LNCrawler

บทที่ 566 ตามหาคุณหนูอัน (อ่านฟรี 22 ก.ย. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 566 ตามหาคุณหนูอัน (อ่านฟรี 22 ก.ย. 69)

บทที่ 566 ตามหาคุณหนูอัน

 

เห็นสีหน้ากระอักกระอ่วนของเขาแล้ว ทุกคนก็ไม่เข้าใจ ขุนนางคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้นมาโดยตรง

 

“ท่านแม่ทัพขวา ท่านได้รับหน้าที่จากคุณหนูเสวี่ยจิงให้ตรวจสอบพวกเขาไม่ใช่หรือ? แล้วอย่างไร? การต่อสู้ของคนจากเขตอัศวินหงส์ขาวเป็นอย่างไรบ้าง”

 

“นี่...เรื่องนั้น...”

 

“เกิดอะไรขึ้น ปกตินายพลขวาไม่ได้เป็นเช่นนี้ไม่ใช่หรือ? ตอนนี้ก็ดึกดื่นแล้ว พรุ่งนี้ยังต้องไปทำหน้าที่กันต่อไป ท่านอย่าได้ชักช้าเช่นนี้เลย หรือว่าตอนที่ให้ท่านไปจับตาดูพวกเขา ท่านถูกรังแกงั้นหรือ? ไม่สิ! ท่านเป็นแม่ทัพขวาของพวกเราเชียวนะ จะถูกรังแกได้อย่างไร อ่า...ข้าไม่ต้องการคาดเดาแล้ว รีบพูดมาเสียเถอะ!”

 

“ข้าตอบให้ก็ได้นะ...”

 

ขุนนางที่ไปติดตามคุณชายห้าแห่งอัศวินพันปีกล่าวขึ้น เขาเข้าใจว่าแม่ทัพขวาคนนั้นไม่พูดก็เพราะไม่รู้ว่าควรจะพูดอย่างไรให้ตนเองดูไม่เสียหน้าเกินไป แต่เพราะเป็นพวกที่เอาแต่ต่อสู้ ไม่เคยได้อยู่ในสนามฝีปาก เช่นนั้นย่อมสรรหาคำมาอธิบายดีๆตามคำสั่งของคุณหนูเสวี่ยจิงไม่ได้

 

ใช่แล้ว! สาเหตุที่เขาไม่อาจจะพูดออกไปตามตรงก็เพราะคุณหนูเสวี่ยจิงออกคำสั่งเอาไว้ก่อนจะแยกย้ายอย่างไรล่ะ!

 

ไม่ต้องให้ท่านอัศวินรู้ว่าพวกคนของเขตหงส์ขาวแข็งแกร่งมากขนาดไหน ถึงอย่างไรนี่ก็ไม่ใช่ความแข็งแกร่งของพวกเขาโดยตรงอยู่แล้ว คนของเขตหงส์ขาวจริงๆยังไม่มีใครได้ลงมือเลยสักคน ที่ต่อสู้ตั้งแต่ต้นจนจบก็มีแค่คนของเขตมลพิษเท่านั้น

 

หากจะรายงานตามตรงก็บอกได้แค่ว่าพวกเขาไม่ได้แสดงฝีมืออะไรเลย มีแค่เดินเก็บผลึกเกลื่อนกราดที่กองเต็มพื้นก็เท่านั้น แต่...นั่นเป็นเรื่องที่ควรจะพูดหรือ?

 

อีกอย่าง...คุณหนูก็ตัดสินใจไปแล้วว่าจะ “ทำลาย” พวกคนจากเขตมลพิษทั้งหมด หากวันพรุ่งนี้พบว่าไม่มีคนแข็งแกร่งเช่นนี้อยู่แล้ว คงจะได้เห็นฝีมือของคนจากเขตหงส์ขาวอย่างแท้จริงในการล่าล่ะนะ แน่นอนว่าถ้าเป็นกรณีที่พวกเขายังรั้งอยู่ที่นี่ ไม่พากันวิ่งหอบร้องไห้หนีกลับบ้านไปเสียก่อน...

