บทที่ 574 สอนคุณหนูสามยิงธนู (อ่านฟรี 30 ก.ย. 69)
บทที่ 574 สอนคุณหนูสามยิงธนู (อ่านฟรี 30 ก.ย. 69)
บทที่ 574 สอนคุณหนูสามยิงธนู
“ฉันจะไปเรียนการยิงธนู” หลังจากที่คุณหนูสามได้ทดลองการใช้ธนูแล้ว เธอก็ยิ่งรู้สึกชอบมากขึ้นกว่าเดิม เพราะแบบนั้นจึงพูดกับซูหยวนอย่างจริงจั
“ชอบใช่ไหม”
“ชอบ” เห็นเด็กสาวตอบตามตรง ซูหยวนก็หัวเราะออกมา
“ถ้าอย่างนั้นระหว่างนี้ก็ลองโจมตีไปเรื่อยๆก็แล้วกัน ถือว่าเป็นการฝึกให้ชินมือ แล้วก็...เอานี่ไปสิ นี่เป็นธนูสำรองของฉันเอง ก่อนหน้านี้เคยใช้อยู่บ่อยๆ มันมีพลังแฝงเป็นธาตุเพลิงด้วย น้ำหนักของธนูนี้ค่อนข้างเบา คุณหนูสามก็น่าจะใช้งานได้ดีเลย” อันซูหยวนมอบของให้อย่างใจกว้าง
เด็กสาวรับธนูมาถือไว้ด้วยสายตาเป็นประกายตื่นเต้น นอกจากธนูแล้ว...อันซูหยวนยังให้ลูกธนูไปอีกกระบอกหนึ่งด้วย ในนั้นมี 50 ลูกศร หมายความว่าเด็กสาวมีโอกาสยิงเล่นถึง 50 ครั้งเลยทีเดียว
“ระวังว่าอย่าหันหน้าเข้าหาคนอื่นก็พอ”
“เข้าใจแล้ว”
สองสาวพูดคุยกันไม่กี่คำ หลังจากนั้นก็เป็นการสอนวิธีการใช้ธนูคร่าวๆต่อไป โดยวันนี้ทั้งวัน...ซูหยวนตั้งใจจะมอบให้คุณหนูสามอยู่แล้ว แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น...เธอก็ไม่ได้ทำงานโดยเสียเปล่า
เพราะเมื่อคุณหนูสามต้องการโจมตี เธอก็จะเว้นจังหวะไว้ให้ แต่ถ้าคุณหนูสามกำลังเตรียมพร้อม เช่น ตั้งแขน ใส่ลูกธนู หรืออื่นๆ ซูหยวนก็ยิงลูกศรออกไป พริบตาเดียวก็สังหารพวกพิกซี่ได้เป็นพันๆตัว ดังนั้นงานของพวกคนจากอัศวินพันปีจึงไม่ได้น้อยเลย ....
สองสาวง่วนอยู่กับการโจมตีข้างหน้า ความตื่นเต้นของคุณหนูสามนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ เเละนั่นก็คือโอกาสให้ใครบางคนได้ใช้มันเพื่อทำร้ายพวกเธอด้วยเช่นกัน
คุณหนูสามเข้าไปในเขตพื้นที่พวกพิกซี่เรื่อยๆ ดวงตาของเสวี่ยจิงมีประกายเย็นชาผ่านวูบหนึ่ง เธอส่งสัญญาณให้คนของตนเองลงมือ หลังจากที่พบว่าครึ่งวันทั้งสองคนเอาเเต่ยุ่งอยู่กับอาณาเขตของพิกซี่ ดังนั้น...เเทนที่จะต้องรอโอกาสอีกหลายวันหลังจากนี้ ก็ใช้ครั้งนี้นี่แหละลงมือได้เลย
พิกซี่ที่ถูกปล่อยออกจากกรงขังบินไปรวดเร็วมากในขณะที่ทุกคนไม่ทันได้สังเกต ทหารของเสวี่ยจิงจับพวกมันซ่อนไว้ในกรงขังพิเศษ รอเวลาที่คุณหนูจะเอาออกมาสั่งสอนเเขกที่ไม่รู้จักเชื่อฟัง
ด้วยสัญชาติญาณ หลังจากที่ถูกปล่อยเเล้ว มันก็รีบไปรวมกับกับดักของพวกพิกซี่ทันที เพราะพลังของพวกมันจะมีประสิทธิภาพมากที่สุดหลังจากอยู่กับกับดักพวกนี้ เเต่...เหมือนกับที่ซูหยวนเคยเตือนให้คุณหนูสามระวัง พวกเขาเดินผ่านกับดักจำนวนมากที่ถูกทำลายเนื่องจากไม่มีพิกซี่ประจำการอยู่เเล้ว กระนั้นเมื่อจู่ๆมีพิกซี่สองสามตัวถูกปล่อยออกมา นี่หมายความว่าอย่างไร? ก็หมายความว่าความปลอดภัยที่เคยมีมาก่อน ตอนนี้ไม่มีเเล้วอย่างไรล่ะ!!
