บทที่ 571 ทำสัญญา (อ่านฟรี 27 ก.ย. 69)
บทที่ 571 ทำสัญญา (อ่านฟรี 27 ก.ย. 69)
บทที่ 571 ทำสัญญา
“ตำแหน่งอักขระ ไม่สิ! สิ่งนี้คืออะไร? มันเป็นรูปแบบของอะไรกันเเน่?”
“เหมือนอักขระแต่ไม่ใช่เสียทีเดียว รูปเเบบก็ไม่เหมือนกัน”
“เป็นการวาดเเบบไหนกันเเน่ จับทิศทางไม่ได้เลยด้วยซ้ำ นี่มัน…รูปแบบใหม่งั้นหรือ? ผู้ใดที่ทำเช่นนี้ได้ ช่าง…ช่างเป็นการเปิดหูเปิดตาเสียจริง”
คนของอัศวินพันปีเป็นพวกที่มีความรู้ในการทำค่ายกลหรืออักขระมาก อาจจะเพราะพวกเขาเติบโตมากับสิ่งนี้ เเม้เเต่ในตระกูลก็ยังมีสอนการเขียนพื้นฐานเลย ดังนั้นตรวจสอบครู่เดียวก็รู้ว่าสัญลักษณ์พวกนี้น่าตื่นตะลึงขนาดไหน
“คุณหนูอัน สิ่งนี้ได้มาจากที่ไหนหรือ?” คุณชายห้ามีเสียงขรึมลงมากเมื่อเข้าใจสถานการณ์ว่ามันร้ายเเรงขนาดไหน
“สิ่งนี้เป็นอุปกรณ์ที่ซื้อมาจากเขตของท่านอัศวินพันปีนั่นแหละ เเต่คนของอัศวินหงส์ขาวได้ปรับเเต่งมันเล็กน้อย…”
“ปรับเเต่งเล็กน้อยงั้นหรือ?”
เหมือนกับได้รับการยืนยัน ชายหนุ่มยิ่งประหลาดใจมากกว่าเดิมเสียอีก เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าค่ายกลที่สมบูรณ์ของพวกเขาก็ยังมีคนเอาไปทำอะไรต่อได้ เเถมยังทำจนมันพัฒนาไปไกลจนยากจะเชื่อด้วย
“คุณชายห้าตรวจสอบเเล้วคิดว่าเป็นอย่างไรบ้างคะ” อันซูหยวนถามโดยตรง ชายหนุ่มผู้ยังไม่มีเสื้อสวมขมวดคิ้ว ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปาก
“เพราะไม่รู้ว่าสิ่งนี้คืออะไร ทำงานอย่างไรจึงไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ว่า…ด้วยความรุนเเรงจากการโจมตีต่อเนื่องนี้ อุปกรณ์เเละผลึกป้องกันระดับสูงที่พวกเรามีทั้งหมดก็คงจะต้านไว้ไม่อยู่แล้ว ดังนั้นพูดได้ว่ามันอยู่ในระดับที่สูงกว่าเทคนิคของพวกเรา”
คุณชายห้ายอมรับโดยตรง เห็นเขาเป็นเช่นนี้ ซูหยวนก็ยิ่งนับถือเขามากกว่าเดิม สำหรับเธอ…การที่ใครสักคนจะก้าวไปข้างหน้าได้นั้น อย่างเเรกที่ต้องทำคือการยอมรับความผิดของตนเองให้ได้ ถ้าหากอยากจะพัฒนาเเต่ไม่ยอมมองจุดอ่อนของตนเอง เช่นนั้นก็คงจะก้าวไปข้างหน้าไม่ได้!
