บทที่ 543 การทดลอง (อ่านฟรี 30 ส.ค. 69)
บทที่ 543 การทดลอง (อ่านฟรี 30 ส.ค. 69)
บทที่ 543 การทดลอง
การทดลองที่เพิ่งจบลงไปนั้นมีผู้ประสบความสำเร็จจำนวน 7 คนจากทั้งหมด 20 กว่าคน ซึ่งที่เหลือผลการทดลองผิดพลาดบ้าง ไม่ว่าจะผิดพลาดระหว่างการทำ หรือผลลัพธ์ออกมาผิดพลาดก็ตาม
นอกจากนี้ยังมีผู้เข้าร่วมการแข่งขันที่รู้ว่าตนเองเสร็จในเวลาช้าเกินไป ดังนั้นไม่จำเป็นต้องแข่งขันต่อให้เสียเวลา ก็แค่เดินออกมาจากลานการแข่งขัน ยอมรับผลความพ่ายแพ้ด้วยตนเองเท่านั้น
ส่วนทั้ง 7 คนที่ประสบความสำเร็จก่อนใคร ก็ก้าวออกมาข้างหน้าเพื่อเตรียมพร้อมนำเสนอ ขั้นตอนนี้ไม่ได้มีอะไรให้เตรียมตัวมากนัก คนที่เสร็จเป็นคนแรกมีเวลามากกว่าคนอื่นๆ เขาก้าวออกมาแล้วอธิบายวิธีการทดลองของตนเอง ซึ่งตรงตามกับที่คำนวนเอาไว้ ดังนั้นเมื่อเขาอธิบายจนจบ เสียงปรบมือก็ดังขึ้น...ทุกคนยอมรับความสำเร็จนี้ของเขาแล้ว
“เขามีฝีมือจริงๆ”
“ใช่ ต่อให้ไม่เกิดเรื่องกับนักเรียนอันซูหยวนคนนั้น แต่ความเร็วก็น่าจะแค่พอๆกันเท่านั้นเอง ถือว่าสมกับตำแหน่งแล้ว”
“ถูกต้อง การทดลองของเขาเป็นไปอย่างรอบคอบและละเอียดมาก ตอนที่เขานำเสนอก็ทำให้เห็นเลยว่าเขามั่นใจมาก เอาความรู้ความเข้าใจของตนเองมาเล่าได้อย่างดี ต่อไปจะต้องเป็นนักวิจัยที่มีชื่อเสียงแน่ๆ”
“คนผู้นี้มีความสามารถจริงๆ พลทหารพิเศษอันคนนั้นก็ไม่เท่าไรไม่ใช่หรอ? ตอนแรกฉันยังคิดว่าเธออาจจะสร้างปาฏิหาริย์ขึ้นมาก็ได้ แบบที่ว่าต่อให้เกิดอุปสรรคระหว่างทางก็ยังสามารถเอาชนะคนอื่นได้น่ะ”
“อืม ฉันก็คาดหวังเหมือนกัน เห็นทุกคนเอาแต่กลัวเธอกันหมด สุดท้ายก็เป็นแค่เด็กสาวคนหนึ่งเหมือนกัน พลทหารพิเศษก็ไม่เท่าไรนี่”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของผู้ชมดังขึ้นเรื่อยๆ ปรากฏการณ์ที่อันซูหยวนซึ่งได้ชื่อว่าเป็นพลทหารพิเศษ ทั้งยังเป็นหัวหน้าห้องวิจัยในกองทัพแล้ว ได้เข้ามาแข่งขันด้วยตนเองจนทำให้พวกเด็กนักเรียนหวาดกลัวกันเป็นแถว
ท้ายที่สุดแล้วก็ยังมีขีดจำกัดเช่นกัน แน่นอนว่าเหตุที่ว่าเธอเจอกับปัญหาที่ตนเองไม่ได้สร้างขึ้นนั้นทำให้ทุกคนพอใจเช่นกัน พวกเขาอยู่ที่นี่ก็ต้องรู้ดีอยู่แล้วว่าการทำการทดลองต่างๆมีระยะเวลาที่กำหนดอยู่ ต่อให้อยากจะเร่งรัดให้ได้ผลลัพธ์อย่างไรก็คงจะทำไม่ได้
