LNCrawler

บทที่ 568 ฮูลแคระ (อ่านฟรี 24 ก.ย. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 568 ฮูลแคระ (อ่านฟรี 24 ก.ย. 69)

บทที่ 568 ฮูลแคระ

 

“คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวปลอดภัยอยู่ใช่หรือไม่ เธอบอกว่าจะกลับมาตอนเที่ยงวันใช่ไหม” 

 

คุณชายห้าเอ่ยถามออกไป เเม้เขาจะไม่ได้ตะโกน เเต่ด้วยเทคนิคลับปล่อยพลังก็ทำให้มันดังถึงหูของนักล่าจากสกุลจาง

 

“ใช่เเล้ว คุณหนูของพวกเราจะกลับมาตอนเที่ยง ถ้าต้องการพบคุณหนูก็สามารถอยู่รอรอบๆได้เลย อ่า…เเต่พวกท่านเป็นคนของอาณาเขตอื่น มันจะดีกว่าถ้าอยู่ให้ห่างหน่อย อย่างที่บอก…เจ้านี่มันมือใหม่ ไม่สามารถควบคุมเเรงตัวเองได้ดีนัก อาจจะเผลอทำให้บาดเจ็บก็ได้”

 

“อืม เช่นนั้นพวกเราจะรอที่นี่” 

 

“คุณชายห้า เมื่อวานคุณชายก็เสียเวลาไปทั้งวันกับการติดตามคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวเเล้ว ถ้าวันนี้ยังเสียเวลารออีกจะไม่ได้ทรัพยากรอะไรกลับไปเลยนะ เเค่เมื่อวานวันเดียวก็เท่ากับเสียผลึกไป 1000 - 1500 ผลึกแล้ว ต่อให้วันนี้จะเเค่ครึ่งวัน แต่รวมกันเเล้วมากมายอยู่นะคะ” 

 

เสวี่ยจิงไม่ต้องการเห็นหน้าคนจากเขตมลพิษอีกแล้ว เธอรู้สึกว่าคนเหล่านั้นเลวร้ายเกินไป ตัวเองไม่ได้ต่อสู้เองสักเท่าไร กลับเอาสัตว์ร้ายต่างๆมาเป็นเครื่องมือหาประโยชน์ 

 

เอาเถอะ…คิดเเบบนี้เสวี่ยจิงก็รู้ดีว่าเป็นเเค่ข้ออ้างให้เธอสบายใจ การจะควบคุมสัตว์ร้ายในระดับนี้ได้ก็ต้องมีความเเข็งแกร่งเพียงพอก่อน ก็แค่เธอไม่อยากจะยอมรับก็เท่านั้น

 

“คุณหนูเเห่งอัศวินราชินีเหมันต์ไม่ต้องกังวลไป ฉันรู้ว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่” ถ้าเทียบกับสหายเเล้ว ทรัพยากรพวกนี้ก็ไม่ได้มีค่าอะไรเลย … คุณชายห้าคิดในใจ

 

บทสนทนาของพวกเขาถูกได้ยินโดนคนของอัศวินพันปีหมดเเล้ว พวกเขาอยากจะเสริมคุณชายเสียจริงว่านอกจากพวกเราจะได้สนิทสนมกับคุณหนูอันเเล้ว การล่าที่ผ่านมาก็ไม่ได้โดยเธอเอาเปรียบเช่นกัน 

 

อย่าลืมว่าพวกเขาเเค่ช่วยไล่เก็บผลึกเเละทรัพยากรที่ร่วงลงมาจากการล่า ก็ได้ผลตอบเเทนเป็นจำนวนมากพอที่ไม่ต้องล่าด้วยตนเองเลย เเล้วเเบบนี้จะยังไม่พอใจได้อย่างไร

 

