LNCrawler

บทที่ 559 เล่าขาน (อ่านฟรี 15 ก.ย. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 559 เล่าขาน (อ่านฟรี 15 ก.ย. 69)

บทที่ 559 เล่าขาน

 

​หญิงสาวที่มีเป้าหมายในใจขนาดนี้แล้วย่อมไม่ต้องการให้คนอื่นเข้ามาวุ่นวายกับแผนของตนเอง อีกอย่าง...เธอก็ไม่อยากให้คนจำนวนมากได้เห็นว่าเธอมีวิธีการต่อสู้อย่างไรบ้าง ปล่อยให้พวกเขาได้แต่คาดเดากันไปเอง

 

​ถึงมันจะไม่ใช่ไพ่ลับในมือ แต่การค่อยๆแสดงความสามารถให้พวกเขาตื่นตะลึงทีละอย่างก็ถือเป็นการตบหน้าคนได้เหมือนกันไม่ใช่หรือ?

 

​ปกติแล้วซูหยวนไม่ใช่พวกชอบเล่นอะไรแบบนี้ แต่พอคนตรงหน้าเป็นเสวี่ยจิงมันก็ชวนให้เธอรู้สึกว่าการที่ทางนั้นถูกตีเข้าที่หน้าซ้ำๆเป็นเรื่องสมควร! เหอ เหอ เหอ ก็ใครใช้ให้เธอมั่นใจในตนเองขนาดนั้นกันเล่า ถ้ามีความสามารถแล้วมั่นใจก็ไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าไม่ได้มีความสามารถอะไรดีเลย สุดท้ายกลับยังดูถูกคนอื่นอีก แบบนี้แหละจึงเรียกว่า “สมควร!”

 

“ไม่จำเป็นต้องมาปกป้องฉัน กลับออกไปพร้อมกับคุณชายห้าเถอะ ตอนกลับเข้ามาก็ไม่ต้องรีบร้อน ถ้าเจอปัญหาจะรีบกลับออกไปเอง” อันซูหยวนตอบกลับทหารที่ติดตามเธอ

 

​ตอนที่มาที่นี่ ท่านอัศวินเรียกเธอไปพบแล้วกล่าวเกี่ยวกับกองกำลังปกป้องคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาว ต่อให้ซูหยวนจะไม่ต้องการ แต่ทั้งคฤหาสน์หลังใหญ่ เงินทองและทรัพยากรรายเดือน รวมทั้งกองกำลังจำนวน 100 นาย เป็นหน้าที่ที่อัศวินจะต้องมอบให้

 

​ก่อนหน้านี้มอบบ้านและทรัพยากรประจำปีให้เธอแล้ว แต่ซูหยวนต้องรีบกลับไปที่เขตมลพิษก่อน ก็เลยไม่ได้ให้เธอเลือกว่าจะใช้กองกำลังกลุ่มไหน หรือมีใครบ้างที่ต้องการรับเข้าเป็นคนของตนเองเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งแม้ว่าพวกทหารจะไม่ค่อยชอบใจที่ต้องติดตามเธอ แต่การที่ได้มาอยู่ข้างๆเธอแบบนี้ก็เหมือนกับการเลื่อนขั้น เช่นนั้นพวกเขาย่อมไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว

 

​ซูหยวนรับรู้คุณค่าของทหาร 100 นายที่ติดตามตนเองเป็นเงานี้ แม้ว่าความสามารถในการต่อสู้ของพวกเขาจะไม่ได้ดีมากนัก แต่ในอนาคตยังสามารถใช้พวกเขาทำงานอย่างอื่นได้ด้วย

 

​เชื่อได้ว่าการเจรจาใดๆที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ หากใช้ทหารของอัศวินหงส์ขาวเป็นตัวกลาง ย่อมจะได้รับผลตอบรับที่ดีกว่าการให้คนของเขตมลพิษไปติดต่อก่อน เพราะค่าความเชื่อมั่นในตัวพวกเขาสูงกว่านั่นเอง

 