“คุณหนูอัน ถ้าฉันอยากจะเพิ่มความเร็วในการยิงจะทำอย่างไรได้บ้าง ธนูนี้สามารถให้คนของเขตอัศวินพันปีปรับเเต่งได้หรือไม่?”
คุณหนูสามยังคงสนใจเเค่เรื่องการต่อสู้ข้างหน้าเท่านั้น เธอไม่เหมือนกับซูหยวนที่สัมผัสตำแหน่งของศัตรูได้ทั้งหมด ทว่า...คุณหนูสามสามารถมองเห็นสีของผู้ที่ไม่หวังดีเท่านั้น
เเต่...ข้างหลังเธอไม่ได้มีเเค่พิกซี่ที่ไม่หวังดี ทหารของเขตอัศวินราชินีเหมันต์ เเม้เเต่เสวี่ยจิงเองก็ยังปล่อยออร่าสีดำออกมา ดังนั้น...เธอก็ไม่ได้คิดว่าออร่าสีดำที่เพิ่มมาอีก 3 จุดเป็นออร่าของพิกซี่ ยังเข้าใจคิดว่ามันเป็นสีดำจากทหารของผู้อื่นอยู่เลย
หญิงสาวเดินไปข้างๆไม่ทันระวัง ตอนนั้นเองที่จู่ๆก็เข้าไปอยู่ในเขตเรียกใช้กับดักของพิกซี่สองตนเเล้ว ความเร็วในการใช้งานกับดักของพวกมันสูงมาก เเค่คุณหนูสามขยับตัวก็ทำให้พื้นน้ำเเข็งเเยกออกเป็น 2 ฝั่งเเล้ว ที่สำคัญที่สุดก็คือมันยังมีกระเเสน้ำเย็นไหลเชี่ยวอยู่ข้างล่างด้วย หากถูกพัดพาไป คงไม่มีทางรอดออกมาเเล้ว…
“คุณหนูสามระวัง!!”
คุณชายห้าอยู่ด้านหลังย่อมเห็นว่าพื้นที่ที่คุณหนูสามยืนอยู่นั้นจู่ๆก็เกิดบางอย่างผิดปกติขึ้น ทว่าน่าเสียดายที่ไม่ทันเสียเเล้ว เสียงร้องเบาๆของเด็กสาวดังขึ้นมา ก่อนที่ภาพที่ทุกคนเห็นจะเป็นร่างเล็กๆได้ร่วงหล่นลงไปช่องว่างของน้ำเเข็งเเล้ว
เเววตาตื่นตระหนกปรากฏให้ได้เห็น คุณหนูสามมองอันซูหยวนก่อนเป็นคนเเรก ไม่ใช่เเค่เพราะเธออยู่ใกล้ที่สุดเท่านั้น เเต่ยังเป็นเพราะความเชื่อใจต่อซูหยวนมีมากที่สุดด้วย คนตัวเล็กยื่นมือออกมา ซึ่งซูหยวนก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เธอใช้พลังงานที่ฝ่าเท้าเเล้วดันตนเองไปยังตำแหน่งของคุณหนูสามทันที
ตู้ม!!!
พริบตานั้นทั้งสองร่างก็ร่วงหล่นลงไป ในขณะที่แผ่นกับดักของเจ้าพิกซี่ก็ปิดดัง “ปัง!” ราวกับก่อนหน้านี้ไม่เคยมีการเเยกแผ่นดินให้เห็นมาก่อน
“รีบทำลายกับดักนี้เร็วเข้า! ไม่ว่ายังไงก็ต้องช่วยคุณหนูอันเเละคุณหนูสามให้ได้!”
