บทที่ 561 สัมผัสที่คุ้นเคย (อ่านฟรี 17 ก.ย. 69)
บทที่ 561 สัมผัสที่คุ้นเคย (อ่านฟรี 17 ก.ย. 69)
บทที่ 561 สัมผัสที่คุ้นเคย
ในขณะที่เจ้างูกึ่งมังกรกำลังสับสน ลังเลว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี ถอยหลังก็ยาก เดินหน้าก็เหมือนจะมีบางอย่างที่น่ากลัวรออยู่ สัณชาตญาณที่ร้องให้หนีไปทำให้มันกลับกล้าประมาท แต่ตอนนั้นเอง....
“หึ” จางอู่หยางที่อยู่ข้างหน้าเห็นท่าทีลังเลของมัน รอยยิ้มหยันก็ปรากฏบนใบหน้าของเขา
งูกึ่งมังกรที่เห็นท่าทางยั่วยุเช่นนั้นก็กลับมาโกรธอีกครั้ง แต่เดิมแล้วมันก็ต้องการจะสังหารเหยื่อตรงหน้าให้ได้ในไม่กี่วินาที แต่ไล่ตามกันมานานเกือบหนึ่งนาทีแล้ว เหยื่อตนนั้นก็ยังรอดจากปากของมันได้ นี่...ผู้ที่จะเป็นมังกรอย่างเขาไม่สามารถฆ่าพวกกระจอกเช่นนั้นได้หรือ? แบบนี้...เป็นแบบนี้แล้วเขายังจะกลายเป็นมังกรที่น่าภาคภูมิใจได้อย่างไร!
ด้วยความคิดเช่นนั้น มันจึงรู้สึกอับอายมาก สาบานไว้แล้วว่าจะต้องล่าเหยื่อตรงหน้าให้สำเร็จ ไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องการเป็นมังกรอีกแล้ว ครั้นเมื่อเห็นจางอู่หยางดูแคลนตนเองอีก ทั้งการถอยหลังก็ไม่สามารถทำได้ง่ายๆ เจ้ามนุษย์ตัวจ้อยตรงหน้าจะต้องเห็นภาพที่มันพยายามใช้หันดันตนเองไปข้างหลังแบบน่าอับอายงั้นหรือ? มันจะยอมรับได้อย่างไร!
“ฟ่อ!!” ตายเป็นตาย!!
เจ้างูกึ่งมังกรคำรามลั่นก่อนจะเค้นพลังของมันออกมา ปล่อยพิษร้ายแรงที่ตนเองมี ตั้งใจจะฉวยโอกาสนี้ปลิดชีพมนุษย์ตรงหน้าให้ตกตายไปก่อน
อย่างไรก็ตาม จางอู่หยางหลบพิษร้ายนี้มาสี่รอบแล้ว ต่อให้พิษนี้จะมีผลรุนแรงขนาดไหน ก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอะไร
ถ้าการต่อสู้ตัวต่อตัว จางอู่หยางรู้ว่าตนเองอาจจะพ่ายแพ้ได้ แต่นี่ไม่ใช่การสู้กันซึ่งๆหน้าเสียหน่อย ผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงนอกจากจะโจมตีได้รุนแรง ตั้งรับได้อย่างแข็งแกร่งแล้ว ที่สำคัญที่สุดก็คือต้องหลบหนีให้เร็วด้วย
เขายังคงหลบพ้นการโจมตีนี้ เจ้างูกึ่งมังกรจึงพุ่งตัวออกมาอีกครั้ง อาศัยพิษที่ตนเองปล่อยออกมาทำให้การเคลื่อนไหวรวดเร็วเพิ่มอีกเกือบ 30 ส่วนจาก 100 ส่วน มันพุ่งหัวออกไป ตั้งใจจะฉกเจ้ามนุษย์ที่กระโดดลอยอยู่กลางอากาศ ซึ่งปกติแล้วจางอู่หยางจะแค่เร่งความเร็วของตนเองเพื่อหลบหนีไป ทว่าครั้งนี้เขากลับไม่ทำเช่นนั้น
“?”
เจ้างูกึ่งมังกรเห็นจางอู่หยางกระโดดสวนกลับมาหาตนเองก็ไม่เข้าใจ แต่แววตาของมันวาวโรจน์ขึ้น มันรอให้อีกฝ่ายโจมตีสวนกลับเช่นนี้มานานแล้ว เพราะนอกจากพลังการโจมตีของมันแล้ว ยังมีการป้องกันที่ยอดเยี่ยมด้วย ขอเพียงมันอยู่แถวๆลำตัวของตน อยู่ในช่วงการโจมตีได้ เช่นนั้นมันก็แทบจะกลายเป็นร่างเนื้อแหลกละเอียดแล้ว
“ฟ่อ!!”
