บทที่ 540 เตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขัน (อ่านฟรี 27 ส.ค. 69)
บทที่ 540 เตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขัน (อ่านฟรี 27 ส.ค. 69)
บทที่ 540 เตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขัน
อันซูหยวนยิ้มไปไม่ถึงดวงตา ในขณะที่มองชายชราผู้เผยความร้ายกาจของตนเองออกมาแล้ว เธอค่อยๆพูดทีละคำด้วยหวังว่าชายชราจะเข้าใจทั้งหมดจริงๆ
“ท่านผู้นำสูงสุดคาดหวังในตัวฉันเกินไปแล้วค่ะ ตระกูลใหญ่ทั้งหลายนั้นเป็นแค่ผู้ที่เคยร่วมมือกันเท่านั้น พวกเราไม่ถึงกับเป็นพันธมิตรที่ต้องออกหน้าให้กันเสียหน่อย”
“อีกอย่าง...ฉันเองก็ไม่อยากจะรบกวนใครบ่อยๆด้วย หรือต่อให้รบกวนได้จริงๆ ก็น่าจะได้แค่ตอนที่ฉันอยู่ที่นี่ใช่ไหมคะ แต่ถ้าวันหนึ่ง...อันซูหยวนคนนี้ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว ตระกูลอันของฉันจะทำยังไงคะ?”
“ตระกูลเหอ ตระกูลเหลียน หรือองค์กรนักล่าสกุลจางจะยังใส่ใจกิจการนี้อยู่ไหม จะยอมเป็นโล่ป้องกันให้โดยที่ไม่ได้รับอะไรตอบแทนจริงๆหรอคะ”
“ที่สำคัญคือฉันกลัวองค์กรผู้ทำยาจริงๆค่ะ ดังนั้นจึงไม่อยากเป็นผู้ทำยาเลย แค่การตรวจสอบกรณีเกิดปัญหาขึ้น วิธีการขององค์กรผู้ทำยาไม่ใช่การตรวจสอบทั่วไป แต่เป็นการให้คนในองค์กรมีสิทธิ์ในการตัดสินใจชี้ถูกผิด แถมยังกำหนดโทษได้ด้วยตนเอง แค่กฎข้อเดียวนี้ก็ทำลายตระกูลอันด้วยยาเพียงขวดเดียวได้แล้วค่ะ”
“ยังมีกฎอื่นๆที่น่ากลัวกว่านี้อีกนะคะ ฉันเห็นหลายตระกูลแล้วที่ถูกลากไปอยู่เขตชั้นนอกเพียงเพราะผิดกฎของผู้ทำยา ตอนนั้นฉันได้คุยกับ “ผู้เก็บขยะ” คนหนึ่ง เขาบอกว่าก่อนหน้านี้เคยทำยามาก่อน แล้วก็มีคนซื้อยาของเขาไป เป็นยาที่ทำเหมือนกับของคนอื่นๆ หากแต่นักล่าที่ซื้อยาคนนั้นกลับแพ้สมุนไพรที่คนอื่นๆไม่แพ้ ความซวยก็เลยมาตกอยู่ที่เขาและตระกูลเสียอย่างนั้น”
“เห็นไหมคะว่ามันน่ากลัวขนาดไหน หากฉันทำให้ผู้ดื่มยาเป็นอะไรไปแม้เพียงคนเดียว ถูกฟ้องร้องขึ้นมาแล้วคนในองค์กรตัดสินโทษให้เป็นการประหารชีวิต ฉันไม่ต้องตกตายอยู่ที่นั่นเลยหรอคะ”
“ฉันรู้ว่าองค์กรผู้ทำยานั้นเป็นองค์กรยิ่งใหญ่ หากเป็นสมาชิกแล้วต้องเสียสละเพื่อส่วนรวมเป็นอันดับแรก ยึดหลักความถูกต้อง ยึดหลักการช่วยมนุษย์ชาติ และต้องพร้อมรับผิดชอบในการทำยาของตนเอง”
“ความยิ่งใหญ่เช่นนั้นทำให้ฉันไม่กล้าที่จะรับบทบาทการเป็นผู้ทำยาที่ยิ่งใหญ่และต้องแบกความรับผิดชอบมากมายเอาไว้หรอกค่ะ ฉันแค่อยากจะเป็น “บริษัทขายยา” ก็เท่านั้น”
