บทที่ 569 ล่าทรัพยากรด้วยกัน (อ่านฟรี 25 ก.ย. 69)
บทที่ 569 ล่าทรัพยากรด้วยกัน (อ่านฟรี 25 ก.ย. 69)
บทที่ 569 ล่าทรัพยากรด้วยกัน
และก็ใช่! มังกรตัวใหญ่ที่บินได้ราวกับจ้าวแห่งเวหา แท้จริงก็คือเจ้างูที่ใกล้ตายตนนั้นนั่นเอง! ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ตอนที่เจ้างูกึ่งมังกรเห็นพวกตนเองกลับมาเพื่อที่จะขอดเกร็ดไปทำเป็นโล่ป้องกัน ไม่รู้ว่ามันฉลาดที่คิดได้ หรือเพราะความกลัวจนขึ้นสมองกันแน่ มันกลับเลือกที่จะสวามิภักดิ์ต่อเธอแทน
ซึ่งตอนแรกซูหยวนไม่ได้สนใจมากนัก เธอคิดว่าแกนพลังของมันน่าจะมีค่ามากกว่า ทว่า...เจ้ากวางดาวกลับบอกว่าเก็บเจ้านี่เอาไว้ก็น่าจะดี แม้ว่าตอนนี้มันจะไม่แข็งแกร่งมากนัก แต่ถ้ายกระดับให้กลายเป็นมังกรได้ ก็จะใช้งานได้สารพัดประโยชน์มากกว่าตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์เสียอีก
ซูหยวนเชื่อเจ้ากวางดาว ดังนั้นจึงเลือกที่จะเก็บมันไว้ เห็นว่าได้รับบาดเจ็บมากก็เลยให้กินยารักษาระดับสูงสุดเข้าไป ใครจะคิดว่าหลังจากกินยาดีเข้าไปแล้ว เจ้านี่จะได้รับการรักษาทันที และยกระดับขึ้นสู่การเป็นมังกรที่แท้จริง!
ปรากฏว่าความจริงแล้วที่มันไม่สามารถเป็นมังกรได้ ก็เพราะการบาดเจ็บจากพลังที่ตีกลับมา ย้อนเข้าไปอุดตันช่องพลังจนทำให้ดูดซับพลังต่อไปไม่ได้ เมื่อซูหยวนรักษาให้ มันก็ระเบิดพลังออกมาได้ทันที!
เจ้างูกึ่งมังกรกลายเป็นมังกรเหมันต์ที่เเท้จริงก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลอีกต่อไป พวกฮูลเเคระเป็นได้แค่อดีตศัตรูเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องให้กวางดาวช่วยเหลือเลย การจัดการกับฮูลเเคระเป็นงานของเจ้ามังกรเหมันต์ตนนี้เพียงตนเดียว บุกไปที่หมู่บ้านของพวกฮูลเเคระ อาละวาดเพียงเล็กน้อยก็ทำให้พวกนั้นยอมจำนนเเล้ว
ด้วยระดับที่ต่างกันเช่นนี้…พวกฮูลเเคระที่ถูกออร่ากดดันก็ไม่คิดจะสู้อีกต่อไป อันที่จริง…สาเหตุที่พวกมันไม่ยอมให้เจ้างูกึ่งมังกรเลื่อนขั้นเป็นมังกรที่เเท้จริงตั้งเเต่เเรกก็อาจจะเพราะรู้ว่าถ้าเจ้าตัวใหญ่กลายเป็นมังกรเเล้ว ความเเค้นเเต่ดั้งเดิมของพวกมันก็คงจะถูกเอาคืนได้ง่ายๆเลย
เนื่องจากการยึดครองหมู่บ้านทั้ง 12 แห่งของฮูลเเคระ ซูหยวนจึงรู้ข้อเท็จจริงบางประการด้วย อันที่จริงเเล้วบรรพบุรุษฮูลเเคระกับเจ้างูกึ่งมังกรเป็นสหายกันมาก่อน พวกมันสาบานว่าจะพัฒนาไปด้วยกัน ทำให้โลกนี้ต้องจารึกชื่อของพวกมันทั้งคู่
อย่างไรก็ตาม…โชคเข้าข้างงูกึ่งมังกรเหมันต์ก่อน เนื่องจากมันได้เจอกับเทพผู้สร้างที่เข้ามาครั้งก่อน จากที่เป็นเพียงงูดินตัวเล็ก ยังวิวัฒนาการไม่ได้ด้วยซ้ำ ซึ่งถ้าเทียบกับเจ้าฮูลเเคระที่วิวัฒนาการไปสองขั้นเเล้ว ความช้านี้กลับบ่งบอกว่าสายเลือดของงูดินอ่อนเเอกว่า