เจ้างูตัวใหญ่เตรียมพร้อมโจมตีทันที จางอู่หยางพุ่งสวนกลับเข้ามา มือของเขายังฟาดดาบใหญ่ออกมาด้วย ทำให้เกิดแรงสะท้อนกลับจนมีเสียง “เคร้ง” ดังก้องไปทั่วบริเวณ
สีหน้าของเจ้างูกึ่งมังกรเปลี่ยนเป็นเย้ยหยันทันที การโจมตีนี้ของศัตรูไม่สำเร็จ ก็หมายความว่าต่อไปจะถึงเวลาโจมตีของมันบ้างแล้ว
หลังของมันเริ่มโก่งขึ้น เจตนาคือต้องการพุ่งโจมตีครั้งนี้ครั้งเดียวให้จบไป แต่ตอนที่มันกำลังจะโจมตีนั้นเอง จู่ๆภาพตรงหน้าของมันก็มืดดับลงไปเสียอย่างนั้น
ปัง!!!
เจ้างูกึ่งมังกรตื่นขึ้นมาอีกครั้งหลังจากสลบไปด้วยความมึนงง มันอยากจะมองไปรอบๆ แต่เห็นแค่กรงเล็บขนาดใหญ่อยู่ตรงหน้า สายตาของผู้ที่เพิ่งปรากฏตัวออกมานั้นเต็มไปด้วยร่องรอยความไม่พอใจ ออร่าที่ปล่อยออกมาทำให้เจ้างูดินตนนี้สั่นเทาเหมือนกับกำลังจะชักตาย
แม้อีกฝ่ายจะมีขนาดตัวเพียง 1.5 เมตรเท่านั้น แถมกรงเล็บตรงหน้าก็ยังมีขนาดเล็กเสียจนต่อให้กลืนเข้าไปก็ไม่สามารถติดซอกฟันมันได้เลยด้วยซ้ำ แต่ใครจะไปคิดว่าร่างเล็กๆนี้กลับยกมันแล้วฟาดไปตามผนังถ้ำนี้ได้ราวกับว่ามันเบาเป็นปุยนุ่น
แข็งแกร่งเกินไป! ทรงพลังเกินไป! ….. และก็น่ากลัวเกินไป!!
ปัง!!!
“แกเป็นใคร กล้ามาทำลายการนอนหลับของข้า การจำศีลที่ควรจะกินเวลา 5,000 ปีถูกเจ้าทำลายมันไปแล้ว นับเวลารวมข้านอนได้เพียง 700 ปีเท่านั้น นี่หมายความว่าแกจะต้องชดใช้ให้ข้าด้วยการถูกตีอีก 4,300 ที!!”
เจ้าตัวพูดเช่นนั้นแล้วก็จิกเล็บขนาดเล็กอีกครั้ง แต่กลับเหมือนมีออร่าแหลมคมที่แทงเข้ามาตั้งแต่หัวไปถึงหาง ช่างเจ็บปวดจนทำให้งูกึ่งมังกรอย่างมันรู้สึกแสวงหาความตายเป็นครั้งแรก!!
ปัง!!!
