บทที่ 542 ล่าช้า (อ่านฟรี 29 ส.ค. 69)
บทที่ 542 ล่าช้า (อ่านฟรี 29 ส.ค. 69)
บทที่ 542 ล่าช้า
นักเรียนหลายคนเห็นว่าซูหยวนลงมือแล้ว พวกเขายังสับสนและไม่เข้าใจอยู่เลย จนกว่าจะผ่านไปเกือบ 20 นาที ในที่สุดก็เริ่มมีคนเข้าใจบ้างแล้ว พวกเขาลงมือคำนวณบนกระดาษของตนเอง แบบนี้ยิ่งสร้างแรงกดดันให้ผู้เข้าร่วมแข่งขันคนอื่นๆได้อีกมาก
ซูหยวนยังสังเกตเห็นว่าผู้เข้าร่วมการแข่งขันที่อยู่ห่างไปนั้นพยายามจะแอบมองดูเธอด้วย นักเรียนที่อยู่ใกล้ๆเลือกจะไม่เอาสีน้ำเงินเหมือนซูหยวนเพราะคิดว่าการเลือกสีน้ำเงินนั้นหมายถึงการมาแข่งขันกับเธอโดยตรง ทว่า...ตอนนี้พวกเขาเสียใจเหลือเกินที่ไม่ได้เลือกโจทย์เดียวกัน แอบมองก็ยังทำไม่ได้ แล้วแบบนี้จะหาแนวทางจากที่ไหน!
เมื่อผ่านไปครึ่งชั่วโมง นักเรียนส่วนใหญ่ยังไม่ได้เริ่มลงมือเลย ในที่สุดคณะกรรมการก็เริ่มส่งสัญญาณ ตอนนี้หน้าจอก็ปรากฏสัญลักษณ์สีขึ้นมาให้ได้เห็นแล้ว...
กลายเป็นว่าพวกเขาไม่ได้ใจร้ายเกินไป ก็แค่ให้สิทธิแก่ผู้มีความรู้และเคยศึกษางานวิจัยจำนวนมากก่อนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม...พวกเขารู้ดีว่าไม่ใช่นักเรียนทุกคนที่จะมีโอกาสในการอ่านเอกสารการวิจัยเหล่านี้ ดังนั้นจึงเฉลยให้พวกเขาได้รู้ว่าโจทย์ไหนเป็นของสีอะไร
ซูหยวนมองดูผลลัพธ์ก็ถอนหายใจออกมา ความเข้าใจของเธอถูกต้องจริงๆ และตอนนี้...เธอก็คำนวนผลลัพธ์ของมันออกมาได้แล้ว
หญิงสาวยกมือขึ้น กรรมการเห็นแบบนั้นก็ส่งตัวแทนมาเพื่อตรวจสอบการคำนวณและวิธีคิดของเธอ เหมือนกับที่อาจารย์เหวินและนักวิจัยในกองทัพเคยตกตะลึงมาก่อน การเขียนและเรียบเรียงอย่างเป็นระเบียบนั้นทำให้อ่านเข้าใจง่ายขึ้นมาก เธอแยกตัวแปรต่างๆออกมาเป็นตาราง ทั้งยังให้ตัวเลขสัดส่วนที่ชัดเจนมาก แน่นอนว่าพวกเขาสามารถเข้าใจได้เพราะมีประสบการณ์ในการทำงานสูง แต่เมื่อเด็กนักเรียนคนอื่นๆเห็นการเขียนแบบนี้ พวกเขาสับสนไปชั่วขณะแน่นอน
โชคดีที่พวกเขาไม่ต้องตรวจสอบงานของคนอื่น ไม่อย่างนั้นคงจะปวดหัวมากแน่ๆ
“ผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 14 สอบผ่าน โปรดรอหมดเวลาเพื่อแข่งขันรอบต่อไป” เมื่อเห็นผลลัพธ์และสัดส่วนการทดลองของเธอ แถมยังมีแนวคิดที่น่าสนใจเสริมขึ้นมาด้วย กรรมการก็ยกมือให้ผ่านทันที
อาจารย์เหวินที่มาดูผลการคำนวณของเธอด้วยก็ยกยิ้มอย่างพอใจ ตอนนี้เธอยังเหลือนักเรียนจากสถาบันเดียวกันอีก 4 คนที่ยังทำท่าสับสนมึนงงอยู่เลย
ให้ตายเถอะ! ไม่ใช่ว่าเธอบอกเป็นนัยๆไว้แล้วหรือว่าพยายามเลือกให้เหมือนกับนักเรียนอันเลือกน่ะ เจ้าพวกนี้ขี้ขลาดเสียจริง แทนที่จะเลือกเหมือนๆกัน ทุกคนกลับหนีตายกันหมด!
