LNCrawler

บทที่ 544 ไม่ยอมรับ (อ่านฟรี 31 ส.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 544 ไม่ยอมรับ (อ่านฟรี 31 ส.ค. 69)

บทที่ 544 ไม่ยอมรับ

 

หากเธอต้องการทดลองแค่อย่างเดียว ทำให้เกิดผลการวิจัยแค่ที่ทุกคนคาดหวัง นั่นย่อมทำให้เธอเอาชนะได้แน่นอน เพราะนักเรียนผู้เข้าร่วมแข่งขันที่สำเร็จคนแรกใช้เวลาไป 13 นาทีในการทดลองนี้

            

ตอนแรกที่เธอพูดเกี่ยวกับเวลา ทุกคนยังคิดว่าเธอจะใช้ข้ออ้างเวลาที่ดีที่สุดของตนเองมาพยายามเอาชัยชนะจากการแข่งขันนี้ แต่ดูแล้วนไม่เหมือนว่าจะเป็นเช่นนั้นเลย...

            

ซูหยวนยังเปิดกระดาษคำนวณออกมาให้กรรมการดูชัดๆอีกครั้ง และใช่! เธอเขียน “หมายเหตุ” เอาไว้ข้างล่างจริงๆว่าการเพิ่มความเข้มข้นสารเคมีเข้าไปอีก 0.275 จะทำให้ได้รับผลการทดลอง 2 ชนิดออกมาพร้อมกัน แต่ตอนนั้น...เมื่อกรรมการอ่านภาพรวมแล้วพบว่ามันถูกต้องทั้งหมด พวกเขาก็แค่มองผ่านไป

            

โจทย์ที่พวกเขาตั้งก็ไม่ได้บอกด้วยซ้ำว่าเป็นการทดสอบเพื่อเอาแค่ “เอททริกส์” เท่านั้น เพราะโจทย์คือ “จงทำการทดลอง” ดังต่อไปนี้ โดยโจทย์ของซูหยวนซึ่งเป็นสีฟ้า จะมีข้อบังคับให้ใช้อุปกรณ์หลัก 1 อย่าง คือสารเคมีสำหรับการทดสอบเอททริกส์ ดังนั้นทุกคนจะต้องคิดว่าจะเอาสารเคมีนี้ไปทดสอบอย่างไร

            

สุดท้ายซูหยวนเอาไปทดสอบได้ผลลัพธ์ 2 ชนิด ในขณะที่ผู้แข่งขันอีกคนทำเร็วกว่าแต่ได้รับผลการทดลอง 1 ชนิด เมื่อผลออกมาแบบนี้...สีหน้าของกรรมการก็เปลี่ยนไปตึงเครียดกันขึ้นมาอีกครั้ง

 

“กรรมการขอเวลานอกสักหน่อย” พวกเขาส่งสัญญาณให้หยุดเวลาการแข่งขันไว้เพียงเท่านี้ก่อนจะพากันไปห้องประชุมส่วนตัว นี่ก็เพื่อถกเกี่ยวกับผลการทดลองของอันซูหยวน

 

“ทุกคนคิดเห็นกันยังไงบ้าง”

 

“ฉันคิดว่าจะให้ซูหยวน 100 คะแนนเต็ม” 

 

อาจารย์เหวินโพล่งออกมาเป็นคนแรก เธอไม่กลัวเลยว่าคนอื่นจะมองว่าเธอลำเอียง ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมนี้ให้ร้อยคะแนนแล้วจะเป็นอะไร 

 

นอกจากนี้...เธอเก็บความโกรธเอาไว้เต็มที่ นักเรียนของเธอไม่ได้แม้แต่ผ้าทำความสะอาดโต๊ะทำงาน เหอะ! ต่อให้เป็นเจ้าพวกโง่กรรมการเจอเหตุการณ์แบบนี้ พวกเขาก็จะไม่ใช้ผ้าทำความสะอาดด้วยหรือ? เล่นกันแบบไม่ยุติธรรมก่อนแล้วจะให้เธอยุติธรรมกลับคืนไปทำไมล่ะ

            

เห็นอีกฝ่ายมีสีหน้าแบบนั้น หลายคนก็ยิ้มแห้งๆ รู้สึกว่าอาจารย์เหวินคนนี้ดุเดือดเหลือเกิน

 

“ฉันเองก็คิดว่าจะให้คะแนนสูงกว่า 90 คะแนน แต่มันอาจจะทำให้เธอกลายเป็นที่หนึ่งขึ้นมาแทน ซึ่ง...อาจจะเกิดปัญหาได้ เพราะกฎของพวกเราก็คือคนที่ทำการทดลองเสร็จเร็วที่สุด...”

