LNCrawler

บทที่ 558 สำรวจพื้นที่ (ต่อ) (อ่านฟรี 14 ก.ย. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 558 สำรวจพื้นที่ (ต่อ) (อ่านฟรี 14 ก.ย. 69)

บทที่ 558 สำรวจพื้นที่ (ต่อ)

 

​เมื่อครบกำหนดเวลา ทุกคนได้มารวมตัวกันอีกครั้ง ทว่าภาพที่พวกเขาเห็นก็ทำให้ต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่แล้ว ก่อนหน้านี้พวกเขาแยกกันออกไปช่วยเหลือรวบรวมทรัพยากรโดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม

 

​แต่ละกลุ่มก็เห็นความสามารถของผู้ล่าฝั่งตนเอง ตอนนั้นก็คิดว่านี่เป็นการล่าที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดแล้ว ใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมงก็รวบรวมได้หลายพันชิ้น ซึ่งเป็นจำนวนที่กองทัพอาจจะต้องใช้เวลาตลอด 3 เดือนในการล่า

 

​อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกเขามารวมตัวกันอีกครั้ง จาก 3 กลุ่มที่แยกกันไปเอาทรัพยากรมากองรวมได้ 2 หมื่นกว่าชิ้น แบบนี้...แบบนี้ยังจะเรียกว่าการล่าตลอดทั้งปีของทหารก็ยังได้เลย พวกเขา...พวกเขาจะไม่ทรงพลังเกินไปหรืออย่างไร? เห็นพวกเขาเป็นแบบนี้แล้วก็อดคิดไม่ได้จริงๆว่า “ปีศาจ” เหมือนกับทั้ง 7 คนนี้ยังมีในเขตมลพิษอีกมากเลยหรือไม่?

 

​คุณชายห้าและคนของเขาสงสัยเป็นกลุ่มแรกๆ เพราะพวกตนไม่ค่อยได้เจอกับคนของเขตมลพิษมากนัก เขตอัศวินพันปีกับเขตอัศวินหงส์ขาวที่คนจากเขตมลพิษต้องใช้เป็นเส้นทางผ่านมาเพื่อแลกเปลี่ยนทรัพยากรนั้นอยู่ไกลกัน ปกติพวกเขามาที่เขตอัศวินหงส์ขาว แลกเปลี่ยนเอาผลึกบาเรียไม่กี่ผลึกก็กลับไป ไม่เคยรู้เลยว่าคนพวกนี้ทรงพลังเหลือเกิน

 

​ไม่สิ! ต้องบอกว่าก่อนหน้านี้ชื่อเสียงของคนจากเขตมลพิษที่เขาเคยได้ยินนั้นย่ำแย่มากๆ บอกว่าคนพวกนี้เป็นคนระดับต่ำ เป็นคนอ่อนแอไร้ค่า เป็นพวกที่มีแต่สารพิษในร่างกาย อายุขัยก็สั้น ไม่น่าคบหา

 

​แต่จากที่เขาเห็น...คุณชายห้าก็รู้แล้วว่าคำพูดของคนอื่นเกินจริงไปมาก แถมยังดูเหมือนจะตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงไม่ใช่หรือ?

 

​ถ้าไม่ใช่เพราะเขายังเห็นสายตาดูแคลนของขุนนางในเขตอัศวินหงส์ขาวเมื่อครั้งก่อนยามมองไปที่คุณหนูอัน เขาคงจะคิดว่าคนของอัศวินหงส์ขาวรวมหัวกันปล่อยข่าวลือไร้สาระพวกนี้ออกมาเพื่อป้องกันไม่ให้คนแย่งชิงบุคคลากรที่มีค่าของอัศวินหงส์ขาวไปแล้ว

 

​ช่างเป็นพวกที่ไม่รู้มูลค่าของทรัพยากรมนุษย์จริงๆ แต่ก็ยังดีที่อัศวินหงส์ขาวไหวตัวทัน รีบรับอันซูหยวนเข้าเป็นลูกบุญธรรมแล้วก็ดูแลเธออย่างดี หากไม่รีบทำแบบนั้นแล้วปล่อยให้เธอถูกอาณาเขตอื่นๆแย่งตัวไปได้ เชื่อได้เลยว่าถึงตอนนั้นจะร้องไห้ก็คงไม่ทันแล้ว ทำได้แค่มองตามตาละห้อย เหมือนที่ตอนนี้หลายๆอาณาเขตกำลังทำอยู่อย่างไรล่ะ!!