เพราะมีเวลาให้ผู้เข้าร่วมการทดสอบถึง 2 ชั่วโมง ซูหยวนที่ทำเสร็จในครึ่งชั่วโมงแรกก็ต้องนั่งรออีกหนึ่งชั่วโมงครึ่ง เธอใช้เวลานี้ในการนอนหลับไปในสถานที่ทำการทดสอบนั้นเลย
เวลานอนพักสำหรับเธอช่วงนี้หาได้ยากจริงๆ ถ้าได้นอนหนึ่งชั่วโมงครึ่งตอนนี้ เช่นนั้นคืนนี้ก็ลดเวลานอนลงได้ ถือว่าชดเชยให้กันแล้ว
มันเป็นการกระทำที่ไม่ค่อยดีนัก แต่ก็เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ตนเองและฟาร์ม ซูหยวนยังต้องพยายามต่อไป
“การทดสอบรอบแรกได้จบลงแล้ว การทดสอบรอบต่อไปไม่ได้ยุ่งยากเหมือนเดิมอีก อันดับแรก...ขอให้นักเรียนเลือกของที่จำเป็นสำหรับการทดสอบสิ่งที่ตนเองคิดคำนวนมาวางบนโต๊ะ จะมีเวลาให้เตรียมการทั้งหมด 10 นาทีเท่านั้น หากใครเลือกไม่ทันเลือกผิดพลาด หรือเลือกไม่ครบถ้วน ก็จะถูกตัดสิทธิ์การแข่งขันรอบต่อไปทันที
“เริ่มได้!” สิ้นเสียงของอาจารย์ เด็กๆก็รนรานกันไม่น้อย พวกเขารีบคิดรีบหยิบทุกอย่างขึ้นมา โชคดีที่ระหว่างการคำนวนก็นึกภาพตามกันไปแล้ว ดังนั้นจึงรู้ว่าของที่ต้องการมีอะไรบ้าง
“หมดเวลา ขอให้ทุกคนวางมือด้วย กรรมการจะไปตรวจสอบที่โต๊ะของทุกคน หากใครรู้ตัวว่านำของขึ้นมาเกิน หรือเลือกมาขาดหาย อย่างนั้นก็ช่วยเดินออกจากการแข่งขันเพื่อประหยัดเวลาด้วย” กรรมการเริ่มเดินเข้ามา พวกนักเรียนก็ทยอยเดินกันออกไปบางส่วน
เรียกว่าจำนวนของผู้ที่เหลืออยู่ตอนนี้มีประมาณหลักสิบ ไม่สิ! เหลืออยู่ไม่เกิน 20 คนแล้ว
ซูหยวนรับการตรวจสอบและผ่านมันไปอย่างง่ายดาย ตั้งแต่ตอนแรกที่เธอเขียนข้อมูลสำหรับการทดสอบ เธอก็ระบุเอาไว้แล้วว่าจะต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง ใช้อัตราส่วนเท่าไร แถมยังคำนวณระยะเวลาที่คาดว่าน่าจะแล้วเสร็จไว้ให้ด้วยซ้ำ
วิธีการที่ละเอียดเช่นนี้เหนือกว่าที่พวกอาจารย์จะทำได้ด้วยซ้ำ ต่อให้ไปตามหาในกองทัพก็ใช่ว่าจะมีคนที่ทำได้แบบอันซูหยวนเกินนิ้วมือทั้งสองข้างนับได้