 

“ท่านก็รู้หรือ?”

 

“เป็นเพราะคุณชายห้าวกกลับไปรวมตัวกับคนของเขตหงส์ขาวทันทีที่รู้ว่าคุณหนูของพวกเขาเดินทางมา ดังนั้นข้าจึงสามารถติดตามไปดูด้วยได้”

 

“โอ้ ถ้าอย่างนั้นก็ให้ท่านพูดก็แล้วกัน วันนี้ท่านแม่ทัพขวาดูเหมือนจะไม่มีปากเสียแล้ว...”

 

คนที่ไม่ชอบแม่ทัพขวายังมีอยู่ เมื่อได้โอกาสก็อดที่จะแขวะออกมาไม่ได้ แต่ทางนั้นกลับไม่พูดอะไร คล้ายว่าจะยินดีด้วยซ้ำที่ตนเองไม่ต้องหาคำมาโกหกท่านอัศวินราชินีเหมันต์ ด้วยทักษะการโกหกของเขาแล้ว ไม่มีทางที่จะหลอกลวงท่านอัศวินได้เลย

 

ถ้าพูดออกไปก็เท่ากับเขาโกหกซึ่งๆหน้า แล้วถ้าอัศวินลงโทษก็เป็นเขาที่ต้องถูกลงโทษ หรือถ้ารีบพูดความจริงออกไปก็อาจจะไม่ถูกท่านอัศวินจัดการ แต่คุณหนูเสวี่ยจิงรู้เข้า...เช่นนั้นเขาจะอยู่ต่อไปได้อย่างไร…

 

ปล่อยให้ผู้อื่นตอบไปนั่นแหละ เขาไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย เอาไว้เรื่องอื่นที่เขาสามารถพูดความจริงออกไปได้ ตอนนั้นเขาจะไม่ให้คนอื่นได้มีโอกาสพูดเลย!

 

“สถานการณ์ของทางอัศวินหงส์ขาวยังไม่สามารถเห็นได้ชัดเจนนัก อาจจะเพราะพวกเขาเพิ่งเดินทางมาถึงเพียงแค่วันเดียวก็ได้ ที่สำคัญก็คือ...ทันทีที่มาถึง คนของคุณชายห้าแห่งพันปีก็เดินทางไปทันที เห็นได้ชัดเจนว่าคุณชายห้าผู้นี้ให้ความสำคัญกับคนของอัศวินหงส์ขาวมากแค่ไหน”

 

“ในงานเลี้ยงต้อนรับครั้งก่อนก็แสดงออกว่าต้องการแต่งกับคุณหนูคนใหม่ของหงส์ขาวเช่นกัน ดังนั้น..พวกเราจำเป็นต้องจับตาความสัมพันธ์นี้ให้ดี”

 

“แม้ว่าเขตอัศวินพันปีจะไม่ได้มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด แต่ความมีเสถียรภาพของพวกเขา อีกทั้งความแข็งแกร่งเป็นพื้นฐานเดิมของพวกเขายอดเยี่ยมมาก ถ้าได้เชื่อมความสัมพันธ์กับพวกเขาอาจจะเปิดการค้าขายผลึกบาเรียได้ในราคาดีขึ้น และพวกเราก็อาจจะส่งทรัพยากรไปให้คนของพันปีลงค่ายกลดีๆได้ด้วย”

 

“ใช้ความสัมพันธ์ที่แนบแน่นนี้เพื่อสร้างสุดยอดการป้องกันก็น่าจะดี การแต่งงานของท่านอัศวินและคุณชายแห่งพันปีคนก่อนที่เสียชีวิตไปก็ทำให้พวกเราได้รถลากเหินเวหามาไม่ใช่หรือ? และเพราะรถลากนี้เองที่ทำให้หลายเขตต่างก็อิจฉาพวกเราอยู่”

