LNCrawler

บทที่ 573 ราเม็ง (อ่านฟรี 29 ก.ย. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 573 ราเม็ง (อ่านฟรี 29 ก.ย. 69)

บทที่ 573 ราเม็ง

 

หญิงสาวผมหยิกขมวดคิ้วเล็กน้อย ความรู้สึกด้านลบของเสวี่ยจิงมีมากเกินไป เเถมยังพุ่งเป้ามาที่ตนเองจนทำให้รู้สึกไม่ดีด้วย ซูหยวนเห็นเด็กสาวตัวเล็กรู้สึกเเย่เธอก็เรียกความสนใจของสาวน้อยกลับมาทันที

 

“ขอบคุณคุณหนูเสวี่ยจิงเเห่งอัศวินราชินีเหมันต์ที่ดูเเลเเขกเป็นอย่างดี ในเมื่อคุณหนูสามอยากจะมาดูการล่าของพวกเรา เช่นนั้นก็จะไม่ขอรบกวนคนของคุณหนูเสวี่ยจิงอีก .... คุณหนูสามเองมาตั้งเเต่เช้าคงยังจะไม่ได้กินอะไรกันใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นก็มากินข้าวกันก่อน เดี๋ยวถ้าออกพื้นที่ล่าเเล้ว พวกเราจะไม่ได้กลับมาที่นี่อีกจนกว่าจะถึงตอนเย็นเลย อ้อ เเล้วก็จะอยู่ที่นี่ 3 วันใช่ไหม? คืนนี้อยากจะลองดูพลุไฟด้วยกันไหม หรือจะออกไปข้างนอก”

 

“อยู่”

 

เด็กสาวตอบสั้นๆ ซูหยวนจึงเเตะบ่าของเธอเพื่อที่จะได้เดินไปด้วยกันข้างใน เสวี่ยจิงไม่ได้พูดอะไรอีก เธอบอกคุณหนูสามแห่งอัศวินแกะทองคำก็เเค่ตามมารยาทเท่านั้น ไหนเลยจะคาดหวังให้เธอตอบตกลง ในเมื่อเธอมาที่นี่ก็เพราะอันซูหยวนอยู่ที่นี่!!

 

อีกอย่าง การที่เธอได้เอ่ยปากถามออกไปเเล้ว ก็ถือเป็นการทำหน้าที่ของตนเอง หลังจากนี้ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็ยังโยนความผิดไปให้คนอื่นได้ อ้อ...ส่วนเรื่องที่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรือไม่ คงมีเเค่เธอเท่านั้นที่รู้...

 

เสวี่ยจิงยกยิ้มหยันอีกฝ่าย รักกันมากใช่หรือไม่? นับถือกันเป็นพี่เป็นน้องใช่หรือไม่? ถ้าอย่างนั้น...เธอจะคอยดูว่าหลังจากนี้จะยังรักกันอยู่อีกหรือเปล่า…

 

ทางด้านซูหยวน หลังจากที่พาเด็กสาวเข้ามาในห้องรับประทานอาหารเเล้ว เธอก็ให้คนยกอาหารมาตั้งโต๊ะทันที อาหารตรงหน้ามีหลากหลายมาก จัดเตรียมโดยพวกหนูขาวที่เอาออกมาจากฟาร์มของเธอ ทว่า...เรื่องนี้เธอยกความดีความชอบให้พวกฮูลเเคระ ทำให้ทุกคนเข้าใจว่าอาหารเหล่านี้เป็นของพวกฮูลเเคระที่ทำขึ้นมา

 

“สิ่งนี้คืออะไร”

 

เด็กสาวผมหญิงน่ารักชี้ไปยังอาหารตรงหน้า มันมีสีเหลืองอ่อนเเละมีเงาสะท้อนวิบวับดูเหมือนเป็นภาพวาดที่งดงาม ข้างในเป็นเส้นสีเหลืองขนาดเล็กกว่านิ้วมือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เเละนอกจากเส้นสีเหลืองก็ยังมีเนื้อเเละของสวยงามบางอย่างตกเเต่งอยู่ด้วย

 

ที่เธอชอบมากที่สุดก็คือเเผ่นกลมสีขาวเเละสีชมพูที่เหมือนจะม้วนอยู่ข้างในเเผ่นสีขาวนั้นอีกที โดยมองรวมๆเเล้วเหมือนกับดอกไม้ เเต่ก็เป็นดอกไม้ที่ไม่เคยเห็น สำหรับเธอเเล้ว....มันดูน่ารักมาก เเละทำให้หัวใจของคุณหนูแกะทองคำหวั่นไหวได้...