“แค่ทำยาขายออกไปให้กับคนที่อยากซื้อ คนที่กลัวว่าจะเกิดปัญหาก็ไม่จำเป็นต้องซื้อไปก็ได้ อ้อ ถ้าทางการอนุญาต เพื่อไม่ให้ผู้บริโภครู้สึกว่าถูกหลอก ฉันจะเขียนติดที่ขวดยาไว้ก็ได้ว่ายาทุกขวดอาจจะมีปัญหา ขึ้นอยู่กับ “โชค” ของผู้บริโภค ท่านคิดว่าอย่างไรคะ”
ซูหยวนตอบกลับอย่างนั้น ชายชราก็หัวเราะออกมาอีกครั้ง ซูหยวนเน้นคำว่า “โชค” ที่แสดงให้เขาเห็นว่า “โชค” ของเธอกับของเขาอาจจะมีความหมายเดียวกัน แต่...ผลลัพธ์นั้นอาจจะแตกต่าง
บทสนทนาที่แปลกประหลาดนี้จบลงด้วยการแสดงความคิดของซูหยวน โชคดีที่ชายชราไม่ได้ดื้อรั้น เขาได้สิ่งที่ตัวเองต้องการแล้ว
เพียงรู้ว่าเจตนาของซูหยวนไม่มีคำว่า “เจรจา” เขาก็จะได้ตัดเรื่องนี้ออกไป เหลือเพียงการวิเคราะห์และชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียของทั้งสองฝั่ง ดูว่าทางไหนจะเป็นประโยชน์หรือโทษมากกว่ากัน...
“ท่านผู้นำสูงสุด ท่านอยู่ข้างในนี้หรือไม่!!”
ผู้นำสูงสุดที่กำลังนั่งเล่นหมากกระดานกับอันซูหยวนแสร้งสะดุ้งโหยงสุดตัว ก่อนจะมองไปยังผู้ที่เข้ามาใหม่ด้วยสายตาผิดหวัง
“อะไรกัน ถูกจับได้แล้วหรือ?” น้ำเสียงของเขามีความผิดหวังอยู่มาก เห็นท่าทางของชายชราแล้ว สีหน้าบูดบึ้งของผู้ติดตามก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมอีก
เขาพรวดพราดเข้ามา เมื่อเห็นว่าด้านหน้าของชายชราไม่ได้มีกระดาษอะไรวางอยู่เหมือนที่เข้าใจในตอนแรก กลับเป็นกระดานไม้ของเล่นที่พวกเด็กๆสถาบันแผนและกลยุทธ์ใช้เล่นกัน พวกเขาก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
ตอนแรกนึกว่าผู้นำสูงสุดแอบทำสัญญาอะไรกับอันซูหยวนไปเสียแล้วล่ะ ดีจริงๆที่แค่เล่นกันสนุกๆเท่านั้น! พวกเขารู้ดีว่าชายชราคนนี้จบจากสถาบันแผนและกลยุทธ์ ดังนั้นจะรู้วิธีการเล่นนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่เพราะการที่เขาจบจากสถาบันนั้น ทำให้ผู้คนมากมายที่เชื่อว่าเขาโง่ ก็ยังต้องระวังตัวเอาไว้ กลัวว่าทั้งหมดนี้จะเป็นแค่การแสดงที่แนบเนียนเท่านั้น ถึงอย่างไรผลการเรียนของชายชราคนนี้แม้ไม่ได้โดดเด่น แต่ก็ยังอยู่ในระดับปานกลาง แปลว่าเขาไม่ได้โง่งมไปเสียทุกเรื่อง ดังนั้นการระวังเอาไว้จึงดีที่สุด
“คงต้องพอเพียงเท่านี้แล้วพลทหารพิเศษอัน ฉันได้เห็นแล้วว่าฝีมือของเธอดีขนาดไหน หากการแข่งขันระหว่างสถาบันเธอเป็นผู้เข้าร่วมแข่งขันล่ะก็...ต่อให้เป็นนักเรียนปี 4 ของสถาบันแผนและกลยุทธ์ก็อาจจะเอาชนะเธอไม่ได้ด้วยซ้ำ”
“น่าเสียดายที่ฉันถูกพวกคนใจร้ายตามตัวจนเจอแล้ว หลังจากนี้คงต้องกลับไปทำงานหลังขดหลังแข็งเหมือนเดิม ฉันอายุมากขนาดนี้แล้วแต่พวกเขาก็ไม่คิดปล่อยฉันเลยไป เฮ้อ...”