 

คนเป็นขุนนางมีวิธีการพูดที่ดี เขาไม่ได้โกหกทั้งหมด แต่ก็ไม่จำเป็นต้องบอกความจริงอะไรออกไปเลย ด้วยการแตะเนื้อหาเพียงเล็กน้อยให้รู้สึกว่าได้พูดเรื่องไม่สำคัญออกไปแล้ว

 

จากนั้นก็พูดถึงประเด็นอื่น ยกให้เป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจต่อไป แล้วก็เป็นไปตามที่เขาคาดหวังไว้ บทสนทนาของขุนนางเปลี่ยนมาเป็นเรื่องความสัมพันธ์ของคุณชายห้าและคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวทันที บ้างก็พูดเรื่องแผนการรับมือ บ้างก็พูดเรื่องการกระชับความสัมพันธ์...

 

อัศวินราชินีเหมันต์เป็นอัศวินคนหนึ่งได้ เธอย่อมไม่โง่ เพียงมองพริบตาเดียวก็รู้ว่าแต่ละคนเป็นอย่างไร ดังนั้นเธอมั่นใจว่าเสวี่ยจิงต้องแอบทำอะไรลับหลังเธออีกแน่

 

แต่ก็นั่นแหละ...นี่เป็นครั้งแรกที่เสวี่ยจิงทำงั้นหรือ? แน่นอนว่าไม่ใช่อยู่แล้ว .... เธอวางตัวให้อีกฝ่ายเป็นว่าที่อัศวินคนต่อไป ถ้าเดินตามคำสั่งของเธอเพียงเท่านั้น เช่นนั้นก็คงจะไม่สามารถกลายเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยมได้

 

กลับกัน...ถ้าเธอมีความคิดเป็นของตนเองบ้าง มีสายตาที่ดีบ้าง เช่นนั้นจะดีต่ออนาคตมากกว่า หลายครั้งเสวี่ยจิงลงมือด้วยตนเอง และเธอก็ปล่อยไปตลอด นี่เป็นเหมือนกับการสนับสนุนอยู่เบื้องหลังด้วยซ้ำ ในขณะที่เด็กสาวยังไม่รู้ว่าเธอรู้ทั้งหมดแล้ว ช่าง...ยังไร้เดียงสาเกินไป...

 

การประชุมเพื่อสรุปวิธีการล่า แม้แต่อุปกรณ์ที่อาณาเขตต่างๆใช้งานก็เริ่มลงรายละเอียดแล้วเช่นกัน คนที่มีปัญหามากที่สุดก็คือนายพลขวา จนขุนนางผู้นั้นต้องเสียเวลาอีกครึ่งชั่วโมงเพื่อช่วยเขาอธิบายรายละเอียดที่สร้างขึ้นมาปลอมๆใส่รายงาน กว่าจะได้กลับไปที่พักก็กินเวลาไปค่อนคืนแล้ว

 

เดิมทีคิดว่าปัญหาทั้งหมดน่าจะจบลง เรื่องใหญ่ที่นายพลขวาต้องเตรียมพร้อมรับมือก็คือการจากไปของคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาว ซึ่งมันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ระหว่างอาณาเขตทันที เขายังสั่งให้คนเตรียมร่างรายงานเอาไว้แล้วด้วยซ้ำ ดังนั้นตอนที่มารวมตัวกับทหารของอัศวินหงส์ขาว สีหน้าของเขาจึงเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย...