เสวี่ยจิงที่อยากจะทำลายความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ทำทีเป็นถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เหมือนกำลังมองคนไม่รู้ความ สายตาเเบบนั้นเป็นดั่งมารดาที่เอ็นดูบุตรชาย หากเป็นคนอื่นคงจะค่อยๆกลายร่างเป็นลูกเป็ดลูกเต่าน้อยเข้าหาเสวี่ยจิงให้เธอดูแลเเล้ว เเต่คุณชายห้ากลับรู้สึกอึดอัดอย่างประหลาด

 

ตัวเขาก็เป็นคุณชายคนที่ห้า เห็นเคร่งขรึมเช่นนี้ ความจริงก็มีมุมอ่อนโยนตอนอยู่ที่บ้านเหมือนกัน 

 

เพราะพวกพี่ๆเติบโตกันหมดเเล้ว เขาที่เป็นคุณชายห้า เกือบเป็นน้องเล็กสุดก็ได้รับการดูเเลจากทุกคน ยิ่งเขาเป็นคนที่ยังไม่ได้เเต่งงานเมื่อถึงอายุเเต่งงานได้ ก็ยิ่งทำให้ทุกคนมองว่าเขาเป็นเด็กน้อยกันหมด 

 

อยู่ที่บ้านก็รู้สึกเขินอายจะเเย่อยู่เเล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่รีบร้อนถามซูหยวนว่าอยากจะเเต่งกับเขาหรือไม่หรอก… ตอนนี้ยังมีสตรีคนหนึ่งทำเหมือนเขาเป็นเด็กน้อย กลับยิ่งรู้สึกไม่อยากคุยกับเสวี่ยจิงอีกต่อไป

 

เห็นการขยับตัวออกห่างเล็กๆน้อยๆของคุณชายห้า เสวี่ยจิงที่วางเเผนมาอย่างดีก็สับสนมึนงงไปหมด 

 

นี่..นี่หมายความว่าอย่างไร เขากำลังเว้นระยะห่างจากเธองั้นหรือ? เเต่ว่าเธอทำอะไรผิดไป? ลักษณะนิสัยของคุณชายห้าเธอก็สืบมาเเล้ว ครอบครัวเขาก็ทำเเบบนี้เหมือนกัน เช่นนั้นทำไมเธอจึงไม่ได้สร้างภาพประทับใจให้เขากันล่ะ พอเขาเห็นว่าเธอเองก็เอ็นดูเขาเหมือนกับคนในบ้าน ความเหินห่างของเขาก็น่าจะลดลงสิ เเล้วทำไม…

 

เสวี่ยจิงช่างไม่รู้อะไรเสียเลย ความซับซ้อนในจิตใจของบุรุษก็เหมือนสตรี บางคนชอบ บางคนไม่ชอบ บางคนเกลียด บางคนรัก มันก็เป็นธรรมดาเช่นนี้ หากต้องการจะดูให้เเน่ ก็ควรต้องเเยกเป็นคนๆไป จะเหมารวมได้อย่างไร 

 

โดยเฉพาะพื้นเพของเเต่ละคนไม่เหมือนกัน ยิ่งมาจากต่างถิ่นต่างที่ก็ยิ่งมีกรอบความคิดต่างกันมากขึ้นไปอีก วิธีเหล่านี้ได้ผลกับคนของเขตอัศวินราชินีเหมันต์ เเต่อาจไม่ได้ผลกับเขตอัศวินพันปีก็ได้!!

 

“พวกฉันจะอยู่รออันซูหยวนที่นี่ หากใครมีธุระอะไรต้องการจะทำก็แยกย้ายกันไปเถอะ” คุณชายห้าตัดสินใจในที่สุด เขาเดินห่างจากเสวี่ยจิงแล้วไปสั่งการคนของตนเองให้ตั้งที่พักเพื่อรอคนกลับมาทันที

            

ในระหว่างนั้นก็ยังมองการทำงานของสัตว์ร้ายตัวใหญ่ตนนั้นไปด้วย เจ้านั่นทำหน้าที่ในการนำท่อนไม้ใหญ่กลับมา แล้วหลังจากนั้นก็ปรากฏสิ่งมีชีวิตที่คุ้นตาขึ้น

 

“หืม? นั่นมันพวกฮูลแคระไม่ใช่หรือ?”