กระนั้น…เมื่อได้เจอกับเทพผู้สร้าง งูดินก็ได้รับผลึกชำระล้าง กลายเป็นงูที่วิวัฒนาการการได้มากกว่า 10 ขั้นในครั้งเดียว ซึ่งมันควรจะกลับไปช่วยสหายของคนเองให้ก้าวหน้าบ้าง
เเต่ใครจะไปรู้…ตอนนั้นงูดินที่ได้กลายเป็นงูระดับสูงเเล้ว อีกไม่กี่ก้าวก็จะกลายเป็นมังกรที่เเข็งแกร่งกลับไม่อยากพลาดโอกาสนี้ไป
คำสัญญาที่ให้ไว้กับพวกพ้องไม่ใช่ว่าลืมไปแล้ว ก็แค่อยากจะก้าวไปในตอนที่ยังทำได้ ส่วนสหายนั้นมันก็ไม่ยากอีกแล้ว หากตนเองเเข็งแกร่งถึงระดับนั้นก็จะช่วยเหลือสหายได้ง่ายๆเลย เเต่ความไม่เข้าใจ ความอิจฉาริษยาต่อกันทำให้บรรพบุรุษฮูลเเคระในตอนนั้นยอมไม่ได้
เมื่อมันรู้ว่าอีกแค่ก้าวเดียว อดีตสหายงูดินของตนจะกลายเป็นมังกร ในขณะที่ตนเองยังอยู่เท่าเดิมไม่ก้าวหน้าไปไหน เขาจึงได้วางยางูกึ่งมังกรตนนั้น
เดิมทีตั้งใจจะให้เจ้างูสลบไปสัก 2 ปี รอจนกว่าเทพผู้สร้างจะจากไปก่อน ด้วย 2 ปีนี้ ฮูลเเคระก็มั่นใจว่าตนเองคงจะเเข็งแกร่งขึ้นมากแล้ว ตอนนั้นค่อยพาเจ้างูกึ่งมังกรไปออกล่าด้วยกันอีกครั้ง
เจ้างูเชื่อใจสหาย เเละคิดว่าของที่สหายให้มา เป็นของขวัญเเสดงความยินดีล่วงหน้า มันก็เลยกินอาหารที่สหายนำมาให้ จากนั้นก็เตรียมทะลวงไปสู่มังกรที่เเท้จริง
เเต่…ตอนที่กำลังทะลวงนั้นเอง เจ้างูเหมันต์ก็สลบไปเพราะยาที่ฮูลเเคระวางไว้ สุดท้ายเกิดเป็นพลังตีกลับ หากเจ้างูไม่ได้สลบก็น่าจะจัดการปัญหานี้ได้ เเต่…น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสนั้น
เเทนที่ความตั้งใจของฮูลเเคระที่วางเเผนไว้ว่าหากเจ้างูเหมันต์ตื่นขึ้นมาเเล้วพวกเขาค่อยเลื่อนระดับไปพร้อมกัน ก็ได้รู้ว่าโอกาสนั้นคงไม่มีอีกต่อไป
ดังนั้นด้วยความรู้สึกผิดต่อสหาย มันก็ลงมือปลิดชีพตนเอง เเล้วมอบตำแหน่งราชาฮูลเเคระให้ผู้อื่น ซึ่งผู้อื่นที่ว่านี้ขึ้นมามีอำนาจเเทนก็คาดการณ์ได้ทันทีว่าเมื่องูกึ่งมังกรตื่นมาจะต้องเเค้นพวกเขามาก ดังนั้นจึงเริ่มสร้างหมู่บ้านใต้ดิน คอยใช้เป็นที่หลบซ่อนจากทุกคน โดยเฉพาะงูกึ่งมังกรที่เเข็งแกร่ง ทั้งยังกระจายคนของตนเองไปรอบๆ เพื่อให้มั่นใจว่าอย่างน้อยจะมีสักคนที่รอดจากการแก้เเค้น
ซึ่งพวกเขาก็คิดได้ถูกต้องจริงๆ งูกึ่งมังกรกำความเเค้นมาเต็มอก เจอฮูลเเคระที่ไหนเป็นต้องฆ่าสิ้น มันทำลายหมู่บ้านมามากกว่า 5 แห่งเเล้ว เเต่เพราะสาบานไว้ว่าจะทำลายฮูลเเคระไม่ให้เหลือแม้เพียงตนเดียว ดังนั้นมันจึงไล่ล่ากันเช่นนี้ กลายเป็นทั้งสองฝั่งต้องต่อสู้กัน มีมันไม่มีข้า มีแกไม่มีฉัน!
