บทที่ 538 ผู้นำสูงสุด (อ่านฟรี 25 ส.ค. 69)
บทที่ 538 ผู้นำสูงสุด (อ่านฟรี 25 ส.ค. 69)
บทที่ 538 ผู้นำสูงสุด
ปัง!!
ร่างสีทองกระเด็นออกมากระแทกกับคนที่เพิ่งผลักประตูเข้าไปอย่างพอดี เนื่องจากไม่ทันตั้งตัวและไม่มีใครได้ทันตั้งตัวด้วย ทำให้คนๆนั้นหงายหลังล้มตึงจนเท้าชี้ฟ้า ในขณะเดียวกันกับร่างของหนูทองลายขาวที่ใช้ร่างมนุษย์เซ่อซ่าที่ไม่รู้ว่าปรากฏตัวขึ้นมาได้อย่างไรเป็นฐานในการพุ่งตัวออกไป เป้าหมายยังคงเป็นอันซูหยวนที่อยู่ท่ามกลางการโจมตีทั้งหมด!
ตอนแรกซูหยวนใช้แค่ทักษะม่านดอกเหมยเพื่อรับการโจมตีทั้งหมดได้อย่างหมดจรด ไม่มีแม้แต่ประกายการโจมตีไหนที่เข้าปะทะร่างของเธอได้ ทว่าตอนนี้เธอได้เพิ่มพลังโจมตีโต้กลับไปแล้ว ทักษะหอกขั้นกิ่งเหมยสู้ฝนนี้ทำให้เธอปัดเจ้าหนูทองลายขาวกระเด็นออกไปก่อนหน้านี้นี่เอง
พลั่วสีดำสนิทยังคงแกว่งไกวไปรอบๆ ทั้งต้านและผลักการโจมตีทั้งหมด ดูงดงามและดุดันในเวลาเดียวกัน ทว่า...ตอนนี้พวกผู้อำนวยการและเหล่าอาจารย์ของสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งซึ่งพากันมาที่นี่ไม่ได้สนใจความเก่งกาจของอันซูหยวนเลย พวกเขาแทบจะพุ่งตัวไปรองรับร่างของแขกผู้มาเยือน คาดหวังว่าจะไม่ทำให้เขาต้องเจ็บตัว
น่าเสียดายที่พวกเขาขยับตัวช้าไป สุดท้ายก็ยังล้มหงายท้องอย่างที่เห็น
“ทะ ท่าน ท่านผู้นำ ท่านผู้นำสูงสุด นี่...”
“เร็วเข้า! รีบดึงท่านผู้นำสูงสุดขึ้นมา”
“ใคร!! ใครบังอาจเป็นคนทำร้ายท่านผู้นำสูงสุดได้ ออกมารับโทษเดี๋ยวนี้!” น้ำเสียงเกรี้ยวกราดของพวกเขาทำให้อาจารย์ประจำวิชาหอกต้องหันมาดู รวมถึงพวกนักเรียนที่กำลังคึกคักอยู่กับการต่อสู้ของอันซูหยวนด้วย
ภาพที่ผู้อำนวยการมายืนหน้าแดงตะโกนก้องอยู่หน้าห้องเรียนนั้นทำให้พวกเขาหวาดกลัวมาก ซูหยวนที่กำลังจะแสดงไปถึงขั้นสุดท้ายก็ยังส่งสัญญาณให้พวกหนูทองลายขาวทั้งหมดหยุดโจมตี
