บทที่ 565 ไม่ได้อะไรกลับมา (อ่านฟรี 21 ก.ย. 69)
บทที่ 565 ไม่ได้อะไรกลับมา (อ่านฟรี 21 ก.ย. 69)
บทที่ 565 ไม่ได้อะไรกลับมา
กวางดาวที่รออยู่ 3 ชั่วโมงหรี่ตาลงมนุษย์ตรงหน้าทั้ง 7 นี้เล็กน้อย มันรับรู้ได้เลยว่าทั้ง 7 มีบางอย่างแปลกไป อย่างน้อยๆ...การรับรู้ความคิดของทั้ง 7 ก็ลดลงไปมาก คล้ายว่าประสิทธิภาพพลังของมันลดลงไป หรือไม่ก็คงเป็นเพราะคนทั้ง 7 นี้มีพลังเพิ่มขึ้น
“หรือว่าเจ้าหมีคลั่งนั้นจะให้ผลึกชำระล้างกับพวกเจ้าหรือ?”
กวางดาวเอ่ยถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ ที่มันส่งคนพวกนี้เข้าไป ไม่ได้คาดหวังเอาไว้สูงขนาดนั้น อย่างน้อยๆก็ไม่ได้คิดว่าคนเหล่านี้จะสามารถได้รับผลึกชำระล้างจากเจ้าหมีขาวได้
ในความคิดของมัน...ขอแค่คนพวกนี้เอา “ผลึกทนทาน” ออกมาได้ก็นับว่าเป็นเรื่องดีแล้ว เจ้าหมีคลั่งนั้นเป็นพวกที่มีร่างกายทนทานมาก เวลาที่มันใช้พลังของมันทุบไปที่น้ำแข็งหลังกินน้ำผึ้งก็จะก่อให้เกิดผลึกทนทานด้วย
ความจริงแล้ว...เจ้าหมีคลั่งตนนั้นถูกเรียกอีกชื่อว่า “แหล่งฟาร์ม” ที่เหอจิ้งสหายเก่าคนนั้นเรียก ขอแค่มีน้ำผึ้งก็ทำให้อีกฝ่ายมอบทรัพยากรจำนวนมากมาให้แล้ว แต่เพราะพลังที่รุนแรงจนแม้แต่หมีคลั่งก็ยังควบคุมไม่ได้ ทุก 3 ชั่วโมงจะต้องเข้าสู่นิทรา แถมยังพาคนอื่นเข้าไปด้วย นี่ทำให้มันเป็นแหล่งฟาร์มที่ต้องใช้ความระมัดระวังมาก
ตอนส่งซูหยวนเข้าไป มันยอมรับว่าตนเองบอกใบ้ให้บางส่วน แต่พวกเธอจะเข้าใจหรือไม่ จะได้รับทรัพยากรหรือไม่ล้วนเป็นเรื่องของพวกเธอแล้ว หากไม่เข้าใจคำใบ้นั้นก็ถือว่าความสามารถไม่ถึงก็เเล้วกัน
อีกอย่าง….มันก็ไม่รู้ด้วยว่าถ้าบอกความจริงไป คนพวกนี้จะยังกล้าให้น้ำผึ้งเพื่อกระตุ้นความคลั่งของอีกฝ่ายหรือไม่ อย่าลืมว่ามนุษย์ตัวจ้อยพวกนี้อ่อนเเอมาก ถูกทุบครั้งเดียวก็ตายได้แล้ว ไม่แน่ว่าพวกมันอาจจะกลัวตายจนไม่กล้าทำอะไร…
เอาเถอะ ตอนนี้เรื่องนั้นผ่านไปแล้ว พูดเรื่องเก่าไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร กวางดาวมองพวกเขาที่ไม่มีร่องรอยการบาดเจ็บก็เอ่ยถามโดยตรง
“ได้มาเท่าไร” จะบอกว่าถามตรงๆก็ไม่เชิง เพราะในใจของมันมีคำพูดที่ตรงมากกว่านี้อีก นั่นก็คือการถามว่า “พวกเจ้าสามารถเเบ่งผลึกอดทนให้ข้าได้เท่าไร”ต่างหาก..