 

ทหารของซูหยวนไม่เข้าใจท่าทางแบบนั้นของเขาหรอก ตอนนี้ทุกคนกำลังเป็นกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของคุณหนู เกือบจะบุกเข้าไปตั้งแต่ท้องฟ้ายังไม่สว่างแล้ว ทว่าก็ถูกหยุดเอาไว้โดยทหารเฝ้าประตูเชื่อมมิติเสียก่อน

 

ทางนั้นบอกให้เข้าไปพร้อมกันเพื่อง่ายต่อการอำนวยความสะดวก นี่ทำให้ทหารกว่า 100 นายของซูหยวนมายืนรอกดดันอยู่ที่ทางเข้าตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว

 

ท่าทางคึกคักของพวกเขาเช่นนั้นทำให้ทหารของเขตอื่นๆให้ความสนใจกันยกใหญ่ ตอนแรกพวกเขาได้ยินข่าวลือผ่านๆว่าคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวที่มาจากเขตมลพิษเป็นพวกไม่รู้ความ เอาแต่ใจตนเองจนขออยู่ต่อในพื้นที่ล่า ทั้งที่ปกติแล้วไม่มีใครเอาชีวิตไปทิ้งไว้ที่นั่น

 

ยิ่งในพื้นที่ของอัศวินราชินีเหมันต์ ได้ยินว่าพวกเขาสั่งห้ามอย่างเด็ดขาดไม่ให้อยู่ในพื้นที่ล่าถ้าไม่ต้องการจะตาย นั่นเป็นเพราะว่ามีสัตว์ร้ายที่ทหารมากกว่าแสนนายก็ยังจัดการไม่ได้อยู่ จนกระทั่งทุกวันนี้พวกเขาก็ยังไม่มีใครทำอันตรายมันได้เลย

 

แต่...คุณหนูที่อวดดีคนนั้น อาจจะเพราะมาจากเขตมลพิษซึ่งไม่รู้ความอะไรเลยก็เลยกล้าอวดดี ขนาดมีกฎไม่ให้อยู่ก็ยังดื้อรั้นที่จะอยู่ ทหารของอัศวินหงส์ขาวจะหวาดกลัวก็ไม่แปลก

 

เพราะถ้าตอนนี้คุณหนูผู้อวดดีคนนั้นตายในเขตพื้นที่ล่า ส่วนหนึ่งก็เป็นความผิดของพวกเขาเช่นกัน กลับไปที่อาณาเขตอัศวินหงส์ขาว...บทลงโทษก็คงจะรุนแรงไม่น้อยเลย

 

“คุณหนูเเห่งอัศวินหงส์ขาวช่างอวดดีเสียจริง ตอนเเรกที่ตัวเเทนอาณาเขตของพวกเราไปร่วมงานเลี้ยง กลับมาพูดในเเง่ดีเกี่ยวกับคุณหนูผู้นี้นะ โดยเฉพาะคุณหนูสามของพวกเรา ดูจะชื่นชอบอีกฝ่ายเป็นพิเศษด้วย ใครจะไปคิดว่าวันนี้จะได้ยินเรื่องที่น่าตลกที่สุด! ถ้าคุณหนูน้อยของพวกเรารู้ว่าสหายรักได้เอาชีวิตมาทิ้งโง่ๆเเบบนี้ ก็ไม่รู้เลยว่าจะเป็นอย่างไร”

 

“ที่อาณาเขตของพวกเราไม่ได้พูดถึงในเเง่ดีนะ ยังได้ยินว่ามีปัญหากันด้วยซ้ำ คุณหนูเเห่งอัศวินหงส์ขาวก็เป็นพวกเอาเเต่ใจ ใส่ความทุกคน เป็นพวกเย่อหยิ่งอยู่เเล้ว ดังนั้นไม่น่าแปลกใจเลยที่เห็นเธอตัดสินใจเช่นนี้”

 

“คงจะเกิดเรื่องใหญ่ไปเเล้วกระมัง อาณาเขตหงส์ขาวจะได้จัดงานขึ้นอีกครั้งก็คราวนี้เเหละ เเต่ไม่น่าจะเป็นงานเฉลิมฉลอง สมควรจะเป็นงานทุกข์ใจเเทน”

 

“เฮ้อ เเล้วการล่าที่นี่ล่ะจะทำอย่างไร? เเล้วปัญหาระหว่างสองอาณาเขตนี้จะรุนเเรงขึ้นหรือไม่?”

