บทที่ 556 ผลึกจากราชาเสาไม้เหมันต์ (อ่านฟรี 12 ก.ย. 69)
บทที่ 556 ผลึกจากราชาเสาไม้เหมันต์ (อ่านฟรี 12 ก.ย. 69)
บทที่ 556 ผลึกจากราชาเสาไม้เหมันต์
ฟิ้ว!!!
“คุณชายห้าระวัง!!” ตอนนั้นเอง สถานการณ์ที่ไม่คาดคิดก็ได้เกิดขึ้น แท่งเสาไม้เหมันต์ขนาดเล็กถูกเหวี่ยงออกมาโดยราชาของมัน ปกติแล้วก็ครอบคลุมอาณาเขตขนาดใหญ่อยู่แล้ว แต่ตอนนี้เหมือนเจ้าราชาเสาไม้เหมันต์จะโกรธจัด มันจึงหมุนรอบตนเอง นี่เป็นวิธีการต่อสู้แบบใหม่ที่แม้แต่นายพลขวาก็ยังไม่เคยเห็น
ตู้ม!!!
บาเรียขนาดใหญ่ถูกกางออกทันที ต่อให้การโจมตีนี้จะทรงพลังขนาดไหน แต่อย่าลืมว่าจุดเด่นของกองกำลังจากอาณาเขตพันปีก็คือการป้องกัน ดังนั้นมันจึงไม่นับเป็นปัญหาอะไรได้
“หรือว่านี่จะเป็นการเข้าสู่สถานะคลั่ง!!” ภาพที่พวกเขาเห็นตอนนี้ก็คือเจ้าราชาเสาไม้เหมันต์เหมือนกับเป็นลูกข่าง มันหมุนไปรอบๆพร้อมกับเรืองแสงสีแดงออกมาจางๆ ดูเหมือนกับการสร้างขุมนรกของตนเองอย่างไรอย่างนั้น
ณ เวลานี้ แม้แต่พวกพิกซี่เหมันต์ก็ยังบินหนีกับอุตลุด มองไปยังเหมือนผึ้งแตกรังอย่างไรอย่างนั้น ยิ่งมีทะเลเพลิงเป็นพื้นหลัง ภาพของเจ้าราชาก็ยิ่งเหมือนปีศาจร้ายประจำขุมนรกมากขึ้นกว่าเดิม
“คุณชายผู้นี้ เหตุใดไม่เรียกทหารของตนเองกลับมา!” คุณชายห้าที่เห็นค่าคนมีความสามารถมากที่สุดตวาดเสียงดัง เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าถึงตอนนี้ จางอู่หยางก็ยังไม่เรียกคนของตนเองกลับมาอีก จะปล่อยให้คนมีความสามารถทั้ง 5 นั้นตายเพราะความอวดดีของตนเองหรือ?
สำหรับเขา แม้ว่าการต่อสู้ของทั้ง 5 จะพ่ายแพ้แก่ราชาเสาไม้เหมันต์ที่เข้าสู่สถานะคลั่ง แต่พลังทั้งหมดที่พวกเขาได้แสดงออกมาก่อนหน้านี้ก็ควรค่าแก่การชื่นชมแล้ว ไม่จำเป็นต้องรั้นให้ไปต่อเลย
จางอู่หยางเห็นคนโกรธเช่นนั้นก็รู้สึกต่อต้านอีกฝ่ายลดลง เหมือนกับที่เขาเคยคิดก่อนหน้านี้ เจ้าคุณชายห้าเป็นศัตรูที่คู่ควรแล้วจริงๆ
เหมือนกับตนเอง อย่างน้อยๆเขาก็เป็นพวกที่ไม่ใช่ใช้แล้วทิ้ง ลูกน้องของเขาทุกคนเป็น “มนุษย์” ที่มีชีวิตเหมือนกัน ต่อให้เป็นการออกทำภารกิจครั้งไหน เขาก็จะมีกฎใหญ่ข้อหนึ่งก็คือ...การยอมแพ้ต่อภารกิจไม่ได้แปลว่าล้มเหลว การล้มเหลวก็คือการยอมตายต่างหาก
