LNCrawler

บทที่ 547 ผลก็คือ “0” (อ่านฟรี 3 ก.ย. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 547 ผลก็คือ “0” (อ่านฟรี 3 ก.ย. 69)

บทที่ 547 ผลก็คือ “0” 

 

หลังจากนั้น เมื่อมีการนำยาขวดที่สามออกประมูล ประธานจางเรียกราคาครั้งเดียวที่ 500 ล้านเครดิต ก็ไม่มีใครเรียกราคาสู้อีกต่อไป พวกเขาแค่เตรียมพร้อมที่จะไปองค์กรนักล่าสกุลจางเพื่อดูว่าจะสามารถแลกเปลี่ยนอะไรกันได้หรือไม่

            

ซึ่งงานประมูลที่ควรจะจบแค่ไหน คนมากมายเตรียมจะลุกกลับบ้านกันอยู่แล้ว ทว่า...พิธีกรกลับทำสีหน้าลึกลับแล้วกระแอมออกมา เรียกความสนใจของทุกคนได้เป็นอย่างดี

 

“แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน การประมูลนี้จบลงด้วยดีต้องขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจ ตระกูลอี้ของพวกเราเป็นตระกูลใหม่ที่ยังไม่ค่อยมีชื่อเสียงมากนัก ยาเหล่านี้ก็นำขายเป็นครั้งแรก ยังคิดอยู่ว่าอาจจะไม่มีใครสนใจจะซื้อยาเอาไปใช้ ฮะ ฮะ พวกเราเองก็ยังคิดไม่ถึงเลยว่าจะทำเงินได้มากมายเช่นนี้”

 

“ดังนั้น...เพื่อตอบแทนพวกท่าน ตระกูลอี้ของพวกเราได้เตรียมสินค้าลับสุดยอดมาแล้ว แขกผู้มีเกียรติอยากจะประมูลสินค้าเพิ่มอีกสักอย่างหรือไม่”

           

 ได้ยินเขาประกาศเช่นนี้ ผู้คนที่กำลังจะกลับก็ถูกดึงดูดอีกครั้ง หันกลับมานั่งที่เก้าอี้เดิมของตนเองด้วยความสนใจ ซึ่งพิธีกรก็ไม่ได้ชักช้าเกินไป เขาพูดต่อทันที

 

“การประมูลสุดท้ายนี้ได้ปรึกษากับประธานจางแล้ว ท่านประธานจางจะสละสิทธิ์ไม่ประมูลสินค้าสุดท้ายนี้ ไม่ใช่เพราะประธานจางไม่สนใจ แต่เพราะตระกูลอี้ของพวกเราจะมอบยานี้ให้กับประธานจางเพื่อตอบแทนที่ร่วมประมูลสินค้าของพวกเราอย่างดี”

 

“สิทธิ์ประมูลยาสุดท้ายนี้จึงเป็นของพวกท่านแล้ว!!”

            

พิธีกรพูดแบบนี้ เสียงปรบมือก็ดังขึ้นทั่ว พวกเขาอุตส่าห์จ่ายเงินซื้อยาระดับต่ำ ระดับกลาง และระดับสูง เสี่ยงกับการที่จะถูกตระกูลผู้ทำยาต่อต้านและอาจจะล้มเลิกความร่วมมือ ทั้งหมดก็เพื่อสิทธิในการประมูลยาระดับสูงสุดนี้ หลายตระกูลไม่ได้มีคนบาดเจ็บที่ต้องรีบใช้ยาด้วยซ้ำ ทว่า...หากพวกเขามีมันในตระกูล ไม่เท่ากับว่าเป็น “สมบัติ” ของตระกูลชิ้นหนึ่งเลยหรือ?

            

เกือบจะโชคร้ายที่การลงทุนลงแรงทั้งหมด ไม่มีสิทธิแม้แต่จะยกป้ายประมูล เพราะหลายตระกูลเกรงใจจางอู่หยางมาก เมื่อเห็นเขายกป้ายก็ไม่กล้ายกแข่งแล้ว 

 

ดังนั้นเมื่อได้ยินว่าประธานจางจะไม่เข้าร่วมประมูลยาครั้งต่อไป พวกเขาก็กระตือรือร้นมาก หลายคนอัดอั้นตันใจมานานแล้ว คันไม้คันมืออยากจะใช้เงินเหลือเกิน ทว่า...

 

“เดี๋ยวก่อนนะ เมื่อครู่พิธีกรไม่ได้บอกว่าจะเอายาสมานแผลระดับสูงสุดออกประมูลใช่ไหม?”