ความเงียบค่อยๆเกิดขึ้น พร้อมกับร่างของ “ผู้นำสูงสุด” ที่กำลังยืนขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าบิดเบี้ยว! เขาขยับแว่นตาของตนเองให้กลับเข้าที่ ความรู้สึกมึนงงเมื่อครู่ค่อยๆถูกเรียกกลับมา และเขาก็มองไปยังต้นทางที่เป็นสาเหตุให้เขาต้องล้มหงายท้องตึงก่อนหน้านี้
“ผะ ผู้อำนวยการสถาบัน...” อาจารย์ประจำวิชาหอกรู้แล้วว่าไม่น่าจะเกิดเรื่องดี เขารีบวิ่งถลาเข้าไปหาคนเป็นผู้อำนวยการก่อนเป็นอันดับแรก แม้ว่าการโจมตีเมื่อครู่จะไม่ใช่เขาที่ทำ หากแต่ต้นเหตุของเรื่องนี้ก็คือเขาที่ขอให้อันซูหยวนช่วยแสดงฝีมือให้เด็กๆดู
ก็เขาไม่รู้นี่ว่าวันนี้ท่านผู้อำนวยการจะต้อนรับแขกคนสำคัญที่สถาบัน แถมยังพามาที่ห้องเรียนของเขาด้วย ไม่อย่างนั้น...เขาแค่ให้นักเรียนตั้งท่ามาตรฐานเหมือนทุกวัน แสดงความเป็นระเบียบวินัยให้ได้เห็นก็พอแล้ว ไหนเลยจะนึกสนุกทำเรื่องเช่นนี้ขึ้นมาล่ะ
“เกิดอะไรขึ้น!” ต่อให้วันนี้เขาจะไม่ได้พาแขกคนสำคัญมา แต่การฝึกซ้อมของนักเรียนมันดุเดือดเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน อะไรคือการต่อสู้กับสัตว์กลายพันธุ์ในชั้นเรียน แถมยังรุนแรงขนาดนั้นด้วย หากมีคนบาดเจ็บเพิ่มขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบเด็กๆพวกนี้ให้!
ตอนนี้สถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดีอยู่แล้ว ผู้คนมากมายได้รับบาดเจ็บและสูญเสียจากการต่อสู้กับกลุ่มดวงตามารก่อนหน้านี้ ทำให้ยังฟื้นตัวไม่ได้มาก หากเกิดเรื่องขึ้นกับเด็กๆของตระกูลพวกเขาอีก ต่อให้เป็นแค่เรื่องบาดเจ็บเล็กๆน้อยๆ คิดว่าคนของตระกูลพวกเขาจะยอมหรือ?
สีหน้าของผู้อำนวยการยิ่งดำคล้ำ ในความคิดของเขา...ผู้นำสูงสุดจะต้องกล่าวตำหนิสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งของพวกเขาที่กระทำการสุ่มเสี่ยงเช่นนี้แน่ อย่างไรก็ตาม...โดยไม่คาดคิด เมื่อผู้นำสูงสุดยืนขึ้นได้ แทนที่จะเอาเรื่องสถาบัน เขากลับถลึงตามองไปยังหญิงสาวที่ยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของหนูทองลายขาวนั้น
“นั่น...หรือว่าจะเป็นพลทหารพิเศษอัน?”
“อะ เอ่อ ท่านผู้นำสูงสุด คนนั้น...”
