LNCrawler

บทที่ 562 สหายเก่า (อ่านฟรี 18 ก.ย. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 562 สหายเก่า (อ่านฟรี 18 ก.ย. 69)

บทที่ 562 สหายเก่า

 

ซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีของทางนั้น แถมยังมีใจความสำคัญที่แสดงออกเหมือนว่าเธอเคยพบ “อาวุธ” ที่ไม่มีวันพังเหมือนกับพลั่วที่เธอถือไว้ด้วย 

 

แม้จะยังไม่มั่นใจว่าสิ่งนั้นที่พูดถึงจะเป็นอุปกรณ์จากฟาร์มหรือไม่ แต่มันก็มีโอกาสที่จะเป็นเช่นนั้นจริงๆ แถมก่อนหน้านี้...ที่นี่ก็ยังถูกดูแลโดยเทพผู้สร้างคนนั้นไม่ใช่หรือ? หากเทพผู้สร้างคนนั้นก็คือ “ผู้เล่นคนหนึ่ง” จริง เช่นนั้นก็เป็นไปได้ที่พวกเขาจะเคยเจอกัน

 

สิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก บนหัวของมันมีเขาสีน้ำตาลอ่อนซึ่งดูเหมือนกับเขากวางที่เพิ่งงอกออกมา เจ้าสิ่งมีชีวิตประหลาดนั้นก็มองดูเธออยู่ด้วยเช่นกัน ไม่สิ! ต้องบอกว่าเจ้านั่นกำลังมองมาที่พลั่วในมือของเธอต่างหาก

 

ทุกอย่างเงียบไปเกือบ 5 วินาที ซูหยวนก็ไม่กล้าขยับเช่นกัน เธอรู้ว่าทางรอดเดียวของตนเองหากต้องสู้กับสิ่งมีชีวิตทรงพลังตรงหน้าก็คือการหนีเข้าไปในฟาร์มของตนเอง

 

ในพื้นที่นั้น...สิ่งมีชีวิตอื่นๆจะไม่มีวันตามเธอเข้าไปได้หากไม่ได้รับอนุญาตจากเธอ แต่ถ้าต้องทำถึงขั้นนั้นมันก็หมายถึงว่าเธอจะต้องเปิดเผยการมีอยู่ของฟาร์มด้วยเช่นกัน ซึ่งนั่นเป็นไพ่ใบสุดท้ายที่เธอมีเเล้ว เเละซูหยวนก็ยังไม่ต้องการให้เรื่องมันใหญ่โตไปถึงขนาดนั้น

 

“เจ้าเป็นใคร เเล้วเจ้ารู้จักชายคนนั้นหรือไม่” 

 

น้ำเสียงเจือด้วยความหงุดหงิดของสิ่งมีชีวิตตรงหน้าดังขึ้น ดวงตาที่เหมือนกวางตัวน้อยจับจ้องมาที่เธอ ความงดงามของดวงตานั้นไม่ได้ลดความดุดันเเละความทรงพลังของเธอไปได้เลย ซูหยวนคิดเล็กน้อย…ถ้าอีกฝ่ายสนทนาด้วยได้ เช่นนั้นก็เป็นทางออกที่ดีเเล้ว อย่างน้อยถ้าการเจรจาได้ผล โอกาสที่จะต้องสู้กันก็ลดลงไปอีก 

 

“ชายผู้นั้นที่ท่านพูดถึงคือผู้ใดหรือ?”

 

เห็นว่าซูหยวนตอบกลับอย่างสุภาพ สิ่งมีชีวิตที่สูงพอๆกันก็ลดท่าทีโกรธเกรี้ยวของตนเองลง ถึงอย่างไร…เจ้าตัวที่มันกล้าก่อกวนการนอนหลับของตนเองก็ถูกทุบตีไปแล้ว อารมณ์โกรธที่รุนเเรงก่อนหน้าก็เลยลดลงไปได้บ้าง ฉะนั้นจะเสียเวลาพูดคุยกับคนตรงหน้านี้หน่อยก็แล้วกัน 

 