ซูหยวนถอนหายใจออกมา เธอได้ข้อมูลจากหมีคลั่งน้ำผึ้งมาเเล้ว ย่อมไม่พูดความจริงออกไปทั้งหมด เธอตีหน้าเศร้าก่อนจะตอบคำถามนี้
“ท่านหมายถึงอะไรที่ได้มาเท่าไร ท่านส่งพวกเราไปพบกับหมีประหลาดนั่นที่พูดไม่หยุด แถมตอนแรกยังโกรธที่ถูกผลึกพลังงานของท่านขว้างหัวด้วย สุดท้ายไม่เปิดโอกาสให้พวกเราพูดเเทรกได้เลยสักคำ บ่นไม่หยุด แล้วก็ตามด้วยการเล่าเรื่องเก่าๆ บอกว่าพวกท่านขังมันเอาไว้อย่างไม่ยุติธรรม พูดจนพวกเราหูชาไปหมดแล้ว”
“แต่พอจะครบกำหนดเวลา พวกเราบอกว่าขอออกไปข้างนอก เจ้าหมีนั่นกลับไม่ยินยอม บอกว่าตนเองเหงาไม่มีเพื่อนเล่นแล้ว พวกเพื่อนเล่นก็อายุสั้นจากไปหมด แต่ถ้าอยากออกไปจริงๆก็มีวิธี”
“มันว่า ให้พวกข้าเอาน้ำผึ้งมาให้ ถึงจะยอมปล่อย นี่เหมือนกับการปล้นไม่มีผิด! แต่พวกข้าไม่มีทางเลือก น้ำผึ้งที่กว่าจะได้มาอย่างยากลำบาก สุดท้ายต้องยอมมอบให้หมีคลั่งนั่นไป”
“เเล้วยังไม่พอ…เเทนที่จะมีความสุขกลับอาละวาดขึ้นมาเเทนเสียอย่างนั้น ดีที่พวกเราไหวตัวทัน ตอนให้น้ำผึ้งก็โยนขวดไปไกลเเล้ว ไม่อย่างนั้นคงจะหลบไม่พ้นการโจมตีของหมีโรคจิตเป็นแน่”
“ดีที่ก่อนหน้านี้ตอนกำลังพูดคุย…หมีคลั่งที่อยู่ในอารมณ์ใจดีก็ถูกคอ มอบผลึกชำระล้างให้พวกเราคนละอัน แต่มันให้พวกเราดูดซับตรงหน้า บอกว่ากลัวเด็กสารเลวจะขโมยเอาไป พวกเราไม่เข้าใจ เเต่พอดูดซับเเล้วจึงรู้ว่าเป็นของดี ถือการเสียน้ำผึ้งไปไม่ได้เสียเปล่า...ไม่อย่างนั้นข้าคงออกมาพร้อมน้ำตาแล้ว”
อันซูหยวนพูดด้วยอารมณ์ ตั้งแต่ประโยคแรกจนถึงตอนนี้ยังไม่มีคำพูดไหนโกหกเลย เจ้าหมีคลั่งนั่นไม่พูดรัวๆจนพวกเธอหาจังหวะแทรกไม่ได้หรือ? แน่นอนว่านี่ก็ถูกต้อง
เจ้าหมีขาวบังคับขอน้ำผึ้งงั้นหรือ? นั่นไม่ถูกต้องตรงไหน! เจ้าหมีคลั่งนั่นอาละวาดใส่พวกเธอก็เป็นเรื่องจริงอีก การที่ได้รับผลึกชำระล้างจากการพูดคุยก็จริง...เช่นนั้นกวางดาวที่พยายามตรวจสอบถ้อยคำของเธอก็ถอนหายใจออกมา
ปรากฏว่ามนุษย์พวกนี้ยังไม่ทันได้หันกลับไปเก็บผลึกอดทนก็พากันหนีออกมาแล้วอย่างนั้นสินะ แต่ก็เข้าใจได้....ถ้าเจ้าหมีคลั่งอาละวาดตอนที่มนุษย์พวกนี้อยู่ข้างใน ดีไม่ดีมันเองก็อาจจะไม่ได้เห็นเจ้าพวกนี้รอดชีวิตออกมาแล้วก็ได้ ดูจากสภาพร่างกายของพวกมัน...แค่เข้าไปแล้วรอดกลับมาได้ก็ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์แล้ว