ดังนั้นที่พลทหารพิเศษอันซูหยวนพ่ายแพ้ไม่ใช่เพราะเธอไม่เก่งดังคำเล่าลือ อย่างไรเธอก็อยู่แค่ปี 3 เท่านั้น คู่แข่งของเธอทั้งหมดคือเด็กนักเรียนปี 4 ยิ่งผ่านปัญหาใหญ่มาจนสามารถคว้าอันดับ 2 ได้ นี่ก็ยอดเยี่ยมแล้วไม่ใช่หรือ? ทำไมไม่ดูว่านักเรียนที่อยู่รอบๆก่อนหน้านี้ถูกระเบิดจนทำให้พ่ายแพ้ไปหมดแล้วล่ะ ถ้าเทียบกับคนอื่นๆ...นี่ก็เรียกว่าปาฏิหาริย์ได้
กรรมการลงคะแนนให้กับเขาอย่างใจกว้าง คะแนน 70 คะแนนเต็มเป็นของการนำเสนอนี้ ซึ่งถือว่าเป็นคะแนนสูงสุดที่ส่วนใหญ่กรรมการจะยกให้แล้ว
นักเรียนชายคนนั้นยิ่งมั่นใจมากขึ้น เขาชูกำปั้นของตนเองไปรอบๆ เสียงเพื่อนนักเรียนที่ให้กำลังใจและภาวนาไม่ให้เขาเกิดข้อผิดพลาดใดๆก็ส่งเสียงร้องออกมาพร้อมกัน
พวกเขาดีใจมากที่อันดับหนึ่งนี้จะกลายเป็นของคนจากสถาบันวิจัยไม่ใช่สถาบันนักล่า อย่างน้อยๆ...พวกเขาก็ประสบความสำเร็จในการรักษาแชมป์ไว้ได้!
กรรมการเข้าใจพวกเขาจึงไม่ได้เอ่ยห้ามอะไร เดินมาที่โต๊ะทำงานของอันซูหยวนเพื่อฟังเธออธิบายการทดลองของตนเองต่อ ซึ่งหญิงสาวก็เริ่มอธิบายหลังจากที่เสียงของทุกคนค่อยๆเงียบไป
“การทดลองนี้เป็นการทดลองเพื่อตรวจสอบการสะสมความเข้มข้นของสารเอททริกส์ที่จะหลั่งออกมาจากพวกกลายพันธุ์เมื่อมีความเครียดหรือถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง โดยเอททริกส์พวกนี้จะทำปฏิกิริยากับสารเคมีจนทำให้ทิ้งสีน้ำเงินเอาไว้ ส่วนสะสารอย่างอื่นจะถูกดึงออกไปรวมเป็นผลึกเมื่อเจอกับความร้อน”
“โดยรวมแล้วการทดลองนี้ ทันทีที่ตั้งไฟรวมเข้ากับกระแสไฟฟ้าจะต้องใช้เวลา 15 นาทีในการดำเนินการ ตรงกับที่ผู้เข้าแข่งขันคนก่อนหน้านี้อธิบายออกมาแล้ว ดังนั้นส่วนสำคัญของกระบวนการเหล่านั้นฉันจะไม่พูดถึงนะคะ” เมื่อซูหยวนพูดประโยคนี้ กรรมการและผู้ฟังก็มีสีหน้าประหลาดใจขึ้นมา
นี่เป็นการทดลองเพื่อแยกเอททริกส์จริงๆ ถ้าเธอไม่อธิบายเรื่องการทำนี้ แล้วจะให้อธิบายอะไร? หรือพอเห็นว่าตนเองกลายเป็นอันดับสองก็จะยอมแพ้แล้วหรือ? ไม่สิ! เธอไม่อยากได้อันดับสองหรือไง? ถ้าเลือกจะไม่อธิบายอะไรเลย พวกเขาก็ทำได้แค่ให้ 0 คะแนน หมายความว่าเธอจะกลายเป็นอันดับสุดท้ายทันที หรือเธอไม่รู้เรื่องนี้...?
“ผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 14 เรื่องนี้....” กรรมการคนหนึ่งอยากจะเตือนเธอ แต่เพื่อนกรรมการกลับดึงแขนของเขาไว้
นี่เป็นความประสงค์ของเธอเอง เช่นนั้นทำไมพวกเขาจะต้องช่วยเธอด้วยล่ะ การเตรียมความพร้อม การรู้กติกาก็เป็นส่วนหนึ่งในความสามารถของการแข่งขันเหมือนกัน ถ้าเธอไม่รู้...อย่างนั้นก็ไม่ควรได้ตำแหน่งดีๆ
อย่างไรก็ตาม ซูหยวนไม่ได้ไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเห็นท่าทางของกรรมการสองคน หญิงสาวก็คลี่ยิ้มก่อนจะผายมือเชิญให้กรรมการมองผลการทดลองของเธอให้ดีขึ้นอีกสักหน่อย
“ส่วนที่ฉันข้ามการอธิบายไปก็คือส่วนที่ทำให้ผลลลัพธ์การทดลองเป็นสีฟ้า ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกพิสูจน์มานับครั้งไม่ถ้วน แถมยังเอาไปใช้เป็นทฤษฎีต่างๆมากมายเพื่อทำการทดลองอื่นๆ ดังนั้นฉันจึงอยากจะพูดเรื่องที่ฉันทำเพิ่มขึ้นมาให้ทุกคนได้เข้าใจกันมากกว่าค่ะ”
“ตามหลักแล้ว นักวิจัยควรจะต้องมีความทะเยอทะยานในการพัฒนาอยู่เสมอ ดังนั้นฉันจึงต้องการแสดงให้เห็นว่างานวิจัยเดิมๆ ผลลัพธ์เดิมๆ และเครื่องมือเดิมๆ แท้จริงแล้วพวกเรายังมองหาประสิทธิภาพของการทดลองที่เพิ่มขึ้นได้ด้วยค่ะ”
“เอททริกส์เป็นสารที่หลั่งออกมาจากพวกกลายพันธุ์เมื่อถูกกระตุ้นให้เกิดความบ้าคลั่งขึ้นมา แต่...พร้อมๆกันนั้น ฉันสามารถใช้การทดลองนี้เพื่อหา “ฮอร์เรโนส” ซึ่งเป็นสารที่หลั่งออกมาจากพวกกลายพันธุ์เหมือนกัน แต่หลั่งออกมาเพราะความ “กลัว”” เมื่อซูหยวนพูดถึงตรงนี้
สีหน้าของทุกคนที่เคยมองเธอเหมือนคนไม่รู้เรื่องอะไรก็ชะงักไปเล็กน้อย พวกเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอกำลังพูดเรื่องเหลวไหลอะไรเช่นนี้ขึ้นมาได้
สัตว์กลายพันธุ์ตนหนึ่งที่ถูกกระตุ้นให้เกิดความบ้าคลั่งแล้ว ยังจะมีสารของความกลัวปรากฏขึ้นมาพร้อมกันได้อย่างไร? ทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่าเมื่อเข้าสู่สถานะคลั่ง ก็หมายความว่าพวกมันเข้าจู่โจมโดยไร้ซึ่งสติปัญญาและความหวาดกลัว นี่หมายความว่าอย่างไร? หมายความว่าเธอกำลังพูดจาไร้สาระน่ะสิ!!
“ทุกคนคงจะสงสัยว่าเมื่อเข้าสู่สถานะคลั่งแล้วจะยังมีความกลัวหลงเหลืออยู่ได้อย่างไร ด้วยความคิดนี้...ผลการทดลองนี้ก็ควรจะเป็นเท็จทันที แต่...ความจริงแล้วฉันต้องการพิสูจน์ว่าทฤษฎีเรื่องการเข้าสู่สถานะคลั่งแล้วจะไร้ซึ่งความกลัวนั้นไม่ใช่เรื่องจริง”
“ทุกคนรู้ดีว่าไม่มีสารอะไรที่จะทำปฏิกิริยากับสารเคมีชนิดนี้แล้วได้เป็นสีส้มออกมาใช่ไหมคะ? ถ้าอย่างนั้น...ฉันจะใช้สารเคมีชนิดนี้เพื่อพิสูจน์ แต่แน่นอนว่าโจทย์ของฉันไม่ใช่การพิสูจน์สิ่งนี้ ดังนั้น...นี่เป็นแค่การอธิบายเพิ่มเติม ไม่จำเป็นต้องคิดรวมคะแนนในส่วนนี้ค่ะ”
เธอว่าอย่างนั้นก่อนจะขยับไปขอสารเคมีของเพื่อนร่วมแข่งขันที่อยู่ห่างออกไป เขาสารเคมีนั้นมาใส่บีกเกอร์ จากนั้นก็ขยับผลึกเม็ดเล็กที่เธอกลั่นออกมาได้ เด็ดออกมา 1 ชิ้นแล้วโยนเข้าไปในสารเคมีที่เตรียมไว้ทันที
ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที ผลึกที่จับตัวกันแน่นก็ค่อยๆละลายออก จากนั้นก็เปลี่ยนน้ำสีม่วงให้กลายเป็นน้ำสีส้มทันทีอย่างน่าประหลาด
“นี่...เป็นแบบนี้ได้ยังไง”
“คำพูดของเธอถูกต้องจริงๆหรอ!! ทำไมถึงมีสารเฮอร์เรโนสได้!”