 

“สิ่งนี้เรียกว่าราเม็ง”

 

“ราเม็ง?”

 

“ใช่ เป็นอาหารคาวที่ได้ท้ังรสหวานเค็มมัน เเล้วก็ถ้าชอบรสจัดจ้านกว่านี้ก็สามารถเติมเครื่องปรุงเข้าไปได้”

 

“เเล้วนี่คืออะไร” สาวน้อยดูเหมือนว่าจะไม่ได้สนใจชื่อของอาหารถ้วยนี้มากนัก ที่เธอสนใจจริงๆก็คือเเผ่นสีขาวชมพูนั้นมากกว่า

 

“อ้อ สิ่งนี้ก็คือลูกชิ้นน่ะ เรียกว่านารุโตะมากิ ชอบหรือ?”

 

“....” เด็กสาวไม่ได้ตอบอะไร เพียงสบตากับซูหยวนปริบๆ ทำเอาคนอายุมากกว่าหัวเราะอย่างพอใจ

 

“เดี๋ยวก่อนกลับไปที่อาณาเขตให้ทวงเจ้านี่อีกครั้งนะ ฉันจะให้คนเตรียมเอาไว้ให้เยอะหน่อย”

 

“ขอบคุณ”

 

คุณหนูตัวเล็กตอบกลับรวดเร็วมาก เเค่คิดถึงเรื่องนี้ หากเธอเอามันไปเเจกจ่ายให้กับคนในครอบครัวได้ พวกเขาเองก็น่าจะชอบใจเหมือนๆกัน น่าจะทำให้ทุกคนยิ้มออกมาได้เหมือนกับเธอ...

 

ความน่ารักใจดีของหญิงสาวที่มีต่อครอบครัวเเละคนที่รักเธอนั้นช่างเหมาะสมเเล้วจริงๆที่จะได้รับความรักที่จริงใจกลับมา ซูหยวนมองท่าทางนั้นเเล้วก็ลองดูว่าจะมีอาหารอะไรที่รูปร่างน่ารักดูดีอีกบ้าง เผื่อว่าครั้งนี้จะเอาไปให้เพิ่มมากหน่อยเป็นเซอร์ไพรส์

 

คุณหนูแห่งอัศวินแกะทองคำไม่อยากกินอาหารที่มีรูปร่างน่ารักตรงหน้า เธออยากจะเก็บมันกลับไป แต่เมื่อซูหยวนบอกให้เธอลองกินเพราะจะมีให้ในภายหลัง เธอจึงได้เอามันเข้าปาก และตอนนั้นเองก็ได้ลิ้มรสชาติของขึ้นชื่อจากโลกก่อนที่แม้แต่ซูหยวนเองก็ยังชอบแล้ว

 

“เป็นยังไงบ้าง”

 

“อร่อย” เด็กสาวพยักหน้าหงึกหงัก ตาเป็นประกายในขณะที่มองซูหยวน ช่างเป็นภาพของสองพี่น้องที่รักใคร่กันเสียจริง

 

​ช่วงเวลาแห่งความสุขผ่านไปเร็วเสมอ หลังจากที่ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงบนโต๊ะอาหารเช้า ในที่สุดพวกเธอก็กินกันจนพอใจถึงได้ลุกขึ้นจากโต๊ะอาหาร ตอนนี้คนอื่นๆเตรียมพร้อมกันหมดแล้ว วันนี้ก็เป็นอีกวันที่คุณชายห้าจะไปล่าทรัพยากรร่วมกับซูหยวน ทว่าครั้งนี้นอกจากคุณชายห้าแล้ว ก็ยังมีคุณชายแห่งฮาร์ปี้และคุณหนูสามแห่งอัศวินแกะทองคำด้วย รวมเป็นคุณหนูคุณชายถึง 4 คนที่จะตามหลังซูหยวนไปแน่นอนว่าหนึ่งในนั้นก็คือเสวี่ยจิง

 

​ตั้งแต่เช้าตรู่ของวันนี้ เสวี่ยจิงค่อนข้างเงียบ หลังจากที่เตือนให้คุณหนูสามแยกตัวออกไปเพื่อดูพื้นที่ล่าพร้อมกับคนของตนเองแล้วถูกปฏิเสธ เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก กระทั่งไม่แม้แต่จะเข้ามาเกาะแกะคุณชายห้าด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะต้องการรักษาภาพลักษณ์ให้กับคุณชายผู้มาใหม่ได้เห็นหรือไม่ หากเธอพุ่งเป้าไปที่คุณชายห้ามากเกินไป ถึงเวลาจริงๆแล้วจะเข้าหาคุณชายแห่งฮาร์ปี้ก็คงเป็นเรื่องยาก

 

​ทั้งหมดนี้เป็นแค่การคาดการณ์ของซูหยวนเอง แต่หลังจากที่หญิงสาวสงบลงแบบนี้ ซูหยวนก็เป็นคนที่พอใจมากที่สุดแล้ว..