ถึงจะเสียดายที่ไม่มีผลึกอดทนจำนวนมากติดมือมาด้วย แต่กวางดาวก็ไม่ได้แสดงออก ไม่อย่างนั้นมนุษย์พวกนี้คงจะดูแคลนมันเป็นแน่
“เอาเถอะ เป็นอย่างที่เจ้าพูดจริงๆ ได้ผลึกชำระล้างมาก็ดีแล้ว ตอนนี้พวกเจ้าก็จะสามารถทนต่อพลังจิตบางส่วนได้แล้วสินะ ต่อไปข้าจะช่วยพวกเจ้าในการล่าทรัพยากรอีกแรง แน่นอนว่าต้องมี....”
กวางดาวคลี่ยิ้มในขณะมองซูหยวน หญิงสาวคิดเล็กน้อย สุดท้ายก็เอา “พิซซ่า” ถาดกลางออกมา
การกระทำของอันซูหยวนไม่ได้เป็นที่สงสัยของคนจากองค์กร ตั้งแต่ที่เธอสามารถเก็บผลึกกองโตเข้าไปโดยไม่ทำให้คนอื่นเห็นนั้นก็ถือเป็นความสามารถที่เปิดตาพวกเขาแล้ว ทว่า...ไม่เหมือนกับคนอื่นๆ คนขององค์กรรู้ดีว่าซูหยวนเป็นคนสำคัญของอัศวินหงส์ขาว และโลกใบนี้ก็มีสิ่งลี้ลับอยู่มาก
ฟังจากบทสนทนา เธอยังรู้จักคนที่ควบคุม “กวางดาว” และ “หมีคลั่งน้ำผึ้ง” ได้ แปลว่าอันซูหยวนคนนี้ยังมีความลับอีกมาก หากเธอจะได้รับอุปกรณ์บางอย่างที่ช่วยเก็บทรัพยากรเข้าไป นั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก...
กวางดาวตาโต มันคิดถึงกลิ่นหอมชื่นใจแบบนี้จริงๆ นานแล้วที่ไม่ได้กินอาหารอร่อยๆ แม้จะบอกว่ามันจำศีลไปก็ไม่ได้รู้สึกหิวอีก ทว่า....ความรู้สึกที่น่าคิดถึงนี้ ไม่ว่าจะตอนไหนก็ยังน่าคิดถึงไม่ใช่หรือ?
ความหิวกับความอยากแยกกันเป็นคนละส่วนเลย ถ้าความหิวแค่กินก็อิ่มแล้ว แต่ความอยากนั้น...ต่อให้อิ่มก็ยังต้องการกินต่อไปให้ได้! เชื่อเถอะว่าหลายๆคนก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน
“ท่านกินพิซซ่านี้แล้วจะบ้าคลั่งเหมือนหมีขาวข้างในหรือเปล่า” ซูหยวนเห็นมือที่กำลังจะยื่นออกมารับพิซซ่าไป กลับยังแกล้งแสดงว่ากลัวออกมาอีก
กวางดาวชะงักไปก่อนหัวเราะ ดูเหมือนมนุษย์พวกนี้จะเข็ดหลาบแล้วจริงๆ พวกเขาให้น้ำผึ้งไปดีๆ น่าจะต้องการให้หมีคลั่งนั่นยอมรับและมอบทรัพยากรให้อีก หารู้ไม่ว่าเจ้าหมีนั่นเป็นประเภทคลั่งน้ำผึ้ง ได้กินแล้วจะต้องกินต่อไปให้ได้ ไม่อย่างนั้นจะอาละวาดเหมือนหมีขาดน้ำตาล!