“แต่วันนี้ฉันหนีออกมาเล่นขนาดนี้แล้ว ถ้าหากคนพวกนี้ไล่ฉันออกจากการเป็นผู้นำสูงสุด ฉันจะขอแวะมาเล่นด้วยทุกเย็นเลยนะ ชายชราคนนี้เกือบจะลืมไปแล้วว่าชีวิตวัยรุ่นนั้นเป็นอย่างไร”
ชายชราพูดอย่างนั้น คนที่อยู่ด้านหลังก็รีบพูดขึ้นมาทันที
“ท่านผู้นำสูงสุดจะพูดเช่นนั้นได้อย่างไรครับ ตอนนี้ท่านเป็นผู้นำสูงสุด มีงานมีหน้าที่รับผิดชอบก็เป็นเรื่องปกติ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนกำลังรังแกท่านเสียหน่อย”
“ใช่แล้วครับท่านผู้นำสูงสุด ท่านอย่ากล่าวเช่นนี้เลย ดูสายตาของพลทหารพิเศษอันที่มองพวกเราตอนนี้เหมือนกับมองปีศาจร้ายเลยครับ” พวกเขาพูดขึ้นมา แต่ชายชรายังคงแสดงท่าทางแง่งอนอยู่ดี แม้จะยอมตามไป แต่ก็มองอันซูหยวนกลับมาสามสี่รอบ
เมื่อพวกเขาลากชายชราจอมแสบกลับไปแล้ว ซูหยวนที่ยิ้มอยู่เมื่อครู่ก็มีแววตาเปลี่ยนไปทันที หมากกระดานด้านหน้าเหมือนว่าชายชรากำลังจะพ่ายแพ้ แต่ความจริงแล้ว...
ขาดแค่หมากเดียวเท่านั้น!
ขาดแค่หมากเดียว หากชายชราลงหมากสุดท้าย ตาข่ายที่เชื่อมโยงหมากกระดานสำคัญของซูหยวนซึ่งรุกคืบไปข้างหน้าเกือบทั้งหมดแล้วก็จะสมบูรณ์แบบ
นี่...นี่ไม่ใช่การเล่นแบบปกติ แต่...นี่เป็นการเล่นของชายชราที่ต้องการเตือนซูหยวน!!