เพราะสุดท้าย...ชีวิตของคนไม่จำเป็นต้องชนะตั้งแต่ต้น ต่อให้ขั้นแรกพ่ายแพ้ ก็อาจจะเป็นแค่บันไดขั้นเดียว ยังเหลือเวลาให้ฝึกก้าวขาไปข้างหน้าอีกมาก ขอแค่ยังมีชีวิตอยู่ จะปีนขึ้นไปด้านบนสุดเมื่อไรก็ได้
เขาเคยเห็นมามาก พวกที่มีอำนาจแล้วใช้งานคนเหมือนกับเบี้ยในมือ จะทิ้งก็ทิ้ง จะสั่งให้ตายก็ไปตาย บางครั้งคำสั่งเดียวที่ทำให้คนตาย ไม่ใช่เป็นคำสั่งที่ดีด้วย คนที่ตายควรจะเป็นคนที่สั่งมากกว่าอีก ฉะนั้น...คุณชายห้าที่เดือดร้อนแทนลูกน้อง แม้จะไม่ใช่ของตนเอง จางอู่หยางก็รู้สึกเคารพอยู่บ้าง
แต่...เขาไม่ได้เรียกลูกน้องกลับไม่ใช่เพราะไม่กังวล ทว่าระดับที่เห็นอยู่ตอนนี้ไม่น่าจะนับเป็นอันตรายได้ เว้นเสียแต่ว่าพวกเขาจะประมาทกันเอง นี่เกิดขึ้นมาจากการร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กันต่อสู้มาอย่างยาวนาน รู้จักพลังของกันและกันดี ฉะนั้น..ภารกิจนี้ยังไม่ล้มเหลว หากเขาเรียกกลับมานั่นแหละจึงจะเป็นการทำลายทั้ง 5 อย่างแท้จริง
แล้วการตัดสินใจที่ถูกต้องของจางอู่หยางก็แสดงผลลัพธ์ ในขณะที่เจ้าราชาเสาไม้เหมันต์กำลังบ้าคลั่งทิ้งท่อนไม้ที่ทรงพลังหวังจะทำลายศัตรูให้สิ้นซากอยู่นั้น กลุ่มคนทั้ง 5 ที่รวมตัวกันป้องกันศัตรูก็ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ขวานของหนึ่งในนั้นชาร์จพลังจนเต็มเสียทีจนออร่าที่ปล่อยออกมาจากขวานเป็นสีม่วงเข้ม
“บินไปเลย!” เพื่อนของเขาว่าอย่างนั้นแล้วก็ใช้ไม้พลองหวดไปข้างหน้าอย่างแรง ชายผู้ถือขวานจับจังหวะอย่างเหมาะสมและถูกต้อง กระโดดขึ้นไปอยู่บนไม้พลองตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบ จากนั้นก็ใช้แรงของเพื่อนและตนเองถีบตัวไปข้างหน้า พุ่งออกเหมือนลูกกระสุน
พริบตาเดียวก็ปรากฏที่หัวของเจ้าราชาเสาไม้เหมันต์ที่ไม่ได้รู้เลยว่ากำลังจะชะตาขาด แล้วก็ฟาดขวานที่มีออร่าสีม่วงเข้มลงไปตรงกลางจนเกิดเสียงดัง “ฟวับ!!”
“วี๊ด!!!!!!!!!!”