“ข้าไม่เหมือนเจ้าโง่นั่นเสียหน่อย เอาพิซซ่ามาให้ข้าได้แล้ว นี่ถือเป็นค่าตอบแทนที่ข้าพาพวกเจ้ามาที่นี่ก็แล้วกัน”
“มาที่นี่เพื่อให้ได้ผลึกชำระล้าง ข้าได้เสียน้ำผึ้งไปไหใหญ่ แล้วก็ยังเสียพิซซ่าอีก...แท้จริงแล้วมันคุ้มค่าจริงๆใช่ไหม” ได้ยินอันซูหยวนพูดเช่นนั้น กวางดาวก็ชะงักไป แม้มันจะรู้ว่านี่เป็นความผิดของอันซูหยวนและพวกที่อ่อนแอเอง ทว่า...พอจะกินของผู้อื่นก็ยังรู้สึกไม่ดีอยู่
“เอาเป็นว่า....พิซซ่านี้นอกจากจะตอบแทนเรื่องที่ข้าพามาที่นี่แล้ว ข้าก็จะช่วยล่าทรัพยากร อ่า...ทำลายพวกฮูลแคระพวกนั้นให้ก็แล้วกัน พวกเจ้าว่าเป็นอย่างไร”
กวางดาวที่มีความรู้สึกผิดและให้ความสำคัญกับเรื่องของกินเสนอออกมาเช่นนั้น ในความคิดของมัน...พวกฮูลแคระแค่ขยับนิ้วเดียวก็จัดการได้แล้ว แต่ก่อนหน้านั้นมันได้เห็นว่ามนุษย์ตัวจ้อยต่อสู้กับฮูลแคระเป็นเวลานาน ถ้ามันเสนอตัวว่าจะช่วยจัดการให้ เช่นนั้นก็น่าจะพอใจกันทั้งสองฝ่าย
อันซูหยวนรู้ว่านี่เป็นข้อเสนอที่มากที่สุดเท่าที่มันจะให้ได้แล้ว เธอจึงพยักหน้ารับ แสดงออกว่าตื่นเต้นและขอบคุณ
“ท่านเป็นผู้ที่ใจกว้างจริงๆ แต่ว่า...พวกเราได้รับคำสั่งมาให้จับฮูลแคระไม่ใช่ให้สังหารทิ้งทั้งหมด แม้ว่าพวกฮูลแคระพวกแรกจะถูกจัดการไปแล้ว แต่ฮูลแคระตนอื่นๆ.....ไม่ทราบว่าพอจะมีวิธีจับพวกมันหรือไม่”
เธอวางแผนที่จะสร้าง “โรงงานนรก” ในพื้นที่ของตนเองทันที ฮูลแคระพวกนี้จะกลายเป็นแรงงานสำคัญในการพัฒนาต่างๆ ถ้าพวกมันเชื่อฟังดี...เธออาจจะส่งไปอยู่ที่เมืองของประธานจาง ให้ใช้ความฉลาดของตนเองได้คุ้มค่า
ถ้าเป็นพวกมันล่ะก็...ไม่แน่ว่าอาจจะเรียนรู้อักษรได้เร็วก็เป็นได้ ใต้การควบคุมของหัวหน้าตระกูลหลิ่วโป เธอก็อยากให้หนุ่มน้อยมีพรรคพวกที่เชื่อถือได้ หลังจากนั้นจะได้พัฒนาตระกูลไปให้ยิ่งใหญ่ กลายเป็นผู้มีอิทธิพลในอาณาเขตอัศวินหงส์ขาว!