จวบจนเวลาผ่านไปเนิ่นนานขนาดนี้ เกิดเป็นความเเค้นฝังลึก อย่างไรก็ตาม…การที่ซูหยวนช่วยให้เจ้างูกึ่งมังกรได้กลายเป็นมังกรที่เเท้จริงแล้วก็เหมือนการปลดล็อกทุกอย่าง
ความเเค้นในอกเจ้ามังกรเหมันต์ลดลงไป ยิ่งเพราะคำสั่งของซูหยวนที่ไม่ให้เจ้ามังกรเหมันต์ลงมือรุนเเรงต่อพวกฮูลเเคระเพราะจะใช้พวกมันทำงานให้ ดังนั้นมังกรเหมันต์จึงสามารถอยู่ร่วมกับฮูลเเคระได้เสียที…
ส่วนพวกฮูลเเคระ ประวัติความเป็นมาทั้งหมดพวกมันรู้ดี บรรพบุรุษที่กระทำผิดต่อมังกรเหมันต์ได้อธิบายทุกอย่างไว้เเล้ว เเละขอยอมรับความผิดนี้เพียงผู้เดียว
ดังนั้นฮูลเเคระรุ่นหลังจึงตามสาปเเช่งเเค่เพียงเขาเท่านั้น ไม่เคยโกรธเกลียดมังกรเหมันต์เลย ที่ต้องหาทางจัดการก็แค่เพราะไม่อยากให้เป็นปัญหาต่อพวกมันอีกในอนาคตก็เท่านั้น…
“ฉันเป็นกังวลอยู่ทั้งคืน กลัวว่าจะมีปัญหาอะไรหรือไม่ สุดท้ายเเล้วกลับกำลังสร้างเมืองใหม่อยู่หรือ?” คุณชายห้าหัวเราะก็ไม่ได้ ร้องไห้ก็ไม่ออก ไม่อยากเชื่อเลยว่าความกังวลของเขาก่อนหน้านี้ เเท้จริงแล้วเป็นเเค่เรื่องตลกเท่านั้น..