เจ้างูตัวใหญ่ถูกฟาดไปอีกหลายครั้งโดยไม่มีโอกาสร้องขอความเมตตา แต่ก่อนที่มันจะตกตายไปด้วยการฟาดเช่นนี้ ร่างเล็กตรงหน้าก็หยุดมือ เงยหน้ามองข้างนอก หรี่ตาลงด้วยความประหลาดใจ สุดท้ายก็ใช้ความเร็วสูงสุด ถีบตนเองพุ่งออกไปอย่างแรง ปล่อยให้ร่างงูกึ่งมังกรนอนจมกองเลือดทั้งอย่างนั้น
จางอู่หยางกระโดดลงมานั่งอยู่บนหลังของเจ้างูกึ่งมังกร แม้ว่าเขาจะวิ่งสวนกลับมา แต่เขาไม่ได้ต้องการจะหนีตั้งแต่แรก จางอู่หยางคิดว่าถ้าอีกฝ่ายต้องการฆ่าเขา เขาก็คงจะสู้ไม่ได้ ที่สำคัญที่สุดก็คือ...ถ้าเขาหนีออกไปข้างนอกแล้วดึงดูดสายตาของสิ่งมีชีวิตลึกลับนี้เข้า ทำให้มันไล่ตามออกไปถึงซูหยวนที่อยู่ข้างนอก อาจจะเป็นอันตรายต่อเธอได้
ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่ได้คาดคิดว่าสิ่งมีชีวิตประหลาดนี้จะยังคงพุ่งตัวออกไปข้างนอกอยู่ดี เขามองเจ้างูกึ่งมังกรที่น่าจะไม่รอดนี้อีกครั้งแล้ววิ่งตามออกไป
ทางด้านนอก ซูหยวนที่เฝ้าระวังการลอบโจมตีของพวกฮูลแคระได้สักพักใหญ่ หลังจากที่มีเสียงการโจมตีจากทางในถ้ำ พวกฮูลแคระก็เริ่มลงมือแล้ว
พวกมันใช้ระเบิดน้ำแข็งขว้างออกมาข้างหน้าเพื่อเปิดทางก่อน ก็เหมือนกับระเบิดไฟ แต่ครั้งนี้เป็นระเบิดน้ำแข็ง พอขว้างออกมากระทบกับบางอย่าง ก็แตกกระจายออกไป น้ำแข็งที่เป็นเหมือนสารภายในตัวของแมลงกัดกินได้ระเบิดออกมา จุดไหนที่ถูกมันก็จะมีเกร็ดน้ำแข็งปรากฏขึ้นเพิ่มอีก ซูหยวนรู้ทันทีว่าสิ่งนี้เป็นอันตรายมาก เช่นนั้นจะต้องระวังไม่ให้มันโจมตีโดนตนเอง
ทว่า...ระวังก็ส่วนระวัง ไม่ได้หมายความว่าเธอจะไม่สามารถโจมตีกลับไปได้
มือเล็กๆของเธอรั้งสายธนูออกมาเป็นร้อยๆครั้ง โจมตีด้วยศรพริบตาอย่างใจเย็น แต่แน่นอนว่าสมกับที่พวกมันเป็น “ฮูลแคระ” ซึ่งสามารถอยู่รอดในดินแดนที่มีแต่สัตว์ร้ายแข็งแกร่งพวกนี้ได้ ต่อให้ซูหยวนจะใช้ศรพริบตาโจมตี แต่พวกมันหลายตนก็ยังหลบการโจมตีนี้ได้อยู่ดี
เจ้าฮูลแคระมีประสาทสัมผัสที่ดีมาก ซูหยวนเห็นพวกมันต่อสู้อย่างยอดเยี่ยมเช่นนี้ก็รู้สึกว่าพวกมันมีประโยชน์กว่าที่คิด จากที่เธอตรวจสอบมา มีฮูลแคระแบบนี้ประมาณ 12 หมู่บ้าน ถ้าเธอสามารถจับฮูลแคระไปเป็นพวกได้สัก 1 หมู่บ้าน ก็เท่ากับว่าต่อไปนี้จะมีผู้ช่วยที่ยอดเยี่ยมในฟาร์มของเธอเพิ่มขึ้นไม่ใช่หรือ?
ถ้าเป็นเรื่องอื่นซูหยวนก็ไม่ค่อยโลภมากนัก แต่ถ้าเป็นเรื่องแรงงานในฟาร์ม...ตอนนี้เธอกำลังต้องการมากที่สุดแล้ว
ฮูลแคระที่กำลังใช้พลังของตนเองยกโล่น้ำแข็งออกมา โดยใช้มือกดไปที่แผงน้ำแข็งที่พื้น จากนั้นก็ควบคุมด้วยความเร็ว ยกพวกมันขึ้นมารับลูกธนูจากอันซูหยวนได้ทันการณ์
อย่าลืมว่าซูหยวนใช้ทักษะศรระดับสูงอย่างศรพริบตา ดังนั้นพวกมันยกโล่น้ำแข็งขึ้นมาป้องกันได้ ความเร็วนั้นเรียกว่าแทบจะเทียบเท่ากับซูหยวนเลย ไม่น่าแปลกใจที่ราชาหนูทองลายขาวยังพูดถึงพวกมันในแง่ดีขนาดนั้น ท้ายที่สุดแล้วไม่ใช่แค่อาวุธของพวกมันที่ยอดเยี่ยม แต่พลังการควบคุมน้ำแข็งก็ดีมากๆเช่นกัน
ปัง!!
