บทที่ 570 เเผนการขาย (อ่านฟรี 26 ก.ย. 69)
บทที่ 570 เเผนการขาย (อ่านฟรี 26 ก.ย. 69)
บทที่ 570 เเผนการขาย
เห็นสองคนพูดคุยกันเช่นนี้ จางอู่หยางก็รู้สึกอิจฉาขึ้นมาบ้าง แต่…ลึกๆแล้วเขากลับรู้สึกสบายใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย คล้ายว่าตอนนี้ซูหยวนจะมี “เพื่อน” ที่สามารถเปิดเผยนิสัยจริงๆของตนเองได้เเล้วสินะ
ตัวเขาไม่ใช่ไม่อยากเป็นคนๆนั้น แต่หญิงสาวมักมีความเกรงใจในฐานะ “เจ้านาย” ของเขาอยู่ ตอนนี้มีเจ้าทึ่มจากอัศวินพันปี ถูกซูหยวนกลั่นเเกล้งเล่นสนุกเหมือนเพื่อน เธอก็คงจะผ่อนคลายได้บ้าง
คนขององค์กรเเอบมองเจ้านายอยู่ กลัวว่าเขาจะไม่พอใจที่คุณอันชวนคนของอัศวินพันปีไปร่วมล่าด้วยกัน ทว่าตอนนั้นกลับมองเห็นรอยยิ้มที่น่าขนลุกของเจ้านาย เขากลับต้องหันไปมองทางคุณอันอีกครั้งก่อนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง…
“เฟรนโซน” คำที่พวกเด็กวัยรุ่นชอบพูดกันบ่อยๆ เขากลับสัมผัสได้จากบรรยากาศที่คุณอันมอบให้คุณชายห้าผู้นั้น เเละเจ้าหนุ่มนั่นก็อาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
แบบนี้… ดูเหมือนเจ้านายของเขาจะเปิดโอกาสให้เต็มที่ก็เพื่อให้ระยะห่างของ “เพื่อน” ลดลงไปอีกสินะ ปกติเเล้วถ้าจะมาเป็นคนรักกันได้ ความรู้สึกย่อมไม่เหมือนกัน เว้นเเต่เพื่อนสองคนจะร่วมมือกันเพื่อผลประโยชน์บางอย่างเท่านั้น ไม่อย่างนั้นก็เป็นเรื่องยากที่จะลงเอยกันได้ เจ้านายของเขา…นี่ไม่ได้วางแผนเอาไว้ตั้งเเต่เเรกหรอกใช่ไหม?
หลังจากพักกินอาหารกลางวันด้วยกันเเล้ว ครึ่งวันที่เหลือนี้ก็ออกล่าตลอด โดยซูหยวนเป็นผู้นำการล่าของกลุ่มหนึ่ง มีคนของอัศวินพันปีเป็นผู้ช่วย พวกเขาย่อมรวบรวมทรัพยากรได้มากโข ซึ่งเสวี่ยจิงเองก็เป็นเหมือนเงาตามตัว ติดตามคุณชายห้าไปรอบๆ พร้อมกับหาช่องในการลงมือไปด้วย
เย็นวันนั้นเมื่อทุกคนกลับมารวมตัวกันเเล้ว อันซูหยวนก็เป็นคนเริ่มเเนะนำอาหารจานเด็ดให้ทุกคนรู้จัก เเละนั่นก็คือ “สุกี้ยอดฮิต” ซึ่งในอากาศเช่นนี้ คงมีเเค่เจ้านี่แล้วกระมังที่ทำให้ท้องของทุกคนกระชุ่มกระชวยได้
ปกติพวกเขาก็เคยกินซุปผักซุปเนื้อมาไม่น้อย เเต่พอเป็นสุกี้ในหม้อของซูหยวน ที่ถึงเธอจะบอกว่าอุปกรณ์ไม่ได้มีมากพอ จึงใช้หม้อต้มขนาดใหญ่เพียงไม่กี่หม้อ เททุกอย่างรวมกันในน้ำซุปกลิ่นหอม จากนั้นก็เอาบางอย่างที่เป็นเหมือนเส้นไหมลงไปในหม้อ รอจนเดือดเเล้วจึงตักออกมาเเบ่งพวกเขาคนละถ้วย