คนเเบบคุณชายห้า รวมถึงคนของอัศวินพันปีนี่แหละที่เป็นพวกพัฒนาได้ ซูหยวนก็ชอบที่จะร่วมมือกับคนเช่นนี้เหมือนกัน
โดยไม่สนใจเสวี่ยจิงว่ากำลังจะก่อเรื่องอะไรอีก เธอให้ความสนใจเเค่กับดีลใหญ่ตรงหน้านี้เท่านั้น
“คุณชายห้าเห็นเเล้วว่าคุณสมบัติของอุปกรณ์ที่ปรับเเต่งนั้นดีขนาดไหน ถ้าเช่นนั้น…ท่านอยากจะร่วมมือกับคนของเราไหม”
“คุณหนูหมายความว่า…” ชายหนุ่มยังไม่เข้าใจทั้งหมดดี ซูหยวนเองก็ใจเย็นมากพอที่จะอธิบายให้เขาฟังอย่างละเอียด
“ฉันต้องการร่วมมือกับคุณชายห้า ท่านนำอุปกรณ์ของท่านมา 2 ชิ้น 1 ชิ้นจะคืนกลับไปพร้อมกับการปรับเเต่ง 1 อย่าง ส่วนอีก 1 ชิ้นพวกเราจะเก็บเอาไว้เอง แต่มีเงื่อนไขว่าอุปกรณ์ที่เอามาทั้ง 2 ชิ้นจะต้องเป็นชนิดเดียวกัน เเล้วก็…ต้องเป็นระดับทั่วไปขึ้นไป”
“หากเป็นระดับต่ำ มันจะทนต่อการปรับแต่งไม่ได้ ดังนั้นจะเสียเปล่า อ้อ…ในการทำของพวกเรามีต้นทุนด้วย ต้นทุนนี้คือความเสี่ยงที่จะเกิดข้อผิดพลาด หากเกิดข้อผิดพลาดเพียง 1 พวกเราจะเอา 1 ชิ้นที่สำเร็จคืนแก่ท่าน โดยฝั่งเราจะเสียสิทธิ์นั้นไปเป็นการรับผิดชอบเอง”
“เเต่ถ้าเสียทั้ง 2 ชิ้น อย่างนั้นก็คงทำอะไรไม่ได้ เรื่องนี้พวกท่านเห็นด้วยหรือไม่ เเน่นอนว่าถ้าไม่เห็นด้วยก็ไม่จำเป็นต้องตกลง เพราะนี่เป็นเเค่เเผนการของฉันคนเดียวไม่เกี่ยวกับอาณาเขตอัศวินหงส์ขาว”
อันซูหยวนอธิบายเเผนการของตนเอง ซึ่งฟังดูเเล้วเหมือนเธอจะเอาเปรียบพวกเขามากกว่า อย่าลืมว่าข้อเสนอนี้คือซูหยวนไม่ต้องเสียอะไรเลย ไม่ต้องลงทุนเเม้เเต่เหรียญเดียว ในขณะที่ฝั่งอัศวินพันปีจะต้องสร้างค่ายกลถึง 2 ชิ้น เพื่อรับกลับไปชิ้นเดียว เเละมีโอกาสที่จะไม่ได้รับกลับมาเลย นี่…เเปลว่ามีเเค่พวกเขาที่ขาดทุนหรือ?
ในความคิดดของผู้อื่นเป็นเช่นนั้น เเต่ความคิดของคนจากเขตอัศวินพันปีจะคิดเเบบเดียวกันหรือไม่?
คนอื่นซื้ออุปกรณ์ค่ายกลในราคาสูงมาก พวกเขาก็เลยเข้าใจว่าการเสีย 1 ชิ้นเป็นเรื่องใหญ่ แต่ถ้ามองกลับกัน…ความร่วมมือนี้สามารถทำให้อุปกรณ์ระดับทั่วไปป้องกันอันตรายได้ชนิดที่ว่าอุปกรณ์ระดับสูงก็ยังทำไม่ได้ขนาดนี้
นี่…นี่ไม่เรียกว่าพวกเขาได้ประโยชน์หรอกหรือ? ไม่ว่าสิ่งใดก็ตามที่คนของเขตพันปีขาดไป สิ่งนั้นจะไม่ใช่อุปกรณ์ค่ายกลเเน่นอน!
ดวงตาของคนจากเขตอัศวินพันปีนั้นเปลี่ยนเป็นประกายเเรงกล้า เเม้คุณชายจะไม่ได้สวมเสื้อ เเถมยังใส่กางเกงชุดนอน ทว่าการติดตามคุณหนูอันไป มีน้ำให้ดื่มมีข้าวให้กินมีทรัพยากรให้ได้รับเเน่นอนเเล้ว!! คุณชายของพวกเขาช่างยอดเยี่ยมเสียจริง อย่างน้อยในฐานะสหาย … เขาก็ทำได้ไม่ขาดตกบกพร่อง!
“ทุกคนคิดว่าอย่างไร?”