 

“เหอะ! การทดลองเสร็จเร็วที่สุดงั้นหรอ? แต่ถ้ามีคนทำการทดลองสีเหลืองเสร็จก่อนจะถือว่าชนะไหม? สุดท้ายแล้วพวกเราก็ดูกันที่ประสิทธิภาพต่างหาก ไม่อย่างนั้นจะมีการทดสอบรอบสุดท้ายนี้ไว้ทำไม”

 

“นั่นน่ะสิ การทดลองต่างๆมีเวลาต่างกันอยู่แล้ว การทดลองสีเหลืองจะทำเสร็จเร็วที่สุด ถ้าทำเสร็จได้เร็ว...แต่เร็วแค่ตามเวลามาตรฐานก็ไม่ถือว่าเอาชนะนะ แบบนั้นก็ดูไม่ยุติธรรมเกินไป”

 

“อืม กรณีของนักเรียนอัน...มันเหมือนเป็นการทดลองหัวข้ออื่นไปไกลแล้ว เทียบไม่ได้เลยว่าจะเป็นการทดลองตามโจทย์สีน้ำเงินเดิม”

 

“ฉันเข้าใจนะ แต่นั่นเป็นสิ่งที่เธอทำเกินไปเองไม่ใช่หรอ? ทำไมจะต้องเอามาคิดด้วยล่ะ” อาจารย์คนหนึ่งพูดขึ้นมา 

 

ทุกคนมองไปที่เขาที่มีความคิดไม่เหมือนพวกนักวิจัยคนอื่นๆที่เห็นค่าของแนวคิดใหม่ๆก็เข้าใจทันที ปรากฏว่าเขาก็คืออาจารย์ของเด็กคนที่ทำเวลาได้ดีที่สุดตอนนี้ ดังนั้นจึงไม่ต้องการให้ซูหยวนได้คะแนนมากเกินไป เพราะจะทำให้อันดับหนึ่งเปลี่ยนมือ

            

ทุกคนเข้าใจ แต่ก็เข้าใจความต่างชั้นนี้ด้วยเหมือนกัน...

            

อันซูหยวนมาแบบนี้เท่ากับเธอก้าวข้ามพวกเขาไปแล้วด้วยซ้ำ ถ้าให้อันดับ 2 นี่ไม่เท่ากับเป็นการตบหน้าตัวเองหรือ? 

 

เธอค้นพบสิ่งที่พวกเขาไม่เคยค้นพบ คิดทฤษฎีใหม่ขึ้นมาด้วยซ้ำ แต่พวกเขาก็ยังรวมหัวกันให้แค่อันดับ 2 หากมีเด็กรุ่นหลังมาเปิดประวัติศาสตร์การคิดค้นทฤษฎีใหม่แล้วพบว่าทฤษฎีนี้ถูกนำเสนอในการแข่งขันระหว่างสถาบัน การแข่งขันนี้ก็จะถูกยกระดับขึ้นไปทันที 

 

แต่...ถ้าผลลัพธ์คือการได้แค่อันดับ 2 นั่นไม่เท่ากับเหยียบย่ำโอกาสนี้ทิ้งหรอกหรือ? แทนที่จะได้หน้า...พวกเขาจะได้กลายเป็นจุดด่างพร้อยแทนน่ะสิ แถมจะเป็นจุดด่างพร้อยที่ถูกพูดถึงไปอีกร้อยปีพันปีด้วย!

            

แน่นอนว่าเรื่องนี้แม้แต่กรรมการคนพูดก็ยังเข้าใจ เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่กล้าพูดออกมาเสียงดังเกินไป 

 

“...................” ความเงียบเข้าปกคลุมพวกเขา แม้จะนัดมาคุยกันในห้องประชุมแล้วก็ยังไม่ได้ข้อสรุปอยู่ดี 

            

คนที่รออยู่ข้างนอกยิ่งแล้วใหญ่ พวกเขารู้สึกว่าเรื่องนี้ยากที่จะตัดสินใจมากๆ เกิดการถกเถียงกันเป็นสองฝั่ง แม้แต่สถาบันวิจัยก็ยังมีคนแหกคอกมาสนับสนุนอันซูหยวนเพราะพวกเขาเองก็เป็นพวกที่บ้าคลั่งการทดลองเหมือนกัน

 