ความแรงของธนูปะทะกับโล่น้ำแข็งอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกับก่อนหน้า ฮูลแคระที่เข้าใจรูปแบบการโจมตีของซูหยวนแล้วก็อาศัยจังหวะนี้เพื่อเร่งเข้าโจมตีในจุดบอด พวกมันเข้าใจว่าการโจมตีเป็นจังหวะของซูหยวน ห่างกับการโจมตีก่อนหน้านี้ประมาณ 0.5 วินาที แท้จริงแล้วเป็นระยะเวลาหน่วงของเธอ
แม้จะฟังดูเหมือนว่า 0.5 วินาทีเป็นเวลาที่น้อยนิดมาก แต่ฮูลแคระที่แทบจะมีความเร็วเหนือแสงนั้นกลับพุ่งเข้ามาได้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะปรากฏอยู่ด้านหน้าของซูหยวน ห่างกันเพียงไม่ถึง 2 เมตรเท่านั้น
ในมือของมันถือ “ดาวเหมันต์กระจาย” มาด้วย ก็เหมือนกับดาวกระจายที่ทำจากเหล็กแหลมคม อาวุธที่คนกลุ่มหนึ่งนิยมใช้ในการต่อสู้เพราะทั้งรวดเร็วและสามารถหาจังหวะโจมตีได้ง่ายๆ
ดาวเหมันต์กระจายนี้ก็คือการใช้น้ำแข็งที่อัดแน่นหนาด้วยพลังของฮูลแคระ แม้ว่าจะโจมตีเจาะลึกเข้าไปถึงตัวซูหยวนไม่ได้ ทว่าดาวเหมันต์กระจายพวกนี้กลับระเบิดออกเป็นเศษน้ำแข็งเล็กๆน้อยๆ และแตกกระจายออกไปรอบๆ ถ้าไม่ระวัง...เศษน้ำแข็งพวกนี้ก็สามารถสร้างบาดแผลให้ได้เลย ช่างเป็นอาวุธที่น่าสนใจจริงๆ!!
ปัง ปัง ปัง ปัง!!
แรงระเบิดของดาวเหมันต์กระจายเกือบทำให้ซูหยวนและราชาหนูทองลายขาวได้รับบาดเจ็บ ดีที่เธอเอาผลึกบาเรียของอัศวินพันปีมาเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงสามารถป้องกันได้ทันเวลา
แต่ซูหยวนไม่ใช่จะจนมุมจากการถูกกดดันนี้ แท้จริงต้องบอกว่าเธอจงใจสร้างช่องโหว่ให้เจ้าฮูลแคระมากกว่า ถ้าไม่อย่างนั้นพวกมันคงจะไม่เข้ามาใกล้ และเธอก็จะใช้ลูกธนูของตนเองเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ถือเป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรโดยใช่เหตุ ดังนั้น...เพื่อที่จะให้เจ้าฮูลแคระเข้ามาใกล้ เธอจึงตั้งใจที่จะมอบจุดอ่อนให้พวกมันเห็นตั้งแต่แรก!
ระยะหน่วงคือ 0.5 วินาทีงั้นหรือ? ถ้าเธอฝึกฝนมาตั้งนานได้แค่นั้น เชื่อได้เลยว่าอาจารย์เติ้งจะต้องใช้สันธนูตีหัวเธอจนแตกแน่
ความเร็วในการโจมตีเป็นหัวใจหลักในวิชาธนูที่อาจารย์เติ้งเลือกมาสอน แม้ว่าวิชาจะมีหลายอย่างต่างกัน แต่ความจริงแล้ววิชาทั้ง 3 ที่อาจารย์เติ้งเลือกให้นักเรียนได้ฝึกก็คือวิชาที่เน้นความเร็วทั้งสิ้น
ไม่ว่าจะเป็นฝนดาวตกหรือศรพริบตา หัวใจสำคัญก็คือความเร็ว แต่เพราะผู้ใช้พลังงานส่วนใหญ่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องความเร็ว ยิ่งมีค่าพลังงานมากเท่าไรก็ยิ่งเอามันมาเพิ่มความเร็วได้เท่านั้น ดังนั้นจึงไม่ค่อยได้เน้นเรื่องนี้มากนัก