เสียงกรีดร้องของราชาเสาไม้เหมันต์ดังจนแสบหู ก่อนที่ร่างของมันจะค่อยๆแยกออกจากกันเป็นสองท่อน แท่งเหล็กที่มันปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ได้ทำลายพื้นที่ต่อสู้จนเละเทะไปหมดแล้ว ไม่ใช่แค่พวกเสาไม้เหมันต์ลูกๆเท่านั้นที่ถูกทำลายไป ขนาดพวกพิกซี่เหมันต์ที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าเสาไม้เหมันต์ก็ยังหนีกระเจิง หลายตัวหนีไม่พ้นก็ตกตายไปก็มี
เมื่อสิ้นสุดการล้มลงของเจ้าราชา ฝุ่นควันทั้งหมดหายไป ร่างของทั้งห้าที่ยืนอยู่บนซากขนาดใหญ่ของเจ้าราชาเสาไม้เหมันต์ก็ปรากฏให้เห็นแก่สายตา
เจ้าของขวานที่ผ่าราชาเสาไม้เหมันต์ไปก่อนหน้านี้ยกขวานของตนเองขึ้นสูง ประกาศกร้าวออกมาอย่างมั่นใจ
“ในที่สุด ขวานของฉันก็ได้ผ่าไม้เสียที!!” คำพูดเล่นติดตลกทำให้เพื่อนๆหัวเราะครืน แม้แต่จางอู่หยางก็ยังเผยรอยยิ้มของความภาคภูมิใจออกมาด้วย
ดูจากสภาพของเจ้าพวกนี้แล้วก็ไม่ได้น่ามองเท่าไร เสื้อผ้าของพวกเขาขาดวิ่นแม้จะเป็นผ้าเนื้อดี แสดงให้เห็นว่าการต่อสู้ก่อนหน้านี้เต็มไปด้วยความกดดันเช่นกัน
เพราะพวกเขาก็ไม่ได้มีข้อมูลพื้นที่ล่าไปมากกว่าตนเองและคนของอัศวินหงส์ขาว การต่อสู้ที่ไม่รู้อะไรเช่นนี้ต้องเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง ที่เจ้าพวกนั้นเอาชนะได้โดยไม่บาดเจ็บมาก ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าฝีมือของทั้ง 5 คนพัฒนาไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว
“ประธาน ตอนนี้พวกเราต่อสู้กันเองโดยไม่ต้องพึ่งพาประธานได้แล้วนะ ปกติเมื่อถึงจุดพลิกผันทีไร ไม่พ้นประธานต้องลงมือช่วยทุกที แต่ครั้งนี้...พวกเราเอาชนะได้อย่างสบายๆเลย” เมื่อพวกเขาจัดการเสร็จแล้วก็พากันเดินเข้ามาหาจางอู่หยาง
คำพูดของเขาที่เหมือนกับลูกน้อยยามบอกแก่บิดาว่าตนเองทำได้แล้ว มันเป็นคำพูดของคนที่เคารพกันอย่างสูงสุด คุณชายห้าที่เห็นและได้ยินทุกอย่างมองจางอู่หยางอีกครั้ง เห็นเจ้านั่นยังคงถือถ้วยชาในมือ แต่สายตาของเขาที่มองลูกน้องทั้ง 5 ด้วยความชื่นชมจากใจนั้นทำให้คุณชายห้ารู้สึกคันยุบๆยิบๆ
ดูเหมือน...เจ้าคนที่เป็นที่เคารพของลูกน้องขนาดนี้ก็คงไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรสินะ ถึงจะมีท่าทางอวดดีจนน่าหมันไส้ แต่...ถ้าไม่ดีจริง พวกลูกน้องคงไม่มองด้วยสายตาเช่นนี้ได้หรอก
เอาเถอะ ถ้าเป็นเรื่องนี้จะยกให้ 1 คะแนนก็แล้วกัน แต่มาตรฐานของเขาไม่ได้มีเพียงเท่านี้หรอกนะ ถ้าคิดว่าตนเองจะคู่ควรกับคุณหนูอัน ก็ควรจะต้องได้คะแนนมากกว่านี้ด้วย!