 

​ดูเอาเถิด แค่กองทรัพยากรเป็นภูเขาหลังจากเข้ามาล่าได้เพียงครึ่งวัน เทียบเท่ากับความสามารถในการล่าทรัพยากรของทั้งกองทัพ นี่ยังไม่ยืนยันความพิเศษของพวกเขาได้อีกหรือ?

 

​คุณชายห้ากวาดสายตามองไปรอบๆกองภูเขาขนาดย่อมนี้อีกครั้งก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสนใจ ก่อนหน้านี้เขาได้เห็นว่าอันซูหยวนดูดซับแกนของราชาเสาไม้เหมันต์ด้วยตนเองโดยไม่ต้องถามอัศวินหงส์ขาว นั่นก็แปลว่าเธอมีสิทธิ์ในทรัพยากรนี้ทั้งหมด เช่นนั้น...เขาจึงอยากรู้ว่าเธอจะเอามันไปทำอะไร

 

“ผลึกพวกนี้...มากมายเกินไปเเล้ว คุณหนูอันวางแผนจะทำอย่างไรกับพวกมันหรือ? อันที่จริง...ส่วนหนึ่งสามารถเเบ่งไปขายให้กับพวกฉันได้ เเต่ถ้าจะให้ซื้อจำนวนทั้งหมดนี้ก็คงจะรับไม่ไหว มันจะดีกว่าถ้าขายให้กับอาณาเขตอัศวินราชินีเหมันต์ พวกเขาสามารถใช้ผลึกเหล่านี้ในการเพิ่มพลังของตนเองได้ ดังนั้น...ไม่ว่าจะมีจำนวนมากเท่าไรก็สามารถซื้อเอาไปใช้ได้ทั้งหมด”  

 

คุณชายห้าที่เห็นกองทรัพยากรขนาดนี้ก็พยายามจะช่วยหาทางออก ความเป็นห่วงของเขาทำให้จางอู่หยางเเค่นหัวเราะออกมา สายตาชายหนุ่มมองด้วยท่าทางดูเเคลนเสียด้วยซ้ำ

 

“ทำไมพวกฉันจะต้องขายทรัพยากรพวกนี้เพื่อให้คนของอัศวินราชินีเหมันต์เเข็งแกร่งขึ้นด้วยล่ะ สู้เอาไปโยนทิ้งที่อาณาเขตหงส์ขาวยังจะดีกว่าเลย”

 

จางอู่หยางพูดออกมาโดยตรง ความปากร้ายของเขาที่พูดให้คนเจ็บใจไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยเฉพาะเหล่านักวิจัยของเขตมลพิษนั้นต่างก็รู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี

 

เนื่องจากเขาก็คือนายทุนใหญ่ที่สามารถร่วมลงทุนกับโครงการต่างๆได้ ดังนั้นทุกคนจึงพยายามเอาเรื่องการวิจัยของตนเองมาให้เขาอ่าน เเละสุดท้าย...ถ้าไม่ดีจริงก็จะถูกด่าไม่ไว้หน้า

 

ถึงพวกเขาจะอับอาย เเต่มันก็คุ้มค่าที่จะฟัง เพราะถ้าแก้ไขตามคำของเขาเเล้วประสบความสำเร็จขึ้นมา เช่นนั้นก็ยังเอาโครงการมาขายให้เขาต่อได้อีก

 

จางอู่หยางเป็นพวกสนใจผลประโยชน์ เป็นนักลงทุนมือทอง ถ้าเขาไม่เอาก็เเปลว่าโอกาสในการประสบความสำเร็จต่ำมาก เเต่ถ้าเขาเอา...เช่นนั้นก็ยืนยันได้เลยว่าจะประสบความสำเร็จอย่างงาม

 