เธอยังตักสิ่งที่เรียกว่าน้ำจิ้มมาให้ด้วย เดิมทีที่กินน้ำซุปหวานๆร้อนๆนั้นก็มีความสุขมากแล้ว สังเกตุได้จากควันที่พวยพุ่งออกจากปากของพวกเขา ทุกคนก็กินมันอย่างตะกละตะกลาม ทว่าเมื่อมีคนเริ่มเติมน้ำจิ้มลงไป ก็เริ่มส่งเสียงฮือฮากันอีกครั้ง
จากนั้นก็เติมหม้อที่ 1 หม้อที่ 2 จนสุดท้ายก็กินจนยัดไม่ไหวเเล้วถึงจะยอมหยุดมือ
คนของเขตศักดิ์สิทธิ์เคยกินอาหารอร่อยมามากมายเเล้ว เเต่อาหารที่เรียกว่าสุกี้นี้ค่อนข้างดีที่สุดเพราะให้ความเเปลกใหม่ เเถมยังทำได้ง่ายๆอีกด้วย
จากที่ดูวิธีการทำเเล้ว แค่มีน้ำจิ้มด้วยอร่อยนี้ก็เปลี่ยนจากแกงจืดให้กลายเป็นสุกี้ที่รสชาติจัดจ้านได้ คนที่นี่ยังไม่รู้จักการบรรจุเครื่องปรุงใส่ขวด ดังนั้นจึงเป็นครั้งเเรกที่พวกเขาได้กินอาหารรสชาติดีเช่นนี้ยามออกมานอกพื้นที่ของตนเอง
สำหรับเรื่องนี้ ซูหยวนไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก เพราะอาหารของเธอไม่ใช่ว่าใครอยากกินก็จะกินได้ หากอ้างอิงจากสิ่งที่หนูทองลายขาวได้ยินมา แม้เเต่เหล่าผู้ปกป้องก็ยังพูดถึงร้านอาหารของเหอจิ้งผู้นั้นด้วยเเง่ดี กล่าวว่าอาหารของเขาถือเป็นสุดยอด เช่นนั้นเธอก็จะรักษาความเป็นเเบรนด์ของผู้มาจากต่างโลกเอาไว้
อีกอย่าง…เเค่เเผนการของเธอตอนนี้ก็ถือว่ามากมายเเล้ว มากกว่านี้อาจจะเป็นจับฉ่ายเเทนก็ได้ ไม่มีจุดดีที่สุดเเละเพิ่มข้อผิดพลาดให้ตนเองเเทน ซูหยวนไม่ใช่พวกที่ทำอะไรกลางๆ ถ้าเธอจะทำก็ต้องทำให้ดีที่สุด เช่นนั้นสนใจเเค่เรื่องการทำยาเเละขายอาวุธก็เพียงพอแล้ว
หลังจากที่กินอิ่มกันหมด เวลาก็เดินไปถึงครึ่งหนึ่งของเที่ยงคืน หรือก็คือเวลาประมาณ 21:00 น. เเล้ว ซูหยวนมองไปที่คนของเขตศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ก่อนจะเปิดเผยเรื่องเซอร์ไพรส์ให้พวกเขาได้เห็น….
ตอนกลางคืนเมื่อมีเจ้ามังกรเหมันต์ สัตว์ร้ายในพื้นที่ก็ไม่กล้าเข้ามาก่อกวนเเล้ว ดั้งนั้นพวกเขาจึงพักผ่อนได้อย่างสบายใจ เเต่หลังที่ซูหยวนส่งสัญญาณให้เจ้ามังกรเหมันต์จากไป สถานการณ์ก็เริ่มเปลี่ยนเเล้ว…
ตลอดทั้งวันพวกเขาไม่ได้ล่าทรัพยากรด้วยตนเองเลย ดังนั้นทุกคนจึงไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีอย่างกะทันหันนี้ ท้องฟ้ามืดครึ้มเเละหนังท้องที่ตึงจากการกินมากเกินไป ทำให้ตาของพวกเขาเกือบจะปิดลงเเล้ว เเต่เสียงกรีดร้องที่ดังขึ้นมาก็ทำให้ทุกคนสะดุ้งเฮือก!
ตู้ม!!
