LNCrawler

บทที่ 560 เข้าถ้ำ (อ่านฟรี 16 ก.ย. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 560 เข้าถ้ำ (อ่านฟรี 16 ก.ย. 69)

บทที่ 560 เข้าถ้ำ

 

​ซูหยวนไม่รู้และไม่ได้คาดหวังว่าสถานการณ์พิเศษแบบนั้นจะเกิดขึ้นกับพื้นที่ล่านี้หรือไม่ หากงูกึ่งมังกรที่มีความแค้นลึกซึ้งต่อพวกฮูลแคระตกตายไปแล้ว อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบใหม่ หรือก็แค่เจ้างูกึ่งมังกรตนนั้นหายไปตลอดกาล นักล่ารัตติกาลที่ใครๆต่างก็หวาดกลัวเหมือนไม่เคยมีอยู่อีก

 

หรืออีกอย่าง....โอกาสสุดท้ายที่อาจจะเป็นไปได้ก็คือ เจ้างูกึ่งมังกรก็แค่เรื่องเล่าที่ผู้สร้างเกมออกแบบไว้ให้ หลังจากถูกฆ่าตายแล้วก็มีเวลาคูลดาวน์เพื่อคืนชีพ ....

 

​ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ไม่ได้สำคัญ เพราะตอนนี้การต่อสู้ของพวกเธอก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!

 

​สีเงินที่สะท้อนแสงไฟจนเกิดประกายวาววับเป็นเพียงสิ่งเดียวที่คู่ต่อสู้อาจจะมองเห็นได้ก่อนจะถูกโจมตีจนไม่อาจจะลืมตาขึ้นมาได้อีก ความเร็วในการฟาดของมันรุนแรงมาก สมกับที่ถูกเรียกว่าเป็น “กึ่งมังกร” จริงๆ ถือว่าเธอได้ตัดสินใจถูกต้องแล้วที่ส่งทหารของอัศวินหงส์ขาวกลับไป ถ้าคนพวกนั้นยังอยู่ตรงนี้...เชื่อได้เลยว่าก็คงจะเป็นได้แค่อาหารเรียกน้ำย่อยของเจ้างูกึ่งมังกรตนนี้!

 

​ซูหยวนและจางอู่หยางยังไม่ได้ลงมือโจมตีในทันที แค่มองก็รู้แล้วว่าเกร็ดของมันมีพลังป้องกันสูงมาก เกรงว่าถ้าโจมตีไปตรงๆ แทนที่จะกำจัดศัตรูได้ อาจจะเป็นการทำร้ายตนเองแทน

 

​มีหลายครั้งที่พลังในการต้านทานของศัตรูจะส่งผลให้การโจมตีสะท้อนกลับด้วย ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการโจมตีหรือการรับมือจากงูกึ่งมังกรเหมันต์ตนนี้มีน้อยเกินไป อาจจะเป็นเพราะคนที่มีชีวิตรอดจากการโจมตีของมันมีน้อยนิด หรือไม่ก็คงเป็นเพราะน้อยคนนักที่จะได้มีโอกาสต่อสู้กับพวกมัน

 

​เงื่อนไขแรกคือต้องมีกลิ่นเลือดของฮูลแคระอยู่ด้วย และอีกเงื่อนไขก็คือ...เจ้างูกึ่งมังกรตนนี้ ถ้าไม่ใช่เวลากลางคืน มันก็จะไม่ยอมตื่นขึ้นมาเลย ฉะนั้นเวลากลางวันจึงไม่ค่อยมีคนเห็นมันมากนัก พอมันต่อสู้ยามค่ำคืน กลับใช้ความเร็วและการซ่อนตัวได้เป็นประโยชน์อีก เรียกว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่ตึงมือสุดๆ

 

“แยกกันไป ฉันจะใช้ถ้ำนี้ล่อให้มันติดกับ”

 