“จับเป็นหรือ? นั่นก็ยากหน่อยแล้ว แต่...ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร”
กวางดาวคิดเล็กน้อย พวกฮูลแคระพวกนั้นในสายตามันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย ก็แค่พวกอ่อนหัดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น แต่ถ้าพวกอันซูหยวนต้องการ แลกกับพิซซ่าพวกนี้...มันจะจัดการให้ก็แล้วกัน
อาจจะเสียเวลาหน่อย แต่ก็ไม่ได้มากมายขนาดจะเอาพิซซ่ามาแลกไม่ได้...
หลังจากที่กวางดาวกลืนพิซซ่าเข้าไปในคำเดียว มันก็ขยายร่างอีกครั้งเเล้วให้พวกซูหยวนขึ้นขี่หลัง ใครจะรู้ว่าเพียงคืนเดียวนั้นเอง ตอนที่พวกคนของเขตอัศวินราชินีเหมันต์ไม่ทันได้ตั้งตัว เเถมยังเเอบส่งมือดีมาลอบเล่นงานคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาว ทว่าผลลัพธ์กลับไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ เเถมพื้นที่ทั้งหมดที่เคยทำเเผนที่เอาไว้ก็เปลี่ยนแปลงไปจนเกือบจำไม่ได้!
ในยามค่ำคืน ไม่นับรวมในพื้นที่ล่าที่กำลังเกิดความโกลาหลจากการหนีตายของพวกฮูลเเคระ ตอนนี้ที่คฤหาสน์ของท่านอัศวินราชินีเหมันต์เองก็วุ่นวายไม่น้อยเหมือนกัน
ตอนนี้เหล่าผู้สังเกตการณ์กำลังรายงานสิ่งที่ตนเองได้รับหลังจากใช้เวลาอยู่ร่วมกับคนจากอาณาเขตอื่นๆ ด้วยการประกาศให้พวกเขาเข้าร่วมโดยมีเงื่อนไขเช่นนี้ ฝ่ายกลยุทธ์ของอาณาเขตอัศวินราชินีเหมันต์ก็ได้รับข้อมูลเพื่อวางเเผนการรบได้ค่อนข้างมากเเล้ว
“ท่านอัศวิน ดูจากกำลังรบของคนจากอาณาเขตอัศวันพันปีแล้ว พวกเขาเหมือนจะพัฒนาขึ้นอย่างมีเสถียรภาพ ไม่ได้ก้าวกระโดดไปมากกว่าปกติ แต่ถ้าเทียบกับกำลังรบของพวกอัศวินฮาร์ปี้ที่จู่ๆก็พุ่งสูงอย่างต่อเนื่องแล้ว อีกไม่นานอาณาเขตอัศวินพันปีน่าจะตามหลังจากเขตของอัศวินฮาร์ปี้แล้ว ถ้าเกิดมีความขัดแย้งครั้งต่อไป...” ผู้พูดไม่ต้องพูดต่อจนจบ ทุกคนก็เข้าใจได้แล้ว
ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้ที่อาณาเขตอัศวินราชินีเหมันต์ยืนอยู่ข้างอัศวินพันปีมาตลอด หลังจากนี้อาจจะต้องคิดทบทวนใหม่อย่างนั้นสินะ
อีกอย่าง...งานแต่งเชื่อมความสัมพันธ์ของอาณาเขตอัศวินทั้งหลาย เดิมทีนางจะให้เสวี่ยจิงแต่งกับคุณชายห้า โดยเป็นการแต่งเข้าอาณาเขตอัศวินราชินีเหมันต์ เพราะคนที่จะได้เป็นอัศวินคนต่อไป...น่าจะเป็นเสวี่ยจิงที่เหมาะสมที่สุด
ส่วนคุณชายห้า...ที่บ้านของเขามีคุณชายมากมาย แต่งออกมาก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร ขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ที่จะตกลงแลกเปลี่ยนกันก็เท่านั้น
แต่เมื่อรู้ว่าอัศวินพันปีน่าจะมีความแข็งแกร่งลดลง แน่นอนว่าไม่ได้หมายถึงตัวอัศวินเอง เพราะอัศวินแต่ละคนยังไม่ได้ลงมือเองมานานแล้ว ต่างฝ่ายต่างเก็บงำฝีมือเอาไว้ ทว่า...เทียบกับกำลังรบของคนรุ่นหลัง ถ้านางต้องการทำเพื่อความยั่งยืนของอาณาเขตจริงๆ อาจจะต้องหันไปหาอัศวินฮาร์ปี้แทน
แต่ทางนั้นมีคุณชายเพียงคนเดียวและน่าจะได้เป็นผู้สืบทอดคนต่อไป หากนางส่งเสวี่ยจิงไปแต่งให้เขา...ก็ต้องเป็นการแต่งออกไป เช่นนั้นตำแหน่งของอัศวินเหมันต์ก็จะว่างลงไปอีก บางที...ตอนนี้อาจจะต้องหาบุตรีคนอื่นเพื่อให้แต่งออกไปก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนเสวี่ยจิงยังคงต้องรอต่อไป...