ดีไม่ดีอาจจะพบร่องรอยของชายผู้นั้นบ้างก็ได้ ตัวมันเข้าสู่สภาวะจำศีลได้เช่นนี้ เเละอาจจะจำศีลได้นานมากขึ้น ทั้งหมดเป็นเพราะความช่วยเหลือจากเจ้าคนผู้นั้นนั่นเอง

 

อ่า…คิดถึงตรงนี้ ท้องของมันก็เริ่มส่งเสียงออกมาแล้ว อาหารที่วิเศษก็จะทำให้เกิดผลลัพธ์พิเศษขึ้น แม้มันจำชื่อได้ไม่เเม่นยำสำหรับทุกรายการ แต่ก็มีบางชื่อที่จำอยู่ในใจตลอดมา..

 

พิซซ่า เเฮมเบอร์เกอร์ ไอศกรีม นักเก็ตปลา สปาเก็ตตี้ หมูสามชั้นทอดน้ำปลา นมสตอเบอร์รี่ เเละยังมีอะไรอีกนะ น้ำองุ่นเคียวโฮ....รายชื่อพวกนี้ มันได้รับมาอย่างละ 50 ชิ้น จากชายผู้นั้น และทำให้อารมณ์แห่งความสุขของมันท่วมท้นออกมา

 

เเน่นอนว่ามันไม่ได้รับมาฟรีๆ อีกฝ่ายเสนออาหารที่ยอดเยี่ยมนั้นเพื่อเเลกกับการที่มันจะต้องเข้าไปช่วยงาน ยึดครองพื้นที่เชื่อมมิติ 1 แห่ง ก็จะได้รับอาหารอย่างละ 5 ชิ้น เลือกได้ 10 รายการ 

 

ดังนั้นมันจึงใช้เวลาตลอด 3-4 เดือนเพื่อล่าทรัพยากรให้ชายผู้นั้นมา 10 แห่ง ได้รับอาหารรวมเเล้วกว่า 2,500 ชิ้น เธอข่มความอยากเเล้วกินพวกมันในครั้งเดียว จากนั้นก็บรรลุ เตรียมเข้าสู่สภาวะหลับใหลทันที

 

ชายคนนั้นพูดเอาไว้เเล้วว่าหลังจาก 4 เดือน เขาจะออกไปจากพื้นที่แห่งนี้เพื่อกลับไปยังที่พักเดิมของตนเอง เเม้ตอนนั้นจะรู้สึกลังเลว่าควรจะตามไปด้วยดีหรือไม่ สุดท้ายก็คิดได้...

 

ต่อให้มันเลือกจะตามไป ชายผู้นั้นที่บอกว่าตนเองมีอายุขัยรวมเเล้วไม่กี่ปี ต่อให้พัฒนาไปจนถึงระดับสูงสุดของเผ่าพันธุ์ก็คงจะได้มากสุดเเค่พันปีเท่านั้น มันก็เลยไม่คิดอยากจะติดตามไปอีก....

 

ก็นะถ้าหากผูกพันกันไปมากกว่านี้ ตอนที่ต้องมองผู้อื่นตกตายไป นับเป็นความทรมานอย่างหนึ่ง มันเคยผ่านมาเเล้วหลายครั้ง เเละก็ไม่อยากจะต้องผ่านเรื่องนี้อีก ฉะนั้นจึงตัดใจ ขอจำศีลอยู่ที่ถ้ำเเห่งนี้ดีกว่า 

 

เจ้าชายผู้นั้นก็ไม่ได้รั้งอะไรเลย เหมือนจะยินดีด้วยซ้ำที่ตัวมันไม่ขอตามไปด้วย เหอ เหอ เหอ ช่างเป็นพวกขี้เหนียวเสียจริง มันก็ไม่ได้กินฟรีๆเสียหน่อยไม่ใช่หรือ?