​แต่ก็นั่นแหละ คนพวกนี้เป็นทรัพยากรที่ยังใช้งานไม่ได้ทันที จะต้องผ่านการฝึกและการทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อน เรื่องพวกนี้ต้องใช้เวลาและรีบร้อนไปก็ไม่ดี ถึงเธอจะมีการรับรู้ที่ยอดเยี่ยมผ่านการเป็นผู้ครอบครองต้นไม้โลกแล้วก็เถอะ กระนั้น...การตัดพวกทรยศออกเป็นเรื่องง่าย แต่การสร้างผู้มีความรู้สึกภักดีเป็นเรื่องยากกว่าหลายเท่า ฉะนั้นเธอจะไม่ทำลายโอกาสดีๆที่ได้รับมานี้!

 

​กลับมาที่ทหารทั้งหมดของอัศวินหงส์ขาว เมื่อได้ยินว่าอันซูหยวนปฏิเสธ ไม่ให้พวกเขาช่วยดูแลตอนกลางคืน สีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนเป็นเศร้าหมอง

 

​พวกเขาไม่เคยรู้สึกว่าตนเองไร้ค่าแบบนี้มาก่อน หลังจากนี้เมื่อกลับไปที่อาณาเขตอัศวินหงส์ขาว สิ่งแรกที่พวกเขาต้องทำก็คือการฝึก แล้วก็ฝึก แล้วก็ฝึกให้หนัก!!

 

​ในการทำภารกิจวันนี้ แค่จะไล่ตามเก็บทรัพยากรให้ทันก็ยังทำไม่ได้ ดังนั้นต่อไปพวกเขาจะต้องเร็วขึ้นให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก เรื่องการโจมตีที่รุนแรงนั้นก็ต้องฝึกฝนเช่นกัน ทว่า...อีกนานเท่าไรกว่าจะเป็นประโยชน์ สู้เพิ่มความเร็วให้มีประโยชน์เสียตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่า!

 

“ก็ได้ครับคุณหนู…ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ขอตัวก่อน แล้วจะรีบกลับมา...” ตัวแทนพูดขึ้น ซูหยวนจึงพยักหน้ารับให้

 

คุณชายห้าเองก็อยากพูดอะไรเหมือนกันเเต่สุดท้ายก็กลับออกไป เขารู้ว่าซูหยวนเเข็งเเกร่งมากหลังจากที่ติดตามเธอมาตลอดทั้งวัน ดังนั้นเขาไม่ต้องกังวลมากนัก ยิ่งคนที่เธออยู่ด้วยก็คือคนที่ชอบเธอเหมือนกัน ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อีกฝ่ายคงไม่ปล่อยให้ซูหยวนเกิดปัญหาได้

 

เห็นทุกคนยอมเดินออกไปเเล้ว จางอู่หยางก็พูดออกมา

 

“คุณหนูของอัศวินราชินีเหมันต์สร้างปัญหาไว้” เขาพูดเเค่นั้น ซูหยวนก็พยักหน้ารับว่าเธอเองก็รู้แล้วเช่นกัน

 

เพราะสังเกตเห็นความไม่ปกติของอีกฝ่าย ซูหยวนได้ให้หนูทองลายขาวเเละเเมลงกัดกินคอยตรวจสอบดูเเล้ว เธอจึงรู้ว่าเสวี่ยจิงให้คนทำบางอย่างมาตลอดทาง เเม้จะยังไม่รู้ว่าสัญลักษณ์ที่ทำไว้คืออะไร เเต่เธอจะได้รู้ในอีกไม่นานนี้…

 

“ตอนนี้ฉันจะให้พวกเเมลงกัดกินเเละตั๊กเเตนน้ำกลายพันธุ์ลาดตระเวนดูว่าคุณชายแห่งอัศวินราชินีเหมันต์สามารถอยู่ที่ไหนได้บ้าง ฉันจะเริ่มตรวจสอบจากหมู่บ้านพวกฮูลก่อนตามที่ได้ข้อมูลมา จากนั้นพวกเราค่อยค้นอย่างละเอียดอีกทีดีไหมคะ”