คนเป็นคุณชายรู้สึกว่าข้อเสนอของซูหยวนนั้นดีมาก แต่…เขาก็ไม่มั่นใจว่านี่เป็นความคิดของตนเองเท่านั้นหรือไม่ เพราะเรื่องนี้มีทั้งข้อดีเเละข้อเสีย
ข้อดีคือพวกเขาได้ประโยชน์จากการที่อุปกรณ์ของตนเองจะยกระดับขึ้นสูง เเต่ข้อเสียก็มี..นั่นคือการที่พวกเขาจะไปเพิ่มความเเข็งเเกร่งให้ผู้อื่นผ่านอุปกรณ์ของพวกตน เพราะถ้าพวกเขาได้รับ ทางนั้นก็ได้รับเช่นกัน
ถ้าขุนนางที่ติดตามมาด้วยได้ยินความกังวลนี้ พวกเขาอาจจะถามกลับไป หากพวกตนไม่เเลกเปลี่ยนเช่นนี้ คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวผู้นี้จะหาอุปกรณ์ของพวกเขาไม่ได้อีกหรือ?
ต่อให้ป้องกันมากที่สุด พวกเขาก็ยังต้องขายของนี้ให้ผู้อื่นอยู่ดี เเล้วสุดท้าย…คุณหนูก็หาซื้อมาได้อยู่ดี เเม้จะมีราคาเเพงกว่าปกติ หรืออาจจะมีเงื่อนไขอื่น เเต่เเล้วอย่างไร? เธอเป็นถึงคุณหนู…ยังจะขาดทรัพยากรในการซื้อด้วยหรือ?
ที่สำคัญที่สุดคือหลังจากที่เธอซื้อมันมาเเล้วปรับเเต่งจนมีคุณสมบัติยอดเยี่ยม จากนั้นก็มีเเค่พวกเธอเท่านั้นที่จะได้ใช้ของดี ส่วนพวกเขาก็ทำได้แค่มองดู
ทว่าด้วยการแลกเปลี่ยนนี้…ทางคุณหนูอัศวินหงส์ขาวมี พวกเขาก็มีด้วย นี่ไม่ดีหรือ? มันเหมือนกับการร่วมมือกันของสหายที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ไม่มีใครถือว่าเสียเปรียบเลย
“คุณชายห้า ข้อเสนอของคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวดีมาก พวกเราเห็นด้วยเเน่นอน”
“ใช่เเล้ว อย่างไรก็ต้องร่วมมือ ต้องร่วมมือให้ได้”
เสียงสนับสนุนอย่างกระตือรือร้นทำให้คุณชายห้าประหลาดใจ เขากระเเอมออกมาก่อนจะหันไปตอบรับกับอันซูหยวนด้วยท่าทางเขินอายเล็กน้อย
ใครจะคิดว่าคนของเขาถึงกับเเสดงท่าทางเเบบนี้ออกมา ถึงการร่วมมือจะดีแค่ไหน ก็ช่วยอย่าทำตัวเหมือนสัตว์เลี้ยงของหญิงสาวได้หรือไม่
เเบบนี้เขาจะยังรักษาภาพลักษณ์บุรุษที่น่าเชื่อถืออยู่ได้อย่างไร ดูเอาเถอะ…เจ้าคนจากเขตมลพิษมองเขาอยู่เช่นนั้น สายตาเหมือนจะหัวเราะเยาะเลยไม่ใช่หรือ?
จางอู่หยางมองคนที่จู่ๆก็ส่งสายตาหาตนเองก่อนจะมองไปที่ลำตัวของเขา เจ้านี่คิดจะล่อลวงซูหยวนของเขาหรืออย่างไร ร่างกายเเข็งแรงดูดีใครๆก็มีกันได้ แต่อย่าลืมว่าซูหยวนชอบคนฉลาด ดังนั้น…คนที่เเม้เเต่ตอนนี้ก็ยัง….
เอาเถอะ หลังจากนี้เขาก็สบายใจได้มากขึ้นอีกขั้นเเล้ว ซูหยวนไม่มีทางเลือกคนเเบบนี้มาเป็นคู่ครอง ถ้าเธอก็ยังไม่ถูกใจเขา จางอู่หยางก็เชื่อว่าเธอคงตัดสินใจอยู่เป็นโสดมากกว่าจะคว้าใครก็ได้มาเเต่งด้วยให้ลำบากใจ…
“พวกเรายินดีร่วมมือตามเงื่อนไขที่คุณหนูให้มา หลังจากกลับไปแล้วจะนำเรื่องนี้ไปเเจ้งต่อท่านอัศวินพันปี เเล้วจะได้ทำสัญญา..”
