LNCrawler

บทที่ 554 พื้นที่ล่าแห่งอาณาเขตอัศวินราชินีเหมันต์ (อ่านฟรี 10 ก.ย. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 554 พื้นที่ล่าแห่งอาณาเขตอัศวินราชินีเหมันต์ (อ่านฟรี 10 ก.ย. 69)

บทที่ 554 พื้นที่ล่าแห่งอาณาเขตอัศวินราชินีเหมันต์

 

พื้นที่ล่าของอัศวินราชินีเหมันต์แห่งนี้เป็นพื้นที่ล่าที่มีสัตว์ร้ายอยู่ 4 ชนิด ชนิดแรกเป็น “แมลงน้ำแข็ง” พวกมันเมื่อถูกฆ่าตายก็จะแตกออกกลายเป็นไอน้ำแข็งหนาวเหน็บ ถ้าหนีไม่พ้นหรือป้องกันไม่ดี ก็จะถูกเลือดที่แตกกระจายของมันแช่แข็งได้เลย 

            

ชนิดที่สองเป็นเสาไม้เหมันต์ สิ่งนี้เป็นพืชชนิดหนึ่ง ลักษณะของมันเป็นตั้งตรงขึ้นสู่ท้องฟ้า เพียงเเต่เมื่อเริ่มการต่อสู้ เสาไม้เหมันต์นี้จะเริ่มปล่อยแท่งไม้ความเย็นออกมา ร่วงหล่นราวกับเป็นฝนดาวตกที่สามารถสร้างบาดเเผลให้กับผู้ที่ถูกทิ่มเเทงได้ 

 

ผู้ที่ต้องการสังหารมันจะต้องเข้าไปจัดการกับต้นเสาไม้เหมันต์ต้นหลักให้ได้ ต่อให้จัดการกับเเท่งไม้ลูกที่ร่วงลงมาก็ไม่มีทางหมดไป เเถมเมื่อมันล็อกเป้าหมายเเล้ว จะหนีก็หนีไม่พ้น 

 

เสาไม้เหมันต์เป็นเหมือนต้นไม้โลกที่หยั่งรากเเก้วไปทั่วสารทิศได้ มันสามารถยุบตนเองเเล้วไปโผล่อีกแห่งได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นเมื่อถูกพวกมันโจมตีเเล้ว ทำได้แค่ต้องสู้ จัดการเสาไม้เหมันต์นี้ให้ตายก่อนเท่านั้น

 

สัตว์ร้ายชนิดที่สามนั้นน่ากลัวที่สุด เเต่ก็เป็นสัตว์ร้ายที่พบได้บ่อยที่สุดเช่นกัน มันก็คือพวกพิกซี่น้ำแข็ง โดยพวกมันคล้ายกับพวกเเฟร์รี่ตรงที่เป็นดั่งผู้สื่อสารของธรรมชาติ แต่นิสัยของพิกซี่ต่างกับเเฟร์รี่ตรงที่พวกมันอารมณ์รุนเเรงมากกว่า หวงพื้นที่มากกว่า เเละไม่มีความประนีประนอมใดๆ 

 

เมื่อพวกมันพบเจอศัตรูก็จะเข้าโจมตีก่อกวนทันที โดยพิกซี่พวกนี้นอกจากจะมีความสามารถในตัวมันเองเเล้ว ก็ยังมีอีกความสามารถที่อันตรายอย่างยิ่ง เเละทำให้คนมากมายตกตายได้ นั่นก็คือความสามารถในการทำกับดักน้ำเเข็ง

 

เหมือนกับที่น้องชายของอัศวินราชินีเหมันต์ตกหลุมพรางครั้งก่อน ทั้งสามคนเข้ามาเล่นในเขตพื้นที่ล่าเพราะมั่นใจว่าตนเองเเข็งแกร่งพอที่จะรับมือกับพวกสัตว์ร้ายในพื้นที่ล่าได้

 

ตอนนั้นพวกเขาได้พบเจอพิกซี่สองตน ไล่ตามมาหวังจะฆ่ามันให้ได้ เเละพวกพิกซี่ที่ตั้งหลักต่อสู้คราเเรกเพลี่ยงพล้ำแล้ว ใจทั้งสามคนก็คาดหวังว่าจะฆ่ามันได้ในที่สุด ทว่า ..ความจริงแล้วก็คือ พิกซี่มันหลอกลวงพวกเขา!!