คุณชายห้าตกใจมากที่สุดเเล้ว เพราะภาพที่ทั้งสองคนร่วงลงไปในกับดัก เขาได้เห็นมันกับตาของตนเองเลย
“ให้คนไปเเจ้งคนของเขตมลพิษทั้งหมด เรียกจางอู่หยางกลับมาที่นี่ด้วย”
เขาไม่ต้องคิดให้มากความเลยว่าจางอู่หยางกับตนเองอยู่ในสถานะ “คู่เเข่ง”กันหรือไม่ เพราะเขาเชื่อเหลือเกินว่าชายหนุ่มคู่เเข่งคนนั้นก็ต้องเป็นห่วงซูหยวนเหมือนกันกับตนเอง
ซึ่งทหารของเขาทำงานเร็วมาก พริบตาเดียวก็รีบมารวมตัวกันเพื่อจะทำลายกับดักนี้เเล้ว ส่วนพวกพิกซี่ที่เคยควบคุมกับดักนี้ก็ได้หนีหายเข้าไปข้างใน คนของคุณชายห้าไม่ได้มีความสามารถในการโจมตีระยะไกลได้เหมือนซูหยวน พวกเขาทำอะไรไม่ได้นอกจากป้องกันการกลับมาของพวกพิกซี่เท่านั้น เเต่จะให้ไล่ฆ่าพิกซี่ทั้งหมดคงเป็นไปไม่ได้
“เป็นเเบบนี้ก็ต้องเเย่เเล้ว คุณหนูสามเเห่งอัศวินแกะทองคำเชื่อมั่นในคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวมากเกินไป คุณหนูเเห่งอัศวินหงส์ขาวก็ประมาทมาก รู้ทั้งรู้ว่าคุณหนูสามแห่งอัศวินแกะทองคำไม่ได้มีทักษะในการโจมตีก็ยังพาเธอลุยเดี่ยวเข้ามาข้างใน เเบบนี้ก็เหมือนกับการพากันไปตายเลยไม่ใช่หรือ? เกิดเรื่องเเบบนี้เเล้ว ตกลงไปในกับดักเเบบนี้เเล้วจะรอดชีวิตได้หรือ?”
“พวกเราต้องรีบไปเเจ้งท่านอัศวินราชินีเหมันต์เเล้วเช่นกัน เกิดเรื่องเเบบนี้...ถ้าคนของอัศวินเเกะทองคำมาเอาเรื่องกับพวกเรา พวกเราก็จะได้ชี้เเจงว่าเเท้จริงแล้วใครเป็นคนทำให้เกิดเรื่องร้ายเเรงเช่นนี้”
“คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวทำเเบบนี้ได้อย่างไร เเม้ว่าเธอจะร่วงลงไปด้วย เเต่นั่นก็เพราะความประมาทของเธอเอง ทำไมจะต้องลากคุณหนูแห่งอัศวินเเกะทองคำลงไปด้วย”
“นี่เป็นความผิดของคุณหนูเเห่งอัศวินหงส์ขาวที่อวดดีเกินไป สมเเล้วที่มาจากเขตมลพิษ เเท้จริงแล้วไม่รู้เรื่องอะไรเลย เเต่กลับยังต้องการเเสดงความโอ้อวดขึ้นมา เเม้ว่าเธอจะทรงพลังมากก็จริง เเต่เเล้วอย่างไร? พื้นที่ล่าเป็นพื้นที่ที่สามารถเล่นสนุกได้หรือ?”