เห็นว่าเธอประกาศทฤษฎีใหม่ออกมาในระหว่างการแข่งขันแบบนี้ก็รู้สึกตื่นเต้นมากๆ ถ้าไม่ใช่เพราะอยากรู้ว่าเรื่องจะจบลงแบบไหน พวกเขาอาจจะรีบเอาข่าวนี้ออกไปประกาศให้พวกเพื่อนๆที่ไม่ยอมมาชมการแข่งขันแล้ว

            

ซูหยวนไม่ได้คิดอะไรมากนัก เธอรู้ว่าตัวเองทำเรื่องใหญ่ไปแล้ว ถึงอย่างนั้น...นี่ก็เป็นวิธีเดียวที่เธอจะทำให้ได้ชัยชนะอย่างเด็ดขาด เธอมีชื่อเสียงของห้องวิจัยที่ต้องปกป้อง ถ้าเธอต้องการให้มีคนเก่งเข้าไปทำงานกับเธอ อย่างนั้นก็ต้องทำเรื่องใหญ่เข้าไว้ และครั้งนี้ก็น่าจะเป็นเรื่องใหญ่พอตัวเลย

 

“พลทหารพิเศษอัน” 

 

ในขณะที่ซูหยวนกำลังรอฟังคะแนนของตนเองนั้น ผู้เข้าแข่งขันที่ทำเวลาได้ดีที่สุดก็เข้ามาหาเธอ เขายื่นมือออกมาตรงหน้า ท่าทางเป็นมิตรและสุภาพมาก

 

“เรียกฉันว่าอันซูหยวนก็ได้ค่ะ” 

 

“อืม อย่างนั้นก็คุณอันซูหยวน ฉันชื่อโจวเฟิ่ง ตั้งใจจะเป็นนักวิจัยที่ศึกษาศาสตร์ที่เกี่ยวกับมลพิษทั้งหมด หรือก็คือการเน้นไปที่การศึกษาเรื่องสารต่างๆที่ได้รับผลกระทบเมื่อถูกพิษจากเขตพื้นที่ล่า ยินดีที่ได้รู้จักนะ” 

 

ชายหนุ่มยังคงยื่นมือมาข้างหน้า ซูหยวนรับคำเขาก่อนจะตอบกลับด้วยการจับมือเช่นกัน

 

“ฉันทำงานวิจัยอยู่ในฝ่ายการสร้างของกองทัพค่ะ ถ้าคุณโจวเฟิ่งมีงานวิจัยเกี่ยวกับการสร้างที่น่าสนใจสามารถร่วมมือกันได้ในอนาคตนะคะ”

 

“คุณอันซูหยวนสุภาพเกินไปแล้ว คุณเป็นหัวหน้าห้องนักวิจัยมีสิทธิในการเลือกพวกฉันเข้าทำงานหรือไม่ ส่วนฉัน...ถ้าเข้าร่วมกองทัพก็คงจะต้องเป็นนักวิจัยระดับต่ำก่อน คงไม่สามารถเลือกได้หรอกว่าจะได้ทำงานอะไร”

 

“คุณพูดแบบนี้เหมือนว่าจะไม่ได้อยากเข้าทำงานที่กองทัพนะคะ”

 

“ใช่แล้ว ฉันวางแผนที่จะเข้าองค์กรวิจัยเอกชนสักแห่งน่ะ”

 

“โอ้ แบบนั้นจะทำให้คุณเลือกได้ตั้งแต่แรกว่าจะได้ทำงานสายวิจัยแบบไหนสินะคะ”

 

“ใช่แล้ว ส่วนเรื่องผลการวิจัยของคุณนั้นวิเศษมาก ๆ ครั้งนี้ต่อให้ไม่ได้อันดับหนึ่งก็ไม่เสียใจเลย”

 

“ขอบคุณสำหรับคำชมนะคะ แต่การทดลองของคุณก็ดีเหมือนกัน”

 

“ดีหรอ? ไม่เป็นแบบนั้นหรอก...ถ้าทำได้ดีจริงๆจะต้องเสร็จใน 10 นาทีแล้ว แต่ฉันกลับทำให้ช้าลงไปอีก 3 นาที ถ้าหากไม่เกิดอุบัติเหตุนั้น ต่อให้คุณอันซูหยวนจะทดลองเรื่องทฤษฎีใหม่ด้วยก็ยังเอาชนะฉันได้อยู่ดี ฉันเป็นพวกที่รู้มาตรฐานของตนเองและสามารถเปรียบเทียบได้อย่างยุติธรรม อันดับหนึ่งครั้งนี้จะต้องเป็นคุณอยู่แล้ว ไม่ต้องพูดถึงว่าถ้าฉันเจอการระเบิดเหมือนกัน แค่จะขยับหลบก็คงไม่ได้ ไม่สิ! ฉันคงตกรอบตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว เว้นเสียแต่จะใช้ร่างกายที่เหลือแต่กระดูกของตนเองทำการวิจัยต่อไป”