“คุณชายห้า เรื่องนี้อย่างที่ได้บอกไปก่อนหน้า เพราะมันเป็นความร่วมมือที่ไม่เกี่ยวกับท่านอัศวินหงส์ขาว ดังนั้น…ฉันอยากจะทำสัญญาขนาดเล็ก โดยเป็นสัญญาระหว่างฉันกับคุณชายห้า หรือเป็นตัวเเทนของคุณชายก็ได้ ไม่ทราบว่าจะสะดวกหรือไม่”
ซูหยวนขัดคำของเขาก่อนที่คุณชายห้าจะพูดจบ อีกอย่าง…เงื่อนไขนี้เธอยังต้องระบุให้ชัดเจนด้วย ความร่วมมือนี้คงไม่ได้มากเกินไป
ปีเเรกจะทำสัญญาอยู่ที่การมอบอุปกรณ์ไม่เกิน 120 ชิ้น หรือก็คือเดือนละไม่เกิน 10 ชิ้น เท่ากับเขาเเละเธอจะได้กันไปคนละ 5 ชิ้น
ซึ่งระยะ 1 ปีเเรกนี้ เธอจะเป็นคนลงมือด้วยตนเอง ส่วนหลังจากนี้…เชื่อว่า 1 ปีจะสามารถสร้างตระกูลขนาดเล็กขึ้นมาในเมืองของประธานจางได้สำเร็จ เธอจะมอบหมายงานอื่นๆรวมงานนี้ให้พวกเขาเเทน
ดังนั้นสัญญานี้จะทำเป็นรายปีเท่านั้น ซึ่งเมื่อคุยรายละเอียดเล็กๆน้อยๆนี้แล้ว คุณชายห้าเองก็ตกลงอย่างง่ายดาย เขาไม่ได้คิดมากนัก เมื่อได้ยินว่าเธอจะรับไปเเค่ไม่กี่ชิ้น ก็รู้สึกผ่อนคลายมาก โชคดีที่เป็นจำนวนน้อย ถ้าเป็นดีลใหญ่…ลำพังตัวเขาเองก็อาจจะร่วมมือไม่ได้เช่นกัน
หลังจากคุยกันจบ สตรีจากเขตอัศวินราชินีเหมันต์ก็ยังไม่เข้ามา นับว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาดเสียจริง อันซูหยวนจึงตรวจสอบด้วยจุดสีดำที่ระบุเอาไว้ เเต่ก็ไม่เจอเธอเลย คิ้วของหญิงสาวขมวดเล็กน้อยเเล้วเรียกหนูทองลายขาวเข้ามาสอบถาม
“จี๊ด! สตรีผู้นั้นหรือ? นางออกไปตั้งเเต่ที่มีการโจมตีครั้งเเรกแล้ว ยังพาคนของตนเองออกไปด้วย ทิ้งพวกไม่รู้เรื่องอยู่ที่นี่ ตั้งใจจะให้เจ้าพวกนั้นช่วยล่อหลอกสัตว์ร้ายให้โจมตีคนที่นี่ก่อน เผื่อว่าบาเรียป้องกันจะพังเร็วเกินไป”
หนูทองลายขาวตอบด้วยเสียงเเหลม ทำเอาคนที่กำลังฟังอยู่สัมผัสได้ถึงน้ำเสียงดูเเคลนของมันดัวย
“อ่อ….”