 

“อะไรนะ? นี่หมายความว่ายังไง? ไม่ใช่ว่าพวกฮูลแคระก็คือเป้าหมายของพวกเราในครั้งนี้หรือ?”

 

“เอ่อ คุณชายห้า นี่....พวกเราควรจะทำอย่างไรต่อไปดีครับ” คนของอัศวินพันปียังประหลาดใจเมื่อเห็นฮูลแคระค่อยๆปรากฏออกมาจากใต้ดินแล้วจัดการเอาท่อนไม้นั้นเพื่อมัดรวมกับท่อนไม้อื่นๆซึ่งจัดเรียงไว้เป็นกำแพงบ้านก่อนบ้างแล้ว

            

ความคล่องแคล่วรวดเร็วของมันแสดงให้เห็นว่าพวกมันมีทักษะที่ยอดเยี่ยมขนาดไหน เพียงแต่...พวกเขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อชื่นชมความสามารถของพวกฮูลแคระ ที่พวกเขาต้องการก็คือการเจรจากับพวกฮูลแคระที่ลึกลับพวกนี้เพื่อตามหาคุณชายที่หายตัวไปของพวกเขาต่างหาก

            

คนของอัศวินพันปี ถ้าบอกว่าตกใจในระดับ 10 เช่นนั้นคนในพื้นที่ซึ่งคุ้นเคยลักษณะนิสัยของพวกฮูลแคระดีย่อมต้องตกใจอยู่ในระดับ 100 แน่ เพราะว่าพวกเขาตามหาฮูลแคระมานานแล้ว แต่พวกนั้นไม่ได้ปรากฏตัวให้เห็นง่ายๆ ถ้าไม่ใช่เพราะโชคจริงๆ ตามหาตลอดทั้ง 1 เดือนก็ยังไม่มีโอกาสได้พบเจอเลย

            

แล้วทำไม...ทำไมตอนนี้พวกมันจึงมาทำงานเหมือนกรรมกร ว่านอนสอนง่ายอยู่เช่นนี้เล่า!

 

“คุณหนูแห่งอัศวินราชินีเหมันต์ นั่นคือพวกฮูลแคระที่พวกเราตามหา ทำไมพวกเราจึงไม่เข้าไปจับพวกมันมาตอนนี้เลยเล่า จากนั้นก็รีดข้อมูลจากพวกมันออกมา ทำให้พวกมันยอมบอกให้ได้ว่าเอาคุณชายไปซ่อนไว้ที่ไหน!” 

 

แม่ทัพขวาแห่งอัศวินราชินีเหมันต์เป็นพวกบ้าบิ่นและใช้แต่กำลังนำหน้าตลอด ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาจะเสนอความคิดเช่นนี้ออกมาได้

            

สีหน้าของเสวี่ยจิงปรากฏร่องรอยความไม่พอใจออกมาก่อนจะซ่อนมันเอาไว้เพื่อรักษาภาพลักษณ์สูงส่งของตนเองต่อไป แค่ไม่กี่วันที่คนจากเขตอัศวินหงส์ขาวมาที่นี่ เธอก็เหมือนว่าจะเจอแต่ความโมโหตลอดเวลา ทักษะในการควบคุมอารมณ์ให้ได้ตามที่ท่านมารดาสอนก็คล้ายว่าจะลืมเลือนไปเสียทั้งหมด

 

โชคดีที่เธอยังไม่หลุดปล่อยอารมณ์โกรธของตนเองออกมาให้คนอื่นเห็น ไม่อย่างนั้นจะต้องอับอายไปถึงชื่อเสียงของมารดาด้วยแน่

            

คนงามสยายผมของตนเองเล็กน้อย เธอค่อยๆอธิบายอย่างใจเย็น

 

“ไม่เห็นหรือว่าฮูลแคระพวกนั้นทำงานให้ผู้ใดอยู่”

 

“...?....” 