“ดี ดี ดี!!” ชายชราไม่ได้สนใจท่าทางของผู้อำนวยการที่พยายามจะโมโหแทนตนเองเลย เขาพุ่งตัวเข้าไปพร้อมกับอุทานคำว่า “ดี” ออกมาถึงสามครั้ง
เสียงหัวเราะของเขาทำให้ผู้ติดตามทั้งหมดได้แต่มองหน้ากัน แม้แต่ผู้อำนวยการสถาบันเองก็ยังตั้งตัวไม่ทันด้วยซ้ำ
“ฮ่าๆ พลทหารพิเศษอัน ในที่สุดก็ได้เจอตัวคุณเสียที” ว่าแล้ว ชายชราก็ยื่นมือเข้ามาจับมือของอันซูหยวนพร้อมกับเขย่าไปมาเหมือนกำลังสะบัดเสื้อผ้าเปียก
“ท่านผู้นำสูงสุด?” อันซูหยวนที่เกือบจะตั้งรับไม่ทันเอ่ยถามขึ้น เธอพยายามจะดึงมือของตนเองกลับอย่างสุภาพ แต่กลับถูกชายตรงหน้ายึดเอาไว้แน่นเหมือนตีนตุ๊กแก หากต้องการจะเอามือออก อย่างนั้นก็ต้องใช้พลังงาน ทว่า...การกระทำเช่นนั้นจะถือเป็นการเสียมารยาทหรือไม่
โชคดีที่ชายชราไม่ได้รั้งไว้นานเกินไป เห็นว่าซูหยวนไม่เต็มใจจะจับมือกับเขา เขาก็รีบปล่อยก่อนจะหัวเราะ “แหะ แหะ” ออกมาอย่างเก้อเขิน
“พลทหารพิเศษอัน นี่ไม่ใช่โอกาสดีที่พวกเราได้เจอกันครั้งแรกหรือ? ทำไมพวกเราถึงไม่ไปพูดคุยกันตามลำพังบ้างล่ะ” คำพูดนี้ทำให้สีหน้าของผู้อำนวยการสถาบันเปลี่ยนไป
เดิมทีเขาเชื่อแน่ชัดแล้วว่าอันซูหยวนที่เป็นคนส่งหนูทองลายขาวบินมาจะต้องถูกลงโทษ อย่างน้อยๆ....ก็ต้องเป็นการถูกตำหนิสักสองสามประโยคให้ดูว่าสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งไม่ได้ให้ท้ายเธอมากนัก เผื่อว่าผู้นำสูงสุดจะไม่ติดใจเอาความแล้วปล่อยเรื่องนี้ไป
ทว่า...เขาไม่ได้คาดคิดว่าชายชราจะริเริ่มชวนอันซูหยวนไปพูดคุยด้วยตนเองเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าในสายตาของผู้นำสูงสุด อันซูหยวนมีค่ามากเกินกว่าจะสนใจเรื่องเล็กๆน้อยๆพวกนี้
นิสัยของผู้นำสูงสุดคนนี้ค่อนข้างประหลาด เขาเหมือนกับชายชราผู้ใจดีที่ไม่ค่อยมีปัญหากับใครมากนัก แต่ถ้าเมื่อไรที่ทำให้เขาเสียหน้า เขาก็จะตำหนิไม่หยุดเหมือนกับคนแก่อายุมากที่สมองมีปัญหาเลอะเลือน
ถึงหลายคนจะบอกว่าการที่เขาได้เป็นผู้นำสูงสุดไม่ใช่เพราะความสามารถ แต่เป็นเพราะเขามีความอาวุโสสูงสุด แถมยังดูเหมือนคนโง่ทำให้ถูกพวกผู้นำคนอื่นๆชักจูงได้ง่ายก็เถอะ ทว่า...เขาที่เป็นผู้อำนวยการสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งกลับไม่คิดเช่นนั้น
การแสดงออกที่ดูเหมือนโง่งมของเขา ใครจะรู้ว่าเป็นของจริงหรือไม่กันล่ะ! จริงอยู่ที่ภาพลักษณ์ตอนนี้ก็เหมือนกับคนโง่ ไม่แม้แต่จะให้เกียรติตนเองที่เป็นผู้นำสูงสุด ลดตัวลงมาจับมือแถมยังคล้ายว่าอยากจะร้องขอเวลาเพื่อพูดคุยกับเด็กสาวอันซูหยวนตามลำพัง แต่...คนที่โง่งมแบบนี้มีเขาคนเดียวหรือ?
