้แสดงยังไงดีคะ” ซูหยวนเอ่ยถามความเห็น อาจารย์ที่ไม่ได้คิดก็ชะงักไปก่อนจะชี้ไปยังหุ่นซ้อมอินทรีย์ที่อยู่กลางลาน
“ซัดเจ้านั่นให้ดูหน่อยก็พอ” ซูหยวนมองอาจารย์ที่ไม่ค่อยรับผิดชอบก่อนจะมองไปยังเด็กๆผู้กระตือรือร้นอยากจะเห็นการแสดงอันยิ่งใหญ่ก่อนจะคิดเล็กน้อย
ไหนๆก็ต้องแสดงแล้ว อย่างนั้น...ทำให้พวกเขาเห็นถึงฝีมือเล็กๆน้อยๆหน่อยก็แล้วกัน คิดเช่นนั้นก็ส่งสัญญาณให้พวกหนูทองลายขาวปรากฏตัวออกมา 4 ตน ทันทีที่ได้เห็นพวกมัน...เด็กน้อยก็ส่งเสียงออกมาด้วยความตกตะลึงแล้ว
ซูหยวนตวัดพลั่วในมือเดินไปข้างหน้า พร้อมกับเข้าหนูทองลายขาวที่ตั้งท่าจะเป็นคู่ซ้อมมือให้เธอ พวกมันไม่รอให้เจ้านายได้เตรียมความพร้อม เมื่อเท้าของเธอแตะสนามฝึกก็กระโจนกันเข้ามาทันที ทั้งมีดสีทอง ทั้งกรงเล็บ ทุกกระบวนท่าที่มันสามารถใช้ต่อสู้ได้โยนออกมาทั้งหมด
ปัง ปัง ปัง ปัง!!
วิชาหอกแห่งแดนดอกเหมยถูกเรียกออกมาใช้ ม่านหอกที่ทรงพลังตวัดป้องกันการโจมตีที่เหมือนกับพายุขนาดใหญ่นี้ได้ทั้งหมด ซึ่งมีบางครั้งที่ผู้ชมทั้งหลายเกือบจะถูกลูกหลงไปด้วยอยู่แล้ว หากไม่ใช่เพราะอาจารย์ประจำวิชาช่วยปัดป้องการโจมตีเหล่านี้ให้อยู่
“สุดยอด!!”
“รุ่นพี่อันมีความสามารถวิชาหอกถึงขนาดนี้เชียวหรือ? นี่เป็นวิชาหอกระดับสูงอะไรกัน ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”
“วิชาหอกนี้เป็นวิชาหอกเฉพาะใช่ไหม? ตอนแรกคิดว่ารุ่นพี่แค่อาศัยพละกำลังและค่าพลังงานที่มากกว่าคนปกติเท่านั้นเสียอีก”
“สมแล้วที่ไม่ต้องเข้าร่วมการทดสอบก็สามารถสอบผ่านได้ พวกเราที่เรียนวิชาของตระกูลก็ยังทำไม่ได้ขนาดนี้เลย” เด็กๆตื่นเต้นมาก ยิ่งเห็นประกายไฟจากการกระทบกระทั่งกันระหว่างหนูทองลายขาวและพลั่วสีดำของอันซูหยวน
เสียงเชียร์ที่ดังมากขึ้นก็เรียกความสนใจของคนอื่นๆได้มากขึ้นเช่นกัน ตอนนั้น...เดิมทีแล้วผู้อำนวยการกำลังรับรองแขกจากต่างสถาบันที่มาเยี่ยมชมสถาบันอยู่ ครั้นได้ยินเสียงความวุ่นวาย แขกที่มาก็อยากเห็นการฝึกซ้อมของพวกนักเรียนด้วย เขาจึงขอให้ผู้อำนวยการนำมาที่นี่
ทางผู้อำนวยการที่รู้สึกว่าแผนของตนเองกำลังเปลี่ยนไปก็ขมวดคิ้ว แม้ว่าเขาจะภูมิใจในสถาบันและภูมิใจในตัวของเด็กๆประจำสถาบัน กระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่รู้นิสัยของเด็กๆตนเอง ยิ่งที่ไหนที่มีเสียงดัง ที่นั่นก็ยิ่ง....
ปัง!!
ตู้ม!!!
มีแต่เรื่องหายนะ!!!
……………………………………