“หึ! ผู้นำสูงสุดที่มีสมองเหมือนเด็ก 5 ปีงั้นหรือ? ช่างเป็น 5 ปีที่เต็มไปด้วยพิษร้ายเสียจริง!” เธออดไม่ได้ที่จะแค่นหัวเราะออกมา ชายคนนี้น่ากลัวเกินไป สุดท้ายการที่เขาได้ตำแหน่งก็ไม่ใช่เรื่องเหลวไหลหรือแค่โชคดีอย่างที่เขาพูด
หลังจากแยกย้ายกันแล้ว หญิงสาวก็กลับไปที่สถาบัน ตอนนี้เรื่องเรียนนั้นไม่มีอะไรต้องกังวลอีกแล้ว เธอน่าจะจบชั้นปีที่ 3 ได้โดยไม่ติดขัดอะไร สำหรับแต้มภารกิจก็นำโด่งมาถึงขนาดนี้แล้ว ที่เหลือก็มีแค่ต้องเข้าแข่งขันสามชนิดตามที่สถาบันแจ้งไว้
ซูหยวนได้รับเลือกให้เป็นผู้แข่งขันการเพาะปลูก การสร้างกับดัก และการแข่งขันความรู้ในการวิจัย ซึ่งการแข่งขันเหล่านี้เป็นการแข่งขันที่สถาบันนักล่าของพวกเขาไม่เคยได้รับอันดับหนึ่งมาก่อนเลย แทนที่จะส่งซูหยวนเข้าแข่งขันยิงธนู แข่งขันใช้หอก แข่งขันทำยา หรืออื่นๆ สู้ให้เธอไปแข่งในรายการที่สถาบันนักล่าเสียเปรียบสุดๆ หลังจากนั้นก็ไว้ใจนักเรียนชั้นปีที่ 4 ของพวกเขาก็พอ
ซึ่งโชคดีที่การแข่งขันเหล่านี้เกิดขึ้นก่อน หากเป็นการแข่งขันเกี่ยวกับการล่า การแข่งขันโจมตีต่างๆ หรือแม้แต่การเล่นหมากเพื่อชิงไหวชิงพริบ การแข่งขันที่น่าสนุกเหล่านั้นถูกจัดขึ้นในช่วงหลังเพื่อให้ผู้ชมจำนวนมากได้เข้ามาดูด้วย แต่หลังจากนี้อีกเพียงเดือนเดียวเท่านั้น เธอจำเป็นต้องไปที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นเพื่อไม่ให้พลาดการ “มาถึง” ของคนจากเขตปกป้อง
หากอิงตามรายละเอียดที่พวกหนูทองลายขาวได้ยินมา คนพวกนั้นจะมาที่เขตศักดิ์สิทธิ์ในอีก 3 เดือน ซูหยวนต้องการไปถึงที่นั่นก่อนเพื่อไม่ให้ดูจงใจเกินไป ดังนั้นการไปถึงก่อนล่วงหน้าสัก 1 เดือนจึงเป็นสิ่งที่เหมาะสม หากไม่ติดที่ว่าเธอควรมีส่วนร่วมกับสถาบันบ้าง บางทีเธออาจจะไปที่นั่นก่อนแล้ว...
แต่ก็นั่นแหละ ทุกอย่างอยู่ในการเตรียมพร้อมแล้ว ไม่มีอะไรต้องกังวล ซูหยวนตั้งใจที่จะเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขัน ดังนั้นจึงเก็บตัวอยู่ในห้องสมุดของสถาบัน ซึ่งเป็นช่วงชีวิตที่ค่อนข้างสงบสุขเลยทีเดียว ทว่า...ชีวิตเธอสงบสุขไม่ได้แปลว่าชีวิตคนอื่นสงบสุขด้วย ยิ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับเธอ พวกเขาก็ยิ่งปวดหัว
แม้ว่าเสียงส่วนใหญ่จะเห็นด้วยที่ยินยอมรับเงื่อนไขของอันซูหยวน เพราะถ้าอิงตามจำนวนแล้ว...ผู้นำฝ่ายบู๊นั้นมีมากกว่า ในขณะที่ผู้นำฝ่ายบุ๋น ซึ่งอยู่ฝั่งเดียวกับพวกองค์กรผู้ทำยามีจำนวนน้อยกว่าเกือบครึ่ง ทว่า...การยินยอมของพวกเขาก็มีขอบเขตที่ยอมรับได้ ดังนั้นจึงอยู่ในขั้นตอนการตกลงว่าจะประกาศเงื่อนไขออกมาอย่างไรดี
ระหว่างนั้นยังมีพวกที่ต้องการลองดีอีกหลายคนเช่นกัน พวกเขาคิดง่ายๆว่าคนที่สร้างปัญหานี้ขึ้นมาก็คืออันซูหยวน หากไม่มีเธอ ไม่มียาวิเศษนั่น พวกเขาก็ยังใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุขเหมือนเดิมได้ ดังนั้นจึงพยายามหาคนมาจัดการเธอบ่อยๆ แต่..ไม่เพียงแค่ซูหยวนอยู่แต่ในสถาบันช่วงนี้ เธอก็ยังมีองค์รักษ์หนูทองมากมาย คนที่ต้องการจะสังหารเธอต้องดูด้วยว่าตนเองมีความสามารถพอจะกดดันซูหยวนได้หรือไม่
ครั้นจะไปเล่นกับครอบครัวอัน ดูเหมือนว่าผลลัพธ์ที่ได้กลับคืนมาจะโหดร้ายยิ่งกว่าหลายเท่า ซูหยวนต้องการแสดงให้พวกเขาเห็นว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับครอบครัวของเธอ และถ้าใครคิดจะลากครอบครัวอันมาเกี่ยวข้องด้วย อย่างนั้นก็เตรียมตัวที่จะหายสาบสูญไปตลอดกาลได้!
