บทที่ 550 พบเจอที่ชายแดน (อ่านฟรี 6 ก.ย. 69)
บทที่ 550 พบเจอที่ชายแดน (อ่านฟรี 6 ก.ย. 69)
บทที่ 550 พบเจอที่ชายแดน
“ฉันอ่อนแอมากๆในตอนนั้น ก็เลยกลายเป็นภาระของคนอื่น น้องชายของเธอตายก็เลยกลายเป็นความผิดของฉันด้วย จากนั้นพวกเราก็ไม่ลงรอยกันอีกเลย”
“แต่เรื่องนี้ไม่ยุติธรรมเลยใช่ไหม ฉันเองก็ไม่ได้เป็นคนดึงอีกฝ่ายลงมาเสียหน่อย ฉัน...ทั้ๆที่ฉันเองก็เตรียมใจจะตายเอาไว้แล้วแท้ๆ ความรู้สึกผิดนี้ก็อยู่ในความรู้สึกผิดของฉันมาตลอดเช่นกัน ฉันเองก็เศร้าเหมือนกันไม่ใช่รึไง”
“แต่เมื่อไม่นานมานี้ จู่ๆพวกเราก็ได้รับข่าวใหม่ ที่อาณาเขตอัศวินหงส์ขาว....พวกเขาพบเจอร่องรอยบางอย่างที่นั่น มีทหารหลายคนบอกว่าเจอหลักฐานผู้มีชีวิตรอด และอาศัยอยู่ในนั้น”
“เกิดเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งเป็นพื้นที่ลับ พวกเขาไม่ปล่อยให้คนนอกเข้าไป ต่อให้พยายามหาแค่ไหน ถ้าไม่ได้รับการยอมรับก็จะไม่มีทางเข้าไปได้ ดังนั้น...พวกเขตอัศวินราชินีเหมันต์จึงพยายามทุกวิถีทางแล้ว สุดท้ายก็ไม่ได้เข้าไปตรวจสอบอยู่ดี”
“จนในที่สุดพวกเธอก็ยอมแพ้ แล้วก็ประกาศออกมาเพื่อเชิญชวนให้เหล่าตัวแทนจากอาณาเขตต่างๆได้ลองบ้าง นี่...ดูเหมือนจะเป็นความหวังสุดท้ายของพวกเขาแล้วเช่นกัน ถ้าไม่ใช่เพราะลองมาหลายปีแล้วและก็ยังไม่มีผลลัพธ์ดีๆ เชื่อได้เลยว่าอัศวินราชินีเหมันต์คงไม่ยอมเปิดช่องให้อาณาเขตอื่นๆส่งคนเข้าไปได้”
“เรื่องนี้....ที่จริงฉันอยากจะไปด้วยตนเอง แต่ฉันเป็นอัศวินของอาณาเขต ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นที่นั่น สงครามระหว่างสองอาณาเขตจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน”
“นอกจากนี้...ฉันก็มีความคิดจะส่งเจ้าสี่ไปด้วย แต่....ฉันก็ขี้ขลาดเกินกว่าจะไปปล่อยเขาไป ในตอนนี้เขาแทบจะเป็นผู้สืบทอดคนเดียวที่เหลืออยู่ของฉัน ถ้ามีคนอื่นรู้เข้า เขาน่าจะเป็นเป้าหมายให้สังหารแน่ ดังนั้นตอนนี้จึงเหลือแค่เพียงเธอ...”