หลังจากนั้นก็เป็นขั้นตอนการทดลอง ก่อนหน้านี้ไม่มีการแข่งขันกับเวลา ใครทำตามเงื่อนไขได้ก็ถือว่าผ่านเข้ารอบมาทั้งนั้น แต่ตอนนี้...นอกจากจะต้องทำให้ถูกต้องแล้ว ก็ยังต้องทำให้เร็วด้วย ความกดดันนี้ทำให้นักเรียนสองคนที่อุตส่าห์ผ่านมาถึงรอบนี้ทำบีกเกอร์ของตนเองแตกไปแล้วก็ตกรอบไปแล้ว
ช่างเป็นการตกรอบที่น่าเสียดายมาก
นี่ไม่ได้แปลว่าพวกเขาไม่มีความรู้ความสามารถ แต่เป็นเพราะประสบการณ์ยังน้อย ยังไม่เคยทำงานกับความกดดันสูงเช่นนี้ หากเทียบกันแล้ว...ซูหยวนที่ถูกลูกค้าจี้จะกินหัวทุกการขยับเม้าท์ แถมยังมีประธานผู้เป็นเจ้านายสูงสุดกอดอกมองผลงานของเธออยู่ด้วย ความกดดันนี้ไม่นับเป็นอะไรเลย
ดูสิว่าพวกกรรมการยังอยู่กันข้างนอกลานแข่งขันกันอยู่เลย ถ้าพวกเขาเข้ามายืนชี้นิ้วตะโกนด่าอยู่ข้างๆหู ตอนนั้นค่อยรู้สึกกดดันกว่านี้ก็ยังได้
ซูหยวนที่ทำการทดลองเหมือนกำลังทำอาหาร แค่ควบคุมทุกอย่างให้เป็นตามเวลาของตนเอง ไม่ได้สนใจว่าคนอื่นๆกำลังจะไปถึงขั้นไหนแล้วบ้าง แน่นอนว่าท่าทีของเธอทำเอาเพื่อนร่วมสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งที่ตกรอบไปแล้วได้แต่ตะโกนขึ้นมาท่ามกลางเสียงเชียร์มากมาย
“รุ่นน้องอันเร่งมือหน่อย มีคนที่ทดสอบด้วยสีเดียวกัน ตอนนี้ผ่านไปถึงขั้นที่ 3 แล้ว!!”
“รุ่นน้องอย่าใจเย็นเกินไป รุ่นน้องต้องเร่งความเร็วแล้ว”
“รุ่นน้องอัน รุ่นน้องอัน!!” เสียงตะโกนของพวกเขาไม่ใช่ซูหยวนไม่ได้ยิน หากแต่เธอได้ยินแล้วแต่ทำเป็นไม่สนใจต่างหาก
พวกนักเรียนคนอื่นๆเองก็มีเสียงเรียกพวกเขาเช่นกัน บางคนกระทั่งตะโกนเพื่อช่วยบอกวิธีการทำเลยด้วยซ้ำ จนสุดท้ายตอนนี้กลายเป็นล่กรนรานกันหมด
แต่ก็นะ...บรรยากาศแบบนี้แหละที่สมกับการแข่งขัน หากให้แข่งอยู่เงียบๆไม่มีเสียงเชียร์ใดๆจะสนุกหรือ? แถมยังเป็นการทดสอบผู้เข้าร่วมแข่งขันไปด้วย ถ้าใครวอกแวกกับเรื่องนี้จนเสียสมาธิ เช่นนั้นก็สามารถตกรอบไปก่อนได้เลย
เพล้ง!!