 

“อะไรนะ? หมายความว่ายังไง?”

 

“นั่นน่ะสิ ฉันก็คิดอยู่เหมือนกัน พิธีกรพูดแปลกๆอยู่ด้วยนะ”

            

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะเริ่มการประมูล รอยยิ้มลึกลับของพิธีกรก็ทำให้ผู้เข้าร่วมประมูลทุกคนเริ่มระแวดระวังตัวมากขึ้น ซึ่งในที่สุดก็มีบางคนคิดถึงคำพูดของพิธีกรได้ 

 

“ใช่แล้วครับ ทุกคนจะไม่ได้ประมูลยาสมานแผลระดับสูงสุดนะครับ”

 

“อะไรนะ? พวกเรามาที่นี่ก็เพื่อยาสมานแผลระดับสูงสุดที่ฟื้นชีวิตคนตายให้กลับมาเท่านั้น หากเป็นยาอย่างอื่น...พวกเราก็ไม่ต้องการ”

 

“ใช่แล้ว พวกเราไม่ต้องการ พวกเราเข้ามาที่นี่ก็เพื่อยาสมานแผลระดับสูงสุด”

 

“ใช่ ไม่เอายาอื่น”

 

“ไม่เอายาอื่น!!” 

 

ตัวแทนของตระกูลต่างๆหัวเสียทันที พวกเขารู้สึกเหมือนว่าตัวเองเพิ่งถูกหลอกไปก่อนหน้านี้ อุตส่าห์หลงดีใจ แต่สุดท้าย...จะไม่ใช่ยาสมานแผลที่พวกเขาต้องการหรือ? ถ้าอย่างนั้นพวกเขาจะต้องประมูลเพื่อแย่งยาอะไรกันล่ะ!

 

“ทุกท่านใจเย็นๆก่อน รอฟังคุณสมบัติของยานี้ ถ้าหาก...ไม่ต้องการยานี้จริงๆ เช่นนั้นก็ค่อยปฏิเสธการประมูลภายหลังก็ได้ เพราะฉันกลัวว่าทุกท่านจะเสียใจหากออกจากการประมูลในเวลานี้”

 

“ทุกท่านเองก็ไม่ได้รีบร้อนไม่ใช่หรอครับ? ถ้าอย่างนั้น...อยากจะลองฟังของดีที่แม้แต่ผมก็ยังอยากจะได้ดูไหมครับ” พิธีกรมีความสามารถในการพูดจริงๆ เขาไม่ขมวดคิ้วไม่เปลี่ยนสีหน้าด้วยซ้ำ ราวกับว่าตั้งแต่แรกก็ได้จงใจจะสร้างปัญหาแบบนี้ ทำให้ผู้เข้าร่วมการประมูลไม่พอใจ หลังจากนั้นก็ค่อยตบหน้าพวกเขา เอาของที่พวกเขาอยากได้มากที่สุดออกมาแสดง

            

คนที่ฉลาดหน่อยเข้าใจว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะพูดเล่นได้ อีกทั้ง...พวกเขาก็ไม่ได้รีบอย่างพิธีกรว่าจริงๆ งานประมูลนี้เป็นงานประมูลเพื่อเปิดตัวตระกูลอี้ ถ้าตระกูลอี้กล้าเล่นตลก เช่นนั้นก็อย่าหวังเลยว่าจะได้อยู่ในวงการผู้ขายยาอีกต่อไป ดังนั้น...พวกเขาเชื่อว่ายาที่จะเอาออกประมูลนี้คงไม่ได้แย่ไปกว่ายาสมานแผลระดับสูง

            

เห็นว่าแขกเหรื่อเริ่มสงบ แน่นอนว่าพวกที่ไม่พอใจกับท่าทางของพิธีกรและตระกูลอี้ก็ออกไปแล้ว พวกเขาไม่เชื่อว่าจะมีอะไรดีไปกว่ายาสมานแผลระดับสูง ดังนั้นเมื่อไม่ได้ยาสมานแผลระดับสูงแล้ว พวกเขายังจะต้องการอะไรอีก

            

ดังนั้น...คนที่ควรจะออกไปก็ออกไปแล้ว คนที่ควรจะนั่งอยู่ก็นั่งอยู่กับที่อย่างสงบแล้ว พิธีกรเห็นแบบนั้นก็ผายมือไปยังด้านหลัง ปรากฏ “ขวดสีใส” ซึ่งบรรจุของเหลวใสถูกเข็นออกมา มันถูกใส่อยู่ในกล่องด้วยความระมัดระวัง ท่ามกลางความอยากรู้อยากเห็นของผู้เข้าร่วมประมูลทั้งหมด