“ค้นพบใหม่! ถ้านี่เป็นความจริงก็คือการค้นพบใหม่ไม่ใช่หรือ?”
“ทฤษฎีทั้งหมดจะถูกล้มล้างแล้วหรือ? ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง...การทดลองที่ผ่านมาล่ะ? ไม่ได้แปลว่าต้องรื้อเอามาตรวจสอบใหม่ทั้งหมดหรือ?”
“น่ากลัวเกินไปแล้ว ความทะเยอทะยานของพลทหารพิเศษอันคืออะไร? เธอต้องการจะพลิกหน้ากระดานของวงการนักวิจัยใหม่งั้นหรือ?”
“ถ้าไม่ได้เห็นด้วยตาของตนเองว่าสารเคมีนี้เปลี่ยนเป็นสีส้มได้จริงๆ ฉันก็ไม่เชื่อเลย แต่มันเป็นแบบนี้ได้ยังไง มันเป็นแบบนี้ได้จริงๆหรอ? น่ากลัวมากๆเลย”
“เดี๋ยวนะ ทุกคนสังเกตไหม เธอบอกว่าไม่ต้องการเอาคะแนนจากส่วนนี้เพราะสารเคมีชนิดตรวจสอบเฮอร์เรโนสไม่ได้มีในโต๊ะของเธอ หมายความว่ายังไง? หมายความว่าสิ่งที่เธอต้องการนำเสนอจริงๆไม่ใช่การจะบอกว่าสัตว์กลายพันธุ์ที่เกิดสถานะคลั่งจะไม่เหลือความกลัวนะ”
“จริงด้วย นี่...นี่หมายความว่ายังไง เธอออกตัวเช่นนี้ก็แปลว่าเธอมีผลการทดลองอื่นงั้นหรอ? ฉัน...ฉันรู้สึกขนลุกไปหมดแล้ว”
“ก่อนหน้านี้ฉันชื่นชมพลทหารพิเศษอันนะ แต่ตอนนี้...ฉันว่าฉันกำลังรู้สึกกลัว เหมือนเฮอร์เรโนสของฉันกำลังหลั่งออกมา”
“ไร้สาระน่า! เธอมีเฮอร์โรโนสได้ยังไง เธอเป็นสัตว์กลายพันธุ์รึไงกัน”
“ฮ่าๆ ฉันก็แค่เปรียบเทียบไม่ได้รึไง!”
เสียงฮือฮาของผู้ชมดังขึ้น พวกกรรมการเองก็ไม่ต่างกันนัก เมื่อพวกเขาได้ยินสิ่งนี้ ต่างคนต่างก็ปรี่เข้าไปดู นึกอยากจะเอาตัวอย่างทดลองมาเพื่อศึกษาต่อเลยด้วยซ้ำ
ทว่า...ซูหยวนได้พูดขัดพวกเขาเสียก่อน เธอบอกว่านี่ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เห็นเพราะอยู่นอกกฎกติกา เช่นนั้นอะไรคือผลลัพธ์ที่เธออยากจะให้พวกเขาดูกันแน่ล่ะ!
เห็นทุกคนมองมายังเธออีกครั้ง แม้ว่าพวกเขาจะยังอยากรู้เรื่องเฮอร์เรโนส แต่การกระตุ้นของซูหยวนทำให้ตอนนี้พวกเขากำลังสนใจว่าเธอจะแสดงความพิเศษอะไรออกมาอีก
ทุกคนกลัวว่าหัวใจของตนเองจะแบกรับความตื่นเต้นเอาไว้ไม่ไหวแล้วจริงๆ...