 

เเถมอาหารพวกนั้น...ตัวมันก็ได้เห็นเเล้วว่าวันหนึ่งผลิตออกมาได้มากเท่าไร ที่เป็นปัญหาที่สุดก็คือการต้องเสียเวลามาทำงานพวกนั้นด้วยตนเองก็เท่านั้นแหละ อุปกรณ์ที่ผลิตของดีๆพวกนี้ จะมีช่องให้เลือกไว้ 4-5 อันเท่านั้น เจ้าคนผู้นั้นจะตั้งเวลาเอาไว้เสมอ หลังจากที่เวลาผ่านไปตามกำหนดก็จะเข้ามาเพื่อเอาวัตถุดิบใส่ลงไป ตั้งเวลาเพื่อผลิตอีก 5 ครั้งเเล้วถึงจะออกไปได้ เเน่นอนว่าตอนที่เขายุ่ง...เครื่องผลิตพวกนี้ก็หยุดชะงักไปไม่ได้ทำงานอีก 

 

จำได้ว่าตอนนั้นตัวมันก็ยังช่วยด้วยเลยเพื่อให้ได้อาหารของตนเอง เอาวัตถุดิบใส่ลงไปบ้าง เเอบกินบ้าง...อ่า ก็เขาไม่ได้ห้ามไม่ให้กินองุ่นโดยตรงนี่นา องุ่นที่เจ้าตัวเพาะปลูกได้เป็นองุ่นที่รสชาติดีมาก ซึ่งไม่ใช่เเค่องุ่นเท่านั้น เเต่พืชผักหรือเเม้เเต่เนื้ออื่นๆก็รสชาติดีกว่าปกติเช่นกัน คิดเเล้วก็ยิ่งหิว อยากกินของดีเหล่านั้นจะเเย่

 

“ชายผู้นั้นถืออาวุธที่มีกลิ่นอายคล้ายๆกัน เเล้วก็มีความทนทานเหมือนกันด้วย หากเป็นปกติ...ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ระดับไหนก็ตาม ถ้าถูกกรงเล็บของฉันฟาดเข้าก็มีเเต่จะต้องพังเท่านั้น เเต่เธอเเละชายคนนั้นมีของที่ฉันทำพังไม่ได้เหมือนกันเลย”

 

“ชายผู้นั้นที่ท่านว่า...จะใช่ท่านเหอหรือเปล่าคะ” ซูหยวนลองถามกลับไป ซึ่งสิ่งมีชีวิตตรงหน้าก็เหมือนจะนึกขึ้นได้ด้วย

 

“ใช่ๆ เขาเรียกว่าเหอจิง! นี่เเปลว่ารู้จักกันหรือ?”

 

“ก็ไม่เชิงว่ารู้จักค่ะ ฉันรู้เเค่ว่าฉันกับเขาน่าจะมาจากที่เดียวกัน เเต่เพราะยังไม่เคยได้เจอกันก็เลย…”

 

“ถ้าหากมาจากที่เดียวกัน นี่ก็เเปลว่าเธอมีพวกนั้นสินะ!” ซูหยวนไม่ทันได้พูดจบ สิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังด้านหน้าก็สวนกลับขึ้นมาก่อนอย่างตื่นเต้น

 

“พวกนั้น?”

 

“ใช่ พวกพิซซ่าน่ะ มีพิซซ่าไหม” เจอคำถามนี้ อันซูหยวนก็ชะงักไป เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเรื่องสำคัญของสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังขนาดนี้เเท้จริงแล้วเป็นเรื่อง “พิซซ่า”

 

หญิงสาวร่างเล็กหรี่ตาลงเล็กน้อย เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เหมือนกับว่ากำลังเสียดายหนักหนา

 

“พิซซ่าก็พอจะมีอยู่ เเต่ว่าพวกมันได้มาค่อนข้างยาก ฉันเองก็…” ไม่จำเป็นต้องรอให้ซูหยวนพูดจนจบ สิ่งมีชีวิตประหลาดก็แทรกขึ้นมาทันที

 

“ดี ขอเเค่มีพิซซ่าก็พอเเล้ว ฉันรู้ว่าพวกเธอต้องการอะไร เหอจิ้งคนนั้นบอกเอาไว้เเล้วว่าพิซซ่าพวกนี้จะต้องทำมาจากทรัพยากรที่หายาก เเล้วก็ยังต้องเสียเวลาในการดูเเลการผลิตอีก ดังนั้น...ฉันย่อมไม่ทำให้พวกเธอเสียเปรียบ”