ตู้ม!!
ในขณะที่ซูหยวนกำลังผสมสารเคมีตัวหนึ่งเพื่อทำให้ตัวแปรหลักนี้ผสมผสานเข้ากันดีก่อนจะเอาไปตั้งไฟ เสียงระเบิดที่รุนแรงก็ดังขึ้นจากด้านข้าง หากไม่ใช่ว่าซูหยวนมีปฏิกิริยาเร็ว เธออาจจะได้รับผลกระทบไปด้วยแล้ว โชคดีที่เธอถือทั้งบีกเกอร์ซึ่งผสมสารเสร็จทั้งหมดแล้ว เหลือแค่ตั้งไฟต้มน้ำแล้วต่อสายกระแสไฟฟ้าเพื่อให้มันทำการทดสอบสุดท้ายแยกผลึกออกมา และขั้นตอนนี้เองที่จะทำให้น้ำที่เหลืออยู่เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน เพราะผลึกสีแดงถูกดึงออกมาจับรวมกันไว้แล้ว
เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นที่น้ำร้อนและแรงระเบิดนี้จะทำให้การทดลองของเธอพัง แต่ปัญหาของการแข่งขันนี้ไม่ได้จบแค่เธอสามารถเอาตัวเองรอดมาได้ เพราะโต๊ะทำงานของเธอเวลานี้เต็มไปด้วยสารเคมีและกลิ่นไหม้
ผู้เข้าร่วมแข่งขันที่เป็นต้นเหตุตอนนี้ล้มลงไปแล้ว กรรมการตาเหลือกเพราะคาดไม่ถึงเลยว่าจะมีนักเรียนที่พลาดท่าถึงระดับนี้ พวกเขาได้ทดสอบคุณสมบัติของเด็กๆมาตั้งหลายรอบแล้ว เชื่อว่าพวกที่ผ่านการทดสอบมาจะไม่ทำพังจนรุนแรงถึงขั้นระเบิดอีก แต่ใครจะไปคิดว่าต่อให้ระวังแค่ไหนก็ยังมีคนแบบนี้อยู่ดี
ตัวของเขาได้รับบาดเจ็บไม่พอ ยังส่งเพื่อนที่อยู่รอบๆโต๊ะไปด้วยกันอีก โชคดีที่พวกเขาเตรียมพร้อมไว้อยู่ก่อนแล้ว ดังนั้นจึงมีผู้รักษาและผู้ทำยาอยู่ที่นี่จำนวนมาก เกิดเหตุแบบนี้แล้วก็รีบกรูกันออกมาเพื่อช่วยปฐมพยาบาล ไม่มีใครสนใจเลยว่าโต๊ะทำงานของเธอจะเป็นอย่างไร
ซูหยวนถือสารเคมีของตนเองกลับมา มองไปรอบๆอยู่พักใหญ่ เธอรู้ว่าพวกเด็กๆคงไม่เป็นอะไรมากเพราะทุกคนสวมชุดป้องกันกันหมดตั้งแต่แรก ซึ่งจะช่วยป้องกันได้ในระดับสูง ทว่า...ตอนนี้การแข่งขันของเธอจะไปต่ออย่างไร
ถ้าไม่ทำความสะอาดพวกมัน เธอก็ตั้งโต๊ะเพื่อแยกเอาผลึกออกมาไม่ได้ แต่...เธอจะทำความสะอาดมันอย่างไรล่ะ?
ซูหยวนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะค่อยๆลงมือถอดชุดป้องกันของตนเองออกมาท่ามกลางสายตาตกใจของนักเรียนและกรรมการทุกคน
“นั่น! เธอกำลังทำอะไร”
“ผู้เข้าร่วมแข่งขันอันต้องการทำความสะอาดโต๊ะของตนเอง แต่เธอไม่มีอุปกรณ์...”