“เฮ้อ เธอควรจะฟังพวกเราแท้ๆ สิ่งที่พวกเราเตือนเป็นความจริงทั้งนั้น พื้นที่นี้เต็มไปด้วยปริศนา พวกเราเรียนรู้กับพวกมันมาหลายร้อยหลายพันปีก็ไม่อาจเข้าใจได้ทั้งหมด เเต่คุณหนูเเห่งอัศวินหงส์ขาวกลับดูเเคลน...เกิดเรื่องเเบบนี้ไม่น่าแปลกใจเลย ทว่า...ไม่คิดว่าคนที่เดือดร้อนจะมีคนอื่นอยู่ด้วย”
คำพูดของทหารเเห่งอัศวินราชินีเหมันต์ไม่รู้ว่าจงใจหรือไม่ ทว่าตั้งเเต่ประโยคเเรกจนถึงประโยคท้าย ดูก็รู้ว่าต้องการจะบอกว่านี่เป็นความผิดของอันซูหยวน
ไม่ใช่เเค่นั้น...เเต่ยังต้องการทำให้ประเด็นนี้ใหญ่โตขึ้นด้วยการเเจ้งไปถึงเหล่าอัศวินทั้งหลาย เเน่นอนว่าเรื่องที่ต้องเเจ้งก็ควรต้องเเจ้ง เเต่พวกเขาควรใส่ใจเรื่องความช่วยเหลือก่อนไม่ใช่หรือ? เหตุใดจึงรีบหาตัวคนผิดเเล้วโยนความผิดบาปนี้ให้ผู้อื่นกันเล่า!
“คนของอัศวินหงส์ขาวมาเเล้ว!”
ทหารของคุณชายห้าไม่สนใจพวกคนของอัศวินราชินีเหมันต์เลย พวกเขาต้องรีบช่วยคนขึ้นมาก่อน นอกจากนี้...พวกเขาเป็นคนพูดเองว่าจะปกป้องดูเเลความปลอดภัยให้คุณหนูทั้งสอง ในฐานะผู้ที่มีพลังปกป้องที่ดีที่สุด กลับปล่อยให้เด็กสาวสองคนได้รับอันตรายต่อหน้าต่อตา เเล้วเเบบนี้พวกเขาจะยังภาคภูมิใจกับความสามารถของตนเองได้อีกหรือ?
คุณชายห้าเองก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน สีหน้าของเขาตอนนี้ย่ำเเย่มาก กระทั่งใช้โล่ในมือของตนเองเพื่อทุบกับดักให้เปิดด้วยซ้ำ เมื่อจางอู่หยางปรากฏตัว ก็เห็นว่ามือของเขามีลอยเลือดอาบไปทั่วทั้งเเขนเเล้ว เเปลว่าเขาใช้พลังเเทบจะทั้งหมดของตนเองไปกับทุกๆการทุบกับดักให้เปิดออกอีกครั้ง!
“จางอู่หยาง! ช่วยคุณหนูอันและคุณหนูสามด้วย!” ไม่คิดจะรักษาภาพลักษณ์ของตนเองอีกต่อไป คุณชายห้าตะโกนออกมา น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความร้อนรน
จางอู่หยางสีหน้ามืดครึ้ม มองไปยังพื้นกับดักที่ขนาดเจอเเรงกระเเทกเเล้วก็ยังไม่เเตกออก เขาตรวจสอบเพียงครู่เดียวก็พูดออกมา
“ต่อให้ทำลายกับดักนี้ได้ ก็คงจะไม่เจอคนเเล้ว”
“อะไรนะ! แกหมายความว่ายังไง!”
คุณชายห้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคำพูดเเรกของจางอู่หยางจะเป็นคำพูดนี้ เขาคว้าคอของจางอู่หยางมาเขย่า อีกฝ่ายไม่ใช่ว่ารักคุณหนูอันมากหรือ? ไม่ใช่ว่าชอบเธอมากหรือ? เเล้ว...เรื่องเป็นขนาดนี้เเล้วก็ยังใจเย็นอยู่ได้ เเถมยังพูดเหมือนกับว่าพวกเธอจะตายเเล้วอีก นี่! นี่....หรือว่าเขาจะเชื่อใจคนผิดไป เเท้จริงแล้วมีเเค่เขาเท่านั้นที่ชอบอันซูหยวนจากใจจริง!!
“ท่านจางคนนี้พูดได้ถูกต้องเเล้ว”
ในตอนที่คุณชายห้ากำลังบ้าคลั่ง น้ำเสียงเย็นยะเยียบของคุณชายแห่งอัศวินฮาร์ปี้ก็เเทรกขึ้นมา เขาเองก็คิดเหมือนกับจางอู่หยาง กระเเสน้ำที่อยู่ใต้นั้นเชี่ยวเกินไป ถ้าคนร่วงลงไปเเล้ว เเม้จะยังไม่ตายก็ไม่มีทางต้านกระเเสน้ำนั้นได้ ดังนั้น...ถ้าจะต้องหา ก็ต้องไล่ตามกระเเสน้ำไป เเต่จะสุดที่ตรงไหนนั้นไม่มีใครรู้เลย...