“ข้างในพื้นที่ป่าเสาไม้เหมันต์มีพวกเเมลงแปลกๆนั่นอยู่จำนวนมาก ตอนที่พวกเรากำลังเริ่มถล่มรังของมันก็ปลุกเจ้าราชาเสาไม้เหมันต์ขึ้นมา คิดว่าเจ้าพวกเเมลงแปลกๆนั่นแหละที่ตั้งกลไกในการปลุกราชาตนนีัขึ้นมา”
“อ้อ จริงสิประธาน … ดูเหมือนว่าการล่าราชาอยู่ที่นี่ไม่ได้เเย่เลยนะครับ พวกเราได้รับสิ่งนี้มาจากการล่าด้วย”
คนของจางอู่หยางไม่พูดเล่นกันอีก เขารีบรายงานสถานการณ์ข้างในเเล้วส่งมอบผลึกชิ้นโตให้จางอู่หยาง เวลานี้คนของอัศวินราชินีเหมันต์จึงเริ่มนึกขึ้นได้ ก่อนหน้านี้ไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลยเนื่องจากเชื่อว่าพวกคนของอัศวินหงส์ขาวไม่มีวันจะทำสำเร็จ แต่ตอนนี้ล่ะ? พวกเขาทำมันสำเร็จเเล้ว เเละก็ได้รับทรัพยากรล้ำค่านั้นไปครอบครอง!
นี่…นี่ไม่เท่ากับพวกเขาจะขาดทุนมากหรอกหรือ?
ผลึกเพิ่มพลังเยือกแข็ง!!!
ครั้งก่อนที่กองทัพของพวกเขาจัดการราชาเสาไม้เหมันต์ได้ก็เจอสิ่งนี้เหมือนกัน เมื่อท่านอัศวินได้รับมันเเละใช้งาน ปรากฏว่าพลังของท่านอัศวินยกระดับขึ้นไปอีกเท่าตัว ดังนั้นของสิ่งนี้จึงไม่อาจยกให้ผู้ใดได้เด็ดขาด
“คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาว ผลึกนี้พวกท่านได้รับไปก็คงจะไม่ได้ใช้ประโยชน์ เเต่ว่า…สำหรับพวกเรา …” นายพลขวากำลังจะพูดเพื่อให้ซูหยวนยกผลึกพวกนี้ให้ตนเเล้วจะส่งมอบต่อท่านอัศวินราชินีเหมันต์ ตอนนั้นเองจางอู่หยางก็พูดเเทรกขึ้นมา
“ผลึกเพิ่มพลังเยือกเเข็ง สิ่งนี้น่าจะช่วยยดระดับพลังของเธอได้ ใช้งานมันเถอะ” เขาว่าอย่างนั้นก่อนจะโยนผลึกออกมาให้ ซูหยวนพยักหน้ารับ เธอมีทักษะอาณาเขตเยือกเเข็งอยู่ ถึงจะยังไม่ค่อยได้ใช้งาน แต่ถ้าพลังมากขึ้นก็ไม่ใช่เรื่องไม่ดี
หญิงสาวไม่ได้สนใจนายพลขวาที่บอกว่าตนเองมาสังเกตการณ์ ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรก็ช่าง…เธอเพียงดูดซับผลึกนั้นเข้าไปโดยตรง
- ขอเเสดงความยินดี เจ้าของฟาร์มอันซูหยวนผู้ร่ำรวยสามารถยกระดับทักษะอาณาเขตเยือกเเข็ง +1 -
การเเจ้งเตือนนี้เกิดขึ้นหลังจากดูดซับผลึกไปไม่นานท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน!
นี่....นี่หมายความว่าอย่างไร? ทรัพยากรที่พวกเขาล่ามาใช้ไปง่ายๆเช่นนี้เลยหรือ? ไม่จำเป็นต้องคืนแก่อัศวินหงส์ขาวหรือ? เดิมทียังคิดว่ามีเวลาเจรจาจึงไม่ได้ออกตัวมากนัก ทว่า…นี่ พวกเขาทำอะไรลงไปกัน!
