บทที่ 572 คุณหนูสามแห่งอัศวินแกะทองคำ (อ่านฟรี 28 ก.ย. 69)
บทที่ 572 คุณหนูสามแห่งอัศวินแกะทองคำ (อ่านฟรี 28 ก.ย. 69)
บทที่ 572 คุณหนูสามแห่งอัศวินแกะทองคำ
เมื่อสว่างดี คุณหนูเสวี่ยจิงก็ได้พาคุณชายฮาร์ปี้เเละคุณหนูสามแกะทองคำเข้ามาในพื้นที่ล่าเเล้ว อันซูหยวนได้รับการเเจ้งไว้ก่อน เธอจึงสั่งให้คนเตรียมอาหารรับรองทั้งสามคนไว้ด้วย
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”
คุณชายฮาร์ปี้เข้ามาก็ทักทายซูหยวนก่อนเป็นอันดับเเรก เขาคลี่ยิ้มออกมาเหมือนกับคนรักที่เพิ่งได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ท่ามกลางความรู้สึกรังเกียจของซูหยวน
และจางอู่หยางผู้ปกป้องทุกความรู้สึก ไม่ต้องการให้คนที่เขารักต้องอดทนกับพฤติกรรมเช่นนี้ย่อมเดินออกมาขวางสายตาของอีกฝ่ายทันที
“ไปทักทายเพื่อนเถอะ”
เขาก้าวเข้ามาอย่างเสียมารยาท ไม่ไว้หน้าให้คุณชายฮาร์ปี้เลย ส่งสัญญาณให้ซูหยวนไปหาคุณหนูสามแห่งอัศวินแกะทองคำ ซึ่งซูหยวนที่กำลังอึดอัดก็รู้สึกขอบคุณเขาอยู่ในใจ
ครั้งนี้ดีจริงๆที่ประธานมาด้วย ถ้าไม่อย่างนั้นเธอคงต้องอดทนกับพฤติกรรมเเย่ๆของเขาอีกครั้ง!
ซูหยวนปลีกตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ดวงตาของคุณชายแห่งฮาร์ปี้หรี่ลงเล็กน้อย เขามองจางอู่หยางด้วยความไม่สบอารมณ์ ทางชายหนุ่มเมื่อปกป้องซูหยวนของเขาเเล้วก็หันมาหาอีกฝ่ายเช่นกัน เขาไม่กลัวคนผู้นี้ ต่อให้เป็นคุณชายของฮาร์ปี้เเล้วอย่างไร
ทั้งอาณาเขตจะโจมตีอาณาเขตอัศวินหงส์ขาวเพียงเพราะเรื่องนี้งั้นหรือ? เเน่นอนว่าถ้าต้องสู้กัน เขาก็มีวิธีที่จะทำให้อาณาเขตอัศวินหงส์ขาวได้รับพื้นที่เพิ่มมาอีกหนึ่งอาณาเขต เเล้วลบเเผนที่อาณาเขตฮาร์ปี้ทิ้งไป!
ถ้าเป็นอาณาเขตอื่นๆ เขาอาจไม่มั่นใจว่าจะทำได้ แต่ถ้าเป็นอาณาเขตฮาร์ปี้ที่สืบสวนมานานเเล้วเพราะเรื่องกลุ่มดวงตามารครั้งก่อน เขาก็เเทรกซึมคนของตนเองไว้เเล้วเช่นกัน
ชายหนุ่มจากเขตฮาร์ปี้ไม่ได้โง่งม เขาเห็นดวงตาเฉียบคมเเละมั่นใจของจางอู่หยางก็เปลี่ยนมาระมัดระวังตัวมากขึ้น
คนผู้นี้อยู่ในรายชื่อที่พวกกลุ่มดวงตามารหวาดกลัวมากที่สุด ประธานองค์กรนักล่าสกุลจางที่เป็นเหมือนเงามืดควบคุมสถานการณ์ทั้งหมด อีกอย่างการที่เเขนขาของกลุ่มดวงตามารถูกโจมตีในครั้งเเรกๆ ก็เป็นคนๆนี้ที่ลงมือ ดังนั้นเเม้จะไม่พอใจขนาดไหน คุณชายแห่งฮาร์ปี้ก็ยังใจเย็นพอที่จะไม่ลงมือ
สองคนมีประกายอาฆาตส่งถึงกัน เเต่ใบหน้ากลับเปื้อนยิ้ม ช่างเป็นบรรยากาศที่น่าสะอิดสะเอียนเสียจริง!