 

“อืม ตามที่เธอว่าเลย” จางอู่หยางผู้ไม่เคยปฏิเสธหญิงสาวตรงหน้า เธอว่าอย่างไรเขาก็ว่าอย่างนั้น

 

สุดท้ายทั้งสองจึงนั่งลงท่ามกลางกองไฟขนาดใหญ่ที่ก่อขึ้นมาจากอุปกรณ์ประดิษฐ์ มีเเกนพลังงานคอยเป็นเชื้อไฟให้ สิ่งประดิษฐ์พวกนี้เกิดขึ้นจากความพยายามของพวกเขาเพื่อเอาตัวรอดในเขตมลพิษ เพราะที่นั่นไม่ใช่เเค่มีพื้นที่ที่หมอกหนาทึบ ไม่ใช่เเค่มีสารพิษอัดเเน่น หรือเเค่อากาศร้อนเป็นทะเลเพลิง แต่ยังมีพื้นที่ที่หนาวเหน็บถึงขั้วหัวใจด้วย

 

ดังนั้นเหล่านักวิจัยเเละพัฒนาอุปกรณ์จึงพยายามอย่างมากเพื่อช่วยเหลือ โชคดีที่พวกเขารวมตัวกันได้เเละมีรัฐบาลกลาง เก็บภาษีจากผู้คนเพื่อเอาไปพัฒนาสิ่งต่างๆ ไม่อย่างนั้นถ้าเเยกกันเป็นเขตๆเหมือนกับที่อัศวินคนอื่นๆทำ การพัฒนาในส่วนกลางคงไม่ดีเเบบนี้

 

ฝูงตั๊กเเตนน้ำกลายพันธุ์ออกบินท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ โชคดีที่พวกมันไม่เเพ้น้ำเเข็งหรืออากาศหนาว อาจจะเพราะมันเป็นตั๊กเเตนธาตุน้ำ เเม้จะรู้สึกได้ถึงความเย็น เเต่ความเย็นนี้กลับเป็นมิตรต่อพวกมันมากกว่า

 

โดยเฉพาะตอนที่มีลมพัดผ่านเข้ามา หากเป็นผู้อื่นจะต้องรู้สึกเเย่เเน่ ทว่าพอเป็นตั๊กเเตนน้ำกลายพันธุ์ พวกมันเลือกที่จะไม่โต้กลม เเต่อาศัยเเรงลมนี้บินไปรอบๆ ยิ่งกลับเป็นการเพิ่มความเร็วให้พวกมันเเทนเสียอีก

 

ทางด้านผู้ที่กำลังรอ ตอนนี้พวกเขาเริ่มเอาน้ำเเละอาหารออกมาเเล้ว ซูหยวนเอาผงชาร้อนมาจำนวนมาก เธอเริ่มชงชาให้เจ้านายของตนเองอีกครั้ง พร้อมกับพวกนักล่าทั้ง 5 ขององค์กรเองก็ได้รับผงชาเเละกาน้ำชาชุดเล็กๆเเยกไปต้มเเล้ว เเม้ซูหยวนตั้งใจจะชงให้พวกเขา เเต่ทั้งหมดกลับไม่กล้ากินน้ำกาเดียวกับประธาน สุดท้ายเพื่อความสบายใจจึงไม่ฝืนบังคับกัน

 

“กินเนื้อนี่สิ”

 

จางอู่หยางยื่นเนื้อเสียบไม้ที่ยังมีควันขึ้นออกมาให้ ซูหยวนจำได้ว่าเจ้าเนื้อย่างนี้เป็นเนื้อที่เขาเอาเข้ามาด้วยตนเอง มันเป็นเนื้อที่ซื้อมาจากท่าเรือที่เขาไปเหมาอาหารมา ยังบอกด้วยว่าตั้งใจจะเอามาให้เธอลองกินเพราะเขารู้สึกว่าจะถูกปาก ช่าง...เป็นความใส่ใจที่ทำให้หัวใจอบอุ่นได้ในช่วงเวลาความหนาวเหน็บนี้จริงๆ