“ฉันรู้ว่านี่เป็นคำขอที่เหลวไหลมากๆ มันเป็นคำขอที่เห็นแก่ตัวของฉันเอง ฉันไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าฉันต้องการจะไปที่นั่นเพื่อช่วยเขา เพราะเรื่องมันผ่านมาหลายปีแล้ว ถ้าปัญหาที่เกิดขึ้นใหญ่โตนี้ แท้จริงแล้วมีจุดเริ่มต้นมาจากเรื่องในอดีต ฉันคิดว่าจะต้องมีคนเอาเรื่องนี้ไปก่อจราจลแน่ๆ”
“ดังนั้น...ฉันต้องการจะขอให้เธอช่วย ถ้าเธอสามารถทำได้ ก็ยังอยากจะขอให้เป็นเธอที่แสดงเจตนารมณ์อยากจะไปที่นั่นเอง อ่า....แน่นอนว่าฉันจะมีของรางวัลให้อย่างดี สมบัติที่ฉันสะสมมา...ขอแค่ได้เจอเขา ถ้าหาเขาพบล่ะก็...ฉันพร้อมจะให้เธอเลือกเอาไปได้เลย”
อัศวินหงส์ขาวบีบมือของซูหยวนแน่น เธอกำลังกลัวว่าซูหยวนจะปฏิเสธ แต่ในความเป็นจริงแล้ว..แทนที่จะรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาหรือภาระของตน ซูหยวนกลับรู้สึกดีเสียด้วยซ้ำ
นี่ไม่ใช่โอกาสใหญ่หรอกหรือ? ก่อนหน้านี้เธอพยายามแทบตายเพื่อที่จะขอสิทธิ์เข้าไปล่าในพื้นที่ของพวกเขา แต่ครั้งนี้...อัศวินทั้งหลายต้องการเชิญเธอให้เข้าไป แถมยังมีรางวัลมอบให้ด้วย แบบนี้ซูหยวนจะปฏิเสธทำไม
แม้ว่าไม่สามารถแสดงออกว่าอยากเข้าไปจนออกนอกหน้า แต่เธอก็วางมือบนหลังมือของอัศวินหงส์ขาวคล้ายกับปลอบประโลมก่อนจะกล่าว
“ในเมื่อเป็นสิ่งที่ท่านติดค้างมานาน เช่นนั้น...ฉันก็จะช่วยตรวจสอบเรื่องนี้แทนเองค่ะ ฉันไม่รับปากว่าจะพบเจอตัวคุณชายท่านนั้นหรือไม่ แต่ฉันสามารถไปที่นั่นเพื่อยืนยันได้ และจะพยายามทำให้ดีที่สุดค่ะ”
“ฉันรู้ ขอบคุณมากจริงๆ” อัศวินหงส์ขาวเหมือนยกของหนักออกจากอกเมื่อได้ยินคำตอบนั้น
เธอรู้สึกอึดอัดมาเสมอ ถ้าหากอันซูหยวนไม่ช่วยเหลือ เช่นนั้นทางที่ทำได้ก็คือการส่งเจ้าสี่ไปที่นั่น แต่เขากำลังจะแต่งงาน...ถ้าเธอส่งเขาไป ไม่เท่ากับขัดขวางทางคู่รักคู่นี้หรือ?
เธอคงจะถูกเด็กสวี่เกลียดชังแน่ๆถ้าทำแบบนั้น สุดท้าย...นอกจากเจ้าสี่แล้ว คนที่เธอเชื่อใจจนสามารถพูดเรื่องนี้ได้ก็คืออันซูหยวน หากเป็นเช่นนั้น...สู้ไม่ต้องให้เขารู้ เตรียมพร้อมสำหรับการแต่งงานไป ส่วนเธอก็รอถามเด็กสาวด้วยตนเองคงจะดีกว่า การตัดสินใจเช่นนี้ทำให้เธอกระวนกระวายใจมาเกือบ 2 สัปดาห์แล้ว
เพราะพวกคนจากเขตศักดิ์สิทธิ์ออกไปเขตมลพิษไม่ได้ การจะตามหาตัวของเด็กสาวทำได้แค่ต้องแจ้งคนจากเขตมลพิษด้วยกันเท่านั้น
ดีที่เธอได้ติดต่อกับจางอู่หยางและพบว่าอีกไม่นานซูหยวนจะเดินทางมาที่นี่ ทำให้เธอยังรอได้ ไม่อย่างนั้นคงจะหาทางส่งตัวเองไปที่นั่นแล้ว ต่อให้ต้องตาย...เธอก็แค่เตรียมมอบตำแหน่งอัศวินคนต่อไปให้เจ้าลูกชายตัวดีก็พอไม่ใช่หรือ?