จางอู่หยางบอกแผนของตนเอง ในขณะเดียวกันก็วิ่งเข้าไปข้างในถ้ำด้วย ซูหยวนขมวดคิ้วเล็กน้อย อย่าลืมว่าข้างในถ้ำนั้น แท้จริงแล้วมีจุดสีแดงที่เฝ้าอยู่ข้างในด้วย ซูหยวนก็คิดว่าจุดสีแดงที่ว่านั้นไม่น่าจะเป็นตัวธรรมดาเลย

 

ตามกฎของเกมแล้ว สิ่งชีวิตที่มีจำนวนน้อยก็ยิ่งเป็นสิ่งชีวิตที่ทรงพลัง ดังนั้นเจ้าสิ่งมีชีวิตที่สามารปลีกวิเวกได้ท่ามกลางอันตรายมากมายเช่นนี้จะทรงพลังขนาดไหน แถมยังไม่มีข้อมูลของมันหลุดรอดออกมา นี่แปลว่าอะไร?

 

บางทีก็อาจจะแค่ไม่มีคนเคยเจอมันมาก่อน หรือเป็นเพราะคนเคยเจอไม่ได้กลับออกมาบอกก็ไม่ทราบได้ แต่...เธอรู้ว่าจางอู่หยางรู้เกี่ยวกับตัวตนที่ซ่อนอยู่ในถ้ำเหมือนกัน ต่อให้เขาไม่รู้มาก่อน แต่เธอก็ได้บอกเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว ดังนั้นนี่คงเป็นแผนการของเขา

 

​เจ้างูกึ่งมังกรถูกหลอกล่อไปโดยง่าย เนื่องจากชายหนุ่มได้ยกเอาใบไม้หนึ่งที่มีหยดเลือดของฮูลแคระที่เสวี่ยจิงทิ้งไว้ติดเข้าไปด้วย เป้าหมายของเขาก็คือส่วนลึกของถ้ำนั้น นี่อาจจะเป็นแผนการยืมมือฆ่าผู้อื่นก็เป็นได้

 

​ปล่อยให้สองสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังต่อสู้กันเอง แล้วพวกตนค่อยเก็บกวาดในภายหลัง แผนการนี้ไม่ได้แย่ แต่จะต้องมั่นใจว่าสามารหลบหลีกได้ทัน

 

​พร้อมๆกับที่จางอู่หยางเคลื่อนไหว ซูหยวนก็ออกไปพร้อมกับคนทั้ง 5 เพื่อป้องกันการบุกจากข้างนอกของผู้อื่น ซูหยวนสัมผัสได้ทันทีว่าเมื่องูกึ่งมังกรเหมันต์มาโจมตีที่ถ้ำนี้ สิ่งมีชีวิตกลางคืนก็ได้ตื่นขึ้นมากันแล้ว

 

​ไม่มั่นใจว่าอาจจะเป็นพวกฮูลแคระหรือไม่ เพราะพวกเขาเคลื่อนไหวอย่างมีระบบระเบียบมาก จุดสีแดงที่กระจายตัวรอบๆนี้ คล้ายว่าต้องการปิดล้อมเพื่อจัดการกับงูกึ่งมังกร ศัตรูตัวฉกาจของตนเองนี้เหมือนกัน เนื่องจากถ้ามันไม่ตาย...พวกเขาก็ต้องตาย การที่เป็นศัตรูซึ่งอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้ มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะเพิ่มความปลอดภัยให้ตนเอง

 

​เธอไม่มั่นใจว่านี่เป็นการตั้งค่าของเกมหรือไม่ แล้วถ้าพวกมันตายไปจะสามารถกลับมามีชีวิตได้อีกครั้งเหมือนกับสัตว์ร้ายตนอื่นๆหรือเปล่า แต่เรื่องนี้ก็ยังมีข้อยกเว้นอยู่ด้วยเช่นกัน

 

​หากสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ไม่ใช่คนของเขตพื้นที่ล่า ไม่ใช่ “เกม” ตั้งแต่แรก แล้วพวกเขาอาจจะหลุดเข้ามาอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ เช่นนั้นถ้าตายไปครั้งหนึ่งแล้วจะไม่ถือกำเนิดขึ้นอีกก็ไม่น่าแปลกใจอะไร ซึ่งอาจจะเป็นเพราะเหตุผลนี้ที่พวกเขาไม่อาจจะปล่อยให้ศัตรูลอยนวลต่อไปได้

 

​หนูทองลายขาวถูกส่งไปตรวจสอบสถานการณ์ก่อนแล้ว เมื่อได้ข้อมูลก็รีบกลับมา เธอยังส่งพวกองค์รักษ์หนูทองลายขาวไปแจ้งให้เหล่านักล่าระดับสูงของจางอู่หยางทราบเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ด้วย

 

​ผู้ที่ล้อมเข้ามาเป็นฮูลแคระจริงตามที่คาดเอาไว้ เป็นฮูลแคระจากหมู่บ้านที่ไกลออกไปประมาณ 50 กิโลเมตร พวกเขาได้ส่งหน่วยตรวจสอบตำแหน่งงูกึ่งมังกรเหมันต์มารอบๆถ้ำของศัตรูค่าฆาตตนนี้อยู่นานแล้ว แต่ถ้าพวกมันไม่ออกมาข้างนอก การเข้าไปในถ้ำของพวกมันก็เหมือนกับการยอมเข้าไปตาย

 

เช่นนั้นพวกฮูลแคระจึงรอโอกาสมาโดยตลอด น่าเสียดายที่หลายเดือนผ่านมาแล้วก็ยังไม่มีใครสามารถกระตุ้นให้เจ้างูกึ่งมังกรออกมาได้ เดิมทีพวกฮูลแคระยังคิดว่าอาจจะต้องใช้เลือดของพวกตนในการล่อให้เจ้าฮูลแคระออกมาติดกับ แต่การที่ให้มันออกมาล่าตนเองโดยตรงด้วยสถานะคลั่ง ก็ทำให้โอกาสที่พวกฮูลแคระจะชนะลดลงไปอีก ดังนั้นพวกมันจึงไม่ต้องการกระตุ้นเจ้างูกึ่งมังกรนี้เอง

 

แม้จะเป็นศัตรูคู่อาฆาตที่เกลียดชังกันหนักหนา แต่พวกฮูลแคระเป็นพวกมีสติปัญญา มันย่อมรู้ขีดจำกัดของตนเอง และรู้พลังของศัตรูดี ฉะนั้นจะไม่ลงมือสุ่มสี่สุ่มห้าเด็ดขาด

 

โชคดีที่พวกมันไม่ต้องรอนานเกินไป หรือไม่ต้องกระตุ้นความโกรธเจ้างูกึ่งมังกรตนนี้ด้วยตัวเอง ..ในที่สุดมันก็ถูกหลอกล่อออกมาจากถ้ำเสียที

 

และการที่มันไม่ได้มีเป้าหมายเป็นพวกตนนั้น ฮูลแคระเหล่านี้ก็มองเห็นช่องในการโจมตีแล้ว ไม่ว่าอย่างไร...ครั้งนี้พวกมันก็อยากจะปิดฉากเจ้างูร้ายตนนี้ให้ได้!!

 

หนูทองลายขาวเล่าเกี่ยวกับการเฝ้าระวังของพวกฮูลแคระให้ซูหยวนฟังคร่าวๆ จากนั้นก็รายงานจำนวนและสถานการณ์ข้างหน้าให้เธอเข้าใจอย่างละเอียด

 

“จี๊ด! เป็นทหารฮูลแคระจำนวน 54 ตน จำนวน 25 ตนเป็นพวกโจมตีระยะใกล้ อีก 20 คนเป็นผู้โจมตีระยะไกล และอีก 10 คนเป็นฝ่ายสนับสนุน ในบรรดา 10 คนนั้นมีผู้รักษา 3 คนด้วย จี๊ด!!”