สุดท้ายแล้วคนโง่ที่ขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดกลับมีแค่เขาคนเดียวเท่านั้น เช่นนั้นเขาจะเป็น “คนโง่” ธรรมดาๆได้อย่างไร
ซูหยวนเองก็เคยได้ยินชื่อของผู้นำสูงสุดมาแล้วบ้าง ตำแหน่งผู้นำสูงสุดนี้จะว่ามีอำนาจก็มี จะว่าไม่มีอำนาจก็มี ตำแหน่งนี้ไม่ได้ควบคุมฝ่ายไหนเป็นกรณีพิเศษ ก็แค่มีหน้าที่อนุมัติเป็นคนสุดท้าย หรือเป็นคนเลือกว่าจะทำตามวิธีการของผู้นำคนไหนเวลาที่พวกเขามีปัญหากัน
หากแต่เธอก็เหมือนกับผู้อำนวยการสถาบัน เคยได้ยินชื่อเขามาจากปากของประธานจางด้วยว่าคนๆนี้ต้องระวังให้มาก เขาขึ้นตำแหน่งนี้ได้ไม่ใช่เพราะโชคช่วยแน่นอน ดังนั้นเมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายอยากจะพูดคุยกับเธอตามลำพัง ซูหยวนก็ค่อนข้างระมัดระวังตัว
“ท่านผู้นำสูงสุดให้เกียรติฉันมากแล้วค่ะ แต่ว่าฉันไม่คิดว่าตัวเองมีความสามารถพอที่จะพูดคุยกับท่านตัวต่อตัวได้” เห็นหญิงสาวปฏิเสธแบบนี้ เขาก็ไม่ได้โกรธ เพียงแค่รีบโบกมือแล้วหัวเราะออกมาเหมือนคนโง่
“ฮ่าๆ พูดอะไรแบบนั้นกันล่ะ ให้กงให้เกียรติอะไร ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณถ้าเธอจะให้เกียรติมาคุยเล่นด้วย ชายชราคนนี้ได้ยินชื่อเสียงของพลทหารพิเศษมามากแล้ว ที่ผ่านมาพวกผู้นำก็พูดถึงเธอกันใหญ่ แถมยังมีประเด็นมากมายที่ยังถกเถียงกันอีก ฉันเองก็อยากจะฟังเหมือนกันว่าเธอมีความคิดต่อเรื่องต่างๆอย่างไรบ้าง”
“อ่า....แต่ถ้าไม่สะดวกคุย พวกเราไม่คุยเรื่องงานกันก็ได้ แค่พูดเรื่องทั่วๆไป ฉันไม่ได้เจอเด็กมีความสามารถแบบนี้มานานแล้ว รู้สึกตื่นเต้นเสมอเลยที่รุ่นต่อไปของมนุษย์ชาติจะมีความหวังดีๆแบบนี้”
“หืม? แม้แต่คุยเล่นกับชายชราที่ลูกหลานไม่สนใจคนนี้ก็ยังไม่ได้งั้นหรือ? ตั้งแต่ที่กลายมาเป็นผู้นำสูงสุดก็มีปัญหากับตระกูลบ่อยๆ เธอคิดดูว่าตอนนี้ลูกหลานถูกห้ามไม่ให้พูดคุยกับฉันเป็นการส่วนตัวเสียแล้ว เพราะหลายครั้งที่ตระกูลอยากได้อะไรแล้วฉันไม่สามารถให้ได้ เฮ้อ...ตอนนี้ฉันก็เหมือนชายชราผู้โดดเด่นและขี้เหงา มีแต่คนรังเกียจทั้งนั้นเลย”
“พลทหารพิเศษอัน แม้แต่เธอก็ยังไม่อยากจะเสียเวลากับชายชราที่ใกล้ฝั่งคนนี้งั้นหรือ?” ชายชราผู้นี้ยิ่งพูดก็ยิ่งรันทด ถ้าเป็นคนทั่วไปคงจะรู้สึกผิดแล้วก็ยินยอมไปพูดคุยกับเขาแล้ว แต่ซูหยวนกลับอยากจะหัวเราะออกมากับลูกเล่นพิลึกๆเช่นนี้