นายพลขวาหันไปมองพวกทหารอัศวินหงส์ขาว เจ้าพวกโง่นี่ไม่เห็นหรือว่าคุณหนูของพวกมันทำอะไรลงไป เธอมีสิทธิ์มาจัดการเรื่องพวกนี้ด้วยหรือ? หากเป็นคุณหนูเสวี่ยจิงก็ว่าไปอย่าง แต่นี่…
คนของอัศวินราชินีเหมันต์ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกมาดี พวกเขาพากันตะลึงไปหมดเเล้วเมื่อเห็นเเบบนี้ แต่ทางทหารของอัศวินหงส์ขาวรู้ดีว่านี่เป็นทรัพยากรของพวกคุณหนูตั้งเเต่เเรก ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีแม้แต่ร่องรอยความประหลาดใจ
ท่านอัศวินประกาศตั้งเเต่ก่อนเดินทางเเล้วว่าสิ่งที่คุณหนูไปล่าครั้งนี้จะเป็นของเธอทั้งหมด อีกอย่าง…นี่เป็นการส่งคุณหนูมาเพื่อเปิดตัวต่ออาณาเขตอื่นๆเท่านั้น เเน่นอนว่าเรื่องอื่นๆที่ท่านอัศวินพูดคุยกับซูหยวนตามลำพังไม่มีใครรู้ พวกเขาจึงไม่ได้รู้ว่าอันซูหยวนมาที่นี่เพื่อทำภารกิจให้ท่านอัศวินอีกต่างหาก
เสวี่ยจิงเองก็ไม่อยากเชื่อเช่นกัน เธอก็เหมือนกับท่านเเม่ที่ต้องการผลึกนี้มาก แต่เพราะการล่าราชาเสาไม้เหมันต์ครั้งหนึ่งต้องเสียทหารมากกว่าสองสามพันนาย ดังนั้นจึงไม่สามารถออกคำสั่งมั่วๆได้ เเม้จะต้องการใจจะขาด ก็ต้องคิดถึงชีวิตผู้สูญเสียไปก่อน
ตอนที่เห็นว่าพวกซูหยวนล่าราชาเสาไม้เหมันต์ ใจของเสวี่ยจิงเริ่มคำนวณเเล้วว่าจะเเลกเปลี่ยนเป็นอะไรดี ของสิ่งใดที่หญิงสาวจากอัศวินหงส์ขาวจะชื่นชอบ ไม่ว่าอย่างไรผลึกเพิ่มพลังเยือกเเข็งนี้ก็ต้องได้กลับมา
อีกทั้งมันไม่น่าจะมีประโยชน์สำหรับคนอื่นด้วย ถ้าไม่เเลกเปลี่ยนกับพวกตน เช่นนั้นจะเเลกเปลี่ยนกับผู้ใดอีก? อย่างมากก็ให้อัศวินพันปีไปสร้างอาวุธหรืออุปกรณ์ต่างๆเท่านั้น สู้เเลกกับพวกเขาเเล้วได้อุปกรณ์จำนวนมากไปเลยไม่คุ้มกว่ากันหรือ?
น่าเสียดายที่เรื่องมันเป็นเช่นนี้ น่าเสียดายที่มันเป็นเช่นนี้ไปแล้ว!!
ดวงตาของเสวี่ยจิงมีประกายความอาฆาตอยู่ในนั้น เธอยิ่งต้องการสังหารอันซูหยวนมากกว่าเดิมอีก คนที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงคนนั้น กล้าเอาของเธอไปใช้…พวกสารเลวนั่นควรจะมีชีวิตอยู่หรือ?
ถึงซูหยวนจะไม่ได้ยินเสียงในใจของเสวี่ยจิง เเต่การรับรู้ออร่าของเธอก็ยอดเยี่ยมมาก เช่นนั้นจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีเจตนาสังหารได้อย่างไร ซูหยวนรู้ทันทีว่าการที่เธอดูดซับของของตนเองกระตุ้นความโลภของคนเข้าเเล้ว เเต่เธอก็ไม่ได้กลัว รอยยิ้มหยันปรากฏที่มุมปากของหญิงสาว ปรายตามองเสวี่ยจิงราวกับท้าทายก่อนจะมองไปที่คุณชายห้าเเห่งอัศวินพันปี
“คุณชายแห่งอัศวินพันปี พวกคุณเคยทำอาวุธจากผลึกเพิ่มพลังเยือกแข็งเหล่านี้หรือเปล่าคะ ถ้าฉันได้รับมันมาอีกครั้งก็อยากจะฝากให้พวกคุณเอาไปทำอาวุธให้ ไม่ทราบว่าทางคุณชายห้าสามารถทำมันได้หรือไม่?” อันซูหยวนหันไปถามชายหนุ่ม แม้เธอจะสังเกตเห็นสายตาของคนอื่นๆแล้วก็ตาม
รอยยิ้มที่ฉายชัดถึงความสนุกสนานของเธอทำเอาหัวใจของคุณชายห้าเต้นแรง เขายิ่งรู้สึกว่าท่าทางขี้เล่นของอันซูหยวนนี้น่ามองมาก อ่า...หรือว่าเขาจะตกหลุมรักจนมองทุกอย่างก็ดีไปหมดแล้วกันนะ...