การโจมตีอย่างกะทันหันนี้ทำให้คนที่กำลังพักผ่อนสะดุ้งเฮือก ส่วนคนที่เป็นผู้เฝ้าระวังเห็นกับตาของตนเองเลยว่าลูกไฟที่เหมือนอุกกาบาตยักษ์นั้นน่ากลัวขนาดไหน หากไม่ใช่เพราะมันจบลงอย่างรวดเร็ว เชื่อเถอะว่าพวกเขาอาจจะปัสสาวะราดมาเเล้ว
เเผงรับการโจมตีสั่นสะเทือนรุนเเรงมาก ก่อนที่มันจะค่อยๆคืนกลับไปอยู่ในสภาพเดิมเหมือนมีเวทมนตร์ ภาพที่เห็นนี้ทำให้พวกเขาตกใจมากกว่าเดิม
เพราะการโจมตีในระดับที่รุนเเรงมากก่อนหน้านี้ถูกหยุดเอาไว้ได้! เเถมยังไม่มีการเสียหาย ไม่สิ! ต้องบอกว่ามันมีความเสียหายเกิดขึ้นจริง เเต่หลังจากนั้นบาเรียที่ควรถูกทำลายกลับสมานกันอีกครั้ง รักษาช่องโหว่ที่เเตกพังกลับมาเป็นบาเรียเหมือนเดิมได้ ช่าง…มหัศจรรย์จริงๆ
“เกิดสิ่งใดขึ้น เตรียมพร้อมสำหรับการรับมือทันที!”
คุณชายห้าที่ตอนเเรกกำลังจะเข้าพักผ่อนเพราะหนังท้องตึงหนังตาก็หย่อนลง เเถมเขาเชื่อใจอันซูหยวนสุดๆ เธอว่าที่นี่จะปลอดภัย เช่นนั้นก็คงปลอดภัยจริง ดังนั้นเขาจึงตกใจมากที่สุด วิ่งออกมาข้างนอกห้องพักทั้งที่ยังสวมชุดไร้การป้องกันใดๆด้วยซ้ำ
ภาพหน้าอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามทำเอาสาวงามมากมายถึงกับตาลอย อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้…คนที่มีพรสวรรค์ในการดึงดูดสหายได้มากมายคนนี้เเท้จริงแล้วดีทุกอย่าง เเต่ไม่รู้เพราะดีเกินไปหรือไม่ เข้าหาสาวคนไหนล้วนเเต่เปลี่ยนอีกฝ่ายเป็นสหายได้อย่างง่ายดาย
ช่าง…ไม่รู้ว่าควรจะพูดอย่างไรดีนอกจากบอกว่าเป็นพรสวรรค์ที่ทำให้เสียของจริงๆ หาไม่เเล้วเขาคงจะมีภรรยาไปตั้งเเต่เมื่อสิบปีก่อน หรืออาจจะได้เห็นลูกน้อยวิ่งเล่นไปรอบๆตัว ไม่ได้เป็นแค่หนุ่มโสดไก่กาเเบบนี้…
ตู้ม!!!
การโจมตีที่รุนเเรงซึ่งก่อนหน้านี้มีหลายคนไม่ทันได้มองเห็น ทว่าครั้งนี้พวกเขาออกมาข้างนอกกันหมดเเล้ว ลูกไฟขนาดใหญ่ที่เเทบจะกลืนทั้งหมู่บ้านของพวกฮูลเเคระ ก่อนจะปะทะกับบาเรียที่ทำจากผลึกป้องกันระดับปานกลาง ซึ่งเขาได้เห็นกับตาเลยว่าอันซูหยวนเเละคนของเธอติดตั้งมันลงไปบนอุปกรณ์ที่มีขายตามตลาดทั่วไป
มันเป็นผลผลิตที่ทำขึ้นโดยนักสร้างอุปกรณ์ทั่วไปของอาณาเขตอัศวินพันปี ดังนั้นตอนเเรกพวกเขาจึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก ที่จริงถ้าไม่ใช่ว่าคุณหนูอันเพิ่งผ่านค่ำคืนมาด้วยตนเอง เขาอาจจะเเนะนำให้ใช้อุปกรณ์ป้องกันระดับสูงที่ตนเองนำมาด้วยเเล้ว อย่างไรมันก็ป้องกันได้มากกว่า เเต่ก่อนหน้านี้อันซูหยวนบอกว่าจะปลอดภัย จึงไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายการตัดสินใจของเธอ
อย่างไรก็ตาม การโจมตีระดับนี้ก็มากพอที่ทำลายบาเรียระดับสูงได้เลย ต่อให้ใช้ผลึกระดับสูงก็ไม่ได้เเปลว่าจะปลอดภัย เเล้วทำไมคุณหนูอันจึงยืนยันว่าจะปลอดภัยดี ไม่สิ! หรือว่าเมื่อคืนเธอไม่ได้เจอสัตว์ร้ายตนนี้กันนะ?
คุณชายห้าหัวหมุน คิดไปไกลว่าสถานการณ์วันนี้อาจจะเลวร้ายกว่าที่คิด ไม่สนใจว่าตนเองจะยังไม่สวมชุดป้องกันใดๆ เดินเร็วออกไปพร้อมกับทหารของเขาที่รีบมารอรับ ตรงไปหาอันซูกยวนทันที
โดยที่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่า…เเท้จริงแล้ว…การขายของจากเซลล์ผู้เชี่ยวชาญจึงได้เริ่มต้นขึ้นเเล้วต่างหาก!!
