LNCrawler

บทที่ 567 อันตราย? (อ่านฟรี 23 ก.ย. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 567 อันตราย? (อ่านฟรี 23 ก.ย. 69)

บทที่ 567 อันตราย?

 

แม้ว่าพวกทหารจะไม่พอใจกับคำพูดของคุณหนูเสวี่ยจิง แต่พวกเขาไม่มีสิทธิ์ในการตำหนิหรือปฏิเสธ ทำได้แค่รีบพยักหน้ารับ ขอให้พวกเขาเข้าไปข้างในโดยเร็วก็พอ! คนจะว่าจะด่าทออะไรก็ช่างเถิด ตอนนี้ไม่ใช่เวลาโต้เถียงแล้ว...

 

เสวี่ยจิงเห็นแบบนั้นก็ส่งสัญญาณมือให้ทหารที่อยู่ด้านหน้า หอกทั้งสองที่ไขว้ขวางไว้จึงยกออกมา เปิดช่องให้ทหารของอัศวินหงส์ขาวเข้าไปข้างในได้ 

 

แน่นอนว่าพวกเขาไม่มีใครไม่รีบร้อน เมื่อมีทางให้เข้าไปก็รีบวิ่งกันทันที คล้ายว่าจะไม่กลัวอะไรอีกต่อไปแล้ว ข้างหลังเป็นขบวนเดินทางของคุณชายห้าที่ไล่ตามมาติดๆ เขาเองก็เป็นห่วงซูหยวนเหมือนกัน

 

อารมณ์ก่อนเข้าไปข้างในล้วนมีแต่ความกังวล หวาดกลัว หัวใจของพวกเขาสั่นไหวอยู่ตลอดเวลา ยิ่งลมหายใจผ่านไปหนึ่งครั้งก็รู้สึกว่าคุณนหนูอันของพวกเขาอาจจะเจออันตรายไปอีกหนึ่งครั้งแล้วก็ได้ ถ้านั่นเป็นโอกาสที่จะช่วยเหลือคุณหนูได้ แต่พวกเขายังเสียเวลาหายใจทิ้งอยู่แบบนี้ ช่างเป็นการเสียเวลาเปล่าจริงๆ...

 

เพราะคิดแบบนี้ตลอดเวลาจึงกดดันมาก ทว่าพอขาของพวกเขาก้าวพ้นประตูเชื่อมมิติไป ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้ขาที่วิ่งด้วยความเร็วต้องหยุดลง!

 

“นี่มัน...”

 

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น!!” 

 

เเม้เเต่เสวี่ยจิงที่สาบานว่าวันนี้จะรักษาความสงบของตนเองเอาไว้ให้ได้ ไม่เเสดงความดีใจออกมาก็ยังอ้าปากค้าง 

 

ภาพที่ปรากฏตรงหน้าไม่คล้ายกับทางเข้าเขตพื้นที่ล่าเดิมของตนเองอีกต่อไปเเล้ว จากที่เคยเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยกินหิน เถาวัลย์ เเละกิ่งไม้หนาๆ ทำให้กาารเดินเหินไม่ราบรื่น 

 

เวลานี้พื้นที่มากกว่า 50 ไร่ตรงหน้ากลับปรากฏเป็นเหมือนกับลานน้ำเเข็งขนาดใหญ่ ที่นั่นยังมีบ้านหลังโตปรากฏขึ้นด้วย หรือว่าพวกเขาจะเข้ามาผิดที่กัน?

 

ที่นี่เป็นบ้านพักขนาดใหญ่ของขุนนางระดับกลางในเขตอัศวินราชินีเหมันต์หรือไม่นะ...เเม้จะคิดเช่นนั้น เเต่ความจริงเเล้วก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าที่นี่ไม่ใช่ มันเป็นพื้นที่ล่าชัดเจน พวกเขามาถูกที่เเล้ว ก็เเค่ภาพตรงหน้าเปลี่ยนไปเท่านั้นเอง!

 

“โฮก!!” 

 

ในตอนที่ทุกคนกำลังสับสนว่าเกิดอะไรขึ้นกับที่นี่ พวกเขาก็ได้เห็นร่างมหึมาที่กำลังบินอยู่เหนือท้องฟ้า เสียงคำรามก้องของมันทำให้เหล่าทหารทั้งหลายต้องเตรียมพร้อมสำหรับการป้องกันอย่างเร่งด่วน!