ซูหยวนรับคำในลำคอ เธอไม่ได้ตอบอะไรอีก เพียงพูดคุยกับคนของคุณชายห้าอีกเล็กน้อยเเล้วก็เเยกย้ายกันไปนอนท่ามกลางเเสงสีเเละเสียงจากการโจมตีตลอดทั้งคืน
เเม้การป้องกันนี้จะทำให้มั่นใจได้ว่าปลอดภัย เเต่ผู้คนมากมายนอนไม่หลับเอาเสียเลย การโจมตีทั้งคืนนี้น่ากลัวเกินไป พวกเขาไม่กล้าข่มตานอนกันเลยด้วยซ้ำ กลัวว่าจะมีจุดหนึ่งที่รับการโจมตีไม่ไหว จากนั้นสิ่งมีชีวิตลึกลับจะอาศัยจังหวะนั้นเพื่อบุกเข้าจู่โจม
ทางด้านที่ไกลออกไป เจ้ามังกรเหมันต์ที่หลังจากพัฒนาไปอีกขั้นเเล้ว มันก็ไม่ใช่งูดินที่ใช้เพียงพิษเเละพลังเหมันต์เท่านั้นเเล้ว เเต่มันยังมีพลังเพลิงโลกันตร์ด้วย หรือก็คือ…เจ้านายสั่งให้มันบินออกมาจากหมู่บ้าน เเล้วก็ใช้พลังโจมตีเข้าไป ถือเป็นการฝึกฝนการควบคุมพลังใหม่นี้ไปในตัว
งานของมันจะมีไปอีก 12-13 วัน จนกว่าเจ้านายจะกลับไป เเละจนกว่าจะไม่มีผู้ใดเข้ามาอีก ถ้ามีคนอื่นต้องการพักเเรมเวลากลางคืน มันจะต้องทำหน้าที่นี้เพื่อข่มขวัญผู้คน ต้องทำให้พวกนั้นกลัวการเข้ามาในเขตพื้นที่นี้ตอนกลางคืนให้ได้
แน่นอนว่าเจ้านายไม่ได้บอกให้มันทำทุกคืน เพียงทำไปตามอารมณ์และเลือกผู้โชคดีที่จะต้องเจอกับพลังเพลิงโลกันตร์ของมันก็เท่านั้น…
ผ่านไปตลอดทั้งคืนกับการโจมตีตั้งเเต่สามทุ่มจนถึงตีห้าตอนเช้า เมื่อท้องฟ้าเริ่มมีเเสงสว่างเพื่อไม่ให้ผู้อื่นมองเห็นว่ามันเป็นผู้โจมตี จำเป็นต้องหยุดการฝึกซ้อมไว้เพียงเท่านี้
มันค่อยๆกลับมาที่หมู่บ้าน เสียงการโจมตีที่เงียบสงบลงทำให้หลายคนที่นอนไม่ได้ในตอนเเรกค่อยได้พักผ่อนบ้างเเล้ว ซึ่งคุณหนูที่หายตัวไปในคราเเรกก็ส่งทหารของตนเองมาตรวจสอบสถานการณ์บ้างเเล้ว
เมื่อพบว่าเเท้จริงบาเรียนั้นเเข็งแกร่งพอจะป้องกันการโจมตีได้ เธอก็รู้สึกว่าจะต้องหาคำอธิบายอะไรบางอย่างให้ได้ ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นว่าเธอทอดทิ้งคนอื่นเพื่อเอาตัวรอดเหมือนผู้ขลาดเขลา เป็นแบบนั้นเเล้วจะไม่ถูกดูเเคลนไปจนถึงท่านอัศวินหรือ?
ดีที่เเขกคนสำคัญเดินทางมาถึงเเล้ว เมื่อได้รับข่าวว่าอันซูหยวนเดินทางมาที่นี่ด้วยตนเอง คนสองคนสำคัญจากอาณาเขตของอัศวินฮาร์ปี้เเละอัศวินแกะทองคำก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างคาดไม่ถึง
เเน่นอนว่าคุณชายแห่งอัศวินฮาร์ปี้นั้นไม่เท่าไร เเม้ว่าเขาจะเป็นเพียงผู้เดียวที่เหลือรอด เเต่ด้วยนิสัยของเขาทำให้ไม่ค่อยมีคนเป็นห่วงมากนัก
ทว่า…คุณหนูสามเเห่งอัศวินแกะทองคำเล่า การมาถึงของเธอทำให้อัศวินราชินีเหมันต์ต้องใส่ใจ ตั้งเเต่เมื่อคืนก็รับรองเธอด้วยตนเอง ผู้ติดตามของเธอมีมากมาย ล้วนเป็นคนสำคัญของอัศวินเเกะทองคำทั้งสิ้น ดูก็รู้ว่าเป็นห่วงคุณหนูผู้นี้มากขนาดไหน หากไม่ใช่เพราะนี่เป็นคำขอที่จริงจังของเธอ อัศวินแกะทองคำคงจะไม่ยอมให้หญิงสาวมาที่นี่ด้วยตนเองหรอก
เสวี่ยจิงใช้โอกาสนี้เป็นข้ออ้างได้อย่างดี เพราะได้รับคำสั่งด่วนก็เลยออกมาข้างนอกก่อนจะรู้ว่ามีการโจมตีเกิดขึ้น เเม้หลายคนจะรู้ความจริง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญที่ต้องพูดออกมา ดังนั้นการหนีหางจุกก้นของคุณหนูเสวี่ยจิงจึงไม่ได้ถูกพูดถึงมากนัก
……………………………………….