 

“เจ้ามังกรตัวใหญ่ที่บินอยู่นั้นโยนท่อนไม้มาข้างล่าง พวกฮูลแคระก็รีบกรูกันออกมาทำงานกันขยันขันแข็ง นี่แปลว่าฮูลแคระพวกนี้อยู่ใต้การควบคุมของมังกรนั้น หรือก็คือ....มันกำลังทำงานให้คนจากเขตมลพิษอยู่อย่างไรล่ะ” 

 

เสวี่ยจิงไม่ยอมพูดว่าคนพวกนี้มาจากเขตอัศวินหงส์ขาวอีกต่อไป เพราะการพูดแบบนั้นจะทำให้ภาพความแข็งแกร่งของคนจากอาณาเขตหงส์ขาวเพิ่มสูงขึ้นมาก ทั้งๆที่จริงๆแล้วทหารของอัศวินหงส์ขาวก็ยังคงอ่อนปวกเปียกเหมือนเดิม ตั้งแต่มาถึงจนกระทั่งตอนนี้...พวกเขาก็ไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากกินกับนอน แล้วก็แสดงละครปาหี่ให้ดู ช่างเป็นพวกไร้ค่าเสียจริง!

            

ยิ่งตอนนี้คนของเขตมลพิษเอามังกรสัตว์เลี้ยงออกมาแสดงให้ทุกคนเห็น ยิ่งทำให้พวกเขาดูแข็งแกร่งมากกว่าเดิมไปอีก ถ้าหากบอกว่าอาณาเขตอัศวินหงส์ขาวพัฒนาไปจนถึงระดับนั้นแล้ว เช่นนั้น...พวกเธอจากอัศวินราชินีเหมันต์ยังจะกล้าบอกว่าเป็นคู่แข่งกันได้อยู่หรือ?

            

ความแข็งแกร่งนี้เทียบกันไม่ได้อีกต่อไปแล้ว...

            

ส่วนความเเข็งเเกร่งของคนจากเขตมลพิษพวกนั้นไม่จำเป็นต้องพูดถึง พวกมันจะเเข็งแกร่งหรือไม่ก็ไม่ใช่เรื่องของเขตศักดิ์สิทธิ์ 

 

ถ้าพวกเขาเปิดใช้โล่บาเรียที่บรรพบุรุษของพวกเขาร่วมกันสร้างไว้ขึ้นมา คนข้างนอกอย่างเจ้าพวกนี้ก็ไม่มีทางเข้ามาในเขตเเดนได้ ต่อให้เเข็งแกร่งขนาดไหน ถ้าเข้ามาไม่ได้ก็ไม่มีผลลัพธ์อะไร 

 

ที่สำคัญที่สุดคือ…ตอนนี้คนของเขตมลพิษเป็นคนของใครก็ยังไม่เเน่ คนที่ได้รับอำนาจให้เป็นคนสำคัญของเขตอัศวินหงส์ขาวเป็นสตรี เเละไม่มีทางจะเป็นอัศวินคนต่อไปของอาณาเขตอัศวินหงส์ขาวได้ หมายความว่าจะถูกส่งไปเเต่งงานนอกอาณาเขตในสักวันหนึ่ง 

 

เช่นนั้นความเเข็งเเกร่งนี้จะยังอยู่ต่อไปหรือ? ไม่ใช่ว่าทรัพยากรทั้งหมดก็เป็นของอาณาเขตอื่นผ่านการเเต่งงานในอนาคตหรือ?