ในห้องพักของหญิงสาว เวลานี้เธอได้เตรียมสถานที่ไว้สำหรับต้อนรับเเขกเเล้ว จางอู่หยางเเละอีก 5 คนก็รออยู่ที่นี่ด้วย เเผนการขายอุปกรณ์เสริมสำหรับการป้องกันระดับสูงของเธอ เเละการเปิดตัวอาวุธสุดพิเศษในอนาคตจะเริ่มต้นขึ้นที่นี่ เพราะเป็นสถานที่ที่ผู้คนจากหลายอาณาเขตมารวมตัวกัน ถ้าพึ่งพวกเขาก็สามารถกระจายข่าวได้โดยไม่ต้องสิ้นเปลืองเเรง
“คุณหนูอัน คุณชายห้าเเห่งอัศวินพันปีมาขอพบครับ”
“อืม เชิญคุณชายเข้ามาเถอะ”
ซูหยวนพยักหน้าตอบรับโดยไม่ต้องคิดอะไรมาก เดิมทีเธอคิดว่าคนที่มาก่อนเป็นคนเเรกน่าจะเป็นเสวี่ยจิงที่รีบร้อนมาให้เธอรีบเพิ่มการป้องกัน หรือไม่ก็อาจจะให้เรียกมังกรเหมันต์ออกมา
เพราะสตรีผู้นั้นรู้ดีว่าอันตรายของเขตนี้ก็คืองูกึ่งมังกรในตำนาน เธอไม่รู้ว่าเเท้จริงแล้วเจ้ามังกรเหมันต์ก็คือสัตว์ในตำนานของตนเอง คงคิดว่าเป็นสัตว์ร้ายที่เธอพามา
ดังนั้นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับเธอยังคงอยู่ เเละซูหยวนก็ไม่คิดจะเปิดเผยเรื่องนี้ให้อีกฝ่ายได้รู้ ปล่อยให้หวาดกลัวต่อไปก็ดีเเล้ว สุดท้ายพื้นที่ล่านี้…เธอจะครอบครองมันไว้เอง!
อย่างไรก็ตาม คนที่มาถึงไม่ใช่เสวี่ยจิง เเต่เป็นคุณชายห้า เเม้จะประหลาดใจเเต่ก็เข้าใจได้
“คุณหนูอัน พวกเรากำลังถูกโจมตีเเล้ว สัตว์ร้ายที่ลงมือน่าจะระดับสูงมาก ผลึกป้องกันระดับกลาง ไม่สิ! ต่อให้เป็นผลึกป้องกันระดับสูงก็อาจจะรับการโจมตีนี้เป็นเวลานานไม่ได้ ดังนั้นพวกเราควรจะเตรียมถอยกลับกันก่อน ทางนี้ฉันจะใช้ผลึกป้องกันระดับสูงเพื่อยืดเวลาไว้ให้หลบหนีให้ได้ ดังนั้น…”
คุณชายห้าเดินเข้ามาด้วยความเร็ว ระหว่างทางเขาคิดแล้วว่าตนเองควรจะพูดอย่างไร ใจเขาไม่อยากให้ซูหยวนรู้สึกเเย่ เธอมั่นใจมากกับการป้องกันของตนเอง ยังคิดว่าควรจะพูดอย่างไรให้ดีที่สุด ทว่า…การโจมตีที่ปะทะเข้าอย่างต่อเนื่องนี้ทำให้เขาไม่อาจช้าได้อีกต่อไป
อันดับเเรกที่ควรทำก็คือการพาเธอออกไปจากเขตอันตรายนี้ให้ได้ก่อน เเน่นอนว่าการปลอบโยนควรจะเป็นตอนหลังจากที่เขาช่วยให้เธอปลอดภัยเเล้ว
ทว่า….เมื่อเขาเข้ามาถึงก็เห็นว่าทุกคนที่นี่ยังดูใจเย็นมาก เเม้เเต่จางอู่หยางที่เป็นคู่เเข่งเเย่งความรักของคุณหนูอันซูหยวน เขาก็ยังไม่กระวนกระวายใจเลย
การเเสดงออกนี้ทำให้คุณชายห้าเปลี่ยนท่าทางของตนเองเป็นสงบลง เขารู้สึกว่าถ้าตนเองร้อนรนอยู่คนเดียวในขณะที่เจ้านั่นรักษาความสงบได้ นั่นมันก็คล้ายว่าเขาจะรู้สึกเป็นรองเลยน่ะสิ!