 

“จะทำเหมือนกับเหอจิ้งผู้นั้นก็ได้ ฉันสามารถยึดพื้นที่เชื่อมมิติแก่เธอได้ โดยการเเลกกับพิซซ่าเเละอาหารดีๆ 50 ชิ้นต่อ 1 ดินเเดนเชื่อมมิติ ข้อตกลงนี้ยังใช้ได้หรือไม่ ข้าหลับไปเกือบ 400 ปีเเล้ว ดังนั้นก็ไม่รู้ว่าสถานการณ์เปลี่ยนไปเเล้วหรือยัง...”

 

“เจ้าเหอจิ้งผู้นั้นชอบพูดเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ที่ค่าเงินเท่าเดิมเเต่ซื้อของได้จำนวนลดลง ตอนนี้ผ่านมาหลายปีเเล้ว ไม่รู้ว่ามีเงินเฟ้อเพิ่มไปกี่เท่าตัวเเล้ว เอาเถอะ...หากมันเป็นเเบบนั้นจริง เช่นนั้นก็ขอเเค่ 40 ชิ้นก็ได้ ข้อตกลงนี้สามารถเห็นด้วยได้หรือไม่”

 

ซูหยวนที่ไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะได้รับความกระตือรือร้นเเบบนี้ เเถม “รุ่นพี่” ที่มาถึงก่อนยังสร้างความ “อยาก” เอาไว้ให้ด้วย เเบบนี้ก็เหมือนกับว่าเธอได้เล่นเกมในโหมดฝึกหัดเลยไม่ใช่หรือ?

 

มีผู้เล่นคนอื่นนำทางไว้ให้หมดเเล้ว เธอเเค่เดินไปเส้นทางเดียวกันกับเขาเพื่อกอบโกยผลประโยชน์ก็พอ ซูหยวนจะจำเอาไว้ในใจสำหรับบุญคุณของรุ่นพี่ในครั้งนี้ เอาไว้ถ้าได้เจอเขา หากมีโอกาสจะได้ช่วยเขากลับคืนก็เเล้วกัน ส่วนตอนนี้น่ะหรือ?....

 

“ท่านเป็นผู้ที่เข้าใจสถานการณ์จริงๆ ตอนนี้ข้าพบเจอกับความยุ่งยากมากมาย เเม้เเต่เจ้าตัวใหญ่ที่เป็นผู้ปลุกให้ท่านตื่นจากนิทราก็ยังจัดการไม่ได้ สิ่งมีชีวิตนั้นเเข็งแกร่งเกินไป หรือไม่ก็อาจจะเป็นเพราะข้ายังอ่อนเเออยู่ จนกว่าจะไปถึงระดับของท่านเหอจิ้งได้...คาดว่าคงจะอีกนาน” ซูหยวนถ่อมตัว ชี้ให้ทางนั้นได้เห็นสถานการณ์ของเธอบ้าง ซึ่งก็ได้ผลจริงๆ

 

“เจ้าชายหนุ่มเหอจิ้งคนนั้นเเข็งแกร่งกว่าเจ้าจริงๆนั่นแหละ เเต่ว่า...เจ้านั่นเป็นพวกรักอิสระ เจอปัญหาก็ไม่เคยพูดออกมาโดยตรง เรื่องการพูดคุยยังถือว่าเจ้านำหน้าไปเเล้วก้าวหนึ่ง อีกอย่าง...ในเมื่อเจ้ามีข้าคอยช่วยเหลือ อีกไม่นานจะทำให้เจ้าเเข็งแกร่งเทียบเท่ากับเขาก็ยังได้” 

 

สิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดนั้นเชิดคางตนเองขึ้นสูง ท่าทางเหมือนเด็กน้อยที่กำลังโอ้อวดความสามารถของตนเองออกมา เเละเเน่นอนว่าซูหยวนรู้ว่าตนเองควรทำอะไร

 

“ท่านผู้ยิ่งใหญ่ ได้โปรดช่วยข้าด้วย”

 