น่าเสียดายที่ไม่ใช่ทุกคนจะมีโอกาสเข้าไปให้เขาด่า เเค่จะต้องผ่านมือเลขาของเขาก็ยากเเล้ว ช่วงนี้จึงมีคนมากมายอยากจะติดต่อให้อันซูหยวนเป็นคนเอาโครงการเข้าไป เพราะพวกเขารู้ว่าถ้าเป็นเธอ...จางอู่หยางจะมีเวลาให้ทันที เรื่องนี้เป็นเรื่องลับๆที่รู้กันระหว่างนักวิจัย เเต่ก็ได้เเค่ชั่วพักชั่วครู่ สุดท้ายอันซูหยวนคนนี้ก็งานยุ่งจนไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นเหมือนกัน

 

กลับมาที่สถานการณ์ปัจจุบัน เมื่อชายหนุ่มพูดอย่างนั้น ทหารของอัศวินราชินีเหมันต์ที่ตาเป็นประกายเพราะคิดว่าตนเองอาจจะมีสิทธิซื้อทรัพยากรพวกนี้ก่อนใครก็หน้ามืดครึ้มไปตามๆกันด้วยความอับอายเเละโกรธจัด

 

คนพวกนี้เป็นเเค่เเขกที่มาเยือนในอาณาเขตของพวกเขา ล่าทรัพยากรจากพื้นที่ล่าของพวกเขาเเล้ว กลับยังมาบอกว่าไม่อยากให้พวกเขาเเข็งแกร่งขึ้นอีก! คนพวกนี้จะไม่อวดดีเกินไปหน่อยหรือ? ไม่กลัวว่าพวกเขาจะปิดบ้านรุมตีให้ตายรึไง!

 

“คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาว ถึงฉันจะไม่อยากใส่ใจบทสนทนาของผู้ไร้มารยาท เเต่การพูดถึงผู้อื่นเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องดีเลยนะ หรือว่า...คุณหนูเองก็เห็นด้วยที่คนของคุณพูดออกมาเเบบนี้”

 

“ถ้าหากคำพูดนี้ได้ยินถึงหูของคนในอาณาเขตเราเเล้วเกิดความโกรธเเค้นขึ้นมา คุณหนูกลายเป็นเป้าหมายของความโกรธเเค้นผู้คนเมื่อไร ฉันเองก็รับประกันไม่ได้หรอกนะว่าจะสามารถปกป้องไม่ให้ได้รับบาดเจ็บได้น่ะ อย่างมาก...ก็เเค่รับปากว่าจะไม่ปล่อยให้คุณหนูผู้เป็นเเขกบ้านเเขกเมืองต้องเอาชีวิตมาทิ้งเพราะความปากดีของผู้ติดตามเท่านั้น”

 

เสวี่ยจิงฟังมานานเเล้ว เธอไม่อยากจะลดตัวลงไปพูดเรื่องนี้จริงๆ เเต่สุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะปรามกลุ่มคนอวดดีเหล่านี้

 

พวกเขาเเข็งแกร่งนั่นก็เป็นเรื่องที่เห็นได้กับตา เเต่นิสัยถ่อยเหมือนกับพวกไร้การศึกษา ไม่มีคำพูดภาษาดอกไม้ เเสดงออกเหมือนไม่มีมารยาท...ทั้งยังไม่ยอมเล่นไปตามเกมที่ควรจะทำอีก

 

เเล้วเเบบนี้...คนเเบบนี้ยังเสนอหน้ามายืนต่อหน้าของเธอได้อย่างไร หากจะโทษก็ต้องโทษอัศวินหงส์ขาวที่ตกต่ำขนาดนี้ รับเอาพวกสายเลือดสกปรกเข้ามาเเล้วก็จัดการไม่ได้ ปล่อยให้เพ่นพ่านพ่นคำหยาบไปทั่ว!

 

เดิมทีเสวี่ยจิงก็พยายามอดทนกับซูหยวนเเละจางอู่หยางเพื่อไม่ให้ระเบิดท่าทางต่ำต้อยออกมา เเต่พวกเขาก็เข้ามาเตะจุดเดือดของเธอซ้ำๆ ซึ่งคุณชายห้าคนนี้กลับเหมือนถูกสะกดจิตไปเเล้ว พวกเขาทำอะไรพูดอะไร อีกฝ่ายกลับเหมือนไม่ได้ยินไปเสียทั้งหมด นี่...ถ้าไม่ใช่ว่าเขาก็คือคุณชายห้าเเห่งอัศวินพันปีจริงๆ เธออาจจะสงสัยว่าเขาเป็นสายลับที่คนของเขตมลพิษสั่งให้เเฝงตัวมาเเล้ว!