“คุณชายห้าเเห่งพันปีเชิญนั่งก่อนเถอะ”
ซูหยวนผายมือเชิญให้อีกฝ่ายนั่งลง เเม้ว่าข้างนอกจะมีเสียงตูมตามตลอด แต่ก็ไม่ได้ทำให้พวกเธอหวาดกลัวเลย คุณชายห้าก็เลยทำได้เเค่ต้องฝืนบังคับขาตนเองให้เดินไปข้างหน้า ทำท่าทางสุขุมเหมือนกับคนอื่นๆ
“ทำให้คุณชายห้าตกใจเเล้ว ขออภัยที่ไม่ได้บอกล่วงหน้า แต่ว่าการโจมตีนี้เกิดขึ้นตั้งเเต่เมื่อคืนเเล้ว เมื่อตกดึกตอนที่พระจันทร์ขึ้นบนท้องฟ้า ก็จะมีลูกไฟแบบนี้โจมตีอย่างต่อเนื่อง พวกเราแค่ต้องคอยเติมผลึกป้องกันลงอุปกรณ์ก็ใช้ได้เเล้ว”
“อ่า การโจมตีนี้เกิดขึ้นตั้งเเต่เมื่อคืนหรือ?”
ไม่รู้ทำไม เเต่คุณชายห้าตอนนี้กลับรู้สึกเย็บวาบที่หน้าอกบ้างเเล้ว ก่อนหน้านี้เพราะรีบร้อนเลยไม่ได้ใส่อะไรเลย เเต่ตอนนี้ล่ะ? มีเเค่เขาที่รีบร้อนจนไม่ได้สวมเสื้อผ้า นี่มัน…น่าอายอยู่หน่อยๆใช่ไหม…
“หืม เเต่เดี๋ยวนะ ฉันเห็นว่าการป้องกันนั้นมาจากผลึกป้องกันระดับกลาง ด้วยการโจมตีนั้นก็น่าจะทำการป้องกันถูกทำลายเเล้วสิ เเล้วทำไม…”
“โอ้…” ซูหยวนยิ้มเล็กน้อยก่อนจะส่งสัญญาณให้คนนำของที่เตรียมไว้มา
“ส่งให้คุณชายห้าตรวจสอบสิ”
เธอไม่อธิบายด้วยตนเอง ด้วยความรู้ของคุณชายห้า น่าจะทำให้เขาเข้าใจได้ว่ามีบางอย่างกับอุปกรณ์ใส่ผลึกบาเรีย
ชายหนุ่มรับมาอย่างไม่เข้าใจ เเต่รู้ว่าต้องมีอะไรบางอย่าง ดังนั้นจึงตรวจสอบอุปกรณ์ที่ยังมีเเม้เเต่ตราสัญลักษณ์ของคนจากเขตอัศวินพันปีที่ประทับเอาไว้อยู่
“หืม?” ผ่านไปเกือบ 10 นาที ในที่สุดคุณชายห้าผู้นี้ก็มองเห็นอะไรบางอย่างเเล้ว
“สัญลักษณ์ตรงนี้ค่อนข้างประหลาด ไม่เหมือนสัญลักษณ์ที่คุ้นเคย นี่ไม่ใช่การทำค่ายกลของพวกเรา”
คิ้วของเขาขมวดมุ่น การทำสัญลักษณ์เเบบนี้ ต่อให้เป็นตระกูลไหนก็ไม่คุ้นตา นี่หมายความว่าอย่างไร? หมายความว่ามีคนอื่นทำมันได้งั้นหรือ? นี่ … นี่จะกลายเป็นเรื่องใหญ่เเล้วไม่ใช่หรือ?
“คุณชายห้า ขอดูได้หรือไม่”
คนของเขาเองก็ตกใจที่ได้ยินเช่นนี้เหมือนกัน คุณชายห้าเป็นอีกคนที่มีความรู้ในการสร้างค่ายกลมาก ดังนั้นหากเขาบอกว่ามีบางอย่างที่ผิดปกติ อย่างนั้นก็ต้องผิดปกติจริง
คุณชายห้าส่งอุปกรณ์ในการเปิดใช้ค่ายกลบาเรียให้คนของตนเอง พวกเขารับมาเเล้วมุงกันดูอุปกรณ์นี้ทันที ใช้เวลาครู่เดียวก็สังเกตเห็นจุดที่ผิดปกติเเล้ว
…………………………………