น่าเสียดายที่ความคาดหวังของพวกเขาถูกตอบสนองอย่างแรง คนที่อยากจะเห็นว่าซูหยวนจะผลักดันเรื่องนี้ไปให้สุดที่ไหน ตอนนี้ย่อมได้เห็นแล้ว
หญิงสาวผายมือไปยังตัวอย่างการทดลองของตนเองที่ตั้งอยู่ แม้ว่าผลึกจะถูกดึงออกไปหนึ่งผลึกแล้ว ทว่าก็ยังเหลือผลึกจำนวนมากอยู่ดี
แต่เมื่อสังเกตดูให้ดี...ผลึกของซูหยวนจะแตกต่างจากผลึกของผู้เข้าร่วมแข่งขันคนอื่นๆอยู่ไม่ใช่หรือ? ไม่สิ! ต้องบอกว่าผลึกของเธอต่างจากการทดสอบที่ผ่านมาจริงๆ ต่อให้เป็นเหล่ากรรมการเอง พวกเขาก็ไม่สามารถทำให้ผลการทดลองออกมาแบบนี้ได้
“ทุกท่านน่าจะสังเกตเห็นแล้ว ที่ทุกคนได้เห็นตรงนี้ก็คือกระบวนการคัดแยกผลึกเฮอร์เรโนสออกมาค่ะ”
“นี่...หมายความว่ายังไง? หรือจะเกี่ยวกับผลึกสีสันต่างๆนี้?” กรรมการเอ่ยถามแบบนั้น ซูหยวนก็พยักหน้ารับทันทีด้วยรอยยิ้มเหมือนกับว่าเธอภูมิใจในตัวพวกเขาที่ตอบถูก
เอ่อ...ดูเหมือนบทบาทจะต่างกันเล็กน้อย ทว่า...เวลานี้ใครจะสนใจกันล่ะ
“ใช่ค่ะ เป็นแบบนั้นจริงๆ ผลึกที่ฉันเอาไปทดลองก่อนหน้านี้เพื่อทดสอบว่าเป็นเฮอร์เรโนสหรือไม่ ที่จริงก็คือผลึกที่ถูกกลั่นจนกลายเป็นสีแดงเหล่านี้ค่ะ”
“ทุกผลึกที่จับก้อนเป็นสีแดงก็คือผลึกเฮอร์เรโนสที่กลั่นออกมาอย่างดีจนไม่เหลือสิ่งเจือปน การทดลองนี้ฉันได้มาจากการศึกษาประสบการณ์ความผิดพลาดของนักวิจัยท่านอื่นๆในกองทัพ หลายครั้งที่พวกเขาใส่สารเคมีลงไปเกินขนาดก็จะทำให้เกิดการรวมตัวจนผลึกพวกนี้มีสีสันมากมาย”
“ผู้วิจัยหลายคนมีความกระตือรือร้นที่จะทดลองสิ่งใหม่ๆ ดังนั้นพวกเขาจึงเอาผลึกที่ได้ไปทดสอบกับสารเคมีตนอื่นๆเผื่อว่าจะบังเอิญพบกับการทดลองที่น่าสนใจเพิ่มเติม”
“ทว่า...ผลลัพธ์ก็มันทำปฏิกิริยากับสารทดสอบเฮอร์เรโนสเท่านั้น เมื่อออกมาแบบนี้พวกเขาก็ละทิ้งสิ่งที่ได้ทันทีเพราะคิดว่ามันไม่มีประโยชน์ ทุกคนเชื่อตามทฤษฎีที่ว่าหากเข้าสู่สถานะคลั่งแล้วจะไม่มีความรู้สึกหวาดกลัว ทั้งๆที่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย”
“จุดเริ่มความคิดนี้มาจากการที่ฉันเป็นผู้เลี้ยงสัตว์ อ่า...เรื่องนี้ทุกคนน่าจะเคยได้ยินมาบ้างแล้ว ดังนั้นฉันจึงรู้ว่าสัตว์ที่เข้าสู่สถานะคลั่งไม่จำเป็นต้องไร้ความรู้สึก เหมือนกับพวกหนูขาวที่ยังเชื่อฟังคำสั่งฉันได้แม้จะถูกกระตุ้นให้เข้าสู่สถานะคลั่งแล้ว...” ซูหยวนพูดเช่นนี้แล้วก็มองไปรอบๆ ให้พวกเขาคิดตามคำพูดของเธอได้ทัน หลังจากนั้นจึงค่อยอธิบายต่อไป
“เพราะฉันวางความรู้สึกเป็นกลางและมีข้อได้เปรียบในด้านนี้ ฉันจึงนำเอาความรู้นี้ไปทดลองต่อ ดูว่าปริมาณของสารเคมีจำนวนเท่าไรที่จะกลั่นออกมาให้ได้ผลการทดลองนั้น และสุดท้ายฉันก็ได้รับมันมาจริงๆ”
“ตั้งแต่ตอนที่คำนวณเรื่องการทดสอบนี้ ฉันก็ตั้งใจที่จะทำให้ผลการทดลองออกมาอีกระดับหนึ่ง ฉะนั้น...จากเวลาที่ควรจะใช้เพียง 10 นาที ฉันต้องใช้ 11 นาทีเพื่อละลายสารเคมีปริมาณมากกว่าเดิมค่ะ” ซูหยวนชี้ไปที่เวลาและตอนนี้ทุกคนก็เข้าใจแล้ว
……………………………………….