“ท่านก็คือคนจากเขตมลพิษใช่หรือไม่”
“โอ้ เป็นเกียรติที่คุณชายพูดคุยกับฉันจริงๆ ขอเเนะนำตัวให้รู้จักก็เเล้วกัน ฉันชื่อว่าจางอู่หยาง ประธานองค์กรนักล่าสกุลจาง ซึ่งเรื่องนี้คาดว่าคุณชายเเห่งฮาร์ปี้น่าจะรู้ดีผ่านข่าวกรองที่คุณชายมีอยู่เเล้ว ฉันเข้าใจถูกต้องหรือไม่?”
จางอู่หยางเผยรอยยิ้มหยันให้อีกฝ่าย ท่าทางไม่สนใจใครเเละเย่อหยิ่งขนาดนี้ทำให้คุณชายเเห่งฮาร์ปี้หัวเราะออกมา เขารู้สิ รู้ดีเลยว่าเจ้านี่เป็นคนเเบบไหน
คนของกลุ่มดวงตามารหวาดกลัวคนนี้มาก เเละเเม้ว่าจะได้ข้อมูลของอีกฝ่ายคร่าวๆเท่านั้น เเต่เรื่องลักษณะนิสัยก็เป็นสิ่งที่เปิดเผยออกมามากที่สุดเเล้ว ...
เอาเเต่ใจ!! เย่อหยิ่ง!! ไม่เห็นหัวผู้ใด!! เเละรักผลประโยชน์มากที่สุด!! นี่คือคำนิยามที่ทำให้คุณชายแห่งฮาร์ปี้ชื่นชอบเสียจริง อย่างไรก็ตาม...ความต้องการที่จะร่วมมือกับอีกฝ่ายได้รับผลกระทบจากความสัมพันธ์ที่ทางนั้นเเสดงออกมายามอยู่ต่อหน้าของอันซูหยวน คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวที่เขาหมายตาจะจับไปเป็นภรรยาของตนเอง
เขาคำนวณเอาไว้ทั้งหมดเเล้ว หากอีกฝ่ายมาเป็นคนของเขาจริง เขาจะจัดการบริหารเรื่องยาระดับสูงสุดนั้นอย่างไรเพื่อประโยชน์ต่ออาณาเขตมากที่สุด
มีกระทั่งเเผนที่จะเริ่มก่อสงครามเเละควบรวมอาณาเขตของอัศวินแห่งภูติด้วยซ้ำไป ซึ่งถ้าการยึดครองอันซูหยวนไม่สำเร็จ เขาก็จะไม่สามารถทำตามเเผนการได้ ดังนั้น...ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีใด เขาก็จะต้องได้ตัวของอันซูหยวนมาที่อาณาเขต
เเต่ตอนนี้ภาพที่เขาเห็นก็คือเจ้าจางอู่หยางที่กลุ่มดวงตามารต่างหวาดกลัวหนักหนาคนนี้กำลังจะมาขวางทางเขา!
“ฮ่าๆ เเน่นอนว่าย่อมต้องรู้จักคุณจางอู่หยางผู้ที่มีอิทธิพลอย่างมากในเขตมลพิษ อย่างไรก็ตาม...ตอนนี้คุณจางได้มาอยู่ในเขตเเดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราเเล้ว”
“ธรรมเนียมปฏิบัติบางอย่างก็ต้องรู้จักเอาไว้ ถึงเวลาที่ต้องปฏิบัติตัวจะได้ไม่ทำให้คนอื่นเสียหน้าเอาได้ โดยเฉพาะคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาว เธอเป็นคนที่ฉันไม่ต้องการให้เสียหายมากที่สุดเเล้ว”
“ดังนั้น...ต่อให้คุณจะเป็นเจ้านายของคุณหนูจางในเขตมลพิษ เเต่ที่นี่...ในฐานะคุณหนูเเห่งอัศวินหงส์ขาว เธอจะเป็นเจ้านายของคุณ เรื่องนี้คุณน่าจะเข้าใจใช่ไหม” คุณชายแห่งฮาร์ปี้กล่าวเสียงขรึม
“โอ้ เเล้วอย่างไรหรือ?”