 

“นั่นเป็นปัญหาของพวกเขา พวกเราเเค่รอชมก็พอเเล้ว ว่าเเต่...คุณชายห้าเเห่งอัศวินพันปีคนนั้น...เขาดูจะให้ความสำคัญกับคุณหนูของอัศวินหงส์ขาวจริงๆ ขนาดข้างกายมีสตรีที่งดงามสูงสุดอย่างคุณหนูแห่งอัศวินราชินีเหมันต์อยู่ด้วย เขากลับไม่สนใจเลย คนเเบบนี้เรียกว่าโง่งม หรือควรจะเรียกว่าตาบอดดีล่ะ...”

 

“อย่ากล่าวเช่นนั้นเลย นอกจากคุณชายห้าเเล้ว ก็ยังมีคุณชายแห่งฮาร์ปี้ด้วยนะ ดูสิว่าตอนนี้ทหารของอัศวินฮาร์ปี้ตั้งเเถวต้อนรับคุณชายของพวกเขาเเล้ว หลังจากที่คุณชายทางนั้นรู้ว่าคุณหนูเเห่งอัศวินหงส์ขาวมาด้วยตนเอง เขาก็กล่าวทันทีว่าจะมาที่นี่ด้วย ช่าง...เป็นการให้ความสำคัญมากจริงๆ”

 

“เหอ เหอ เหอ กลัวว่าจะมาถึงเเล้วก็ต้องพบกับความเสียใจเเทนน่ะสิ อาจจะไม่ได้เจอคุณหนูผู้นั้นเเล้วก็ได้”

 

“ชู่ว! อย่าพูดดังไป ตอนนี้ถ้าไม่ดีกับคุณหนูแห่งหงส์ขาว ก็เท่ากับเป็นศัตรูต่อ 3 อาณาเขตเลยนะ”

 

เสียงกระซิบกระซาบของผู้คนดังขึ้นทั่ว ทหารของอัศวินหงส์ขาวรู้สึกอับอายก็จริง เเต่พวกเขาจะทำอะไรได้? ตอนนี้ที่พวกเขาสนใจมีเเค่การเข้าไปเพื่อปกป้องคุณหนูของพวกเขาเท่านั้น ขอเเค่คุณหนูยังไม่เป็นอะไร ขอเเค่เธอยังมีชีวิตอยู่....

 

ชายร่างใหญ่ก้าวออกมาจากกระโจมหลังเตรียมความพร้อมเเล้ว ข้างกายของเขามีคุณหนูแห่งอัศวินราชินีเหมันต์ติดตามมาด้วย

 

วันนี้เธอก็ยังคงงดงามเเละดูล้ำค่าอยู่ดี เมื่อสองคนเดินคู่กันเเล้วเหมาะสมเป็นอย่างมาก ผมยาวของคุณหนูเสวี่ยจิงถูกปรุงเเต่งมาด้วยน้ำหอมดีเเล้ว พอลมพัดมาครานึงก็ทำให้กลิ่นดอกไม้อบนั้นฟุ้งไปทั่วบริเวณ รวมกับเสน่ห์ประจำตัวของเธอเเล้ว ทำให้ทหารที่อยู่ใกล้รู้สึกว่าวันนี้เป็นวันที่ดีที่สุดอีกวันหนึ่งเลย

 

“เมื่อคืน คุณหนูไม่ได้กลับออกมาหรือ?”