 

“พวกนั้นเคลื่อนไหวด้วยการตามร่องรอยของงูกึ่งมังกรมา อาวุธครบมือเช่นนี้น่าจะหมายเอาชีวิตให้ได้ แต่เพราะพวกมันไม่ชอบผู้บุกรุกจากภายนอกเหมือนกัน ดังนั้นจึงตั้งใจจะให้ทั้งสองฝ่ายโจมตีกันให้หมดแรงหรือบาดเจ็บก่อนแล้วค่อยลงมือสังหาร”

 

“พวกมันมีหัวหน้าเป็นฮูลแคระทหารร่างใหญ่ จี๊ด! เป็นตัวที่ทรงพลังอย่างมาก บางทีอาจจะต่อสู้กับองค์รักษ์หนูทองลายขาวได้เลย”

 

ราชาหนูเล่ารายละเอียดอย่างต่อเนื่อง ซูหยวนฟังอย่างใจเย็น อาจจะเป็นเพราะทุกอย่างอยู่ในการคาดการณ์อยู่แล้ว เพียงแต่ประโยคสุดท้ายของราชาหนูทองลายขาวกลับทำให้ซูหยวนต้องเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ

 

“บอกว่าสามารถต่อสู้กับองค์รักษ์ได้เลยหรือ?”

 

“จี๊ด! ดูจากการเคลื่อนไหว ความเร็วและพลังในการโจมตีก็น่าจะเหมือนกัน อาวุธในมือของอีกฝ่ายยอดเยี่ยมมากด้วย ถ้าเทียบกับกรงเล็บของพวกเราก็ยังไม่แน่ว่าฝั่งไหนจะเอาชนะได้”

 

“โอ้...น่าสนใจดีนี่”

 

ซูหยวนไม่ได้หวาดกลัวเมื่อได้ยินเช่นนี้ การที่ใครสักคนมีอาวุธที่สามารถเทียบเคียงกับกรงเล็บของหนูทองลายขาวนี้เป็นเหมือนแหล่งทรัพยากรสำคัญเลย

 

​ทุกคนตามหามาตลอดว่าวัตถุดิบไหนที่พอจะทำให้แข็งแกร่งแบบนั้นได้ แต่ตอนนี้...เธอได้เจอแหล่งของมันแล้ว ไม่ว่าฮูลแคระพวกนี้จะยินยอมหรือไม่ สุดท้ายเธอจะทำให้พวกเขายินยอมเอง!

 

​ราชาหนูทองลายขาวเห็นเจ้านายสนใจอีกฝ่ายก็รู้สึกไม่ค่อยชอบใจนัก ไม่ใช่เพราะมันไม่ชอบใจเจ้านายของตนเองที่สนใจอย่างอื่นมากกว่า ตามนิสัยของเจ้านายที่ชอบค้นคว้าและพัฒนาในด้านต่างๆแล้ว ไม่น่าแปลกใจที่จะตื่นเต้นเมื่อเจอของดีๆบางอย่าง แต่ที่มันไม่ค่อยชอบใจกลับเป็นการที่มี “ใครบางคน” ที่สามารถเทียบเคียงกับความพิเศษของตนเองได้

 

​กรงเล็บเป็นสิ่งที่หนูทองลายขาวอย่างพวกมันภาคภูมิใจมากที่สุด แต่ตอนนี้มีอย่างอื่นที่สามารถเทียบเคียงหรืออาจจะเอาชนะได้ แบบนั้นแล้วจุดเด่นที่ทำให้มันภูมิใจยังมีอยู่อีกหรือ?

 

​เห็นทีว่าพวกมันหนูทองลายขาวจะต้องเร่งการพัฒนาให้มากขึ้นแล้ว ในขณะที่เจ้านายได้รับทรัพยากรมามากมาย แถมยังดีขึ้นเรื่อยๆ หากพวกมันยังอยู่ที่เดิม ต่อไปอาจจะไม่จำเป็นสำหรับเจ้านายแล้วก็ได้ใช่ไหม?