ได้ยินอันซูหยวนพูดเช่นนั้น รอยยิ้มเเห่งความสุขก็ปรากฏขึ้น ท่ามกลางบทสนทนาที่แปลกประหลาดเเละอาจจะมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่เข้าใจได้ เสียงตูมตามก็ยังดังขึ้นต่อเนื่อง 

 

“ในเมื่อเจ้าชื่นชมข้าถึงเพียงนั้น อย่างนั้นข้าจะมอบความเมตตาเล็กน้อยๆให้ก็เเล้วกัน” 

 

ร่างที่เเต่เดิมมีขนาดเล็กเท่ากับมนุษย์คนหนึ่ง เวลานี้จู่ๆก็ค่อยๆขยายร่างกายออกไป ตัวของมันเปลี่ยนจาก 1.5 เมตร กลายเป็น 15 เมตร ถือว่าสูงจนมองไม่เห็นหัวอีกต่อไปเเล้ว

 

“กร๊าซ!!” 

 

มันส่งเสียงคำรามออกมา พลังกดดันโอบล้อมทั้งพื้นที่สูงนี้ไว้ พวกศัตรูที่กำลังพยายามจะฝ่าเข้ามาอย่างพวกฮูลเเคระก็ถูกเเช่เเข็งด้วยการเคลื่อนไหวเดียว

 

ครั้งนี้ซูหยวนได้เห็นร่างที่เเท้จริงของมันเเล้ว จากตอนเเรกที่เเปลงกายเป็นเหมือนกึ่งมนุษย์สัตว์ ตอนนี้ก็กลายเป็นกวางดาวตัวใหญ่ เเม้ลวดลายจะเเปลกตา หากเเต่ก็ยังมองออกว่าเป็นสิ่งมีชีวิตประเภทไหน

 

“มดปลวกพวกนี้ก็ยังทำให้พวกเจ้าต้องเสียเวลาได้ หึ ช่างเป็นเรื่องไร้สาระเสียจริง เร็วเข้า! ในพื้นที่ล่าเเห่งนี้มีของดีอยู่หลายอย่าง ข้าจะพาเจ้าไปหาทรัพยากรมาเพิ่มความเเข็งแกร่งให้ตนเอง”

 

“อ้อ อยากจะพาพวกพ้องของเจ้าไปด้วยก็ได้นะ เเล้วก็เจ้างูดินตนนั้นข้ายกให้ก็เเล้วกัน เเม้ว่ามันจะให้ผลึกเพิ่มความเร็วไม่เท่าไร เเต่ระดับเจ้าหากได้ดูดซับก็น่าจะยกระดับขึ้นไปอีกมาก ที่สำคัญก็คือ...พวกเจ้าจะได้รับเกร็ดที่เเข็งแกร่งของมัน เอาไปทำให้ดีจะมีพลังต่อต้านยอดเยี่ยมกว่าผลึกบาเรียที่พวกเจ้าถือมาเสียอีก”

 

เจ้ากวางดาวตัวใหญ่หันกลับมาบอกซูหยวนเเละคนของเธอ จางอู่หยางเองก็ยืนอยู่ที่หน้าถ้ำตั้งนานเเล้ว เขาเพียงเเค่ยืนฟังอยู่รอบนอกไม่เข้าไปวุ่นวายบทสนทนาของเธอเเละสิ่งมีชีวิตระดับสูงนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะมันส่งเสียงเรียกพวกเขาด้วย จางอู่หยางก็เเค่จะรออยู่ที่นี่ เขารู้ว่าเจตนาของสิ่งมีชีวิตนั้นต่อซูหยวนไม่ใช่เจตนาร้าย ฉะนั้นไม่จำเป็นต้องกังวลเกินไป 

 

หญิงสาวพยักหน้าให้เขาเพื่อให้ไปด้วยกัน ส่วนเจ้างูดินที่กวางดาวตัวใหญ่พูดถึงไม่จำเป็นต้องรีบร้อน รอบๆนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตชนิดไหนรอดพ้นไปได้เเล้ว เเม้เเต่คนของเสวี่ยจิงที่เเอบมองดูอยู่ไกลๆก็ถูกเเช่เเข็งทั้งหมด ฉะนั้น...ถ้าไม่ใช่เพราะงูกึ่งมังกรเกิดปาฏิหาริย์ขึ้น ก็คงจะไม่มีทางหนีรอดไปได้เเล้ว