 

ท่าทางที่เหมือนกับการบาดเจ็บเป็นแค่การเเสดง จากนั้นก็หลอกล่อผู้โง่เขลาให้มาติดกับดักที่พวกมันทำไว้ เเละนั่นก็คือกับดักบ่อน้ำเเข็งที่คุณชายน้อยเเห่งอัศวินราชินีเหมันต์ตกลงไปนั่นเอง

 

สิ่งมีชีวิตสุดท้ายเป็น “ฮูลเเคระ” พวกมันมีรูปร่างเหมือนกับเเพนกวิน เเต่กลับมีร่างกายเหมือนมนุษย์กลายพันธุ์ทั้งหลาย

 

พวกฮูลเเคระเหล่านี้รวมตัวกันอยู่เป็นหมู่บ้านรอบๆพื้นที่ วางตัวต่อคนที่เข้ามาทั้งหมดเป็นศัตรู พวกมันมีความสามารถในการใช้อาวุธโจมตี ทั้งยังรู้จักสถานที่เเห่งนี้ดีมาก เหมือนกับเป็นเอลฟ์พิทักษ์พื้นที่น้ำแข็ง 

 

เนื่องจากพวกมันมีสติปัญญา เดิมทีคนของอัศวินราชินีเหมันต์ก็เคยอยากจะเข้าไปเจรจาร่วมมือด้วยเเต่ก็ไม่สำเร็จ พวกมันไม่ยอมร่วมมือด้วย ทั้งยังประกาศเป็นศัตรูถาวรกับคนของอัศวินราชินีเหมันต์เสียด้วยซ้ำ

 

เเต่ประเด็นที่ทำให้คนของอัศวินราชินีเหมันต์ต้องกระตือรือร้นกันใหม่นี่เป็นเพราะพวกเขามีคนเคยเห็นร่างสูงโปร่งของบุรุษผู้หนึ่งอยู่ร่วมกับพวกฮูลเเคระด้วย

 

ลักษณะภายนอกที่พวกเขาพูดกันคล้ายกับคนของเผ่าเหมันต์มาก สุดท้ายจึงกลายเป็นความหวังใหม่ของท่านอัศวิน ทว่า…ตั้งเเต่วันที่มีข่าวออกมาเเบบนั้นจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีคนเห็นเขาปรากฏตัวอีกเลย

 

อัศวินราชินีเหมันต์พยายามเจรจากับพวกฮูลเเคระอีกครั้ง หวังว่าอาจจะได้เจอกับน้องชายของตนเอง เเต่พวกฮูลเเคระกลับยิ่งเป็นปกปักษ์มากกว่าเดิม ตอนนี้ที่ท่านอัศวินต้องการจะทำก็คือการค้นหาตัวของน้องชายด้วยตนเอง

 

เพิ่มจำนวนทหารเข้าไป เพิ่มจำนวนคนล่ามากขึ้นด้วยการให้คนของอาณาเขตอื่นๆมีโอกาสมารวบรวมทรัพยากร โดยมีเงื่อนไขเดียวคือถ้าเจอคนเมื่อไรให้รีบเเจ้งกับทางคนของอัศวินราชินีเหมันต์ทันที นอกจากนี้…เธอยังให้คนของตนเองเข้ามาตรวจสอบไปในฐานะผู้สังเกตุการณ์ด้วย

 

ซูหยวนไม่รู้ว่าเจตนาของพวกเขามีเเค่การสังเกตการณ์เพื่อหาน้องชายเท่านั้นหรือไม่ แต่ด้วยการรวบรวมข้อมูลนี้…เพียงพอที่จะทำให้อัศวินราชินีเหมันต์ประเมินกำลังของอาณาเขตต่างๆคร่าวๆได้เลย