 

“พวกพิกซี่จะสร้างกับดักเอาไว้ในพื้นที่ของมัน เมื่อมีศัตรูเข้ามาก็จะกระตุ้นกับดักนั้นให้ทำงาน พวกมันมีทักษะในการสร้างกับดักมาก ดังนั้นต้องระวังให้ดีอย่าประมาทเด็ดขาด”

 

ซูหยวนเเนะนำคุณหนูสาม คนที่ตามอยู่ด้านหลังพยักหน้าเงียบๆตามประสา เเต่ยังตามติดซูหยวนไม่ห่าง เธอยังชะโงกหน้าออกไปมองตรงจุดบางจุดด้วย เห็นได้ชัดว่าคุณหนูสามผู้นี้สามารถเป็นตัวของตัวเองได้เมื่ออยู่กับซูหยวนจริงๆ

 

เเม้เเต่คุณชายห้าเเห่งอัศวินพันปีที่เคยคิดว่าคุณหนูสามแห่งแกะทองคำเป็นพวกเข้าถึงง่าย แต่หลังจากได้ดูทั้งสองอยู่ด้วยกันเเล้ว เขาก็รู้สึกว่าเธอไม่ได้เข้าถึงยากเย็นอะไร ก็เเค่คนอื่นไม่เข้าใจเธอก็เท่านั้น

 

“คุณหนูสามถอยออกมาหน่อยดีกว่า ให้คุณหนูอันล่าได้อย่างสบายๆหน่อย เดี๋ยวฉันจะคอยปกป้องไม่ให้ได้รับอันตรายเอง”

 

เขาถึงกับเสนอตัวออกมา ทำทีเป็นสุภาพบุรุษใจกว้าง ซึ่งความจริงเเล้วเขาก็เป็นสุภาพบุรุษจริงๆ ยิ่งเคยเห็นการโจมตีของซูหยวนมาก่อนหน้านี้ ก็ยิ่งรู้สึกว่าเธอคู่ควรกับการเป็นเทพสงครามลุยเดี่ยวไปสู้กับศัตรูข้างหน้า ขอเเค่อย่ามีใครมาถ่วงเเข้งถ่วงขาก็พอ..

 

อย่างไรก็ตาม คุณหนูสามที่เกะาอันซูหยวนตลอดเวลาย่อมไม่ยอมฟังคุณชายห้าอยู่เเล้ว วันนี้พี่สาวอันบอกว่าจะพาเธอมาฝึกฝน เเปลว่าพี่สาวเตรียมที่จะดูแลเธอแล้ว

 

หากพี่สาวบอกว่าจะล่าทรัพยากร เธอก็จะถอยกลับไปอยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัยเพื่อไม่ให้คนอื่นเป็นกังวล ดังนั้นสถานการณ์ตอนนี้ไม่ใช่อย่างที่คุณชายห้าคนนั้นคิด หญิงสาวรับรู้ว่าเขาหวังดีจริง เเทนที่จะเมินเฉยก็ยังตอบกลับไปหนึ่งประโยค

 

“ฉันจะอยู่กับคุณหนูอัน”

 

หากเป็นคนอื่นที่ได้ยินคงคิดว่าเด็กสาวคนนี้จากอัศวินแกะทองคำช่างเอาเเต่ใจเสียจริง คนอื่นพูดอ้อมๆให้เธอแล้ว กลับยังไม่เข้าใจ ยังจะตามติดพวกเขาไปอีก ทว่าคุณชายห้าเเละซูหยวนที่วางใจเป็นกลาง รู้ว่านี่เป็นนิสัยของเธอ และการที่ตอบกลับมาก็แปลว่าเธอให้ความสำคัญกับพวกเขาสองคนเเล้ว

 

“เเต่ว่า…”

 

“คุณชายห้า ไม่เป็นไรค่ะ วันนี้ฉันจะพาคุณหนูสามเดินเล่นไปรอบๆ ดังนั้นจะไม่เป็นอันตรายเกินไป” ซูหยวนอธิบายให้เขา ซึ่งหลังจากที่ได้ยินเช่นนี้ คุณชายห้าก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

 

“ถ้าคุณหนูว่าอย่างนั้นก็ต้องตามนั้น…”

 