 

​ไม่ว่าเจ้าราชาหนูจะคิดมากอะไร ซูหยวนก็ยังไม่ได้สนใจเจ้าตัวมากนัก เรื่องที่สำคัญตอนนี้ก็คือการรับมือกับพวกฮูลแคระที่ต้องการมาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ในภายหลัง ถ้าพวกเธอปล่อยให้มันเข้ามาได้ ก็อาจจะเป็นการเพิ่มอุปสรรคให้ประธานจางแทน

 

​ฮูลแครพวกนี้ไม่ได้เป็นมิตรต่อทุกคน ขนาดพวกคนของอัศวินราชินีเหมันต์ที่พยายามสานความสัมพันธ์มาตลอดก็ยังทำไม่ได้ แถมยังถูกมองว่าเป็นศัตรูกันอีกต่างหาก ฉะนั้น...ซูหยวนย่อมไม่คิดเช่นกันว่าตนเองจะมีความพิเศษในการเจรจาใดๆ ต่อให้ในอนาคตต้องเจรจา...ก็ยังต้องใช้เวลาอีกมากเพื่อเข้าใจความต้องการของกันและกัน ดังนั้นตอนนี้...

 

“จี๊ด! ให้พวกข้าสกัดเอาไว้หรือไม่?” ราชาหนูทองเอ่ยถามขึ้นมา มันเองก็อยากจะวัดฝีมือกับทางนั้นจะแย่อยู่แล้ว ทว่าซูหยวนกลับส่ายหน้า

 

“ไม่จำเป็นต้องออกไปในตำแหน่งที่พวกเราไม่ได้เปรียบ ฉันจะตั้งหลักที่นี่...แล้วโจมตีพวกที่โผล่หน้าเข้ามา” ซูหยวนโบกมือให้ ราชาหนูขาวจึงถอยกลับไป

 

เมื่อเจ้านายตัดสินใจแล้ว ต่อให้ราชาหนูอยากจะลงมือเองเพื่อวัดพลังกันโดยตรง แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่พวกมันจะทำตามใจตนเองได้

 

​อันซูหยวนคิดได้ ฮูลแคระพวกนั้นก็คิดได้เช่นกัน พวกมันระวังตัวไม่ยอมเปิดโอกาสให้ศัตรูสามารถโจมตีได้ แม้จะเชื่อมั่นว่าตราบเท่าที่พวกเขาต่อสู้กับงูกึ่งมังกรเหมันต์นี้ อีกไม่นานก็คงจะพ่ายแพ้ ทว่า...ตอนนี้เสียงการต่อสู้ยังไม่จบ ทั้งยังไม่มีเสียงการปะทะ เหมือนกับมีแค่ฝั่งงูคลั่งเท่านั้นที่โจมตีอยู่ ดังนั้น...พวกเขาจึงยังคงรอต่อไปอย่างใจเย็น

 

​สองฝ่ายต่างตั้งท่ารอ ในขณะที่จางอู่หยางพางูกึ่งมังกรเข้าไปเกือบถึงข้างในถ้ำแล้ว และใช่! ตอนนั้นเองสิ่งมีชีวิตขี้เซาที่ไม่ได้ตื่นลืมตามานานหลายพันปี ในที่สุดก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมากลางคันแล้ว!!

 

“กรี๊ซ!!!!”

 

​ความหงุดหงิดจากการถูกปลุกทำให้มันกรีดร้องออกมา ปกติถ้ำแห่งนี้ก็หนาวเย็นจนลึกเข้ากระดูกอยู่แล้ว แต่เพียงแค่ลมหายใจอย่างหงุดหงิดของสิ่งมีชีวิตในถ้ำนั้นปลดปล่อยออกมา เกร็ดน้ำแข็งมากมายก็ค่อยๆก่อตัวเพิ่มขึ้น เกิดเป็นหินงอกหินย้อยทั่วทั้งถ้ำ

 