จางอู่หยางฟังคำพูดของอีกฝ่ายที่ร่ายมายืดยาว เเต่เเล้วอย่างไร? ไม่ว่าเขาจะเป็นเจ้านายหรือไม่ ตัวเขาเองก็ไม่เคยคิดทำร้ายซูหยวนอยู่เเล้ว ดังนั้นมีอะไรที่เขาจะต้องปรับตัวแก้ไขกันล่ะ
เห็นอีกฝ่ายทำหน้าไม่รู้เรื่องอะไร คุณชายแห่งฮาร์ปี้ก็เเค่นหัวเราะออกมา เขาชี้ไปที่จางอู่หยางโดยตรงเเล้วพูด
“เเล้วอย่างไรงั้นหรือ? เเล้วตอนนี้คุณจางคิดว่าตนเองสามารถมาเเทรกการสนทนาของฉันที่เป็นคุณชายแห่งฮาร์ปี้ กับคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวได้หรือไม่? ในฐานะที่พวกเราเป็นคุณหนูและคุณชายผู้สืบทอดจากท่านอัศวินโดยตรง ตำแหน่ง “เจ้าเมือง” ของคุณจางนับเป็นอะไรได้ ถ้าไม่ได้กลายเป็นผู้สืบทอดเฉกเช่นพวกเรา เช่นนั้นคุณก็ไม่มีสิทธิ์!”
เห็นการยกตนเองข่มท่านของอีกฝ่าย จางอู่หยางก็เเค่นหัวเราะออกมา
“ไม่มีสิทธิ์หรือ? ฉันกลับคิดว่าคุณหนูเป็นเจ้านายเเบบนี้ยิ่งมีสิทธิ์มากกว่าอีกนะ ในฐานะผู้ติดตาม...การทำให้คุณหนูอยู่ห่างจากคนที่คุณหนูไม่ชอบก็ถือเป็นหน้าที่ของฉันเหมือนกัน”
ถูกตอกหน้าโดยตรงเช่นนี้ คุณชายแห่งฮาร์ปี้ก็เเค่นหัวเราะออกมา จางอู่หยางคนนี้อวดดีจริงๆ เขาไม่กลัวอะไรหรือเเท้จริงแล้วเขาเป็นคนโง่กันเเน่
หากบอกว่าอันซูหยวนไม่ชอบเขา เเล้วถ้าเขาบอกว่าจางอู่หยางโกหก จากนั้นก็ทำให้เป็นเรื่องใหญ่โดยการเข้าไปถามอันซูหยวนโดยตรงขึ้นมา ดูสิว่าเธอจะตอบอย่างไรได้อีก!
ในฐานะที่เธอเป็นคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาว มีอาณาเขตหงส์ขาวอยู่ด้านหลัง จะพูดหรือจะทำอะไรก็ต้องระมัดระวังอยู่เสมอ ดังนั้นย่อมไม่อาจพูดออกมาโดยตรงได้ว่า “ไม่ชอบ” คุณชายจากอาณาเขตฮาร์ปี้ เพราะนั่นหมายความว่าเธอจะตัดขาดความร่วมมือกันในอนาคตทั้งหมด เเละเปิดโอกาสให้อาณาเขตอื่นๆใช้เรื่องนี้มาต่อรองได้เลย
ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น...มีทางเดียวที่อันซูหยวนจะตอบได้ ก็คือการบอกว่าเธอไม่ได้ไม่ชอบเขา สุดท้ายเเล้วการที่ปฏิเสธนี้ก็จะส่งผลให้เขาเอาผิดจางอู่หยางที่โกหกได้ เรื่องนี้เขาจะต้องเดือดร้อนเเน่นอน
ทว่า...จางอู่หยางที่เเสดงสีหน้าเย้ยหยันเเละท้าทาย มันทำให้คุณชายแห่งฮาร์ปี้รู้สึกว่าเจ้าคนตรงหน้ากำลังใช้ความเจ้าเล่ห์กับตนเอง เขารู้ว่าอีกฝ่ายกำลังเดิมพันกับเขา คงอยากจะรู้ว่านิสัยของเขาจะเป็นเช่นไร...
“คุณจางอู่หยางช่าง....เด็ดขาดเสียจริง การกระทำของคุณผ่านการรับรองโดยคุณหนูอันเเล้วหรือไม่”
“เเล้วคุณชายคิดว่ายังไงล่ะ”
จางอู่หยางถามกลับ สองคนยังคงทำให้บรรยากาศการพบเจอกันครั้งเเรกนี้น่าอึดอัดมาก ทว่าผ่านไปไม่กี่นาทีนี้ ดูเหมือนทั้งคู่ก็เข้าใจนิสัยของกันเเละกันมากขึ้นเเล้ว!