กังวลหรือ? กลัวว่าคุณหนูอันผู้นี้จะได้รับบาดเจ็บหรือ? เหอ เหอ เหอ เขาเอามาตรฐานของตนเองมาตัดสินคุณหนูผู้นี้ได้อย่างไร เห็นตั้งเเต่กลางวันว่าเธอแข็งแกร่งเสียขนาดนั้น สุดท้ายไม่ว่าในดินเเดนนี้จะอันตรายขนาดไหนก็คงทำอะไรเธอไม่ได้อยู่ดี…
“หึ สร้างเมืองอะไรกัน เข้าใจผิดเเล้ว” ซูหยวนไม่ยอมรับ
“เข้าใจผิดหรือ? เเล้วนั่นคืออะไร” ซูหยวนปรายตามองเสวี่ยจิงเล็กน้อย รอยยิ้มปรากฏที่มุมปากของเธอก่อนจะตอบ
“นั่นเป็นหมู่บ้านของพวกฮูลเเคระและมังกรเหมันต์น่ะ หลังจากที่พวกเขาปรับความเข้าใจกันก็ตกลงอยู่ร่วมกันอีกครั้ง ฉันเพียงช่วยเหลือพวกเขาเเค่เล็กๆน้อยๆเท่านั้น อาศัยความสามารถในการมองหาตำแหน่งของต้นไม้เพื่อชี้ตำแหน่งให้ก็เท่านั้น”
เธอพูดเช่นนี้แปลว่าไม่ต้องการยอมรับว่าตนเองเป็นเจ้าของหมู่บ้านนี้ อันที่จริง…นี่ก็เป็นแผนการที่ดีมากไม่ใช่หรือ? อย่าลืมนะว่าที่นี่เป็นอาณาเขตของอัศวินราชินีเหมันต์ พวกเขาเปิดให้เข้าเเค่ไม่กี่วันเพื่อทำภารกิจตามหา “คนหาย” ก็เท่านั้น
ส่วนทรัพยากรที่ได้ก็ยกให้เป็นค่าตอบเเทนที่มาช่วยกันเคลียร์พื้นที่ เเต่เมื่อไรก็ตามที่พวกเขาพบ “คนหาย” เเล้ว ย่อมไม่อนุญาตให้ผู้ใดอยู่ที่นี่อีก เช่นนั้นต่อให้สร้างเมืองยิ่งใหญ่ขนาดไหน ก็เป็นได้แค่ทรัพยากรให้ผู้อื่นก็เท่านั้น
ซูหยวนไม่พูดว่าหมู่บ้านนี้เป็นของตนเองก็เพื่อให้มีสิทธิในการล่าเต็มที่ หากคนของอัศวินราชินีเหมันต์ไม่พอใจที่ซูหยวนยังทิ้งคนของตนเองไว้ในเขตล่า เเล้วทำการยึดหมู่บ้านนั้นมาเเทน
ซูหยวนก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมรับ เพราะตนเองผิดจริงที่ไม่ทำตามกฎ กฎที่ตั้งเอาไว้ก็คือการเปิดพื้นที่ล่าเพื่อทำภารกิจ หากภารกิจเสร็จเเล้ว อยากจะล่าต่อไปก็ต้องเสียใจด้วย เพราะไม่มีโอกาสเช่นนั้น!
ดังนั้นพื้นที่นี้ไม่ใช่ของซูหยวน หากเเต่เป็นเธอที่ช่วยเหลือพวกฮูลเเคระในการสร้างหมู่บ้าน เช่นนั้นเเล้วต่อให้พวกฮูลเเคระยังล่าทรัพยากรต่อไป แล้วผู้ใดจะห้ามมันได้?
ถ้าคิดจะสู้กับฮูลแคระพวกนี้ เช่นนั้นก็ดูเจ้ามังกรตัวใหญ่นั่นเสียก่อนว่ายอมหรือไม่? ตอนนี้ฮูลเเคระเเละมังกรเหมันต์นั้นเป็นพวกเดียวกันเเล้ว มีเจ้ามังกร…คนอื่นๆจะเป็นอะไรได้! พวกเขาจะเอาอำนาจจากไหนมาห้ามพวกมันล่าได้!
คุณชายห้าเข้าใจทันที เเม้จะไม่ค่อยเห็นด้วยมากนักกับเเผนนี้ แต่เรื่องนี้จะโทษใครได้ ถ้าอาณาเขตอัศวินราชินีเหมันต์เเข็งแกร่งมากพอ เช่นนั้นจะไม่ยอมก็ได้ ประกาศสงครามกับพวกมัน ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ฮูลแคระเเละเจ้ามังกรนั่นได้ ทรัพยากรทั้งหมดก็จะเป็นของพวกเขาเเล้ว ตอนนั้นยังมีอะไรที่ต้องกลัวอีกหรือ?
นี่สินะที่เรียกว่า คนเเข็งแกร่งก็คือผู้ควบคุมทุกอย่าง….