 

“ทุกท่านคงอยากจะรู้แล้วว่านี่คือยาอะไร ตระกูลอี้กำลังเล่นตลกอะไรกันแน่ใช่หรือไม่ ดังนั้น...เพื่อไม่ให้เสียเวลา ผมของแสดงข้อมูลให้ทุกท่านได้อ่าน ซึ่งเป็นข้อมูลจากการวิเคราะห์และตัวอย่างการทดลองเพื่อให้เป็นที่ประจักษ์ ขอเชิญชมได้เลยครับ”

            

เมื่อเขาพูดจบ ภาพด้านหลังก็ฉายข้อมูลละเอียดยิบของยาที่นำมาแสดงทันที ซึ่งรายละเอียดพวกนี้หลายคนเข้าใจ แต่หลายคนก็ไม่เข้าใจ 

            

พวกเขาส่วนใหญ่ที่นี่เป็นตระกูลนักล่า จะมีคนที่สามารถรู้เกี่ยวกับรายละเอียดการวิจัยมากมายเช่นนี้ได้อย่างไร ทว่า...ทางตระกูลอี้ก็เตรียมพร้อมมาอยู่แล้ว เรื่องของข้อมูลก็คือเรื่องข้อมูล ข้างๆกันนั้นมีเด็กเล็กๆ 10 คน และผู้ใหญ่ที่ดูงุ่มง่ามอีก 10 คน 

            

ทั้ง 20 คนผ่านการตรวจสอบวัดค่าสารพิษทั้งหมด ตัวเลขพุ่งสูงมากๆ โดยเฉพาะชายคนหนึ่งซึ่งเป็นนักล่าที่พวกเขารู้จักกันดี และคนๆนั้นก็คือ “พันเอกกวน” 

            

ชายร่างใหญ่ยิ้มภาคภูมิใจอยู่ด้านล่างเมื่อเห็นว่าช่วงพิเศษนี้มาถึงแล้ว อันที่จริง...เขาภูมิใจตั้งแต่ที่ได้รับคำเชิญก่อนหน้านี้แล้ว แม้จะได้ยินว่าเป็นคำเชิญให้เข้าร่วมการทดสอบยาชนิดใหม่ของอันซูหยวน มีความเสี่ยงอันตรายมาก แต่...เพื่อตอบแทนบุญคุณของเธอ เขากลับเต็มใจที่จะเดินออกไปท่ามกลางเสียงคัดค้านของทุกคน

            

และแล้ว...เขาก็ได้พบว่าการติดตามอันซูหยวนโดยไม่ต้องสนใจเลยว่าเธอจะทำอะไรนั้นเป็นความคิดที่ถูกต้องแล้ว เพราะนอกจากจะได้ตอบแทนบุญคุณ เขากลับรู้สึกว่าตัวเองไปรับผลประโยชน์กลับมาเพิ่มเสียมากกว่า

            

หลายคนที่สนิทกับพันเอกกวนก็หันไปมองเขา ชายชราพยักหน้าเป็นสัญญาณให้รอดูผล ค่าสารพิษในร่างของเขาค่อนข้างสูงมาก อาจจะเพราะตลอดเวลายุ่งอยู่กับเขตพื้นที่ล่า แม้จะสวมใส่ชุดป้องกันอย่างดี แต่สารพิษก็รั่วไหลเข้ามาจำนวนมาก ยิ่งถ้าเกิดบาดแผล มันก็จะทำให้เขามีช่องว่างในการรับเอาสารพิษเข้ามาในกระแสเลือดได้ง่ายขึ้น

            

ตัวเลข 147 ที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้ทุกคนถอนหายใจออกมา นักล่า หรือทหารระดับสูง ค่าสารพิษก็อยู่ที่ประมาณนี้ เรียกว่าเกินขีดจำกัดไปแล้ว หากไม่ใช่ผู้ใช้พลังงานที่กดข่มสารพิษในร่างกายได้ บางทีอาจจะล้มป่วยตายไปนานแล้ว

            

จากนั้นภาพก็ฉายไปที่ทุกคนซึ่งถือยาสีใสขึ้นมาแล้วกระดกรวดเดียวพร้อมกันหมด พวกเขาอธิบายว่าผ่านไป 60 นาที โดยผู้เข้าร่วมทดลองยังอยู่ในห้องไม่ได้ไปไหน จากนั้นพวกเขาก็เข้าสู่การวัดค่าสารพิษอีกครั้ง

 

“พวกเขากำลังจะทำอะไร? อย่าบอกนะว่าจะขายยาที่ช่วยลดสารพิษในร่างกายน่ะ”

 

“เฮ้อ อุตส่าห์รอดูว่าจะทำอะไร สุดท้ายก็ขายยาที่ไม่มีประโยชน์พวกนี้หรือ?”