เอาเถอะ ในที่สุดเรื่องนี้ก็เบาใจได้แล้ว อีกเพียง 6 วันเท่านั้นที่อัศวินราชินีเหมันต์จะเปิดพื้นที่ของตนเอง หลังจากนี้อันซูหยวนต้องเดินทางภายใน 2 วันหากเธอต้องการจะไปที่นั่นตามปกติ
แต่ดีที่เธอมีพาหนะเป็นสัตว์ขี่ แม้ว่าจะมาจากเขตมลพิษ ทว่าตอนนี้การมาถึงของผู้คนจากเขตมลพิษเป็นเรื่องปกติแล้ว ฉะนั้นคงจะอนุญาติให้เข้าร่วมได้ อย่างนั้นจะเปลี่ยนเป็นเดินทางใน 1 วันก็ยังทัน
“ฉันจะแจ้งเรื่องการเข้าร่วมไปที่อาณาเขตอัศวินราชินีเหมันต์ แล้วก็ได้ยินว่าเธอสนิทสนมกับเจ้าเมืองจางคนนั้น หากต้องการให้เขาไปด้วยก็สามารถเชิญเขาไปได้นะ ที่นั่นอาจจะมีอันตรายมาก หากมีคนที่เธอไว้ใจก็น่าจะดีกว่า แล้วก็...ทรัพยากรที่หามาได้จากที่นั่นจะเป็นของพวกเธอทั้งหมด ทหารของฉันที่ส่งไปด้วยจะแค่ดูแลความปลอดภัยให้เธอ”
อัศวินหงส์ขาวใจกว้างมาก ถึงอย่างไรก็เป็นเธอที่ขอร้องให้อันซูหยวนไปช่วยงาน แถมสถานะของอีกฝ่ายตอนนี้ไม่ใช่คนใช้ของเธอ แต่เป็น “บุตรี” คนหนึ่ง ดังนั้นศักดิ์และสิทธิ์ทุกประการที่บุตรีของอัศวินควรได้รับ เธอก็ต้องได้รับเช่นกัน
ซูหยวนเองก็พยักหน้ารับ เธอเองอยากจะเชิญประธานจางไปด้วยกันอยู่แล้ว นี่ไม่ใช่เพราะเธอกลัวว่าจะเป็นอันตราย แต่เธอรู้ว่าหากเขาได้ไปที่นั่น จะต้องกวาดทรัพยากรดีๆมาไม่น้อยแน่นอน แต่..เธอไม่ใช่เจ้านายของเขา หากประธานจางไม่อยากไป เธอจะบังคับเขาได้หรือ?
“ขอบคุณค่ะ ฉันจะลองชวนเขาไปด้วยกัน เผื่อว่าจะมีคนช่วยกันทำภารกิจนี้ให้สำเร็จได้ แต่ต่อให้ท่านจางอู่หยางไม่ไปด้วย ฉันก็จะทำหน้าที่ให้ดีค่ะ”
ทั้งสองพยักหน้าให้กัน จากนั้นอัศวินหงส์ขาวจึงยอมปล่อยตัวซูหยวนออกมาจากห้องของเธอ ซึ่งผ่านไปแค่ไม่กี่นาที ซูหยวนยังไม่ทันจะได้เดินออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่ ก็มีประกาศแต่งตั้งให้เธอเป็นผู้นำคณะเดินทางไปที่อาณาเขตอัศวินราชินีเหมันต์ออกมาแล้ว
เพื่อไม่ให้คนอื่นสงสัย เรื่องนี้จึงประกาศออกไป กลายเป็นว่าซูหยวนมาพบอัศวินเพื่อขอไปที่อาณาเขตอัศวินราชินีเหมันต์ด้วยตนเอง แม้ว่าราชินีหงส์ขาวจะไม่ค่อยชอบอีกฝ่าย ทว่า...การส่งธิดาบุญธรรมไปที่นั่นก็เหมือนเป็นการเปิดหูเปิดตา ฉะนั้นจึงไม่ห้ามปรามแต่อย่างใด แถมยังส่งไปอย่างเป็นทางการ ทำเรื่องแจ้งขอให้อัศวินราชินีเหมันต์ปกป้องเธอด้วย