แม้จะรู้ว่ามีลูกไม้ซ่อนอยู่ในคำพูดอันแสนจะหดหู่นี้ แถมยังมีออร่าประหลาดออกมาจนชวนให้ผู้ฟังเห็นภาพประกอบความเศร้าง่ายขึ้น ซูหยวนรู้ว่าผู้นำสูงสุดมีเจตนาแฝงที่อยากจะพูดคุยส่วนตัว สุดท้าย...เธอก็ยังเลือกจะตกลงตามเขาอยู่ดี
“ท่านผู้นำสูงสุด ในเมื่อท่านไม่คิดว่าฉันเป็นแค่เด็กไม่รู้ความ ถ้าอย่างนั้นให้เกียรติมอบประสบการณ์ของท่านให้ฉันได้ฟังด้วยนะคะ” ซูหยวนพูดอย่างนั้นก็ถือเป็นการตกลงแล้ว
คนที่ติดตามอยู่ด้านหลังของผู้นำสูงสุดไม่ได้มีแค่คนของสถาบันเท่านั้น หากแต่มีคนของรัฐบาลกลาง ซึ่งเป็นฝ่ายผู้นำต่างๆสั่งให้ติดตามมาด้วย เมื่อพวกเขาได้ยินเช่นนี้ก็เริ่มขมวดคิ้ว รู้สึกว่าการปล่อยให้ทั้งสองพูดคุยกันตามลำพังคงไม่เหมาะสมนัก ดังนั้นจึงรีบส่งสัญญาณไปยังคนของตนเองที่ซ่อนตัวอยู่รอบๆ
ตั้งแต่แรก...พวกเขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้นำสูงสุดต้องออกจากห้องทำงานแล้วมาที่สถาบันนักล่าอันดับหนึ่งแล้ว ตอนนี้เป็นช่วงที่งานมากมายถาโถม แค่จะเอาเวลาไปใช้อยู่กับการจัดการงานต่างๆของตนเองก็ยังไม่ค่อยพอเลย แล้วยังจะบอกว่าต้องการไปเดินเล่นเปิดหูเปิดตางั้นหรือ?
มีแค่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะเชื่อคำของเขา!
สุดท้ายมาเดินเล่นที่สถาบันนักล่าอันดับหนึ่งไม่พอ กลับบังเอิญเจอกับพลทหารพิเศษอันที่ถูกจับตามองอยู่ในตอนนี้ด้วย จากนั้นก็ชวนกันไปพูดคุยเล่นตามลำพัง ดูอย่างไรก็มีปัญหา ดังนั้นเรื่องนี้จะต้องแจ้งไปยังผู้นำของพวกเขาให้ได้!
“ท่านผู้นำสูงสุด หากต้องการจะพูดคุยกัน อย่างนั้นก็เชิญที่ห้องทำงานของผมก็ได้...” ผู้อำนวยการสถาบันเสนอตัวขึ้นมาอย่างต้องการประจบเอาใจ ท่าทางก่อนหน้านี้ที่โมโหเหมือนกับเสือร้ายจะกินหัวเด็กๆได้หายไป เหลือเพียงท่าทางของผู้อำนวยการที่ใจกว้างเหลือเกิน
“โอ้ ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนด้วย” ผู้นำสูงสุดแสดงออกเหมือนไม่ได้คิดอะไรมาก แต่...ห้องทำงานของผู้อำนวยการสถาบันเป็นอย่างไร? อย่าลืมว่าที่นั่นเป็นห้องทำงานของผู้อำนวยการสถาบันเลยนะ! เช่นนั้นการป้องกันก็ต้องสุดยอดมากแน่ๆ