 

คุณชายห้าถามเสียงทุ้ม คนของอัศวินหงส์ขาวเข้าใจว่าอีกฝ่ายถามตนเอง ดังนั้นจึงรีบส่ายหน้าเป็นคำตอบ

 

ถ้าถามว่าที่แห่งนี้มีใครเป็นพันธมิตรที่ไว้ใจได้บ้าง ก็คงจะบอกว่ามีเพียงคุณชายห้าเท่านั้นเเล้ว เขาเป็นคนที่ซื่อตรงมาก เหมือนกับลักษณะของอัศวินพันปีท่านอื่นๆ

 

“ไม่ครับ คุณหนูไม่ได้กลับมา พวกเรารออยู่ตลอด ผลัดกันเฝ้าทางออกเเต่คุณหนูก็ไม่ได้ส่งข่าวหรือส่งสัญญาณอะไรออกมาเลยครับ”

 

“คุณหนูแห่งหงส์ขาวมีสัตว์เลี้ยงในการควบคุมมาก ถ้ามีปัญหาอะไรคงจะส่งพวกนั้นมาเเจ้งเเล้ว ดังนั้น...เชื่อว่าน่าจะไม่เป็นอะไร”

 

ได้ยินคุณชายห้ากล่าวเช่นนั้น หลายคนก็พยักหน้ารับ เพราะพวกเขาเองก็คาดหวังให้เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน ขอให้คุณหนูปลอดภัยเเละรอพวกเขาอยู่ที่เดิม ไม่อย่างนั้น...ไม่อย่างนั้นพวกเขาก็คงกลับไปที่อาณาเขตอัศวินหงส์ขาวเเบบมีชีวิตอยู่ไม่ได้เช่นกัน!

 

“พวกเราก็เชื่ออย่างนั้นครับคุณชาย เเต่ว่า…ตอนนี้พวกเราอยากเข้าไป พวกทหารกลับไม่ยอมให้เข้า เเบบนี้มันหมายความว่าอย่างไร? พวกเราต้องให้คุณหนูรองั้นหรือ? คุณหนูของพวกเรามีค่าน้อยกว่าคนสังเกตการณ์ของอัศวินราชินีเหมันต์ใช่หรือไม่?”

 

ทหารกล่าวฟ้องออกมาหลังจากอดทนมาเป็นเวลานาน พวกเขาพูดกับใครไม่มีใครฟังคำเลย ดังนั้นจึงรอตอนนี้เพื่อฟ้องให้คุณชายห้าช่วยเหลือ

 

เสวี่ยจิงอยู่ข้างๆ รู้สึกเกลียดการกระทำนี้ของพวกเขาจริงๆ ดูก็รู้ว่าต้องการทำลายภาพลักษณ์ที่สูงส่งใจกว้างของเธอ แต่คิดว่าเธอกังวลมากหรือ? ถ้าเข้าไปแล้วไม่พบตัว ไม่เหลือแม้แต่ซากของอันซูหยวนให้เห็น ก็ไม่รู้เลยว่าพวกเขาจะปากดีแบบนี้ได้อยู่หรือไม่?

 

“นี่ก็เพื่อความปลอดภัยของแขกที่มาเยือน พวกเราเพียงต้องการทำตามขั้นตอนก็เท่านั้น แต่คุณหนูของพวกท่านไม่ทำตามกฎ ก็เลยเกิดความวุ่นวายขึ้นเล็กน้อย ตอนนี้คาดว่าน่าจะพร้อมแล้ว ทั้งรายชื่อและอุปกรณ์สำหรับสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือ ดังนั้นจะเข้าไปเลยดีหรือไม่”

 

เสวี่ยจิงแจงความผิดของซูหยวนให้ทุกคนรู้ อาณาเขตอัศวินราชินีเหมันต์ต้องวุ่นวายเตรียมการนี้ก็เพื่อดูแลคนสำคัญของทุกอาณาเขต

 

ถ้าทุกคนทำตามกฎแล้วไม่ดื้อดึงก็คงไม่เป็นไร ทว่าคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวกลับดื้อรั้น ตอนนี้กลับมาโวยวายว่าพวกเขาไม่ยอมให้เข้าไปอีก...ช่างเป็นพวกที่น่ารำคาญ ก่อแต่ปัญหาจริงๆ!!

 

……………………