 

“อันตราย!!”

 

“เตรียมการป้องกันระดับสูงสุด!!” 

            

ตึง ตึง ตึง!!

 

เเม้เเต่คุณชายห้าก็ยังรีบสั่งการ พวกเขากางโล่บาเรียของตนเองทันที ความเร็วเเละเป้าหมายของสิ่งมีชีวิตด้านบนนั้นเเสดงให้เห็นว่ามันต้องการมุ่งหน้ามาทางนี้ ทางที่พวกเขาอยู่ ฉะนั้นพวกเขาจะชักช้าไม่ได้!

 

“จะ เจ้านั่นมันตัวอะไร!”

 

“ขนาดของมันใหญ่เกินไปแล้ว นั่น นั่นมันปีศาจอะไรกันแน่! ทำไมถึงมาปรากฏที่นี่ได้!”

 

“คุณชายห้า พวกเราอาจจะต้องถอยแล้วครับ เจ้าตัวร้ายตนนั้นไม่มีข้อมูลปรากฏอยู่เลย ไม่รู้วิธีการรับมือด้วย ถ้าหากยังดึงดันจะต่อสู้ต่อไป ก็อาจจะ...” 

 

คนของอัศวินพันปีกังวลมากที่สุด พวกเขาคิดว่าคนของราชินีเหมันต์เก็บงำเรื่องสัตว์ร้ายตนนี้เอาไว้ด้วยซ้ำ อันตรายขนาดนี้เหตุใดจึงไม่บอกกัน นี่คิดจะพาพวกเขามาตายงั้นหรือ? กลับไปครั้งนี้...หากคุณชายของพวกเขาได้เจ็บแม้เพียงน้อย พวกเขาจะต้องให้ท่านอัศวินเอาเรื่องให้ได้เลย!

 

ถึงจะคิดเช่นนั้น แต่หลายคนก็ยังสับสนอยู่ เพราะพวกเขาไม่เคยเห็นสัตว์ร้ายตนนี้มาก่อนเลย พวกเขาไม่ได้เพิ่งมาที่นี่วันแรก นี่ก็เป็นวันที่สิบกว่าแล้วที่มาล่า แต่ก็ยังไม่เคยเจอสัตว์ร้ายที่น่ากลัวเช่นนี้เลย

 

ทางคนของอัศวินพันปีตื่นตระหนก แล้วพวกอัศวินราชินีเหมันต์ไม่ตื่นตระหนกหรือ? กลับกัน...ท่าทางของพวกเขากลับดูตกใจกว่ามากเสียด้วย!

 

“มันเป็นสัตว์ร้ายตนไหนกัน พวกเราไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”

 

“จะ จริงด้วย มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ตั้งแต่ลานกว้างนี้ แล้วยังมีสัตว์ร้ายที่น่ากลัวระดับนั้นอีก!!”

 

“เดี๋ยวก่อนนะ ฉันรู้สึกว่าลักษณะของเจ้านี่ดูคล้ายๆอยู่นะ...”

 

“คล้ายหรือ? คล้ายสิ่งใด! รีบบอกมาเร็วเข้า!” ทหารคนอื่นๆรีบซักถาม สัตว์ร้ายกำลังจะมาถึงตัวอยู่แล้ว คนก็ยังพูดอ้ำๆอึ้งๆอยู่อีก โชคดีที่เจ้าคนมีความคิดยอมเปิดปากก่อนที่พวกเขาจะโดยสัตว์ร้ายตนนั้นงาบลงท้องไปเสียก่อน!!

 

“นั่น...ฉันก็ไม่มั่นใจเหมือนกัน แต่ถ้าดูจากลักษณะภายนอกมันคล้ายกับว่าจะเป็นสัตว์ร้ายในตำนานตนนั้นเลยไม่ใช่หรือ?....”

 

“สัตว์ร้ายในตำนาน? นี่กำลังหมายถึงสิ่งใดกันแน่? อ๋า...หรือว่าจะเป็นเจ้านั่น!”

 

“ใช่ ฉันกำลังคิดว่าอาจจะเป็นเจ้านั่นก็ได้ แต่ถ้าเป็นเจ้านั่นจริง พวกเราได้ตายกันหมดเเน่ เเม้เเต่การป้องกันระดับสุดยอดของอัศวินพันปีก็อาจจะรับการโจมตีทั้งหมดของมันไม่ได้ด้วยซ้ำ!”