“นี่...เช่นนั้นพวกเราก็เอาอุปกรณ์ไปให้ อุบัติเหตุนี้อยู่นอกเหนือจากการคาดเดาทั้งหมด หากเป็นเช่นนี้เธอก็เหมือนได้รับความอยุติธรรมในการแข่งขัน หากเกิดการระเบิดขึ้นมาอีก เธอจะเจ็บหนัก!”
“ไม่ได้ กฎของการแข่งขันคืออะไร? อย่าลืมว่าพวกเด็กๆที่ถูกออกจากการแข่งขันเพราะอยู่รอบๆนักเรียนคนนั้นก็ได้รับความอยุติธรรมเหมือนกัน แต่ตอนนี้พวกเขาแข่งขันไม่ได้แล้ว พวกเราคิดเอาไว้ตั้งแต่แรกว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น ซึ่งบางครั้ง...สถานการณ์ที่พวกเราไม่คาดคิดก็คือสถานการณ์ที่นักวิจัยทั้งหมดต้องเจอ นี่เป็นเรื่องปกติที่จะต้องผ่านไปให้ได้!”
อาจารย์เหวินมองดูคนพูดที่ลอยหน้าลอยตากล่าวขึ้นมา เธอกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ อยากจะเข้าไปจิกหัวอีกฝ่ายลงมาเสียหน่อยเพื่อสั่งสอนให้เขารู้ว่าความยุติธรรมคืออะไร
เด็กของตนเองได้รับลูกหลง แต่เด็กของเธอสามารถหลีกหนีภัยนั้นได้ก็ควรจะบอกว่าเธอรอดพ้นจากภัยไม่คาดคิดนั้นแล้วสิ แต่ทำไมยังไม่ยอมให้แม้แต่ผ้าเช็ดโต๊ะกัน!!
เธอมองกรรมการคนอื่นๆที่พยายามหันหน้าหนีตนเองก็เข้าใจแล้ว ดูเหมือนว่าพวกเขาจะจงใจใช้โอกาสนี้เพื่อกำจัดอันซูหยวนไปด้วยสินะ
อาจารย์เหวินเดิมทีต้องการตะโกนออกมา แต่เมื่อเห็นท่าทางมั่นคงของซูหยวน เธอก็ระงับความโกรธเอาไว้ เธอเชื่อมั่นในตัวของซูหยวนมากกว่าใคร อาจจะเพราะก่อนหน้านี้เคยถูกตบหน้ามาแล้วซ้ำๆจากอีกฝ่ายก็เป็นได้
รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้น อาจารย์เหวินสาบานกับตนเองว่าเมื่อไรที่ผลการแข่งขันออกมาแล้วนักเรียนของเธอติดอันดับ 1 – 3 เธอจะหัวเราะออกมาให้ดังเหมือนปีศาจร้าย ยิ่งอยู่ต่อหน้าของกรรมการพวกนี้ เธอก็จะยิ่งหัวเราะให้ดังมากขึ้นไปอีก!!
พวกที่ใบหน้ายังดีไม่มีรอยนิ้วมือนี้ เธอขอใช้ใบหน้าที่ถูกตบมาเป็นร้อยๆครั้งเพื่อระบายอารมณ์ไปยังพวกเขา ให้เจ้าพวกนั้นรู้ว่าการวางแผนเล่นงานนักเรียนอันซูหยวนคนนี้จะต้องเจอกับอะไรบ้าง!!
ภาพที่เด็กสาวถอดชุดป้องกันออกมาทำความสะอาดโต๊ะของตนเอง แล้วยังรักษาความสงบเอาไว้ได้ทำให้หลายคนชื่นชมมาก แต่หลายคนก็รู้สึกหวาดกลัวแทนอีกฝ่าย
แม้อันซูหยวนจะไม่ได้ทำการทดลองพังด้วยตนเอง แต่ก็อย่าลืมว่ายังมีคนที่สามารถทำลายการทดลองของตนเองได้อยู่รอบๆเต็มไปหมด ดังนั้น...สิ่งที่พวกเขากลัวไม่ได้กลัวว่าซูหยวนจะระเบิดตนเอง แต่กลัวว่าเธอจะถูกคนอื่นระเบิดต่างหาก!