เสวี่ยจิงก็เข้าใจสิ่งที่ซูหยวนคิดเช่นกัน เธอกำหมัดเเน่น มองอันซูหยวนคนเจ้าเล่ห์ที่โลภมากก็ยิ่งอยากจะทำลายอีกฝ่ายมากขึ้น เหอะ! คิดว่าจะเเย่งทรัพยากรไปจากพวกตนงั้นหรือ? เช่นนั้นก็ต้องดูว่าพวกมันจะเอาทรัพยากรไปได้อย่างไร
ล่าได้แต่เอาออกไปไม่ได้ นั่นก็ไม่ได้เรียกว่าประสบความสำเร็จหรอกนะ! ดีไม่ดีอาจจะต้องให้พวกฮูลเเคระทำสัญญากับพวกตนก็ได้ ก็มีแค่ทางนี้เท่านั้นที่จะทำให้ยังได้รับประโยชน์อะไรบ้าง ไม่อย่างนั้นก็ทำได้เเค่มองดูเท่านั้น!
ความคิดนี้ของเสวี่ยจิงคงจะเป็นจริง หากคนที่เธอคิดเป็นผู้อื่น เเต่เนื่องจากคนตรงหน้าคืออันซูหยวน วิธีการที่จะเอาออกไปงั้นหรือ?....เหอะ! เจ้ามังกรเหมันต์นี้เป็นคนของเธอ เจ้าฮูลเเคระทั้ง 12 หมูบ้านก็คนของเธอแล้ว แค่เปิดช่องทางให้พวกเขาเข้าไปในแปลงเพาะปลูก คิดว่าเป็นเรื่องยากหรือ? ทรัพยากรเหล่านั้นจะถูกเอาเข้าไปตอนไหนก็เป็นเเค่เรื่องของการบริหารจัดการของพวกเธอเท่านั้น
ทั้งสองฝ่ายไม่ได้พูดอะไรออกมา ต่างมีความคิดและเเผนการของตนเอง อย่างไรก็ตาม … ซูหยวนที่ถูกเสวี่ยจิงวางเเผนเล่นงานเสียขนาดนั้นจะปล่อยให้เธอไม่ต้องเจอปัญหาได้อย่างไร
ภารกิจสำคัญของเสวี่ยจิงคือการตามหาคน ซูหยวนใช้เวลาเเค่คืนเดียวก็พาตัวคนออกมาได้แล้ว เเถมยังสอบสวนจนละเอียด เเละรู้ว่าชายผู้นั้นเเท้จริงแล้วเป็นผู้ใด … ในเมื่อเธอเองก็รับภารกิจตามหาคนมาเช่นกัน อย่างนั้นทำไมไม่ให้พวกเธอเป็นฝ่ายชนะไปเสียล่ะ
เพราะคิดเเบบนั้น ซูหยวนจึงไม่ยอมมอบคนๆนั้นให้อัศวินราชินีเหมันต์เป็นอันขาด พี่น้องพลัดพรากกันมานานขนาดนี้ คงคิดถึงใจจะขาด เเถม…ถ้ารู้ว่าศัตรูเป็นคนพาตัวเขาออกไป ครอบครองเขาไว้ในอาณาเขต ไม่ใช่จะเจ็บใจจนกระอักเลือดเลยหรือ?
เเละคนที่ทำให้เรื่องเป็นเช่นนี้ก็คือเสวี่ยจิงอย่างไรล่ะ! สตรีที่มั่นใจในตนเองหนักหนา หากเสียหน้าบ้างก็ไม่รู้จะเจ็บปวดขนาดไหน เเล้วก็หลังจากนี้…เมื่อไรที่เป็นเสวี่ยจิงเข้ามาในพื้นที่ล่า เธอจะได้รับผลตอบเเทนที่ดีกว่าใคร!
เสวี่ยจิงก็สับสนเหมือนกัน เดิมทีเธอคิดว่าคนของเขตมลพิษจะต้องพูดเกี่ยวกับเรื่องแผนการของเธอ อาจจะพูดเปรยๆว่าเธอวางแผนทำร้าย หรืออาจจะพูดออกมาโดยตรงก็ได้ เสวี่ยจิงหาคำพูดเตรียมไว้เเล้ว คิดไม่ถึงว่าไม่จำเป็นต้องใช้
“คุณชายห้า ครึ่งวันที่เหลือนี้จะร่วมกับพวกเราเพื่อล่าทรัพยากรอีกครั้ง หรือจะเเยกกันล่าดี?”