“ความก้าวหน้าของทหารจากอัศวินฮาร์ปี้ บางทีอาจจะแค่พุ่งขึ้นมาในช่วงนี้ก็ได้ ความเร็วหลังจากนี้ไม่แน่ว่าอาจจะไม่เพิ่มขึ้นอีก” ในขณะที่คนหนึ่งรายงาน ขุนนางคนหนึ่งก็แทรกขึ้นมาแทน เพราะเขาได้ข้อมูลมามากกว่าที่เห็น
“ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าคุณชายแห่งฮาร์ปี้สนับสนุนอยู่เบื้องหลังกลุ่มกำลังที่ต้องการทำลายอาณาเขตมลพิษด้วย ด้วยเรื่องนี้ก็น่าจะทำให้พวกเขาได้รับทรัพยากรอย่างมากจากที่นั่น นี่น่าจะเป็นเหตุผลหลักที่พวกเขาค้นพบวิธีการเพิ่มพลังแบบใหม่”
คนให้ข้อมูลกล่าวแบบนั้น หลายคนที่รู้เรื่องอยู่แล้วก็พยักหน้า เพราะจากการไปร่วมงานเลี้ยงต้อนรับคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวครั้งก่อน พวกเขาก็สัมผัสได้ถึงความเป็นปรปักษ์จากทั้งคู่
แม้คุณชายแห่งฮาร์ปี้จะพยายามเข้าหาแล้วประกาศออกมาว่าต้องการแต่งคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวไปที่อาณาเขต แต่ดูก็รู้ว่าคาดหวังแค่ผลประโยชน์เท่านั้น พวกเขาตามสืบก็รู้เรื่องทั้งหมดเพราะไม่มีฝ่ายไหนต้องการเก็บเป็นความลับ ดังนั้นถ้าโยงมาพูดถึงความแข็งแกร่งของอัศวินฮาร์ปี้ที่เพิ่มขึ้นนี้ก็ยังเข้าใจได้อยู่
“ถ้าคนของอัศวินฮาร์ปี้ก็ยังพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดดเช่นนี้ แล้วคนของอาณาเขตหงส์ขาวเล่า เป็นอย่างไรบ้าง?”
เพราะถ้าคนของเขตหงส์ขาวก็พัฒนาอย่างก้าวกระโดดเช่นกัน ก็แสดงว่าอิทธิพลของคนจากเขตมลพิษส่งผลมากจริงๆ แต่ถ้าไม่...เช่นนั้นจะบอกว่าคนของอัศวินฮาร์ปี้แข็งแกร่งขึ้นเพราะได้รับทรัพยากรจากเขตมลพิษนั้นคงเป็นตัวเลือกท้ายๆที่พวกเขาจะทวนสอบดู คราวนี้สีหน้าของแม่ทัพขวาที่เป็นผู้ติดตามการล่าของคนจากเขตอัศวินหงส์ขาวก็เปลี่ยนไป
………………………