 

นี่อาจดูเหมือนพวกเขายอมเสียเปรียบให้คนนอกเข้ามาพื้นที่ล่า แต่ความจริง …. กลับได้คืนไปอย่างเท่าเทียมเช่นกัน

 

ทรัพยากรในเขตพื้นที่ล่ามีไม่จำกัดอยู่เเล้วในความคิดของพวกเขา ดังนั้นก็แค่การเเจกจ่ายให้คนอื่นไปบ้างไม่ใช่หรือ?

 

เเน่นอนว่าซูหยวนผู้มีพื้นที่เชื่อมมิติเหมือนกันอาจจะไม่ได้คิดเช่นนั้น เพราะเธอรู้ดีว่ามีทรัพยากรบางอย่างที่ต้องเเลกด้วย “เวลา” ถึงจะได้มา ฉะนั้นถ้าพวกเขาไม่พบเจอตัวคุณชายแห่งอัศวินเหมันต์ เช่นนั้นอาจจะถือว่าขาดทุนเสียด้วยซ้ำ

 

“ประธานครับ ข้างหน้าดูเหมือนจะเป็นป่าของพวกเสาไม้เหมันต์ จะให้บุกไปเลยหรือหาทางอ้อมดีครับ” นักล่าคนหนึ่งกลับมารายงานหลังไปลาดตระเวนมาก่อนล่วงหน้า 

 

“จัดการได้ไหม” จางอู่หยางถามด้วยเสียงราบเรียบ รอยยิ้มเเบบนึกสนุกของนักล่าคนนั้นก็ปรากฎขึ้น

 

“หึ หึ ก็แค่พวกกระจอกเสาไม้ที่ทำได้เเค่สาดละอองเท่านั้นเองครับ ไม่ได้มีปัญหาอะไร ท่านประธานกับคุณอันรอที่นี่สัก 5-10 นาทีก็น่าจะจัดการได้เเล้ว” 

 

“อืม ถ้าอย่างนั้นก็ไปจัดการ” เห็นพวกเขาพูดกันเหมือนเรื่องง่ายดายเช่นนี้ สีหน้าของนายพลขวาก็ค่อยๆปรากฎร่องรอยความสะใจขึ้นมาบ้าง

 

ข้างหน้าคือป่าเสาไม้เหมันต์งั้นหรือ? ถ้าอย่างนั้น…พวกมันที่โง่เขลาเเละอวดดี ตั้งใจจะบุกเข้าไปตรงๆก็เตรียมลงโลงได้เลย! พวกที่ไม่รู้ก็คือพวกที่ไม่รู้จริงๆ ดูภายนอกเหมือนมีเเค่เสาไม้เหมันต์เท่านั้น แต่ความจริงเเล้วมีพวกพิกซี่คอยซ่อนตัวอยู่ด้วย

 

พวกเสาไม้เหมันต์อาจจะไม่น่ากลัว เเต่พิกซี่ที่ซ่อนอยู่หลังเสาไม้เหมันต์นั้นได้เปลี่ยนดินเเดนนั้นให้กลายเป็นสถานที่แห่งความตายไปเรียบร้อยเเล้ว

 

เดิมทียังคิดว่าคนพวกนี้มีความสามารถ อาจจะผ่านไปได้ง่ายๆจนสามารถหาหมู่บ้านได้พบก็ได้ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะคิดในเเง่ดีเกินไป ….