คิดเช่นนั้น ไม่ว่าผู้นำสูงสุดจะจงใจหรือไม่ แต่พวกผู้ติดตามไม่มีทางยอมให้ผู้นำสูงสุดเข้าไปพูดคุยในห้องนั้นแน่ ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะแอบฟังแล้วเอาสิ่งที่ถูกพูดคุยกันไปแจ้งต่อเจ้านายที่แท้จริงของพวกเขาได้อย่างไร
“ท่านผู้นำสูงสุด ตอนนี้พวกเราคงต้องรีบกลับกันแล้วครับ”
“ใช่แล้วครับท่านผู้นำสูงสุด หากท่านต้องการพูดคุยกับพลทหารพิเศษอันซูหยวน เช่นนั้นให้นัดหมายเอาไว้ก่อนดีหรือไม่ครับ เนื่องจากวันนี้...พวกเราไม่ได้เลื่อนกำหนดการประชุมอื่นๆ ตั้งแต่ที่มาเดินเล่นที่สถาบันนักล่าอันดับหนึ่งก็กินเวลาไปนานแล้ว ตอนนี้ควรต้องรีบกลับไปสะสางงานที่เหลือก่อนจะประชุมรอบต่อไปครับ”
ได้ยินพวกเขาพูดแย้งแบบนั้น สีหน้าของผู้นำสูงสุดก็แสดงความไม่พอใจออกมาโดยไม่ปิดบัง
“อะไรกัน! เอาแต่พูดว่าจะให้ฉันทำงานๆอยู่นั่นแหละ ฉันแทบจะไม่เคยได้ออกจากที่ทำงานเลยจนกระทั่งวันนี้ หลายๆเรื่องได้รับการจัดการหมดแล้ว อย่างนั้นก็จะเหลือเวลาให้ฉันพักผ่อนบ้างไม่ได้รึไง”
ท่าทางเหมือนเด็กงอแงเอาแต่ใจทำให้สีหน้าของผู้ติดตามเปลี่ยนเป็นอับอายยิ่งนัก อีกฝ่ายเป็นแบบนี้มาตลอดซึ่งพวกเขาควรจะชินได้แล้ว ทว่า...ในฐานะผู้นำสูงสุด เขาคือภาพลักษณ์ที่สุดยอดในสายตาของทุกคน กลับกล้าทำเช่นนี้ต่อหน้าพวกเด็กๆ แม้ว่าในใจของพวกเขาจะไม่ยอมรับผู้นำสูงสุดที่อ่อนแอและไร้สาระเช่นนี้ แต่ก็ไม่สามารถมองข้ามเรื่องภาพลักษณ์ไปได้
เพราะภาพลักษณ์ของผู้นำสูงสุดส่งผลต่อภาพลักษณ์ของเจ้านายที่แท้จริงของพวกเขาด้วย...
“ท่านผู้นำสูงสุดครับ ในฐานะที่ท่านเป็นผู้นำเหนือผู้ใด เช่นนั้น...จำเป็นต้องอดทนมากกว่าคนอื่นๆนะครับ”
“อ้อ ถ้าอย่างนั้นก็ไปบอกกับทุกคนว่าฉันไม่ต้องการตำแหน่งนี้แล้ว”
“ท่าน!!” พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าผู้นำสูงสุดจะพูดออกมาเช่นนี้
แน่นอนว่าพวกนักเรียนเองก็เช่นเดียวกัน พวกเขาได้ยินบทสนทนาทั้งหมดแล้ว เดิมทีพวกผู้นำทุกคนที่พวกเขาเคยเห็นได้แสดงออกมาจนทำให้พวกเขาหวาดกลัว อำนาจ บารมี และพลังที่สูงสุดเหนือผู้ใด ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเทพเจ้าที่ไม่มีใครแตะต้องได้
ทว่าตอนนี้...ผู้นำสูงสุดที่อยู่เหนือผู้นำทั้งหมดกลับเป็นเช่นนี้ นึกอยากจะได้ตำแหน่งก็ได้ นึกอยากจะออกจากตำแหน่งก็แค่ประกาศออกมางั้นหรือ?
เขา....เขาไม่ใช่คนโง่ที่โง่ยิ่งกว่าเด็ก 5 ปีหรืออย่างไร!
………………………..