จางอู่หยางผู้ที่ไม่เคยพลาดโอกาสได้อยู่ใกล้หญิงสาวคนรักก็ตอบรับในเวลาอันสั้น เขารีบร้อนเดินทางมาหาเธอทันทีเมื่อได้รับจดหมาย ทำให้ใช้เวลาเพียงแค่ 1 วันเท่านั้น ซูหยวนเองก็ได้พักผ่อนในช่วงนี้ จากนั้นขบวนเดินทางของพวกเธอก็พร้อมแล้ว
ซูหยวนขึ้นไปอยู่บนหลังของราชินีตั๊กแตนน้ำ ซึ่งเป็นสัตว์กลายพันธุ์ที่พวกคนจากเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ด้วยความเร็วของพวกมันที่มากกว่าสมาชิกจากเผ่าพันธุ์ในเขตอัศวินหงส์ขาว การบินตามหลังของราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ทำให้พวกเขาดูสูงส่งขึ้นมาก ท่าทางการจัดขบวนนี้จึงเต็มไปด้วยความองอาจและยิ่งใหญ่
“มีข้อมูลของพื้นที่ล่าเขตอัศวินราชินีเหมันต์หรือยัง” จางอู่หยางถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง ซูหยวนพยักหน้ารับ เธอมีข้อมูลที่ได้ฟังจากคนของอัศวินหงส์ขาวมาแล้ว ดังนั้นจึงยื่นเอกสารไปให้อีกฝ่ายด้วย
ชายหนุ่มรับไปดูในระหว่างการเดินทางด้วยพวกตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ คิ้วหนาของเขาขมวดมุ่นเล็กน้อยก่อนจะส่งเอกสารคืนมาให้เธอแล้วก็ยื่นเอกสารที่เขาเตรียมไว้ให้อีกฉบับ
“นี่เป็นข้อมูลที่รวบรวมมาจากเขตอัศวินราชินีเหมันต์ อาจจะเป็นประโยชน์เมื่อไปถึง” สองฝ่ายแลกเปลี่ยนข้อมูลให้กัน ซูหยวนเองก็ตั้งใจอ่านข้อมูลเพิ่มเติมนี้ด้วย แม้ว่าเธอจะได้ยินคร่าวๆมาจากอัศวินหงส์ขาวแล้วก็ตาม
พื้นที่ในเขตอัศวินราชินีเหมันต์ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่หนาวเหน็บ สมกับที่เป็นเขตของอัศวินราชินีเหมันต์ซึ่งได้ยินว่ามีพื้นที่ลับ 2 แห่ง มักจะปลดปล่อยออร่าความเย็นออกมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงเปลี่ยนพื้นที่รอบๆอาณาเขตให้เป็นพื้นที่ที่มีเพียงหิมะตก เจอแต่ความหนาวเย็นด้วย
ดังนั้นพืชที่เพาะปลูกได้จึงมีไม่มากนัก เศรษฐกิจของที่นี่ส่วนใหญ่เน้นไปที่การผลิตในขั้นสอง พวกเขาจะนำเข้าสินค้าต่างๆมาจากอาณาเขตอื่นๆ แล้วก็อาศัยข้อได้เปรียบทางสภาพภูมิอากาศในการเก็บของสดเอาไว้ได้นาน แล้วเปลี่ยนมันไปขึ้นรูปเป็นอาหารอย่างอื่น