สามคนพูดคุยกันเหมือนครอบครัวที่อบอุ่น จางอู่หยางเเยกตัวไปเเล้วเลยไม่ได้เห็นภาพนี้ ไม่เช่นนั้นที่เขาสงบใจไม่ให้อิจฉาคุณชายห้าคงจะถูกทำลายเเล้ว

 

ดีที่เขาไม่ได้เห็นฉากความสัมพันธ์ที่คลุมเครือ เเต่คุณชายแห่งฮาร์ปี้เห็นเเล้ว…เขารู้สึกว่าตอนนี้คู่เเข่งของตนเองมีมากเกินไป มองไปยังเสวี่ยจิงที่วางแผนจะลงมือวันนี้ก็คิดเล็กน้อย หญิงสาวจะลงมือ เช่นนั้น..เขาควรสมทบไปด้วยดีหรือไม่?

 

เหมือนกับครั้งก่อนที่คุณชายน้อยเคยจากคุณหนูแห่งอัศวินราชินีเหมันต์ไป ทว่าครั้งนี้…เขาควรทำให้หายไปสองคน หรือจะให้หายไปเพียงคนเดียวดีล่ะ

 

สีดำมืดที่เเผ่ออกมาจากทุกคนยิ่งผ่านไปก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น คุณหนูสามส่งสัญญาณให้ซูหยวน ด้วยพลังของเธอ เธอคิดว่ามีใครบางคนต้องการทำร้ายเธอและวางแผนลงมือเอาไว้เเล้ว ซูหยวนเเตะหลังเด็กสาวเบาๆ คนพวกนี้ติดตามมาด้วยก็ต้องระวังไว้อยู่เเล้ว ไม่มีพวกดีสักคน ดังนั้นมีเเผนชั่วร้ายก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

 

“สัมผัสได้ไหม” ซูหยวนถามเมื่อมาถึงทางเข้าเขตพิกซี่ ซึ่งเด็กสาวก็พยักหน้ารับ

 

“ดี จำความรู้สึกแบบนี้เอาไว้ ถ้าเป็นฉัน…ฉันจะใช้ธนูในการโจมตี ซึ่งได้ผลดีมาก เเละเมื่อพิกซี่เหมันต์ตาย กับดักก็จะไม่ทำงานอีก เว้นเสียเเต่จะมีพิกซี่ตนอื่นมาประจำจุดเดิม ระวังอย่าประมาทก็พอ เพราะกับดักที่เคลียร์ไปแล้วไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่ทำร้ายเราอีก”

 

“เข้าใจเเล้ว”

 

คุณหนูสามตอบรับอย่างว่าง่าย เธอไม่สามารถมองเห็นตำแหน่งศัตรูได้เหมือนซูหยวน แต่ก็สัมผัสถึงความรู้สึกผู้อื่นได้ กระทั่งสัตว์ร้ายทั้งหลาย หากมีจิตมุ่งร้ายมาที่ตนเองโดยตรงก็ยังมองเห็นสีได้เช่นกัน

 

คุณหนูสามดูตื่นเต้นมาก เเปลว่าก่อนหน้านี้คงจะไม่เคยเข้าพื้นที่ล่าเลยจริงๆ ซูหยวนยังแปลกใจว่าทำไมท่านอัศวินแกะทองคำที่ปกป้องบุตรีขนาดนี้ กลับส่งเธอมาต่างบ้านต่างเมือง เเล้วยังให้เข้าสู่พื้นที่ล่าอีก

 

ไม่ใช่ว่า...อีกฝ่ายจะไว้ใจเธอมากเกินไปหรอกใช่ไหม? ช่างเป็นคู่พ่อลูกที่ประหลาดเสียจริง...

 

“ลองดูให้ดีว่าชอบวิธีการต่อสู้ของฉันไหม ถ้าชอบก็ไปเรียนวิธีการโจมตีระยะไกลมา เเต่ถ้าไม่ชอบ...ก็มีวิธีจัดการพวกพิกซี่พวกนี้อีกมาก”

 

ซูหยวนยกคันธนูขึ้นมาก่อนจะโจมตีออกไปทันที เสียง “ฟิ้ว!” ดังขึ้น พร้อมกันนั้นพิกซี่ที่ซ่อนตัวอยู่มากกว่าสิบตนด้านหลังกับดักก็ร่วงตายทีละตน ไม่เหมือนกับการโจมตีก่อนหน้านี้ ครั้งนี้ซูหยวนโจมตีได้นุ่มนวลกว่ามาก

 