 

ทหารของอัศวินราชินีเหมันต์ไม่อยากเชื่อกับภาพที่เห็น ตัวเขาเคยได้ยินเกี่ยวกับ “ตำนานกึ่งมังกร” นี้มาก่อน ร่างกายที่เต็มไปด้วยเกร็ดสะท้อนเงาวับนี้ก็เหมือนกับในข่าวลือเลย เเค่ในข่าวลือบอกว่ามันบินไม่ได้เพราะเป็นกึ่งมังกร เเต่ภาพที่พวกเขาเห็นตอนนี้คือมันไม่ต่างอะไรกับเจ้าเเห่งเวหาไม่มีผิด!!

 

เช่นนั้นถามว่ามั่นใจหรือไม่ก็ตอบไม่ได้ว่าพวกเขามั่นใจเสียทีเดียว กระนั้นลึกๆก็ยังคิดว่าจะต้องเป็นมันเเน่ ไม่อย่างนั้นจะบอกว่ามีสัตว์ร้ายที่เเข็งแกร่งเเบบนี้มากกว่าหนึ่งซ่อนตัวอยู่งั้นหรือ? เช่นนั้นที่นี่ …. เเท้จริงแล้วก็คงจะกลายเป็นเขตแห่งความตายมากกว่าเขตเเห่งเหมันต์เเล้ว!

 

คนอื่นที่ได้ยินก็เหมือนจะคิดเรื่องนี้ขึ้นได้เหมือนกัน หลายคนขาสั่นพั่บๆด้วยความกลัว หลายคนทรุดตัวลงไปแล้ว เพราะถ้าเป็นเจ้านั่น…พวกเขาก็คงไม่อาจเอาชีวิตรอดได้อีกต่อไป ทว่าหลายคนทำใจดีสู้เสือ คิดว่ามันอาจจะไม่ใช่สิ่งนั้นในตำนานก็ได้

 

อย่างที่พูดกัน…เจ้านั่นยังเป็นเเค่กึ่งมังกรเท่านั้น เเม้จะเเข็งแกร่งเเต่ก็บินไม่ได้ ดังนั้นเจ้าตัวที่บินได้มีเเค่สองอย่างคือ มันอาจจะไม่ใช่สัตว์ร้ายในตำนาน หรือ…มันอาจจะเป็นสัตว์ร้ายอย่างงูกึ่งมังกรเหมันต์ที่วิวัฒนาการสำเร็จจนกลายเป็นมังกรเหมันต์ไปเเล้ว!!

 

“สัตว์ร้ายในตำนานอะไร พวกคุณกำลังพูดถึงอะไรกันเเน่!” 

 

คนจากต่างอาณาเขตไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องตำนานที่คนของอัศวินราชินีเหมันต์พูดกันลับๆนี้ พวกเขาตะโกนออกมาเสียงดัง ถ้าจะสู้ก็ควรต้องรู้ก่อนว่ามันเป็นสัตว์ร้ายอะไรกันเเน่ ไม่อย่างนั้นจะวางแผนถูกได้อย่างไร 

 

น่าเสียดายที่พวกเขาไม่ได้มีเวลามากนัก ยังไม่ทันที่จะพูดถึงตำนานที่พวกเขารู้ เสียงด้านบนก็ดังขึ้นอีกครั้ง

 

“โฮก!!!” 

 

เสียงคำรามลั่นดังอีกครั้งเมื่อรับรู้ได้ถึงเเรงต่อต้านจากด้านล่าง มันปรายตามองมดปลวกที่กำลังดูเเคลนตนเอง ขอเเค่มันพ่นพิษออกไปครั้งเดียวก็เพียงพอที่จะฆ่าคนกว่าห้าร้อยถึงพันคนพวกนี้ตกตายได้เเล้ว

 

เเม้ว่ามันจะยังไม่ชินกับพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดนี้ เเต่...อย่างมากก็อาจจะสาดพิษร้ายไปโดนบ้านที่เพิ่งก่อสร้างจนต้องไปหาไม้ดีๆมาใหม่ ทว่า...นั่นไม่ใช่ปัญหาอะไรอยู่เเล้ว

 

เเค่ตามหาไม้ขนาดใหญ่เพื่อมาทำเสาไม่ใช่หรือ? งานของมันเเค่ต้องใช้เเรงให้มากหน่อยก็พอ ส่วนคนที่จะต้องลงมือเชื่อมที่พักพวกนี้ใหม่ไม่ใช่มันเสียหน่อย ต้องบอกว่าถ้าได้เห็นพวกนั้นลำบาก ตัวมันอาจจะมีความสุขมากกว่าเดิมก็ได้!