 

“ขอบคุณค่ะ”

 

ซูหยวนกล่าวก่อนจะรับเนื้อย่างมา กลิ่นหอมของมันค่อนข้างแปลก เเต่มีเอกลักษณ์มาก ไม่เหมือนกับเนื้อที่เธอเคยกินจากโลกเดิม ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้เหม็นคาวจนลดทอนความน่ากินลงไป

 

สายตาของคนอีก 5 คนที่กำลังเเอบมองมีประกายวิบวับ วันทั้งวันพวกเขาลุ้นให้เจ้านายของตนเองมีเวลาดีๆกับคุณอันบ้าง บรรยากาศที่หนาวเย็นนี้ กลับให้ภาพที่ค่อนข้างน่ามอง ถ้าใช้โอกาสนี้เพื่อสารภาพรักล่ะก็...

 

อ๋า ไม่สิ! ตอนนี้คุณอันยังคงเรียนอยู่ ดูก็รู้ว่าประธานไม่ต้องการทำให้เธอเสียสมาธิ ดังนั้นจึงยังไม่เข้าหาอย่างโจ่งเเจ้ง เเม้จะเป็นเเบบนั้น...เเต่การค่อยๆทำลายกำเเพงของสาวงามก็จำเป็น

 

เเผนการที่จะให้ประธานเเละคุณอันอยู่ในเขตพื้นที่ล่าด้วยกันตอนกลางคืนก็คือสิ่งที่พวกเขาคิด กว่าจะใช้ข้ออ้างมากมายเอามาพูดให้ประธานชวนคุณอันอยู่ด้วยก็ล้วนยากเย็น เดิมทีประธานไม่ต้องการทำให้พวกอัศวินราชินีเหมันต์สงสัย เเต่สุดท้ายก็เลือกทำภารกิจของคุณอันให้เสร็จก่อนเป็นอันดับเเรก ส่วนพวกหูตาที่พยายามมองดูอยู่ก็ช่างหัวพวกมัน

 

ในขณะที่ซูหยวนกำลังจะกัดเนื้อที่มีไข่มันประปรายอยู่นั้น เธอกลับหยุดมือเเล้วเปลี่ยนท่าทางอย่างกะทันหัน จางอู่หยางที่มองดูอยู่ตลอดก็คว้าอาวุธของตนเองอย่างรู้งานเช่นกัน ทั้งสองคน ไม่สิ! ทั้ง 7 คนยังไม่มีใครได้พูดอะไร เเต่ในมือกลับเตรียมอาวุธพร้อมเเล้ว

 

แซ่กๆ

 

เสียงเเหวกพุ่มไม้ไกลๆดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ดวงตาสีเเดงฉานคู่หนึ่งปรากฏจากมุมที่มืดสนิท จากนั้นร่างขนาดใหญ่ก็พุ่งตัวออกมาตั้งใจจะไม่ให้เหยื่อได้ตั้งหลัก!

 

“เลือดของฮูลเเคระ” เป็นวัสดุดิบสำคัญที่เสวี่ยจิงได้ใช้มันไปก่อนหน้านี้ อันซูหยวนจับตาดูอีกฝ่ายอยู่ตลอด รู้ว่าเธอคงจงใจจะสร้างปัญหาเเละคาดเดาไว้เเล้วด้วยว่าน่าจะหลอกล่อสัตว์ร้ายที่น่ากลัวให้ออกมาจัดการเธอ

 

ตอนนั้นเธอได้เห็นสีหน้ามั่นใจของอีกฝ่ายที่เเม้จะรู้ว่าพวกเธอเเข็งแกร่งขนาดนี้ แต่ก็ยังมั่นใจว่าศัตรูที่พามานั้นเเข็งแกร่งกว่า! ดังนั้นสิ่งที่กำลังปรากฏตัวตอนนี้ไม่ควรประมาท!