ชายหนุ่มผู้รู้จิตใจของตนเองเป็นอย่างดีถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ทั้งๆที่ตั้งใจว่าจะตัดใจจากเธอ ยอมรับสถานะ “สหาย” ที่อันซูหยวนมอบให้ ถึงอย่างนั้น...เมื่อได้เจอกับเธออีกครั้ง เขากลับรู้สึกดีใจมาก แล้วตอนนี้ก็ยังอดไม่ได้ที่จะใจเต้นเมื่อเห็นคนเจ้าเล่ห์เช่นเธออีก!
เขาเหลือบมองจางอู่หยางอีกครั้งก็ยังรู้สึกไม่พอใจอีกฝ่ายอยู่ดี ถึงจะดูแล้วเหมาะสมกับคุณหนูอันซูหยวนมากขนาดไหน แต่ถ้าเป็นเขาที่ยืนอยู่ข้างกายของเธอก็ไม่ได้ดูติดขัดอะไรเลยนี่...
คิดไปคิดมาก็รู้ว่าตนเองทำได้แค่คิด เขาหันกลับมาหาอันซูหยวน ต่อบทสนทนาให้เธอ อย่างน้อยเขาก็ทำให้เธอเล่นสนุกได้อีกหน่อยล่ะนะ
“เอาไปทำอาวุธหรือ? ผลึกเพิ่มพลังเยือกเเข็งมีนี้ค่ามากพอที่จะทำให้อาวุธที่ใส่ผลึกเยือกเเข็งระดับต่ำจากพวกเเมลงน้ำแข็ง หรือเเกนจากเสาไม้เหมันต์ยกระดับพลังขึ้นอีกหลายเท่า นอกจากนี้..การใช้มันเพื่อหล่อเป็นเเกนหลักจะปกป้องอาวุธทำให้มีความทนทานเพิ่มขึ้นด้วย เเน่นอนว่านี่เป็นการคำนวนจากฉันเท่านั้น คงต้องให้ผู้ทำอาวุธระดับสูงของเราประเมินอีกครั้ง เเต่เชื่อเถอะว่าไม่เเย่เเน่”
คุณชายห้าคนนี้ไม่ได้โง่งม ตัวเขาเข้าใจสายตาของคนจากเขตอัศวินราชินีเหมันต์เเละเข้าใจสายตาที่สื่อความหมายของซูหยวนดี ดังนั้นเขาจึงพูดเรื่องนี้เพื่อเข้าข้างอันซูหยวน
ของดีพวกนี้ทำเป็นอาวุธก็ยิ่งดี ไม่จำเป็นต้องเอาไปแลกกับใคร! ในความคิดของเขา..สิทธิเหล่านี้อยู่กับอันซูหยวน ถ้าเธอต้องการเเลกเปลี่ยนก็เเลกเปลี่ยนไป เเต่ถ้าไม่…พวกเขาก็พร้อมรังสรรค์ของที่ดีที่สุดให้พวกเธอด้วย
ทว่าคนของอัศวินราชินีเหมันต์ที่เห็นพวกเขาเป็นเเบบนี้จะทนอยู่ได้หรือ? ยิ่งผลึกเพิ่มพลังเยือกแข็งไม่ได้จะปรากฏให้เห็นบ่อยๆ ขนาดพวกคนที่เป็นเจ้าของพื้นที่ล่านี้ก็ยังไม่สามารถรับมาได้ง่ายๆ เช่นนี้ก็ยิ่งควรค่าแก่การศึกษา
…………………………………………