พวกที่อยากจะลองดีมีน้อยจนไม่จำเป็นต้องใส่ใจ แถมทางการไม่ต้องตรวจสอบก็มีหลักฐานมาให้ถึงที่ พวกเขาจึงทำได้แค่ถอนหายใจแล้วก็มองศพพวกนั้นด้วยความสมเพช
ก็นะ....คนของกองทัพส่วนใหญ่แล้วเห็นด้วยกับอันซูหยวนทั้งนั้น ถ้าพวกเขาได้มีโอกาสซื้อยาดีๆราคาถูกจากเธอ ทำไมจึงจะไม่ใช่เรื่องดีกันล่ะ! ที่ผ่านมาพวกนักทำยาเหล่านี้ขึ้นราคาตามใจชอบเลย ยิ่งมีเหตุการณ์วุ่นวายเมื่อไร พวกมันก็ขึ้นราคากันทั้งองค์กร ผูกขาดยาดีๆเอาไว้แล้วขายให้พวกเดียวกันเองมาทำกำไรต่อ หลายครั้งที่พวกเขาเจ็บใจเช่นกันแต่ทำอะไรไม่ได้ ครั้งนี้....หากพลทหารพิเศษอันสามารถเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ได้ก็จะกลายเป็นผลดีต่อพวกเขาด้วย
ความวุ่นวายเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในสายตาของซูหยวนเลย เธอเพียงเพิ่มความรู้เกี่ยวกับการทำวิจัยให้หลากหลายมากขึ้นก็เท่านั้น และแล้ว...วันที่จะเริ่มการแข่งขันแรกก็มาถึง
เนื่องจากเป็นการแข่งขันที่ไม่ได้รับความสนใจมากนัก ทุกปีมีผู้เข้าชมไม่ถึงพันคน ดังนั้นจึงถูกให้จัดแข่งขันแยกออกมาก่อนเพื่อไม่ให้ถูกดึงคนไปจนหมด
ซูหยวนสวมชุดที่ทางการแข่งขันเตรียมเอาไว้ให้ เพื่อตรวจสอบวิธีการทำงานของเธอ พร้อมกับป้องกันอุบัติเหตุไม่คาดฝันด้วย ดังนั้นตอนนี้เธอจึงเหมือนกับนักวิจัยในห้องยา สวมชุดสีขาวยาวคลุมเข่า และมีแว่นตาใสป้องกันอยู่
“นั่นก็คือ...พลทหารพิเศษอันหรือไม่?”