“นักเรียนคนนั้นที่ได้สีน้ำเงินเหมือนกันกำลังเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายแล้ว ผลึกของเขากำลังจับเป็นก้อน ดูเหมือนว่าการแข่งขันนี้ รุ่นน้องอันคงจะไม่ได้อันดับหนึ่งแล้ว...”
เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ตกรอบแรก ก็ผันตัวมาเป็นกองเชียร์อันซูหยวนแทน ดังนั้นเขาจึงจับตามองคู่แข่งทั้งหมดของเธอมาโดยตลอด แล้วก็ได้เห็นว่ามีเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ประสิทธิภาพการทำงานสูงมาก ยิ่งซูหยวนของพวกเขาพลาดท่าไปก่อนหน้านี้ เสียเวลาที่ต้องหลบหนีการระเบิดของคนอื่นจนทำให้ล่าช้าไปอีกหนึ่งก้าว ก็ดูเหมือนว่าจะไล่ตามไม่ทันแล้ว
“ไม่เป็นไร ต่อให้ไม่ได้ที่หนึ่ง ได้อันดับอื่นก็ยังดี”
“ใช่ๆ พวกเราก็ยังทำแบบรุ่นน้องอันไม่ได้เลย ดังนั้นรุ่นน้องเป็นตัวแทนของพวกเรา เก่งกาจมากแล้ว” ทุกคนต่างก็ให้กำลังใจตนเอง อาจารย์เหวินที่ไม่พอใจการแข่งขันที่ลำเอียงนี้อยู่ก่อนแล้วก็มองตามสายตาของทุกคนไป หยุดที่เด็กหนุ่มคนหนึ่งผู้มีความสามารถดีเยี่ยม
เธอเองก็รู้สึกเหมือนกันว่าเขากำลังจะเอาชนะการแข่งขันรอบนี้ไปได้ และมันก็เป็นการแข่งขันที่สามารถตัดสินได้แล้วว่าใครจะเป็นผู้แพ้หรือชนะ
ถึงจะบอกว่ามีรอบสุดท้ายที่ให้ออกมาอธิบายงานของตนเองอยู่ก็เถอะ แต่ส่วนใหญ่...กรรมการก็ไม่ได้ใจร้ายกับเด็กๆนักหรอก คะแนนของพวกเขาทั้งหมดก็อยู่ในขอบเขตใกล้เคียงกัน มากสุดก็คงจะเป็น 70 คะแนน ต่ำสุดอาจจะ 66 หรือ 65 คะแนนเท่านั้น
เมื่อเธอคิดว่าอันซูหยวนอาจจะได้อันดับ 2 สีหน้าของเธอก็มืดครึ้มลงเล็กน้อย ภาวนาให้เกิดการระเบิดจากเด็กๆคนอื่นที่อยู่ใกล้เคียง แต่โชคดีแบบนั้นก็ไม่ได้เกิดขึ้น...
เด็กคนนั้นทำการทดลองสำเร็จจริงๆ และซูหยวนก็ทำการทดลองสำเร็จเป็นคนที่ 2 เวลาห่างกันประมาณ 7 นาทีเห็นจะได้...แต่ไม่ว่าจะห่างกันเท่าไร อันดับ 2 ก็น่าจะเป็นอันดับ 2 แล้ว ถึงผลออกมาแบบนี้จะเป็นเรื่องดี แต่แค่ก้าวเดียวจะได้เป็นอันดับหนึ่งก็ทำให้เสียใจอยู่บ้าง...
………………………………….