นอกจากนี้ พวกเขายังมีความสามารถในการเลี้ยงสัตว์มีขนจำนวนมากด้วย สัตว์ที่ชอบอาศัยในพื้นที่หนาวเหน็บมีพวกแกะขน พวกสิงโตดาว และพวกหนอนไหมจำนวนมาก ดังนั้นอาณาเขตอัศวินราชินีเหมันต์จึงมีชื่อเสียงในการขายเสื้อผ้า ยิ่งพวกเขาใช้จุดเด่นนี้ของตนเอง พัฒนาให้กลายเป็นผู้นำวงการแฟชั่น ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทุกอาณาเขตจะต้องการเสื้อผ้าจากเขตของพวกเขา
ซูหยวนอ่านข้อมูลไปด้วย เดินทางไปด้วย ในที่สุดก็ถึงอาณาเขตอัศวินราชินีเหมันต์แล้ว เพราะมีทหารนำหน้ามา ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องแสดงบัตรประจำตัวเวลาผ่านทางเข้าเขตอื่นๆ เดิมทีเธอยังคิดว่าการมีจดหมายแจ้งมายังอัศวินราชินีเหมันต์แล้ว จะทำให้ขบวนของเธอผ่านไปเฉยๆเสียอีก ทว่า...กลับต้องหยุดอยู่ที่ด่านทางเข้าเสียอย่างนั้น
“นี่เป็นขบวนเดินทางของคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวที่ได้ทำเรื่องแจ้งมาล่วงหน้าแล้ว และก็ได้รับการตอบรับแล้ว เหตุใดพวกคนของเขตอัศวินราชินีเหมันต์จึงยังขวางทางขบวนนี้อีก หรือว่า...มีเจตนาที่จะดูแคลนพวกเรางั้นหรือ?”
ทหารของท่านอัศวินหงส์ขาวไม่ใช่พวกไม่รู้ความ พวกเขาเองก็มีเกียรติให้ต้องรักษา ต่อให้หลายคนจะไม่ชอบใจที่อันซูหยวนซึ่งเป็นคนของเขตมลพิษได้กลายเป็นคุณหนูคนสำคัญของอาณาเขตพวกเขา กระนั้น...ความพอใจก็ส่วนความไม่พอใจ แต่เกียรติก็ต้องรักษาเอาไว้ ถ้าปล่อยให้คนสำคัญของเขตตนเองถูกดูแคลน นี่จะไม่เท่ากับเป็นการดูแคลนพวกเขาไปด้วยรึไง
สีหน้าของพวกเขาพร้อมเอาเรื่องเต็มที่ หากแต่คนของเขตอัศวินราชินีเหมันต์กลับรีบโบกมือ
“อย่าใจร้อน อย่าเพิ่งเข้าใจผิด เรื่องนี้ไม่ได้มีอะไรเลย ไม่มีใครอยากจะมีปัญหาอะไรกับใครทั้งนั้น”
“ไม่อยากมีปัญหาแล้วมาขวางพวกเราทำไม”
“พวกเราไม่ได้จะขวางทันไว้ แต่เพราะว่า...” ทหารที่พยายามจะอธิบายความเข้าใจร้อนรนมาก ดูไม่เหมือนการเสแสร้ง และก่อนที่พวกเขาจะพูดจบ เสียงแหลมหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมา
“ขออภัยทุกท่านด้วยที่ทำให้เข้าใจผิด คนที่ขอให้หยุดพวกท่านเอาไว้ก่อนก็คือฉันเอง” ในตอนที่สถานการณ์ไม่สู้ดีนัก ความขุ่นมัวของพวกทหารถึงจุดสูงสุด แต่ทันทีที่มองเห็นผู้มาใหม่ บรรยากาศที่งดงาม สูงสุด และแตะต้องไม่ได้นั้นทำให้พวกเขาเหมือนกับสุนัขตัวเล็กที่ทำได้แค่แอบมองดูอยู่ไกลๆเท่านั้น...