 

“โอ้ เเล้วคำไหนที่เเสดงออกว่าไร้มารยาทหรือ? เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไร้มารยาท หรือเป็นความจริงที่คนของเขตอัศวินราชินีเหมันต์ไม่อยากยอมรับกันเเน่? พี่จางบอกว่าไม่ต้องการขายให้คนของเขตอัศวินราชินีเหมันต์ก็เป็นเรื่องผิดหรือ? หรือว่าตั้งเเต่เเรกที่ให้พวกเรามาที่นี่ก็เพื่อ...ลงเเรงเสี่ยงอันตรายหาทรัพยากรมาให้คนของเขตอัศวินราชินีเหมันต์?” ซูหยวนเลิกคิ้ว เอ่ยถามทำเป็นไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น

 

เธอรู้ว่าเเผนของจางอู่หยางก็คือการสร้างปัญหาตั้งเเต่เเรก อย่างไรสองอาณาเขตก็ไม่ได้ดีต่อกันอยู่เเล้ว ดังนั้นการที่เสวี่ยจิงมาตีสนิทอยากจะใกล้ชิดกับเขาย่อมมีจุดประสงค์อื่นเเอบเเฝง

 

ถ้าปล่อยให้เธอได้ทำตามใจ เช่นนั้นก็คงจะไม่ใช่จางอู่หยางเเล้ว เเทนที่เขาจะพยายามหลบเลี่ยง สู้เผชิญหน้ากันเเบบนี้เป็นวิธีที่เขาชอบใช้มากกว่า

 

ต่อให้เสวี่ยจิงอยากจะพูดดีด้วยในอนาคต เธอก็ต้องข่มกลั้นอารมณ์ของตนเองให้ได้ก่อน ก็นะ...ทำไมจางอู่หยางต้องเป็นฝ่ายอดทน ทนต่อความน่ารำคาญของเสวี่ยจิงด้วย ทำไมไม่เปลี่ยนให้เธอเป็นผู้ต้องทนเเทนเสียเลยล่ะ ทำแบบนั้นจะไม่ดีกว่าหรือ? ถ้าเธอทนได้...ถึงเวลานั้นก็ค่อยว่ากันอีกที

 

แผนการเเรกของเขาน่าจะสำเร็จด้วยดีเเล้ว มันไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย ยิ่งเล่นกับพวกที่มีศักดิ์ศรีมาก ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร นั่นก็ยิ่งกระตุ้นได้ง่ายมาก ดูสิว่าตอนนี้เธอกำลังโกรธจนหน้าดำหน้าแดง ความสง่างามความสูงส่งที่พยายามรักษาภาพลักษณ์เอาไว้ หากไม่ใช่เพราะพลังเสน่ห์ของเธอ คิดว่าตอนนี้ภาพที่ออกมาคงจะไม่ต่างจากปีศาจร้าย

 

เห็นว่าอันซูหยวนทำเป็นไม่รู้ไม่เรื่องทั้งๆที่คนของเธอกำลังเหยียดหยามพวกตน เสวี่ยจิงที่โกรธจัดก็เตรียมส่งสัญญาณออกไปทันที

 

ดี! อวดดีกันต่อไปเถอะ เดี๋ยวอีกไม่นานเธอจะทำให้เห็นเองว่า “เจ้าถิ่น” มีความหมายว่าอย่างไร! ถึงตอนนั้นจะมานั่งคุกเข่าขอร้องให้ช่วย เธอก็จะมองดูพวกมันค่อยๆตายไปด้วยความสะใจเท่านั้น

 

ตอนนี้เสวี่ยจิงไม่สนใจอีกเเล้วว่า “ชายคนนั้น” ที่มารดามอบภารกิจมาให้จะเป็นจางอู่หยางหรือไม่ ตราบเท่าที่อีกฝ่ายตกตายไปก็เป็นอันจบเรื่องทุกอย่าง ถ้าหากท่านเทพเลือกคนที่ควบคุมไม่ได้คนนี้ขึ้นตำแหน่ง เช่นนั้นสู้ให้เขาไม่มีโอกาสเติบโตยังจะดีกว่า!