“เป็นเธอนั่นแหละจะมีใครได้อีก ออร่าระดับนี้ไม่ใช่เป็นนักวิจัยอย่างพวกเราหรอก”
“เธอไม่จำเป็นต้องสวมชุดป้องกันด้วยซ้ำ การระเบิดจากการทดลองไม่น่าจะทำอะไรเธอได้”
“ฮ่าๆ ฉันกลับคิดว่าการที่เธอไม่ต้องสวมชุดป้องกัน ที่จริงอาจจะเป็นเพราะเธอไม่ทำให้เกิดการระเบิดต่างหาก คนที่จะทำให้ระเบิดก็มีแต่พวกเรานี่แหละ”
“ชิ! การระเบิดเป็นความงดงามอย่างหนึ่งของการศึกษานะ ไม่รู้หรือไง!” พวกเด็กๆต่างก็ลงสนามกันแล้ว ทุกคนตั้งแต่ที่รู้ว่าอันซูหยวนมาลงแข่งด้วย พวกเขาก็คลายความกดดันไปมาก
ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่ตื่นเต้นหรืออยากเอาชนะ แต่อันดับหนึ่งนั้นรู้ดีแก่ใจว่าคงจะไม่ได้อีก คนที่สามารถเข้าไปอยู่ในทีมของจ่าสิบโทรุ่ย ประสบความสำเร็จในการทำวิจัยหุ่นรบอินทรีย์ แถมยังอยู่เบื้องหลังการสร้างยาทำลายหุ่นรบอินทรีย์ด้วย คนแบบนี้จะมีความรู้น้อยได้อย่างไร
ส่วนพวกเขาเป็นเพียงเด็กชั้นปีที่ 4 ธรรมดาๆจากสถาบันวิจัยเท่านั้น ถึงจะเรียนหนักมาขนาดนี้แล้วก็ยังมีข้อจำกัดขนาดใหญ่อยู่ดีระหว่างคนที่ได้ลงมือทำกับคนที่ได้เรียนแค่ทฤษฎี
ได้ยินพวกรุ่นพี่ยังพูดกันอีกว่าอันซูหยวนเป็นเจ้าของห้องวิจัยแล้ว ดังนั้นแทนที่พวกเขาจะต่อต้านเธอ สู้ทำตัวดีๆแล้วให้เธอเลือกเข้าห้องวิจัยของตนเองเพื่อที่จะได้กลายเป็นนักวิจัยเต็มตัวไม่ดีกว่าหรือ? ดังนั้นคนที่คิดได้ คนที่อยากมีอนาคตดีๆ เมื่อเจอซูหยวนก็พยายามยิ้มหวานให้ ทำราวกับซูหยวนเป็นดอกไม้บานสะพรั่งที่พวกเขาอยากจะชื่นชมมากกว่าเป็นคู่แข่ง...
ไม่ว่าพวกเขาจะแสดงออกอย่างไร หญิงสาวก็ยังคงนิ่งสงบอยู่อย่างนั้น คนที่ยิ้มให้เธอก็พร้อมจะยิ้มตอบกลับ คนที่เดินผ่านไปเธอก็แค่เดินผ่านไปเช่นกัน
ในที่สุดการแข่งขันก็ใกล้จะเริ่มต้นขึ้น พวกกรรมการซึ่งบางส่วนเป็นอาจารย์และบางส่วนก็มาจากกองทัพของรัฐบาลกลางก็พากันเดินเข้ามา ซูหยวนยังเห็นอาจารย์เหวินของเธอเป็นหนึ่งในกรรมการที่ถูกเชิญเข้ามาด้วย เมื่อทั้งสองคนสบตากัน อาจารย์เหวินก็คลี่ยิ้มให้ด้วยสายตาราวกับจะบอกว่าเธอคาดหวังในชัยชนะครั้งนี้มาก
“ผู้เข้าร่วมแข่งขันทุกคนไปที่โต๊ะทำงานของตนเอง พวกเราได้เตรียมที่เอาไว้ให้แล้ว โดยขอให้ทุกคนตรวจสอบอุปกรณ์ของตนเองให้ดี หากมีปัญหาใดๆยังสามารถแจ้งได้ก่อนที่จะเริ่มต้นการแข่งขัน ถ้าเริ่มการแข่งขันแล้ว...จะไม่มีกรรมการท่านไหนเข้าไปช่วยเหลืออีก”
………………………………..