 

แล้วความแข็งแกร่งที่ส่งผ่านเฉพาะตัวบุคคล ผลึกและยาดีๆจำนวนมากที่ได้มาก็ผ่านคุณหนูอันซูหยวนผู้นั้นเพียงคนเดียวไม่ใช่หรือ? ด้วยการได้รับความแข็งแกร่งผ่านตัวบุคคล นี่ก็เป็นเรื่องง่ายๆที่จะเสียโอกาสแบบนั้นไปเช่นกัน เว้นเสียเเต่ว่าพวกเขาจะเเต่งงานกันเอง 

 

จะเป็นคนของอัศวินหงส์ขาวแต่งกับคุณหนูอันผู้นั้น หรือจะเป็นคนของเขตมลพิษแต่งงานกับเธอก็ช่าง กรณีนั้นความเเข็งแกร่งยังอาจเป็นของอัศวินหงส์ขาวได้ แต่…มันยั่งยืนหรือไม่? 

 

ถ้าเธอเป็นอัศวินหงส์ขาว เธอจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นเเน่ เเต่งตั้งคนนอกเข้ามา จากนั้นก็เอาทรัพยากรของอาณาเขตไปใช้จำนวนมากในฐานะคุณหนูคนหนึ่ง…เช่นนั้น ทรัพยากรที่เสียให้ไป ทำไมจะไม่ต้องการเอากลับคืนมาให้คุ้มค่าล่ะ

 

จำเป็นต้องคิดให้ดีว่าจะใช้ตัวเบี้ยนี้คว้าทรัพยากรอะไรให้อาณาเขตจึงจะดีที่สุด จะได้ค่าตอบเเทนเป็นอะไรบ้าง? เรื่องนี้ก็เหมือนกับเธอนั่นแหละ มารดาของเธอก็กำลังคิดอยู่ตลอดว่าแต่งบุรุษจากอาณาเขตไหนเข้ามาแล้วจะดีที่สุด 

 

แม้ว่าเสวี่ยจิงจะไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้ แต่เธอถูกสอนมาอย่างดี ให้รู้คุณค่าของทรัพยากรที่ได้รับ ต่อให้น้อยที่สุดก็ยังเป็นทรัพยากรในคลังของอาณาเขต เช่นนั้นก็ควรให้ตอบเเทนเพื่ออาณาเขตบ้างก็ถูกแล้ว 

 

ทว่า…ความคิดของเสวี่ยจิงก็คือความคิดของเสวี่ยจิงที่ถูกสอนมาให้ใช้ประโยชน์จากผู้อื่นให้เป็น ต่างกับอัศวินหงส์ขาวหรือเเม้เเต่คุณชายสี่ ทั้งสองคนวางใจได้สงบกว่า และเพราะเเบบนั้นก็เลยได้ใจของซูหยวนเเละคนจากเขตมลพิษไปด้วย

 

อนาคตจะยั่งยืนหรือไม่เป็นเรื่องของพวกเขา เเต่ที่แน่ๆ การมีคนของเขตมลพิษในอาณาเขตอัศวินหงส์ขาวตอนนี้ กลับสร้างประโยชน์ให้ชนิดที่ว่า 100 ปีข้างหน้าก็ยังทำเเบบนี้ไม่ได้!!

 

เรื่องนี้แค่รอให้เเผนการสร้างอาวุธในเมืองของจางอู่หยางสำเร็จ ร่วมกับอันซูหยวนที่มีความสามารถในการเขียนอักษรลงบนอาวุธนั้นๆ เชื่อได้เลยว่าหลายๆอาณาเขตจะต้องอิจฉาจนตาลุกเป็นไฟแน่!