 

“เฮ้อ คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวไม่เข้าใจเรื่องมารยาทดีพอ เช่นนี้ฉันก็ไม่รู้ว่าควรจะอธิบายอย่างไร มันจะดีกว่าถ้าคุณเรียนรู้ให้มากขึ้นเมื่อกลับไปอาณาเขตอัศวินหงส์ขาว”

 

เสวี่ยจิงกดข่มความโกรธเเล้วพูดเหมือนตนเองใจกว้างมาก ไม่เก็บเอาเรื่องไร้มารยาทของพวกเขามาใส่ใจ ซึ่งการเเสดงออกของเธอทำให้คุณชายห้าลอบขมวดคิ้วมุ่น

 

ในความคิดของเขา...ตัวเองไม่พอใจ ไม่ชอบใจเเท้ๆ เเต่ทำไมจะต้องเเสดงออกเช่นนี้ด้วย ที่นี่ไม่ได้มีคนอื่น มีเเค่เขา คนของอัศวินราชินีเหมันต์เเละคนของอัศวินราชินีหงส์ขาว โดยสองฝั่งนี้ไม่ถูกกันอยู่เเล้ว เพียงเเค่เรื่องเล็กๆน้อยๆก็กระทบกระทั่งกันได้เพราะมีอคติต่อกันตั้งเเต่เเรก มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย

 

ดังนั้นตั้งเเต่ต้น...เขาก็รู้อยู่เเล้วว่าบรรยากาศของทั้งสองฝ่ายไม่ดีนัก คุณหนูอันซูหยวนก็ไม่ได้จงใจจะซ่อนความไม่พอใจของตนเองเหมือนกัน เเบบนี้สำหรับเขาเเล้วดูจริงใจมาก

 

เเล้วทำไม...คุณหนูแห่งอัศวินราชินีเหมันต์ต้องเเสดงว่าเป็นมิตรที่ดีต่อกันด้วยล่ะ? เธอกำลังเเสดงเรื่องนี้ให้ใครดู? ทำเเบบนี้มันก็เหมือนกับมีแผนร้ายอยู่ในใจเลยไม่ใช่หรือ?

 

ตัวเขามาจากเขตอัศวินพันปี ปกติพี่น้องก็ไม่เสเเสร้งต่อกันอยู่เเล้ว เมื่อเจอคนเเบบนี้เขาก็มีกำเเพงต่อต้านตั้งไว้ก่อนเลยอันดับเเรก รู้สึกว่าไม่ค่อยชอบใจคุณหนูเสวี่ยจิงเท่าไรเเล้ว…

 

คนที่เริ่มต้นด้วยการโกหก ก็จะได้รับสิ่งที่เรียกว่า “ความไม่ไว้ใจ” ต่อไป คุณชายห้ากำลังรู้สึกเเบบนั้นกับเสวี่ยจิง เเละมันคงจะส่งผลในระยะต่อไป หากเธออยากจะดึงดูดความสนใจของเขา กลับจะได้เเค่ความหวาดระเเวงกลับมาเเทน

 

คำพูดของเสวี่ยจิงพูดมาเเล้วก็พูดผ่านไป อันซูหยวนเเค่ยิ้มให้เธอเเล้วก็เลิกสนใจ สิ่งที่ควรจะทำในตอนนี้ก็คือการหาตำแหน่งที่มั่นของพวกตนในเขตพื้นที่ล่านี้

 

ในเมื่อที่นี่ไม่ใช่เขตมลพิษ อีกทั้งสัตว์ร้ายก็ไม่ได้ดูน่ากลัวมากจนรับมือไม่ไหว พวกเขาจึงตัดสินใจที่จะพักที่เขตพื้นที่ล่านี้เลย เเม้ว่าทหารของอัศวินหงส์ขาวจะไม่เห็นด้วยเเละอยากให้คุณหนูของพวกเขากลับออกไปพักผ่อนข้างนอกที่ค่ายที่เตรียมพร้อมไว้ เเต่ซูหยวนกลับปฏิเสธเเละเลือกที่จะอยู่กับประธานจางเเทน