จุดประสงค์ก็เพราะอยากให้เด็กสาวมองเห็นว่าเธอโจมตีออกไปอย่างไร เเน่นอนว่าเเค่พลังงานที่มากของเธอก็เพียงพอจะให้เกิดความเร็วเช่นนี้เเล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะการยิงธนูระดับสูงเลยด้วยซ้ำ

 

​แผนการล่าของวันนี้ ซูหยวนจะแยกออกไปตรงบริเวณที่มีธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พวกพิกซี่ซ่อนตัวอยู่หนาแน่นที่สุด เทียบกับการต่อสู้กับพวกเสาไม้เหมันต์แล้ว ซูหยวนได้รับงานที่สบายกว่ามาก เพราะการโจมตีของพวกพิกซี่ไม่ได้มีอะไรเลย ขอแค่ระวังกับดักให้ดีก็สามารถทำให้ทุกคนปลอดภัยได้แล้ว

 

​อีกอย่าง เธอรับหน้าที่นี้มาก็เพราะมีผู้ติดตามมากมาย โดยเฉพาะคุณหนูสาม...ในเมื่อเธอต้องการเปิดหูเปิดตา บริเวณที่พวกพิกซี่ทำกับดักเอาไว้เป็นจำนวนมากนี่แหละที่จะทำให้ได้ฝึกฝนอย่างแท้จริง

 

“อยากลองดูไหม?”

 

“ลองดู ฉัน...ใช้ธนูไม่เป็น” คุณหนูสามตื่นเต้นตาเป็นประกาย แต่สุดท้ายก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เธอไม่เคยใช้ธนูมาก่อน ต่อให้ยากจะลองก็คงทำอะไรไม่ได้ ถึงอย่างนั้นซูหยวนกลับคลี่ยิ้มตอบกลับ ในเมื่อเธอชวนอีกฝ่ายให้ลองดูได้ เช่นนั้นก็ต้องมีวิธีอยู่แล้ว

 

“ไม่เป็นไร แค่ลองดูสนุกๆก็เท่านั้น”

 

“นั่น...ได้” เด็กสาวสบตากับซูหยวน จากนั้นก็แค่พยักหน้ารับ ถึงไม่รู้ว่าซูหยวนจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร แต่เธอก็แค่ต้องเชื่อใจหญิงสาวตรงหน้านี้ก็เท่านั้น

 

​แม้ว่าซูหยวนจะตัวเล็กมากเมื่อเทียบกับบุรุษทั้งหลาย หรือแม้แต่เสวี่ยจิงก็ยังตัวสูงกว่า ทว่า...เมื่ออยู่กับคุณหนูสามที่อายุน้อยกว่าแล้ว เธอกลับมีส่วนสูงมากกว่า 1 ฝ่ามือเลยทีเดียว

 

​เธอยื่นธนูให้คุณหนูสามก่อนจะจับแขนอีกฝ่ายเพื่อรั้งสายธนูออกมา แม้ว่าท่าทางในตอนแรกจะเก้ๆกังๆ แต่สุดท้ายก็สามารถตั้งท่าอย่างเหมาะสมได้ด้วยความช่วยเหลือของซูหยวน

 

“เล็งไปที่ตัวที่ใกล้ที่สุดก่อน แค่อยากให้สัมผัสความรู้สึกในการปล่อยสายธนู ถ้าชอบวิธีการต่อสู้แบบนี้ก็ค่อยไปเรียนรู้เพิ่มเติมเอาเอง”

 

“ได้” เด็กสาวตอบรับก่อนจะปล่อยสายธนูออกไป ด้วยการควบคุมพลังงานของอันซูหยวนที่ปล่อยไปพร้อมกับลูกธนูนั้น การโจมตีที่เรียบง่ายนี้จึงสามารถโจมตีพิกซี่ตนหนึ่งให้บาดเจ็บได้

 

“กรี๊ก!!!” เสียงกรีดร้องของพิกซี่ดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทำให้รู้ว่าการโจมตีนี้ประสบความสำเร็จ แม้จะไม่ได้ฆ่าพิกซี่ตนนั้นตายในครั้งเดียว แต่ก็สามารถสร้างบาดแผลได้มาก

 

​ซูหยวนไม่ใช่พวกที่ชอบทรมานเหยื่อ เมื่อพิกซี่ตนนั้นได้รับบาดเจ็บแล้ว เธอก็ใช้ธนูสำรองของตนเองยิงออกไปเพื่อซ้ำให้มันตกตายอย่างรวดเร็ว เห็นการกระทำของอันซูหยวนที่เฉียบขาดรวดเร็วเช่นนั้น คุณหนูสามก็ยิ่งตื่นเต้นมากกว่าเดิมอีก

 

 ………………………