 

“นั่นน่ะสิ ไร้สาระ ฉันจะไปแล้วนะ”

 

“ฉันก็ไปด้วยเหมือนกัน เดิมทียังคาดหวัง แต่พอเห็นแบบนี้ก็ไม่น่าสนใจแล้ว ใครอยากจะได้ก็ได้ไป ฉันแค่จะไปซื้อชุดป้องกันดีๆมาใส่เพิ่มก็เท่านั้น”

 

“ตระกูลอึ้คิดผิดแล้วที่เอายาตัวนี้มาปิดจบ มันทำให้ความรู้สึกของผู้เข้าร่วมไม่ดีเอาเสียเลย” 

 

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ยังคงดังต่อไปจนกระทั่ง...การวัดค่าสารพิษทั้งหมดจบลง และคนของตระกูลอี้ก็ก้าวมาข้างหน้า หลังจากนั้นก็แสดงผลลัพธ์ของการตรวจสอบให้เห็นพร้อมกัน

 

“0”  “0”  และ “0” 

 

“!!!!”

            

ผลลัพธ์ที่ออกมาเป็น 0 สำหรับทุกคน ไม่ว่าจะสารพิษหลักสิบหรือหลักร้อยอย่างพันเอกกวนนั้นทำให้ผู้ชมทั้งหมดได้แต่นั่งอึ้งไปตามๆกัน

            

คนที่กำลังลุกออกมาจากที่นั่ง เห็นว่าทุกคนเงียบไปก็หันไปมองบ้าง แล้วก็อยู่ในท่าเดียวกันทันที พวกเขาเห็นการทดสอบช่วงแรกที่ทุกคนมีค่าสารพิษจำนวนมาก พอพบว่าค่าสารพิษทั้งหมดไม่เหลืออีกต่อไป สิ่งนี้...อย่างแรกที่พวกเขาคิดก็คือ “หลอกลวง”

            

ใช่แล้ว! นี่จะต้องเป็นการหลอกลวงแน่ๆ มันจะมีวิธีที่ทำให้สารพิษในร่างกายเหลือ 0 ได้อย่างไร!

 

ในภาพที่อัดวิดีโอเอาไว้ พันเอกกวนไม่ได้ต่างจากทุกคนเลย เขาเองก็ตกใจไม่อยากเชื่อผลลัพธ์ที่ออกมาเช่นกัน ดังนั้นชายร่างใหญ่จึงคว้าหอกของตนเองขึ้นมาก่อนจะกวัดแกว่งไปรอบๆอีกครั้ง 

 

ผลลัพธ์ที่แสดงให้เห็นก็คือ ลมพายุที่บ้าคลั่งโหมกระหน่ำออกมา ตอนนั้นพันเอกกวนเข้าใจแล้วว่าร่างกายของเขาเบากว่าเดิมมาก คนวิ่งออกไปอย่างไม่รักษาภาพลักษณ์อีกต่อไป จากนั้นก็วัดค่าพลังงานที่อยู่ในร่างกายของตน

 

“ค่าพลังงาน 470!! นี่...นี่จะเป็นไปได้ยังไง ก่อนหน้านี้ค่าพลังงานของฉันอยู่ที่ 312 เท่านั้น! จู่ๆ จู่ๆก็ขึ้นมาแบบนี้...” เขาอุทานออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ จากนั้นก็ตะโกนเรียกหญิงสาวที่กอดอกดูผลลัพธ์อยู่

 

“พันเอกกวน นี่เป็นเรื่องปกติค่ะ หลังจากที่สารพิษที่อุดตันในร่างกายถูกจัดการออกไปหมด ดังนั้นจึงมีช่องว่างขนาดใหญ่ เพราะคุณเป็นผู้ใช้พลังงานที่แข็งแกร่งและร่างกายก็พร้อมสำหรับการรับเอาพลังงานเข้ามา จึงมีพลังงานเข้ามาได้โดยอัตโนมัติค่ะ หลังจากนี้หากยังฝึกอย่างเข้มข้น...ยังสามารถผลักดันไปให้ถึงจุดที่ยังไม่เคยไปได้ด้วย” หญิงสาวที่อยู่ในภาพอธิบาย และหญิงสาวที่พูดถึงนั้นก็คืออันซูหยวนนั่นเอง