 

สุดท้ายตลอดช่วงบ่ายของวันนี้ ก็เป็นการสำรวจหาพื้นที่ที่เหมาะสมในการพักผ่อนจนได้เจอกับหน้าผาน้ำเเข็งแห่งหนึ่ง ข้างในของมันมีถ้ำใหญ่อยู่ด้วย ซูหยวนตรวจสอบเเล้วพบว่ามีสัตว์ร้ายอยู่ในถ้ำนี้ 2 ตน เเต่ลักษณะเหมือนกำลังจำศีลอยู่ ดังนั้นถ้าไม่ทำเสียงดังเกินไปหรือเข้าไปในอาณาเขตของพวกมัน ย่อมไม่เกิดปัญหาตามมา

 

“คุณหนู ท่านจะพักค้างเเรมที่นี่จริงๆหรือครับ ถ้าอย่างนั้นให้พวกเราคอยดูเเลความปลอดภัยให้ดีหรือไม่ เเม้ว่าพวกเราจะไม่ได้เเข็งแกร่งเท่ากับผู้ติดตามจากเขตมลพิษของท่าน กระนั้นก็ยังพอจะใช้ชีวิตนี้เป็นเครื่องมือถ่วงเวลาให้ท่านได้...”

 

หัวหน้าทหารกล่าวขึ้นมา น้ำเสียงเเละท่าทางของเขาบ่งบอกว่าต้องการทำเเบบนั้นจริงๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมา เพียงเเค่วันเดียวพวกเขาก็รู้เเล้วว่าอันซูหยวนเป็นเจ้านายที่พวกเขามอบความจงรักภักดีให้ได้ ไม่ใช่เเค่เธอเเข็งแกร่งเท่านั้น เเต่การปฏิบัติตัวต่อพวกเขาก็ดีมาก

 

เเม้จะไม่ให้ความสนิทสนม เเต่กลับไม่ละทิ้งพวกเขาให้อยู่อย่างยากลำบาก ไม่ฝืนให้พวกเขาทำในสิ่งที่ทำไม่ได้ด้วยซ้ำ ขนาดตอนที่คุณหนูลงมือล่า พวกเขายังทำได้เเค่มองดูเลย มีคุณหนูที่ไหนต้องทำงานหนักเหมือนเธอบ้าง ฉะนั้น...พวกเขาจึงค่อยๆเคารพเธอ เเล้วก็ต้องการปกป้องเธอบ้าง

 

อันซูหยวนโบกมือ เธอรู้ว่าพวกเขาต้องการช่วย เเต่ความเเข็งแกร่งที่มีนั้นไม่มากพอจะช่วยอะไรได้ ดีไม่ดีอาจจะสร้างปัญหาขึ้นมาเเทน

 

อีกอย่าง...เธอเเละประธานจางเห็นพ้องต้องกันว่าต้องการใช้เวลาที่ไม่มีคนอยู่ในการสำรวจให้มากขึ้น ภารกิจของอัศวินหงส์ขาวมีเเค่คนของประธานจางเท่านั้นที่รู้ ถ้าสามารถจัดการได้ก่อน หลังจากนั้นพวกเธอก็เเค่สนุกไปกับการล่าเพียงอย่างเดียว

 

ที่สำคัญที่สุด...ด้วยนิสัยของซูหยวน เธอจะสบายใจสุดๆก็ต่อเมื่องานสำเร็จเเล้ว ถ้าเป็นไปได้..เธอจะระดมกำลังสัตว์ร้ายเเล้วให้พวกมันช่วยตรวจสอบพื้นที่ทั้งหมดคร่าวๆก่อน เธอเองมีเป้าหมายประมาณ 12 จุดที่น่าจะเป็นหมู่บ้านของฮูลเเคระ ถ้าพวกเขาบอกว่าคุณชายเเห่งอัศวินราชินีเหมันต์อยู่กับพวกฮูลเเคระ เช่นนั้นก็น่าจะเป็น 1 ใน 12 ที่นี้…

 ………………………………………