 

เจ้าตัวใหญ่ทำท่าทางพร้อมโจมตี ทหารที่อยู่ด้านล่างก็ลอบกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ พวกเขารู้ว่าเเรงกดดันนี้เป็นของสัตว์ร้ายระดับสูง น่าจะมากพอกับอัศวินคนหนึ่งเลย ดังนั้นด้วยจำนวนของพวกเขา ไม่น่าจะหยุดเจ้านั่นได้เเม้เเต่เสี้ยววินาทีด้วยซ้ำ 

 

พร้อมๆกับการป้องกัน...พวกเขาเลือกที่จะค่อยๆขยับถอยหลังไปด้วยทีละเล็กทีละน้อย ถ้าสามารถไปถึงประตูทางออกได้ก็คงจะรอดปลอดภัยไปด้วย เเต่เจ้านั่นจะยอมให้พวกเขาไปหรือไม่!

 

เพี๊ยะ!

 

อย่างไรก็ตาม ในตอนที่ทุกคนเหมือนได้เห็นภาพหลอนของมัจจุราชตัวใหญ่ยืนรออยู่เบื้องหน้า ตอนนั้นเสียง “เพี๊ยะ” ที่ดังสนั่นท่ามกลางความเงียบก็ทำให้พวกเขาต้องเงยหน้าขึ้นไปมองอีกครั้ง สิ่งที่พวกมีดวงตาดีเห็นมากกว่าเจ้าสัตว์ร้ายตัวใหญ่ก็คือชายที่นั่งอยู่บนหลังของมัน

 

“มะ มีคน! มีคนอยู่บนหลังของเจ้านั่น!”

 

“ห๋า จริงหรือ? จะมีคนอยู่บนหลังของสัตว์ร้ายระดับนั้นได้อย่างไร นั่นเป็นสัตว์ร้ายในตำนานเลยไม่ใช่หรือ?”

 

“ฉันก็ไม่มั่นใจ แต่เป็นเรื่องจริงที่มีคนอยู่บนนั้น ไม่เชื่อก็ลองดูเองสิ!”

 

“จะ จริงด้วย!” 

 

คนที่อยู่ข้างล่างสังเกตให้ดีก็เห็นว่ามีคนอยู่บนนั้นจริง แถมเจ้าสัตว์ร้าย งูกึ่งมังกรตนนั้นก็ชะลอความเร็วของตนเองแล้ว แม้แต่ออร่าสังหารเมื่อครู่ก็ยังหายไปด้วย นี่แปลว่าอะไร? แปลว่าคนที่อยู่บนหลังของมันสามารถควบคุมและออกคำสั่งได้อย่างไรล่ะ!

            

ท่ามกลางความตื่นตะหนกและไม่อยากจะเชื่อของพวกเขา เสียงทุ้มของคนที่อยู่บนหลังกลับดังขึ้น ในน้ำเสียงเจือความรำคาญใจอยู่ด้วย

 

“แกจะทำให้คนอื่นตกใจกลัวทำไมเนี่ย เเล้วก็อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ ตั้งใจจะพ่นพิษออกมาทำลายบ้านใช่ไหม? คิดจะสร้างความวุ่นวายให้พวกฮูลเเคระ เเต่อย่าลืมนะว่าประธานจางสั่งไว้ว่าอะไร...ถ้าบ้านนี้สร้างไม่เสร็จก่อนกินอาหารกลางวัน แกจะถูกขอดเกร็ด! หรือว่าอยากจะลองดูใช่ไหม!”

 

เสียงตวาดเเละข่มขู่นี้ถ้าฟังให้ดีเเล้วน่าขันไม่น้อย แต่เพราะทุกคนยังหวาดกลัวต่อเเรงกดดันที่เจ้าสัตว์ร้ายตัวใหญ่สร้างขึ้นมา ดังนั้นจึงไม่มีใครหัวเราะออกมาได้สักคน

 

“โอ้ คนข้างล่าง ขอโทษด้วยนะที่ทำให้ตกใจ พอดีเจ้านี่เป็นพวกเข้าสังคมมือใหม่น่ะ กำลังฝึกทำใจให้ชินอยู่ นี่ก็ทำลายบ้านไป 4 รอบเเล้ว จะไม่ให้มีรอบอื่นเเน่นอน”