            

เห็นเขาพูดเล่นด้วยท่าทางแบบนั้น ซูหยวนก็หัวเราะออกมาเบาๆ นักเรียนชายคนนี้ค่อนข้างใจกว้างเลยจริงๆ แต่ก็นะ...สมกับที่เขาเป็นพวกบ้าคลั่งการวิจัย คนประเภทนี้มักจะไม่สนใจผลลัพธ์การแข่งขันไปมากกว่าสนใจเรื่องความก้าวหน้าในการวิจัยของตนเอง

            

เมื่อทางนั้นเห็นซูหยวนพูดคุยด้วยง่าย เขาก็เลยกล้าที่จะเอ่ยถามออกมา 

 

“คุณอัน ไหนๆก็เป็นโอกาสที่ได้เจอคุณแล้ว ฉันขอถามสองเรื่องได้ไหม หนึ่งคือสารฟาร์วิกกี้ ทำไมถึงไม่ทำปฏิกิริยากับไฮโดรเจนเลยทั้งๆที่มันทำปฏิกิริยากับออกซิเจนได้แท้ๆ ที่จริงแล้วยังเห็นได้ว่าถ้าใส่สารฟอสเฟสทวิสสลงไป มันก็จะ....บลาๆๆ” 

            

ซูหยวนฟังเจ้าคนตรงหน้าพูดร่ายยาวไม่หยุดเกือบ 5 นาทีจนเธอยังรู้สึกสงสัยว่าเขาได้หายใจตอนไหน จนกระทั่งเขาถามจบทั้งหมด ใบหน้าของเขายังเหลือร่องรอยสีแดงอยู่เลย ซูหยวนรอให้อีกฝ่ายหอบหายใจจนเสร็จก่อนเพื่อที่จะได้มีสมาธิฟังคำพูดของเธอบ้าง

 

“ฉันไม่ได้ศึกษาเรื่องพวกนี้โดยตรง แต่ฉันเคยอ่านแนวคิดของนักวิจัยคนอื่นๆ อย่างนั้นจะลองเล่าให้ฟังเผื่อให้คุณไปพัฒนาต่อยอดนะคะ” 

 

ซูหยวนเองก็อธิบายเรื่องต่างๆให้เขาฟังด้วย ได้ยินการสนทนาของทั้งสองคน พวกผู้แข่งขันคนอื่นๆที่ตอนแรกตื่นเต้นกับการนำเสนอ เวลานี้กลับตื่นเต้นกับการแลกเปลี่ยนความรู้ของทั้งสองแทน

 

“ฉัน ฉันก็อยากถามบ้างได้ไหม”

 

“โอ้ ลองดูก็ได้นะคะ เปลี่ยนจากการถามเป็นการแลกเปลี่ยนกันดีกว่า”

 

“ขอบใจมาก ฉันอยากรู้เหมือนกันว่าทำไม.....” 

 

และแล้ว ระหว่างที่กำลังรอการประชุมอันเคร่งเครียดของพวกกรรมการ จนถึงขั้นพวกเขาเอาเรื่องไปปรึกษากับพวกผู้นำของรัฐบาลกลางเพื่อให้ช่วยตัดสินใจเป็นส่วนสุดท้าย ซูหยวนกลับได้ยืนอยู่ท่ามกลางผู้เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด คอยตอบคำถามพวกเขาทีละข้ออย่างใจเย็น

            

เกือบหนึ่งชั่วโมงผ่านไป ในที่สุดทุกคนก็ออกมาจากห้องประชุมเสียที สีหน้าของพวกเขาดูผ่อนคลายอย่างมากเหมือนว่าจะได้รับคำตอบกันแล้ว

            

คนอื่นๆเมื่อเห็นว่าพวกกรรมการมาแล้วก็แยกกันออกไป แต่สีหน้าของพวกเขาทุกคนล้วนตื่นเต้นมาก อันซูหยวนไม่ใช่แค่คนที่มีความรู้มากเท่านั้น แต่เธอยังอธิบายได้ดีด้วย 