 

ร่างยาวกว่า 15 เมตรเคลื่อนที่รวดเร็วมาก ลำตัวที่ใหญ่มากกว่า 5 คนโอบกลับไม่เป็นอุปสรรคในการเคลื่อนไหวเลย อีกอย่าง...หนังที่เป็นเกร็ดหนานั้นกลับป้องกันการโจมตีไดัดีด้วย มันสามารถใช้ข้อดีทั้งหมดของตนเองเพื่อฟาดหน้าผาที่ยื่นออกมาจนเเตกละเอียดได้ในครั้งเดียว ก่อนที่จะใช้ปากขนาดใหญ่เพื่อกัดเข้าไปที่หน้าถ้ำ ตั้งใจจะกลืนศัตรูเข้าไปพร้อมทั้งหน้าผานี้

 

ช่าง.....เป็นการกินที่ตะกละตะกรามมากที่สุดที่เธอเคยเห็นมาเลย!

 

“งูกึ่งมังกรเหมันต์”

 

จางอู่หยางเคยได้ยินคำเรียกนี้มาก่อน เขาให้คนของตนเองเเฝงตัวอยู่รอบๆย่อมได้ยินข่าวลือนี้ เเม้ว่าจะเป็นเเค่ตำนานเล่าขาน เเต่พวกนักล่าของอัศวินราชินีเหมันต์ก็พูดว่าสิ่งมีชีวิตนี้มีอยู่จริงไม่ใช่เเค่ตำนาน

 

อาจจะเพราะเจ้าตัวนี้...คนของอัศวินราชินีเหมันต์จึงไม่มีใครเคยอยู่ที่นี่ตอนกลางคืนเลย เมื่อท้องฟ้าเริ่มมืด คนทั้งหมดก็ออกไปเเล้ว... ส่วนที่ว่าทำไมเสวี่ยจิงจึงใช้เลือดของฮูลเเคระเพื่อล่อให้มันมาทางพวกเธออยู่ก็เพราะ...พวกเขามีความเชื่อว่างูกึ่งมังกรเหมันต์ตนนี้มีความโกรธเเค้นกับพวกฮูลเเคระนั่นเอง

 

จากที่เขารู้มา พวกคนของอัศวินราชินีเหมันต์เชื่อว่าก่อนหน้านี้ที่งูกึ่งมังกรตนนี้กำลังจะวิวัฒนาการไปเป็นมังกรที่เเท้จริง กลับถูกพวกฮูลเเคระขัดขวางจนทำให้ได้เป็นเเค่ “กึ่งมังกร” เท่านั้น

 

ความเเค้นนี้ทำให้มันสาบานว่าถ้าเจอฮูลเเคระที่ไหนจะต้องฆ่าให้ได้ ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะได้เห็นมันเข้าโหมดคลั่งทันทีที่เจอเหยื่อ

 

“มันคิดว่าพวกเราเป็นฮูลเเคระ ปกติเป็นเหมือนงูเจ้าถิ่น มันเเทบไม่ต้องกินอาหารเเล้ว เเต่ที่มันต้องการโจมตีเช่นนี้ก็แค่อยากแก้เเค้นเท่านั้น”

 

“คนของอาณาเขตอัศวินราชินีเหมันต์เชื่อว่ามันอาจจะกลายเป็นมังกรได้ถ้าความเเค้นที่สั่งสมมาถูกทำลายทั้งหมด หรือก็คือ .. ถ้ามันฆ่าฮูลเเคระได้ทั้งหมดก็น่าจะยกระดับพลังตนเองได้เพราะหลุดพ้นจากพันธนาการในจิตใจ”

 

“มีพวกนักล่าบางกลุ่มที่เคารพเจ้างูกึ่งมังกรนี้ อยากให้มันเลื่อนระดับก็เลยมีเป้าหมายในการสังหารฮูลเเคระ แต่มันอาจจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญหรือเเค่ข้ออ้างก็ได้ เพราะสุดท้ายพวกฮูลเเคระก็ไม่ได้เป็นมิตรกับพวกเขาเหมือนกัน การต่อสู้หรือการฆ่าฟันกันย่อมเกิดขึ้นอยู่เสมอ”

 