            

แม่ทัพขวาได้ฟังคำของคุณหนู ทั้งยังเห็นท่าทีที่นิ่งสงบเกินกว่าปกติก็ค่อยๆถอยกลับออกมา แม้จะไม่เข้าใจ แต่เขาที่รู้จักนิสัยของคุณหนูผู้นี้เป็นอย่างดีเพราะเคยทำงานให้เธอมานับครั้งไม่ถ้วน รู้ดีเลยว่าอารมณ์เช่นนี้หมายความว่าอย่างไร

            

เล็บที่จิกลงบนฝ่ามือ ยิ่งลึกมากเท่าไรก็ยิ่งฆ่าคนได้มากเท่านั้นเพื่อระบายอารมณ์โกรธที่พยายามสะกดข่มอยู่ตอนนี้ หลายครั้งที่ผ่านมาตัวเขาก็คือคนที่ลงมือให้คุณหนูด้วย ฉะนั้นครั้งนี้ก็ไม่อยากให้ถึงตาของตนเอง

            

ผ่านไปครึ่งวัน คุณชายห้าและคนของเขายังอยู่ในท่าเดิม สังเกตการณ์เคลื่อนไหวของกลุ่มคนตรงหน้า จากเดิมที่เป็นลานกว้างกับบ้านหนึ่งหลัง ตอนนี้เริ่มขยายเป็นบ้านหลังใหญ่ แล้วก็มีบ้านเล็กๆอยู่รายล้อมอีก คล้ายว่าจะเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ด้วยซ้ำไป 

            

ซึ่งหลังจากที่หมู่บ้านนี้สร้างขึ้นมาจนเสร็จ ก็ปรากฏฮูลแคระที่ตอนแรกน่าจะซ่อนอยู่ใต้ดินค่อยๆเดินออกมา พวกนั้นมีประมาณ 700 ตนเห็นจะได้ ด้วยจำนวนขนาดนี้ ถือเป็นจำนวนมากที่พวกเจ้าถิ่นอย่างทหารของเขตอัศวินราชินีเหมันต์ก็ยังไม่เคยเห็น

            

ครู่เดียวพวกนั้นก็แยกกันออกเป็น 12 กลุ่ม เหมือนแบ่งแยกพื้นที่กันชัดเจน โดยมีบ้านหลังใหญ่อยู่ตรงกลางเป็นศูนย์รวม จากนั้นเจ้ามังกรตัวใหญ่ก็บินออกไปอีกครั้ง แล้วก็กลับมาพร้อมกับร่างที่คุ้นเคย

 

“คุณชายห้า?” อันซูหยวนมองดูผู้คนจำนวนมากข้างล่าง ถึงจะได้ยินแล้วว่าคนของคุณชายห้าต้องการรอพบเธอ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าแม้แต่คุณชายห้าก็ยังเสียเวลารออยู่ที่นี่ด้วย

            

อันที่จริง เธอไปรอบๆครึ่งวันนี้ก็เพื่อสร้างแผนที่ขนาดใหญ่ออกมา พร้อมกันนั้นก็เสียเวลาไปกับการ “ขุดอุโมงค์” เชื่อมต่อกับหมู่บ้านเดิมของฮูลแคระซึ่งพบว่าซ่อนตัวอยู่ใต้ดิน ให้เชื่อมมาถึงสถานที่ทำการของเธอ ซึ่งหลังจากนี้...เธอจะให้พวกมันช่วยล่าทรัพยากรอีกแรง แล้วก็เอามารวมให้เธอที่นี่ โดยจะมีเจ้ามังกรเหมันต์เป็นผู้ควบคุมอีกแรง

            

ก่อนหน้านี้ฮูลแคระยังสามารถรับมือกับเจ้างูกึ่งมังกรได้สูสี แม้ว่าจะต้องวางแผนและสร้างกับดักจำนวนมากก็ตาม ทว่า...หลังจากที่ซูหยวนช่วยให้เจ้างูกึ่งมังกรตนนี้ยกระดับเป็นมังกรที่แท้จริง ฮูลแคระพวกนี้ก็ไม่ได้อยู่ในสายตาอีกต่อไปแล้ว!

 

…………………………..