 

เเม้เเต่เขาเเละกองทัพนับหมื่นยังต้องใช้เวลาเพื่อจะพิชิตมันร่วมสองเดือน เเล้วคนไม่กี่คน…ต่อให้เอาทหารของอัศวินหงส์ขาวเข้าไปด้วยทั้งหมดก็ยังไม่แน่ว่าจะเอาชนะได้ นับประสาอะไรกับคนพวกนี้ที่ไม่รู้อะไรเลย

 

นายพลขวาไม่ได้บอกปัญหาของพื้นที่ให้โดยเจตนารู้ทั้งรู้ เขาคิดว่าตนเองน่าจะพาคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวกลับออกมาได้ ซึ่งถ้าคนของพวกเขาตายกันหมดเเล้วเหลือแค่เธอ นี่จะไม่เท่ากับการสร้างบุญคุณช่วยชีวิตงั้นหรือ? 

 

อัศวินหงส์ขาวต่อให้ไม่ยินดีก็ต้องตอบเเทนให้กับอาณาเขตอัศวินราชินีเหมันต์บ้างตามธรรมเนียม ตัวเขาก็ถือเป็นการทำความดีความชอบครั้งใหญ่เช่นกัน

 

ทางด้านจางอู่หยางเเละคนของเขาไม่ได้สนใจท่าทางประหลาดของอีกฝ่ายเลย เห็นคนยิ้มคนเดียวเหมือนคนบ้าก็คร้านจะมองอีก เพียงเคลื่อนไหวตามเเผนเท่านั้น 

 

เพื่อไม่ให้เหล่าเจ้านายได้รับผลกระทบด้วย ทั้ง 5 จึงให้รออยู่ไกลออกมาสักเล็กน้อย พวกเขาเพียง 5 คนหายเข้าไปในพื้นที่ป่าเเห่งเสาไม้เหมันต์ จากนั้นการต่อสู้ก็เปิดฉากขึ้น

 

ตู้ม!! ตู้ม!!! ตู้ม!!!!

 

เสียงระเบิดเเละการโจมตีอย่างต่อเนื่องของพวกเขายังคงทรงพลังเหมือนเดิม เหล่าผู้ที่ดูอยู่ข้างนอกโดยเฉพาะคนของอัศวินหงส์ขาวซึ่งติดตามมาเเทบไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากเป็นฉากหลังเเสดงความใส่ใจของท่านอัศวินต่อธิดาบุญธรรมคนนี้

 

เดิมทีพวกเขาก็คิดว่าต้องทำงานหนักเช่นกัน ทว่า…คิดไม่ถึงเลยว่าลำพังเเค่ 5 คนก็จะมาได้ถึงขนาดนี้ อีกอย่าง….พวกเขาเองก็ไม่ต่างจากคนของอาณาเขตอัศวินราชินีเหมันต์ ดูเเคลนคนของเขตมลพิษว่าอ่อนเเอ ตอนที่ได้รับคำสั่งให้มาติดตามคุณหนู เป็นทหารประจำตัวของเธอ พวกเขาก็รู้สึกเหมือนโดนลงโทษลดขั้น ทว่าตอนนี้ต่างออกไปเเล้ว …. 

 

กับคนที่เเข็งแกร่งเเละทรงพลังขนาดนี้ คนจากเขตมลพิษที่กล่าวว่าอ่อนเเอนี้ ความจริงเเล้วไม่ใช่อย่างที่ทุกคนเข้าใจเลย

 

“สู้ต่อไปเลย!”

 

“ถล่มมันให้ราบไปเลย!!”

 

“เเสดงพลังของพวกเราอาณาเขตอัศวินหงส์ขาวให้พวกมันได้เห็น!!”

 

เสียงเชียร์ของพวกทหารเข้มข้นขึ้นเมื่อเห็นการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ดุเดือดเช่นนี้ ตอนนี้พวกเขากล้าใช้คำว่า “พวกเรา” เเละ “อาณาเขตอัศวินหงส์ขาว” กับคนของเขตมลพิษนี้เเล้ว 

 

ทั้งยังรู้สึกว่าท่านอัศวินของพวกตนนั้นมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล มองข้ามสิ่งที่ทุกคนอคติเเล้วก็คว้าคนเเข็งแกร่งเหล่านี้มาทำงานให้ได้ ต่อไปอาณาเขตของพวกเขาที่มีคนของเขตมลพิษเป็นพรรคพวกยังต้องกลัวอะไรอีกหรือ?