พวกพิกซี่และพวกแมลงน้ำแข็งที่อาศัยอยู่ข้างใน ทั้งๆที่ทนความหนาวเหน็บได้ดี แถมความเย็นก็ยังเป็นพลังงานให้พวกมันได้ด้วย แต่สุดท้าย...ความเย็นในระดับที่มากเกินไปนี้ก็สามารถแช่แข็งพวกมันได้เช่นกัน

 

​คนที่อยู่ด้านหน้าที่สุดอย่างจางอู่หยางเองยังต้องแบกรับความกดดันจากพลังงานระดับสูงนี้ด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะเขามีผลึกบาเรียจำนวนมากที่อันซูหยวนมอบให้ก่อนหน้านี้ ตอนนี้ร่างของเขาอาจจะร่วงลงไปที่พื้นและได้รับการบาดเจ็บอย่างหนักแล้วก็ได้

 

​แม้แต่เขาก็ยังทนกับออร่านี้ไม่ได้ มันแปลว่าสิ่งมีชีวิตที่อยู่ด้านในนั้นทรงพลังมากจริงๆ!!

 

​เจ้างูกึ่งมังกรเหมันต์ไล่ตามเหยื่อแบบหน้ามืดตามัว ตอนแรกมันไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าจางอู่หยางจะหลอกล่อตนเองไปที่ไหน สำหรับมันแล้ว...ไม่มีที่ที่ต้องหวาดกลัว ไม่มีสิ่งมีชีวิตชนิดไหนที่จะทำอันตรายมันได้! ทว่า...เหนือฟ้ายังมีฟ้า ที่มันมั่นใจมากก็แค่เพราะมันไม่รู้ว่าเจ้าถิ่นที่แท้จริงเป็นใครก็เท่านั้น!

 

“ฟ่อ!!”

 

เจ้างูกึ่งมังกรถูกแรงกดดันนั้นจนทำให้ร่างทั้งร่างหนักอึ้ง มันพยายามฝืนด้วยแรงที่มีจนเขาทั้งสองเริ่มมีแสงสีเงินออกมา ตอนนั้นจึงสามารถกลับมาขยับได้อีกครั้ง

 

“ฟ่อ!!” เจ้างูกึ่งมังกรเหมันต์มองเหยื่อที่ยังวิ่งไปข้างหน้า ใจหนึ่งอยากจะไปต่อ อีกใจหนึ่งกลับเริ่มหวาดกลัว

 

​สัญชาตญาณของมันกำลังบอกว่า ถ้ามันไปข้างหน้าอีกแม้เพียงนิดเดียว ชีวิตน้อยๆนี้ก็คงเอากลับมาไม่ได้แล้ว แต่...มันจะถอยอย่างไร?

 

​เนื่องจากถ้ำนี้มีขนาดเล็กมาก ตอนเข้ามามันไม่ได้รู้ตัวเลยว่าถูกหลอกล่อเข้ามาในสถานที่ที่ตนเองจะเสียเปรียบเช่นนี้ เพราะมันยังไม่ได้เป็นมังกรเต็มตัว ทำให้ขาของมันยังไม่ได้ปรากฏขึ้นมา ยังไม่ได้วิวัฒนาการจนถึงขั้นสุดท้าย ดังนั้น....ถ้ามันต้องการถอยหลังกลับไป จะต้องหาจุดที่พลิกตัวกลับมาได้ หรือไม่ก็ต้องค่อยๆใช้หัวดันออกไป ซึ่งเป็นเรื่องยากมาก ยิ่งถ้ามีศัตรูที่เก่งกว่าตนเองอยู่ข้างหน้าด้วยแล้ว เท่ากับมันสามารถตายที่นี่ได้เลย

 

​ตอนแรกที่มันไม่สนใจอะไร ต่อให้รู้ว่านี่อาจจะเป็นหลุมพรางขนาดใหญ่มันก็ไม่กลัว ทั้งหมดนี้เป็นเพราะมันคิดว่าไม่มีอะไรทำร้ายมันได้แล้ว ไม่ใช่เพราะว่ามันโง่งมเสียหน่อย...ทว่าตอนนี้ต่างออกไปแล้ว...

 

 …………………………………