            

จากนั้นภาพก็ตัดไปที่คนอื่นๆซึ่งเป็นตัวอย่างทดลองเหมือนกัน จากเดิมที่ไม่ได้ตรวจสอบค่าพลังงาน พวกเขาก็แสดงผลค่าพลังงานให้ได้ดู 

 

เด็กๆที่ควรจะไม่มี “ค่าพลังงาน” เพราะยังไม่ถึงเวลาการตื่นหรือดูดซับ อีกทั้งตอนที่มาถึงก็ยังเป็นแค่เด็กผอมแห้งดูยากไร้ เสื้อผ้าของพวกเขายังเต็มไปด้วยคราบฝุ่นดูไม่สะอาดเอาเสียเลย ดังนั้น...ย่อมยืนยันได้ว่าก่อนหน้านี้ เด็กๆพวกนี้ไม่น่าจะเป็นผู้ใช้พลังงานได้

            

ต่อให้มีผู้ใช้พลังงาน ก็ไม่ใช่จะเป็นเด็กทั้งหมด นอกจากนี้...ยังมีหลายคนที่ค่าพลังงานเริ่มต้นแค่ 1 หมายความว่า...พวกเขาเพิ่งปลุกพลังงานได้เมื่อครู่นี้เอง นี่...ยิ่งเป็นผลลัพธ์ที่ทำให้น่าตกใจมากกว่าเดิมเสียอีก

 

“หนึ่ง หนึ่งพันล้านเครดิต!!” 

 

ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเริ่มตะโกนออกมาก่อน แต่นั่นทำให้สติของผู้เข้าร่วมทั้งหมดกลับมา จากนั้นความบ้าคลั่งก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

 

“หนึ่งพันห้าร้อยล้านเครดิต ฉันต้องการ ฉันต้องการยานี้!!” 

 

เสียงตะโกนของพวกเขาทำให้พิธีกรควบคุมไม่ได้อีกต่อไป เขาไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยซ้ำว่าคนสุดท้ายที่ยกป้ายเป็นใคร ต่างคนต่างไม่ฟังกัน มีกระทั่งหลายคนเริ่มยืนขึ้น พวกเขาเตรียมจะกระโดดขึ้นเวทีแล้วด้วยซ้ำ

 

“ทุกท่านใจเย็นๆก่อน ถ้าหากทำแบบนี้จะประมูลกันไม่ได้นะครับ ทุกท่าน!” พิธีกรพยายามแล้วแต่ก็ไม่สามารถหยุดความวุ่นวายได้ สุดท้ายเขาจึงหันไปหาอันซูหยวนที่เป็นเหมือนกับเจ้าของงานนี้เพื่อขอความช่วยเหลือ

            

หญิงสาวเองก็คาดเอาไว้อยู่แล้วว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ดังนั้นเธอจึงเคลื่อนไหวทันทีเมื่อเห็นว่าเรื่องนี้เกินกว่าจะควบคุมแล้ว หนูทองลายขาวที่อยู่รอบๆได้รับสัญญาณก็กระโดดขึ้นเวทีทันที พวกมันเรียกใช้บาเรียป้องกันจนทำให้ผลักผู้คนมากมายที่จะอาศัยจังหวะชุลมุนนี้ในการคว้าขวดยามาเป็นของตนเอง

            

ปัง!!

            

แรงกระแทกจากการที่บาเรียป้องกันเปิดออก กันคนที่พุ่งเข้ามาจนกระเด็นตกเวทีออกไปทั้งหมดครั้งเดียว ซึ่งพวกเขายังไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองเพิ่งได้เจอกับอะไร หลายคนร่วงลงไปแล้วยังคงสับสนมึนงงอยู่ มองขึ้นไปบนเวที ขวดยาที่ทรงพลังนั้น...หากเป็นพวกเขาที่ได้กินล่ะก็....

            

ความโลภยังปรากฏในสายตาของทุกคน หากแต่อันซูหยวนกลับค่อยๆก้าวผ่านพวกเขาไปทีละคนก่อนจะยืนบนเวทีอย่างสง่างาม

            

ณ เวลานี้ เสียงของพวกเขาเหมือนถูกกดเอาไว้ไม่ให้ออกมา แต่ละคนอยากจะส่งเสียง ทว่า...ตอนนี้ทำได้เพียงมองขึ้นไปด้านบนที่มีร่างหญิงสาวยืนอยู่เท่านั้น

 

……………………………….