 

ถ้าพวกฮาร์ปี้ต้องการหาเรื่องก็ให้พวกมันมาเลยสิ ถ้าพวกราชินีเหมันต์ต้องการประกาศสงคราม…ก็ให้พวกเขาทำเลยสิ! อาณาเขตอัศวินหงส์ขาวพร้อมรับการปะทะครั้งนี้เเล้ว แต่ต้องระวังให้ดีว่าอาจจะเป็นฝ่ายพ่ายเเพ้เเล้วเสียเขตพื้นที่ล่ามาให้ด้วยล่ะ!

 

นอกจากทางนี้ที่คึกคัก การโจมตีที่ไม่คิดจะซ่อนตัวนี้ย่อมทำให้ผู้คนในพื้นที่ล่าจำนวนมากสังเกตเห็นเเล้วเช่นกัน

 

“ทางป่าเสาไม้เหมันต์เกิดอะไรขึ้น มีคนกำลังจะบุกที่นั่นงั้นหรือ?” 

 

คิ้วของเสวี่ยจิงขมวดมุ่นเข้าหากัน เธอไม่อยากจะเชื่อว่ามีคนโง่ที่ไหนพาตนเองเข้าไปตายด้วย ก่อนจะได้รับคำตอบที่น่าพอใจ

 

“ตรวจสอบเเล้วเป็นคนของอัศวินหงส์ขาวครับคุณหนู พวกเขามาทีหลังจึงต้องการเร่งความเร็วในการค้นหา…” ผู้พูดยังพูดด้วยน้ำเสียงขบขัน เขาเองตอนที่ได้รับรายงานก็หลุดหัวเราะออกมาเเล้วด้วย

 

“พวกอัศวินหงส์ขาวงั้นหรือ? ช่าง…ไม่กลัวสิ่งใดจริงๆ” 

 

เดิมทีเธออยากจะพูดว่าช่างโง่เขลาเสียจริง เเต่เพราะข้างกายมีคุณชายห้าเเห่งอัศวินพันปีอยู่ด้วย เธอที่กำลังเเสดงละครหลอกล่อเขาให้ติดกับไม่อยากให้เสียเรื่อง ย่อมไม่เปิดเผยตัวตนเเละความคิดที่เเท้จริงออกมา 

 

เธอได้ยินข่าวเเล้วว่าก่อนหน้านี้พวกเขาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ความสัมพันธ์ถึงขั้นออกหน้าพูดเเทนคุณหนูเเห่งหงส์ขาวได้ ฉะนั้น…ถ้าเธอต้องการเป็นส่วนหนึ่งของเขา จะต้องเริ่มจากการเป็นกลางกับความสัมพันธ์นี้ก่อน

 

“อัศวินหงส์ขาว หรือว่าคุณหนูอันมาด้วยหรือไม่?” น้ำเสียงของคุณชายห้ามีความคาดหวังอยู่ไม่น้อย เสวี่ยจิงตากระตุกเเต่ยังคงพูดความจริง

 

“คุณหนูอันเเห่งอัศวินหงส์ขาวก็มาที่นี่ด้วยตนเอง ตอนนี้เธอกำลังสั่งการคนของตนเองให้บุกเขตป่าเสาไม้เหมันต์อยู่”

 

“ป่าเสาไม้เหมันต์งั้นหรือ? ที่นั่นคือที่ที่มีการพบทั้งเสาไม้เหมันต์เเละพวกพิกซี่ใช่หรือไม่? เหตุใดคุณหนูอันจึงต้องการบุกที่นั่น เธอไม่รู้เรื่องนี้หรือ?”