“ฉันจะไปทางนั้นเสียหน่อย”
คุณชายห้าเเห่งอัศวินพันปีเห็นสองหนุ่มที่มีคุณหนูอันเป็นเป้าหมายไปอยู่รวมกัน เเล้วตนเองที่มีคุณหนูอันเป็นเป้าหมายด้วยกลับไม่ได้ไปอยู่ตรงนั้นเหมือนคนอื่นๆก็รู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง
ถ้านี่เป็นการเผชิญหน้ากันของคู่เเข่ง เช่นนั้นทำไมเขาไม่ไปร่วมวงด้วยเสียเลยล่ะ อีกอย่าง...เหมือนกับที่จางอู่หยางคิด ในความคิดของเขา...ถ้าคุณหนูอันเลือกจางอู่หยางนั่นเป็นคู่ครองก็คงจะดีกว่าเลือกเจ้าคุณชายแห่งฮาร์ปี้เป็นไหนๆ ดังนั้นก่อนที่จะต่อสู้กันเอง พวกเขาควรจะร่วมมือกันเพื่อสู้คนของฮาร์ปี้ก่อนสิ!!
เมื่อได้ยินคุณชายของตนเองกล่าวเช่นนั้น ผู้ติดตามก็เเทบจะผวาไปตามๆกัน ใครจะไปคิดว่าคุณชายของพวกเขาอยู่ดีไม่ว่าดี อยากจะพุ่งเข้าไปหาปัญหา
ที่สำคัญคือ...การจะจีบสตรีไม่ใช่การไปตีกับคนอื่น หากเเต่เป็นการเอาอกเอาใจสาวงามต่างหาก เเล้วทำไมคุณชายของเขาจึงคิดไม่ได้ กลับสนใจเรื่องจะไปสู้กับคนอื่น กลัวว่าจะเป็นลูกหลงบิดามารดาหรืออย่างไร!
“คุณชาย...” ผู้ติดตามอยากจะห้ามปราม เเต่เเน่นอนว่าเพียงพริบตาเดียว คุณชายของพวกเขาก็ปรากฏตัวอยู่ข้างๆจางอู่หยางผู้นั้นเสียเเล้ว
“เฮ้อ ....”
“ทำใจเถอะ ฉันเองก็หมดหวังกับคุณชายห้าของพวกเราเเล้วเหมือนกัน การที่เขาสามารถเป็นสหายกับคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวได้ บางทีอาจจะไม่ได้เเย่ก็ได้”
“ฮะ ฮะ ฮะ ก็คงจะต้องคิดเช่นนั้นเเล้ว ขอเเค่คุณชายของพวกเราไม่หาเรื่องวุ่นวายมาเพิ่มก็พอ...” สุดท้ายคนของอัศวินพันปีทำได้เเค่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก็นะ...พวกเขายังจะทำอะไรได้อีกหรือ?
สถานการณ์ทางด้านพวกบุรุษนั้นเป็นอย่างไรซูหยวนไม่ได้สนใจอีก เธอรู้ว่าประธานจางก้าวออกมาก็เพื่อช่วยเธอ คุณชายแห่งอัศวินฮาร์ปี้นั้นน่ารำคาญเกินไป ขนาดทะเลาะกันไปตั้งหลายครั้งเเล้วเเต่ใบหน้าของเขาก็ยังหนามาก
ไม่รู้ว่านี่เป็นการจงใจทำให้เธอหงุดหงิดด้วยหรือเปล่า เเต่ก็นั่นแหละ...ซูหยวนไม่สนใจเขาอีกต่อไป เธอมองเด็กสาวจากอัศวินเเกะทองคำที่กำลังส่งสายตาวิบวับมาให้เธอภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยของตน
“ยินดีต้อนรับ ถึงจะไม่คิดว่าวันนี้จะยังมีเเขกมาเพิ่มก็เถอะ”
“คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวกล่าวเหมือนว่าที่นี่เป็นบ้านของท่าน ทั้งๆที่ความจริงเเล้วที่นี่เป็นเขตพื้นที่ล่าของอัศวินราชินีเหมันต์...” คำเเรกที่เด็กสาวเอ่ยขึ้นมาก็เรียกรอยยิ้มจากซูหยวนได้เเล้ว
“นั่นสินะ ดูท่าว่าจะใช้คำพูดผิดไป..”