ซูหยวนเอ่ยขึ้น เมื่อวานพวกเขาร่วมมือกันก็ล่าทรัพยากรได้มาก เเถมงานจุกจิกทั้งหมดได้พวกทหารเเละคนของคุณชายห้าช่วยจัดการ งานก็เลยผ่านไปเร็วขึ้น ดังนั้นเธอจึงเริ่มติดใจเข้าเเล้ว
ชายหนุ่มหันไปมองคนของตนเองที่คล้ายว่าจะส่งสัญญาณให้รีบพยักหน้ารับ ขอเดินทางล่าทรัพยากรด้วยกัน เขารู้สึกเขินอายเล็กน้อย ทว่าอันซูหยวนที่ไม่ได้มีเเววตารำคาญใจหรือดูเเคลน เหมือนเธอเองก็อยากให้พวกเขาเข้าร่วมด้วย ชายหนุ่มก็สบายใจขึ้นมาก เขากระเเอมออกมา เกาเเก้มของตนเองเหมือนหนุ่มน้อยเเล้วพยักหน้ารับ
“ถ้าไม่ว่าอะไร พวกเราก็อยากจะร่วมเดินทางด้วย…”
“โอ้ เช่นนั้นก็ดีเลย ตอนนี้พวกสำรวจพื้นที่ได้เกือบครบทุกส่วนที่สำคัญเเล้ว เเผนที่คร่าวๆก็น่าจะได้เเล้ว ช่วงที่เหลือของวันนี้ก็เเยกกันล่าเป็น 3 กลุ่มเหมือนเดิมได้ อ้อ ทางคุณชายติดปัญหาเรื่องการพักเเรมข้างในพื้นที่ล่านี้หรือไม่? พวกเราการันตีความปลอดภัยให้ได้ แต่ถ้าตกลงก็จะกลับมาพื้นที่พักช้าหน่อย จนกว่าจะไม่มีเเสงไฟถึงจะกลับ พวกท่านคิดเห็นอย่างไร”
ซูหยวนบอกแผนการของเธอโดยตรง ในเมื่อพวกเธอเป็นผู้เริ่มต้นการล่ากลางคืน เช่นนั้นก็ทำมันอย่างเปิดเผยเลยเถอะ!!
เสวี่ยจิงตกใจมาก เธออยากจะห้ามเเล้วบอกว่าที่นี่มีอันตรายอยู่ อย่างไรก็ยังมีงูกึ่งมังกร เเถมยังมีฮูลเเคระที่เกลียดชังผู้บุกรุก แต่หลังจากมองเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่ เธอก็ทำได้แค่เม้มริมฝีปากเเน่น…ที่นี่ยังเป็นพื้นที่ล่าที่น่ากลัวอยู่หรือไม่ เธอก็ไม่มั่นใจเเล้ว
“ในเมื่อคุณหนูแห่งอัศวินเหมันต์ก็ยังอยู่ที่นี่ เช่นนั้นพวกเราก็อยู่ด้วยเช่นกัน ดีเสียอีก…นี่คงจะเป็นประสบการณ์ใหม่ๆของฉันเลย ตั้งเเต่เกิดมาก็ยังไม่เคยได้นอนค้างในพื้นที่ล่าเลย”
คุณชายห้าหัวเราะออกมาเเบบนั้น ซูหยวนก็เผยรอยยิ้มนึกสนุกให้อีกฝ่าย ถ้านี่เป็นครั้งเเรก…เเบบนั้นก็ต้องทำให้สนุกมากขึ้นสิ เเบบนี้ถึงจะจำไปจนวันตาย…
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นโดยไม่ปิดบัง ชายหนุ่มร่างกำยำถึงกับทบทวนอีกครั้งว่าตนเองคิดถูกหรือไม่ เเต่สุดท้ายก็ถอนหายใจออกมา เขาทำอะไรได้ด้วยหรือนอกจากตั้งรับน่ะ อีกอย่างคุณหนูอันคงไม่ใจร้ายทำพวกเขาบาดเจ็บล้มตายหรอก อย่างมากก็อาจจะต้องอับอายบ้างเท่านั้น
…………………………