 

ทั้ง 5 เเละจางอู่หยางได้รับสัญญาณก็รีบขึ้นไปบนหลังของเจ้ากวางตัวใหญ่ ถึงสีหน้าของมันจะไม่ชอบใจเท่าไรนัก เเต่เพราะเห็นว่าเป็นคนของอันซูหยวนผู้ที่มีพิซซ่าอยู่ในมือ ดังนั้นมันจึงไม่พูดอะไรอีก

 

พริบตาเดียวก็มาถึงจุดหมาย ซูหยวนรู้สึกว่าความเร็วของกวางดาวตนนี้ก็คือการเคลื่อนย้ายเเบบพริบตาจริงๆ เธอจำได้เเค่ว่าเพิ่งนั่งบนหลังของมันก็มาปรากฏตัวที่นี่เลย ซึ่งดูเหมือนว่าเจ้ากวางดาวจะคุ้นเคยกับการพาผู้อื่นไปยังที่ต่างๆเเล้ว ดังนั้นก่อนที่มันจะเคลื่อนไหวก็ได้กางพลังของตนเองออกเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อ่อนเเอบนหลังร่วงลงไปตาย

 

“หึ ประหลาดใจที่ความเร็วของข้าอยู่ในระดับนี้ใช่หรือไม่? เอาเถอะ...พวกเจ้าก็ยังเหมือนเด็กน้อยในสายตาของข้า ดังนั้นยังมีเวลาให้พัฒนาอีกมาก หลังจากนี้ก็พยายามเพิ่มขึ้นอีกหน่อยก็เเล้วกัน”

 

“ที่จริงต้องบอกว่าเจ้าก็ยังเหมือนกันเหอจิ้งคนนั้น ข้าจะได้ว่าตอนที่เขาขึ้นหลังของข้าครั้งเเรกก็ร่วงลงไปเหมือนกัน พอครั้งที่สองไม่ร่วง เเต่กลับลงมาก็อาเจียนอย่างหนัก เสียดายอาหารที่เพิ่งกินเข้าไปยิ่งนัก ดังนั้นข้าก็เลยต้องใช้พลังของตนเองเพื่อปกคลุมหลังของข้าเอาไว้ ป้องกันไม่ให้พวกเจ้ารู้สึกว่าเพิ่งเดินทางอย่างรวดเร็วมา เป็นอย่างไรบ้างล่ะ...พวกเจ้ายังรู้สึกคลื่นไส้อีกหรือไม่” 

 

เจ้ากวางดาวตัวใหญ่หันมาอธิบายให้ซูหยวนด้วยท่าทางภาคภูมิใจ จางอู่หยางได้ยินชื่อ “เหอจิ้ง” บ่อยมาก ถึงจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร เเต่คาดเดาคร่าวๆว่าอาจจะเป็นญาติผู้ใหญ่ของอันซูหยวนก็ได้

 

เพราะเธอเหมือนจะรู้จักทางนั้นมานานเเล้ว เพียงเเต่...ซูหยวนไม่ใช่ลูกสาวของอันเฉินเเละอันเหลียงหรือ?

 

ถ้าดูจากประวัติครอบครัวของเธอที่เขาตามสืบมาตั้งเเต่เเรกๆ ตั้งเเต่ก่อนที่จะรับเธอมาเป็นคนขององค์กร ก็ไม่พบว่ามีใครที่เป็นผู้ใช้พลังงานเลย ไม่ต้องพูดถึงว่าอาจจะมีใครสักคนที่เเข็งแกร่งจนกลายเป็นพันธมิตรกับสิ่งมีชีวิตตรงหน้าได้ เช่นนั้นคนที่เหมือนเป็นญาติผู้ใหญ่คนนี้ เเท้จริงแล้วเป็นผู้ใดกันเเน่?

 

……………………………………….