 

ถ้าหากเธอกลายเป็นอาจารย์ของพวกเขา...หลายคนคงจะไม่ต้องเรียนซ้ำชั้นหรือแม้แต่ออกไปหาหนังสือมาอ่านทบทวนเอง เพราะเธออธิบายละเอียดและเข้าใจทั้งหมด

            

ความชื่นชมของพวกเขาแสดงออกมาให้เห็นชัดเจนจนแม้แต่พวกกรรมการก็ยังประหลาดใจ แต่ก็เป็นเรื่องดีที่พวกเขาไม่ตีกันเองระหว่างที่กรรมการประชุมอยู่ ดังนั้นบรรยากาศที่ค่อนข้างดีนี้ทำให้เสียงของพวกกรรมการดีขึ้นด้วย

 

“ผู้เข้าร่วมแข่งขันอันซูหยวนหมายเลข 14 ขออภัยที่ต้องให้รอ แต่ว่าตอนนี้พวกเราคิดว่าได้ผลคะแนนแล้ว” ตัวแทนพูดขึ้นมา ซึ่งทำให้ทั้งห้องเงียบเสียงกันทันที รอฟังว่าผลลัพธ์ที่พวกเขาพูดคุยกันนี้จะเป็นอย่างไร

 

“เนื่องจากนี่เป็นการแข่งขันของนักเรียนในสถาบันต่างๆ แต่นักเรียนอันซูหยวนนอกจากจะเป็นนักเรียนแล้ว ก็ยังเป็นหัวหน้าห้องวิจัยในกองทัพด้วย พวกเราได้ปรึกษากับเหล่าท่านผู้นำและได้ผลลัพธ์ดังนี้”

 

“หนึ่ง เนื่องจากการแข่งขันนี้ออกแบบมาเพื่อให้นักเรียนทุกคนได้ทำการแข่งขันกัน มาตรฐานจึงไม่ได้สูงมากนัก กระทั่งอาจจะมีเรื่อง “โชค” เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย นักเรียนหลายคนตกรอบก็เพราะโชคร้ายที่ทำให้ทดลองต่อไปไม่ได้ ดังนั้น...พวกเราไม่อาจจะมองข้ามเรื่องนี้”

 

“ดังนั้นขอคิดตามมาตรฐานของการแข่งขันระหว่างนักเรียน ผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 14 อันซูหยวน เธอเป็นคนที่ทำเวลาได้เป็นอันดับสอง ฉะนั้นการแข่งขันนี้จะไม่สามารถเป็นอันดับหนึ่งเด็ดขาด”

            

เมื่อได้ยินคำพูดของเขา สีหน้าของผู้ที่ได้ยินก็ดูไม่ดีนัก

 

“กรรมการ พวกท่านหมายความว่ายังไงครับ”

 

“ใช่แล้ว! คุณอันเป็นคนที่เปิดเผยทฤษฎีการวิจัยใหม่ออกมาแบบนี้ยังไม่ได้อันดับหนึ่งแล้วใครจะกล้ารับตำแหน่งนี้!”

 

“ใช่ พวกเราไม่ยอมรับ”

 

“พวกเราก็ไม่ยอมรับ!!” แทนที่จะเป็นอันซูหยวนที่ออกตัวไม่ยอมรับผล กลับเป็นคนอื่นๆที่ปฏิเสธออกมาแทน แม้แต่คนที่ทำคะแนนได้เป็นอันดับหนึ่งก็ยังไม่เห็นด้วย

            

ถึงเขาจะภูมิใจกับผลงานของตนเอง แต่ก็ยังรู้ดีว่าตัวเขาคงจะเป็นได้แค่อันดับสองเท่านั้น ทว่า...ตอนนี้คนพวกนี้กลับเหยียบย่ำความรู้สึกของเขา ทำให้อันซูหยวนไม่ได้อันดับหนึ่งเพราะเธอเข้าร่วมการแข่งขันของพวกนักเรียน นี่...นี่ไม่ได้หมายความว่ามาตรฐานตัวเขาก็ต่ำด้วยหรอกหรอ?

 

“ถ้าพวกท่านไม่เห็นด้วยที่จะให้คุณอันซูหยวนได้อันดับหนึ่ง ถ้าอย่างนั้น...ผมก็จะไม่ขอแข่งขันอีกต่อไป!” เขาประกาศกร้าวออกมา ท่าทางเด็ดขาดนี้ทำให้ซูหยวนยังต้องชื่นชม

 

…………………………………