 

“เเล้วก็คนที่ไม่เกี่ยวช่วยถอยออกไปหน่อย เดี๋ยวขัดขวางการทำงานของพวกเรา ประธานสั่งให้ทำงานให้เสร็จก่อนเที่ยงด้วย ต้องเร่งมือหน่อยก็เลยไม่มีเวลารับเเขก”

 

“อ้อ ทหารของท่านอัศวินหงส์ขาวรอที่นี่ก่อนก็เเล้วกัน ตอนนี้คุณอันกับประธานของเรากำลังมีเวลาล่าส่วนตัวกันอยู่ ไม่ต้องกังวล เเล้วก็ไม่ต้องเข้าไปขัดขวางการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีด้วย” 

 

ชายคนนั้นชะโงกหน้าออกมา ทุกคนก็ได้เห็นเเล้วว่าเขาคือคนจากองค์กรนักล่าสกุลจาง นี่หมายความว่าอย่างไร? หมายความว่าคนพวกนั้นยังอยู่รอดปลอดภัยดีอย่างไรล่ะ!!

 

ถึงจะน่าหงุดหงิด เเต่ถ้ามีเจ้าตัวใหญ่นี้อยู่ด้วย ไม่มีทางเลยที่พวกเขาจะเจอกับอุปสรรคใดๆ ตอนนี้ก็เข้าใจเเล้วว่าทำไมพวกเขาไม่กลัวตาย ไม่กลัวกระทั่งคำขู่ในการอยู่ข้ามคืนที่พื้นที่ล่า ปรากฏว่าพวกเขามีไพ่ลับนี้ในมือเช่นนี้นี่เอง บางทีต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับงูกึ่งมังกรในตำนาน พวกเขาก็อาจจะเอาชนะไปได้ก็ได้ …

 

เสวี่ยจิงเป็นคนที่หน้าดำคล้ำมากที่สุดแล้ว เธอจะคิดได้อย่างไรว่าคนพวกนี้มีสัตว์เลี้ยงที่ทรงพลังอย่างเเท้จริง ถ้ารู้แบบนี้คงไม่เอาเลือดฮูลเเคระออกมาใช้ให้เสียเปล่าหรอก 

 

ก็เลือดของพวกมันมีราคาสูงมากในตลาดมืด เเล้วไม่ใช่ว่าทุกคนจะซื้อได้ด้วย อย่างน้อยก็ต้องหาสิทธิในการเข้าตลาดให้ได้ก่อน ซึ่งเธอจ่ายไปไม่น้อยเลย…

 

ทางเเม่ทัพขวาที่เห็นว่าแผนการของคุณหนูเสวี่ยจิงไม่สำเร็จก็รู้สึกกลัวมาก ดีที่เมื่อวานตนเองไม่ได้รายงานเท็จไป ให้ขุนนางคนอื่นรายงานให้ ซึ่งเป็นการรายงานกลางๆ ไม่อย่างนั้นถ้าเรื่องออกมาเเบบนี้ ตนเองคงจะถูกลดตำแหน่งไปเป็นกรรมกรเเทน!

 

ทางฝั่งของทหารจากอัศวินพันปีที่พบว่าทุกคนยังปลอดภัยก็ผ่อนคลายลงมาก ไม่ใช่เเค่คุณชายห้าเท่านั้นที่เห็นความสำคัญของอันซูหยวน เเม้เเต่ทหารของเขาก็ยังรู้ว่าการได้เป็นพันธมิตรกับผู้เเข็งแกร่งอย่างอันซูหยวนนั้นเป็นผลดีมากกว่าร้าย

 

ตอนที่รู้ว่าคุณหนูอันต้องการอยู่ที่นี่ยามค่ำคืน ซึ่งเวลากลางคืนเป็นจุดอ่อนของพวกเขาทุกคนเนื่องจากวิสัยทัศน์ไม่เหมาะสม ตอนนั้นก็อยากให้คนของอัศวินหงส์ขาวพยายามดึงตัวคุณหนูออกมา เเต่เจ้าพวกนั้นไร้ปัญญาเกินไป 

 

สุดท้ายพวกตนก็ต้องว้าวุ่นใจไปด้วย เช้ามาถึงจึงรีบเตรียมตัวกันเเบบนี้อย่างไรล่ะ!

 

……………………………..