“คะ คุณหนู ในที่สุดท่านก็มา.....” ทหารของอัศวินราชินีเหมันต์กล่าวตะกุกตะกัก ลมหายใจของพวกเขาเกือบจะถูกช่วงชิงไปโดยความงามนี้
แน่นอนว่าคนของเขตอัศวินราชินีเหมันต์เป็นอย่างไร คนของเขตอัศวินหงส์ขาวกลับเป็นมากกว่า! เพราะพวกเขาไม่เคยเห็นใบหน้าที่สวยงามและเสน่ห์ที่เกินจะต้านทานนี้มาก่อน พอได้เห็นเป็นครั้งแรกย่อมตั้งหลักไม่ทัน หลายคนถึงกับมือสั่นเทา ไม่รู้ว่าควรจะยกมาตบใบหน้าของตนเองเพื่อลงโทษที่กล้ามองความงามนี้ หรือจะคว้าดาบมาฟันคอสหายที่กล้ามองอีกฝ่ายดี
ช่างเป็นออร่าพลังที่ทำให้คนฆ่ากันได้เพียงแค่ปรายตามองจริงๆ
ซูหยวนสัมผัสได้ถึงอันตรายนี้ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่เธอกลับเลือกที่จะมองไปยังประธานจางก่อนเป็นอันดับแรก หัวใจของเธอสั่นไหวราวกับกำลังกลัวว่าเขาจะหลงไหลไปกับความงามนี้เหมือนกัน ทว่า...เมื่อเธอมองไปที่เขา ชายหนุ่มก็หันมามองเธอด้วย
สายตาที่เต็มไปด้วยความเย็นชาก่อนหน้านี้เปลี่ยนเป็นอบอุ่นเมื่อมองเธอ เขายังยกมือลูบหัวซูหยวนคล้ายต้องการปลอบประโลมด้วย
รอยยิ้มของผู้ที่ดูอยู่ยิ่งลึกขึ้นมากกว่าเดิมเสียอีกเมื่อเห็นภาพนี้ เธอกรีดกรายเดินเข้ามาก่อนจะแสดงท่าทางเคารพ
“ธิดาบุญธรรมของท่านอัศวินหงส์ขาว ยินดีต้อนรับเข้าสู่อาณาเขตอัศวินราชินีเหมันต์ ฉันชื่อว่าเสวี่ยจิง เป็นธิดาของท่านอัศวินราชินีเหมันต์” เห็นทางนั้นแนะนำตัว แม้ว่าซูหยวนจะไม่ค่อยอยากเป็นมิตรกับอีกฝ่ายนัก ทว่าเรื่องการแสดงเป็นดอกบัวขาวหรือแม่ชาเขียว เธอก็ทำได้ทั้งนั้น
สุดท้ายรอยยิ้มของซูหยวน คนที่คล้ายว่าจะเป็นเสือยิ้มยากกลับปรากฏขึ้นมา แม้จะไม่งดงามเท่าคุณหนูเสวี่ยจิง แต่กลับดูจริงใจกว่ามาก
ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นสายตาของเธอก่อนหน้านี้ หลายคนคงจะเชื่อไปแล้วว่าธิดาของท่านอัศวินหงส์ขาวเป็นพวก “โง่” ที่ไม่รู้ว่าอันไหนเป็นการแสดง อันไหนเป็นแค่มารยาท
แต่ก็นั่นแหละ ตอนนี้พวกเขาได้รู้แล้วว่าการแสดงออกของเธอเป็นมารยาทเช่นกัน แต่เป็นมารยาทที่อยู่ในระดับที่สูงกว่าคุณหนูเสวี่ยจิงของพวกเขา...
“สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก และยินดีที่ได้มาเยือนอาณาเขตของอัศวินราชินีเหมันต์” ซูหยวนพูดไปยิ้มไปอย่างเป็นมิตร ทว่าคุณหนูเสวี่ยจิงที่ยิ้มหวานหยด จู่ๆก็เปลี่ยนทิศทางการมองไปยังตำแหน่งอื่น จากนั้นรอยยิ้มที่ดูปลอมในครั้งแรก ก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มและสายตาแห่งความสนใจ
“ส่วนเรา...เจอกันอีกแล้วนะคะ ท่านจาง....”
“!!”
…………………………………..