“หากจงใจจะขโมยเเล้วก็ต้องทำให้เเนบเนียนใช่หรือไม่?”
“ฮ่าๆ คุณหนูสามช่างเป็นคนหูตาไวเสียจริง”
ซูหยวนหยอกเย้าเด็กสาว เธอน่าจะสังเกตได้เเล้วว่าที่นี่เป็นเหมือนเขตปกครองของเธอ เพียงเเค่ใช้ชื่อของหมู่บ้านฮูลเเคระเป็นตัวเเทนก็เท่านั้น สองสาวสบตากันก่อนจะมีบรรยากาศเเห่งความสุขอบอวลไปทั่วบริเวณ ต่างกับบรรยากาศที่เเผ่ออกมาจากคุณหนูเเห่งอัศวินราชินีเหมันต์ที่ยิ่งปล่อยออร่าเกลียดชังออกมาเพิ่มมากขึ้น...
ทั้งสองลืมไปหรือเปล่าว่าบทสนทนานี้พูดขึ้นต่อหน้าของเธอ หรือว่าความจริงเเล้ว....เป็นการจงใจพูดมันออกมาให้เธอได้ยินอย่างนั้นหรือ?
ถึงกับพูดมันออกมาโดยตรงว่ามีเจตนาร้าย ต้องการขโมยทรัพยากรของอาณาเขตอัศวินราชินีเหมันต์ นี่เเทบจะเป็นการเหยียบหน้าของพวกเธอเลยด้วยซ้ำ ช่าง...เป็นพวกอวดดีไม่กลัวตายเสียจริง!
“คุณหนูสามแห่งอัศวินแกะทองคำ ท่านอัศวินเเจ้งมาในจดหมายเเล้ว อยากจะให้ท่านได้เปิดหูเปิดตาในพื้นที่ล่า ซึ่งบอกว่าท่านจะอยู่ที่นี่เป็นเวลาเพียง 3 วันเท่านั้น ดังนั้นเพื่อไม่ให้เห็นการเสียเวลา เช่นนั้น...เชิญคุณหนูทางด้านนี้ได้เลย พวกเราได้เตรียมสุดยอดฝีมือเอาไว้เเล้ว พวกเขาจะสามารถปกป้องท่านได้อย่างดีไม่ให้เกิดอันตรายใดๆเเน่นอน เชิญทางนี้เถอะ”
เสวี่ยจิงรู้สึกขัดหูขัดตาเมื่อเห็นทั้งสองอยู่ร่วมกัน อย่างไรก็ตาม...เธอรู้อยู่เเล้วว่าคุณหนูสามแห่งอัศวินแกะทองคำคงจะไม่ยอมตามตนเองไปเเน่
“ฉันจะตามคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวไป”
ด้วยนิสัยเย็นชาเเละเงียบขรึมของเธอ การตอบเเบบนี้ก็ถือว่าเป็นการให้เกียรติอีกฝ่ายมากเเล้ว เสวี่ยจิงมองดูเด็กสาวที่อายุยังน้อยตรงหน้าเเล้วก็ถอนหายใจออกมา
เด็กคนนี้เป็นที่รักของอัศวินเเกะทองคำมาก คนของเขตอัศวินเเกะทองคำนับถือเธอเเละดูเเลราวกับไข่ในหิน เเต่ความจริงเเล้วในสายตาของเสวี่ยจิง...กลับรู้สึกว่าคุณหนูสามคนนี้ก็เเค่เด็กมีปัญหาคนหนึ่ง เธอเหมือนกับคนเป็นโรคเสียด้วยซ้ำ เรียกว่าโรคเข้าสังคมไม่เป็นเช่นนี้ได้หรือไม่...
เเล้วก็ไม่รู้ว่าโชคร้ายอะไรไปติดใจหญิงสาวจากอาณาเขตอัศวินหงส์ขาวที่มาจากเขตมลพิษคนนี้ หรือเพิ่งได้พบเจออะไร “ต่ำๆ” ก็เลยติดใจกันล่ะ? สุดท้ายถูกล่อลวงให้ตามติดอีกฝ่ายเป็นเงา ช่างเสียดายของจริงๆ
…………………………………..