​จางอู่หยางเคลื่อนไหวหลบหลีกไปพร้อมๆกับอธิบายให้ซูหยวนฟังด้วย ซึ่งเธอก็ตั้งใจฟังจริงๆ

 

​เนื่องจากเธอรู้ว่าที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่เชื่อมมิติในเกม หลายครั้งมีเรื่องเล่าออกมาให้ผู้เล่นได้อินไปกับเนื้อเรื่องเหมือนกับตอนนี้ ซึ่งพื้นที่ไหนก็ตามที่มีเรื่องเล่า หมายความว่าจะต้องมีจุดแก้เกมได้ด้วย

 

​หรือก็คือ...ถ้าตั้งใจฟังเรื่องเล่าดีๆ จะพบว่าสามารถเคลียร์พื้นที่นั้นๆได้ โดยจะทำให้พื้นที่นั้นยกระดับขึ้นไป หรือไม่ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้น

 

​เรื่อง “งูกึ่งมังกร” ซูหยวนไม่มั่นใจว่าตนเองเคยเห็นผ่านตาหรือไม่ อาจจะมีคนเคยเขียนไว้บนกระดานสนทนาโลก แต่เธอไม่ได้สนใจมากนัก ทว่า....มีเรื่องหนึ่งที่เคยอ่านผ่านตาแล้วก็รู้สึกว่ามันน่าสนใจมาก นั่นก็คือเรื่องของ “นางพญามงกุฎขาว” ที่เป็นตัวตนของเซียนแต่อยู่ในเขตเชื่อมมิติแห่งหนึ่ง

 

​นางเป็นนางพญามงกุฎขาวที่มีอำนาจมาก เกือบจะได้เป็นจักรพรรดินีมงกุฎขาวแล้ว ทว่าคนรักของนางได้ขอร้องนางเอาไว้ เขาบอกว่าไม่อยากให้นางกลายเป็นจักรพรรดินีเพราะตนเองเป็นเพียงผู้ต่ำต้อย หากนางได้ตำแหน่งสูงขนาดนั้น ความรักของพวกเขาก็คงจะเป็นไปไม่ได้อีก

 

​ดังนั้นนางพญามงกุฎขาวตอนที่ใกล้จะเลื่อนขั้นก็ทำลายขุมพลังของตนเอง กลายเป็นจุดเสียหายที่ไม่อาจจะพัฒนาไปได้อีก ตอนนั้นนางก็รีบไปหาคนรัก แต่สุดท้ายสิ่งที่พบก็คือ...คนรักผู้นั้น แท้จริงแล้วเป็นคนของศัตรูที่แฝงตัวมาตั้งแต่แรก ทำให้นางหลงรักได้ และไม่อาจจะพัฒนาก้าวหน้าต่อไป

 

​ทั้งหมดทั้งมวลเป็นแค่เรื่องโกหก!

 

​ก็เหมือนกับสถานการณ์ตอนนี้ที่งูกึ่งมังกรเหลือเพียงความโกรธแค้น ผู้เล่นเจ้าของฟาร์มเอาเรื่องนี้มาประกาศ ขอให้ผู้เล่นจำนวนมากเข้าร่วมปาร์ตี้ มาแก้กระดานนี้ไปด้วยกัน สุดท้ายก็ช่วยกันวิเคราะห์ว่าจะเอาชนะเกมนี้ได้อย่างไร

 

ผลสรุปก็คือ...ช่วยกันทำลายอาณาจักรของคนรักคนนั้น แต่แทนที่นางพญามงกุฎขาวจะมีความสุขและหลุดพ้น กลับกลายเป็นว่านางเสียใจ คนรักถูกฆ่าตายตัวนางที่มีความแค้นเต็มอก เวลานี้ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่ออะไรอีก จากนั้นนางก็ระเบิดตนเองตายไปพร้อมกับระเบิดทุกอย่างไปด้วย พื้นที่เชื่อมมิตินั้นก็เกิดการเปลี่ยนแปลง กลายเป็นพื้นที่เชื่อมมิติรูปแบบใหม่แทนเสียอย่างนั้น

 

 …………………………