ทว่า....ซูหยวนรู้สึกว่าฮูลแคระพวกนี้มีความรู้เกี่ยวกับพื้นที่ล่านี้ดี พวกมันส่งคนมาเฝ้าที่หน้าถ้ำงูกึ่งมังกรเพื่อที่กำจัดอีกฝ่าย เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่การกระทำของผู้ที่อยู่ใน “พื้นที่เชื่อมมิติ” ตั้งแต่แรก ถ้าพวกฮูลแคระเป็นตัวละครที่ถูกสร้างไว้ในพื้นที่เชื่อมมิติ พวกมันก็จะต้องรู้ว่าเจ้างูกึ่งมังกรนั้นไม่มีวันหายไปอย่างถาวร
การที่มันคิดเช่นนี้ แปลว่ามันและงูกึ่งมังกร...แท้จริงแล้วต่างฝ่ายต่างรู้ว่าตนเองไม่ใช่คนในพื้นที่นี้จริงๆ และหากต้องตาย...พวกเขาก็จะตายจากไปเหมือนผู้ที่เข้ามาคนอื่นๆ
ซูหยวนแค่ใช้ “ระยะหน่วง” เป็นตัวทดสอบ และเจ้าฮูลแคระก็ได้ตอบทั้งหมดแล้ว หลังจากนี้เธอก็ไม่มีอะไรต้องตรวจสอบอีก
ฮูลแคระที่ถูกผลึกบาเรียกดดันให้ถอยกลับไป เดิมทีมันตั้งใจจะกลับไปยังที่ซ่อนของตนเอง แต่ตอนนั้นก็ได้รู้ว่าตัวมันพลาดท่าเข้ามาในระยะโจมตีของอีกฝ่ายแล้ว
ไม่ใช่ลูกธนูเหมือนเดิม หากแต่เป็น “พลั่วสีดำ” ที่คุ้นหน้าคุ้นตาสำหรับเหล่าหนูทองลายขาว เพราะนั่นเป็นอุปกรณ์ที่จะตั้งเอาไว้ในฟาร์มอยู่เสมอ เมื่อเจ้านายต้องการจะออกคำสั่งกายหรือฝึกการเคลื่อนไหว เธอก็จะเอาพลั่วนี้ออกไปไล่โจมตีหุ่นรบอินทรีย์ในพื้นที่
อาวุธคู่ใจของซูหยวนปรากฏขึ้นแล้ว เจ้าฮูลแคระตรงหน้าก็คงไม่อาจหนีไปไหนได้อีก หญิงสาวใช้ทักษะขั้นดอกเหมยร่วงโรยในการแทงออกไป ฮูลแคระที่ตั้งใจจะหลบหนีถูกพลั่วในมือกระแทกเข้ากลางอก กระเด็นออกไปกว่า 3 เมตรแล้วก็หมดสติไปในทันที
“จี๊ด! เจ้านี่เหมือนพวกเราไม่มีผิด ร่างกายยังอ่อนแออยู่!” ดวงตาของราชาหนูทองลายขาวมีประกาย
ตอนนี้มันมองเห็นแล้วว่าฮูลแคระพวกนี้แท้จริงแล้วมีจุดอ่อนอยู่ ความเร็วของพวกมันดี แรงโจมตีก็ดี ความเฉียบคมของการโจมตีก็ดี แต่สุดท้าย...ร่างกายกลับอ่อนแออยู่เหมือนเดิม
ต่อให้ใส่ชุดเกราะป้องกันมา ทว่าชุดเกราะไม่ได้ลดแรงกระแทกเสียหน่อย ก็แค่ป้องกันไม่ให้ร่างกายทะลุ แต่การช้ำในตายล่ะ ไม่เรียกว่าตายเหมือนกันหรือ?
ราชาหนูทองลายขาวแสดงสีหน้าเปี่ยมสุขออกมา แต่ก่อนที่มันจะได้ทำอะไร เวลานั้นกลับมีสายลมวูบหนึ่งวิ่งผ่านมา ซูหยวนตั้งท่ารับอย่างรวดเร็ว เกิดเป็นเสียงดัง...
เคร้ง!!
พลั่วในมือของซูหยวนกระเด็นออกไปก่อนจะวกกลับมาในมือของเธออีกครั้งเพราะซูหยวนเรียกกลับมาตามสัญชาตญาณ!
สมแล้วที่เป็น “อาวุธคู่กาย” ที่จะไม่ทรยศเจ้านาย เป็นอาวุธที่ต่อให้เลือกใช้แค่ 1 ชิ้น ซูหยวนก็จะเลือกมันไปตลอด เพราะมันมีการผูกติดอยู่กับเธออย่างไรล่ะ!
“ฮึ่ม! เป็นสิ่งนี้แน่ๆ เป็นเจ้าสิ่งนี้สินะ อาวุธที่ข้าไม่อาจทำลายได้ เวลานี้ก็ยังปรากฏขึ้นให้เห็นอีกแล้วสินะ!!...” สิ่งมีชีวิตขนาด 1.5 เมตรยืนนิ่งพึมพำออกมา สายตาของอีกฝั่งเหมือนจะมีประกายแห่งความสุข ความเศร้า และคิดถึงเรื่องราวในอดีตปะปนอยู่ในนั้นด้วย
………………………………………
วันนี้ต้องขออภัยด้วยนะคะที่มาช้า ไรท์ติดภารกิจอยู่ต่างจังหวัด
ขอบคุณทุกการติดตามและกำลังใจนะคะ