 

“เฮ้อ เรื่องนั้นก็ไม่อาจรู้ได้เช่นกัน ส่วนเรื่องที่ไม่รู้นั้นคงเป็นไปไม่ได้ พวกเราได้แจ้งก่อนเเล้วว่าจุดไหนตำแหน่งไหนมีอะไรบ้าง คุณหนูเเห่งอัศวินหงส์ขาวตั้งใจจะบุกที่นั่นด้วยตนเองต่างหาก” เสวี่ยจิงพูดอย่างมั่นใจ ทว่าความจริงเเล้วไม่ใช่เช่นนั้นเลย

 

บอกล่วงหน้าหรือ? ทำไมต้องบอกด้วยล่ะ! คนพวกนั้นอวดดีเกินไป เช่นนั้นก็ให้ตายเพราะความอวดดีนั่นแหละ เเละใช่! คนของอัศวินคนอื่นๆได้รับเเผนที่คร่าวๆของพื้นที่ล่าซึ่งได้มาจากประสบการณ์การล่ามากมายของพวกเขา เว้นเเต่อาณาเขตอัศวินหงส์ขาวเท่านั้น!

 

“.......” 

 

คุณชายห้าเเห่งอัศวินพันปีคิดเล็กน้อย สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจได้ เเม้ไม่เข้าใจว่าคุณหนูอันต้องการทำอะไร แต่…พวกเขาก็ไม่ได้เจอกันสักพักเเล้ว รู้สึกอยากจะคุยด้วยสักหลายๆประโยค

 

“ทหารทุกคนฟังคำสั่ง ฉันต้องการวกกลับไปโดยใช้เส้นขนาดเพื่อให้ล่าพวกเสาไม้เหมันต์ไปด้วย พวกเราจะไม่เข้าเขตป่าเเต่จะใช้เส้นทางข้างๆแทน คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวอยู่ที่หน้าทางเข้าป่า พวกเราจะไปเจอกันที่นั่น” 

 

ได้ยินคำสั่ง คนของคุณชายห้าไม่ตั้งคำถามใดๆ พวกเขารู้ดีว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองเป็นอย่างไร ตอนที่คุณชายห้ากลับไปอาณาเขตก็เอาทรัพยากรจำนวนมากมาด้วย ทั้งหมดนี้เป็นเพราะพวกเขาเป็นสหายกันเเล้ว 

 

อีกทั้งอัศวินพันปียังพูดขึ้นมาด้วยตนเองว่าพวกเขาพลาดไปก้าวหนึ่ง ถ้าหากดึงคนของเขตมลพิษมาเป็นของตนเองได้ก่อนอัศวินหงส์ขาว ทรัพยากรดีๆเหล่านี้คงจะเป็นของเขตพันปีตั้งเเต่เเรก

 

โชคดีที่ส่งคุณชายห้าไป เเม้ไม่ได้เป็นคู่รัก แต่ในฐานะสหายก็ทำให้เกิดสัญญาเเลกเปลี่ยนครั้งใหญ่ได้ แบบนี้ก็ถือเป็นก้าวเเรกที่ประสบความสำเร็จเช่นกัน

 

การให้ความสำคัญกับพวกเขาขนาดนี้ย่อมทำให้ทหารของอัศวินพันปีรู้สึกว่าคนของเขตมลพิษยิ่งใหญ่ด้วย เมื่อเจ้านายต้องการกลับไปรวมตัวกับอีกฝ่าย ถึงจะเป็นการเสียเวลาในการล่า แต่เเล้วอย่างไรล่ะ? ของที่ได้จากที่นี่กับโอกาสในการเเลกเปลี่ยนกับคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาว ดูก็รู้ว่าอย่างไหนได้กำไรกว่ากัน

 

คนของคุณชายห้าไม่ว่าอะไร เเล้วคุณหนูเสวี่ยจิงไม่ว่าอะไรด้วยหรือ? แน่นอนว่าไม่เป็นเช่นนั้นเลย พอเธอได้ยินว่าคุณชายห้าต้องการไปรวมตัวกับคนของอัศวินหงส์ขาว สีหน้าที่งดงามสูงส่งก็เปลี่ยนเป็นดำมืดทันที

 

………………………………..