“พวกแก! พวกแกพูดอะไร ทำไมจะไม่เจอ พวกเราเเค่ต้องรีบทำลายมันให้ได้ก่อน จากนั้น...”
“ไร้สาระ!”
จางอู่หยางปัดมือคนออกอย่างง่ายดาย เเสดงให้เห็นว่าเเรงของเขามีมากกว่าคุณชายห้ามาก หลังจากที่เป็นอิสระ จางอู่หยางที่หน้ามืดครึ้มก็ส่งสัญญาณให้คนของตนเองเข้ามาตรวจสอบ คนของสกุลจางมีความสามารถหลากหลาย เมื่อเขาเข้ามาก็พยายามตามหาคลื่นชีพจรที่อยู่ใกล้ๆ เเต่น่าเสียดายที่ไม่พบเลย...
เขาเงยหน้าขึ้นมาเเล้วส่ายหน้าให้เจ้านายของตนเอง สีหน้าของจางอู่หยางยิ่งมืดครึ้มมากกว่าเดิมเสียอีก
“ไม่มีทางเจอหรอก พวกแกไม่รู้หรือไงว่าที่นี่เป็นที่ไหน ไม่อย่างนั้นคุณชายน้อยของท่านอัศวินราชินีเหมันต์ของพวกเราคงไม่ร่วงลงไปเเล้วก็ยังตามหาตัวไม่เจอจนถึงตอนนี้หรอก”
“ใช่ ป่านนี้ก็คงตายไปเเล้ว จะเสียเวลาตามหาทำไม...อั่ก!!”
ไม่ปล่อยให้คนพูดพล่ามอีก คนของจางอู่หยางได้รับสัญญาณนี้ก็พุ่งเข้าไปจับตัวอีกฝ่ายมาทันที บีบคอของเขาเเน่นเเล้วลากมาที่เท้าของจางอู่หยาง
ชายหนุ่มมองด้วยสายตาเย็นชา ก่อนที่เท้าของเขาจะกระทืบไปที่หัวของคนที่ถูกจับ ไม่สนใจด้วยว่าทางนั้นจะยังสวมใส่ชุดทหารของอัศวินราชินีเหมันต์หรือไม่ เเค่การกระทืบเพียงครั้งเดียว หัวของอีกฝ่ายก็ระเบิดออกมาโดยตรง
“แก!! แกกล้าลงมือกับฉันงั้นหรอ!!”
“อย่าให้ฉันได้ยินใครพูดไร้สาระอีก ไม่อย่างนั้น...” ออร่าอันตรายถูกปล่อยออกมาท่วมท้น คนที่อยู่บริเวณนั้นเหมือนได้เห็นเงามืดขนาดใหญ่ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า ขอเเค่พวกเขาอ้าปากขึ้นมาก็สามารถถูกกระชากวิญญาณออกไปได้เเล้ว!!!
“คุณหนูเสวี่ยจิง เจ้านั่น...” ทหารที่อยู่ข้างกายของเสวี่ยจิงไม่อยากยอมรับ แต่ขาของพวกเขาก็สั่นเกินไป ดังนั้นจึงทำได้แค่หันไปหาเจ้านายที่อยู่ด้านหลังเท่านั้น
“ไม่ต้องไปยุ่งกับคนบ้า พวกเราจะเสียเปล่า”
เสวี่ยจิงมองดูการกระทำของจางอู่หยางที่อวดดีเหลือเกินด้วยสายตาเย็นชา ปล่อยให้พวกมันอวดดีไปก่อนเถอะ หลังจากนี้...เมื่ออัศวินเเกะทองคำรู้ว่าบุตรีที่รักเจอกับปัญหาเพราะใคร เช่นนั้น...พวกเขาจะต้องไปเอาเรื่องกับอัศวินเเห่งหงส์ขาวเเน่ดูสิว่าตอนนั้นพวกเขาจะยังเย่อหยิ่งเช่นนี้ได้ไหม
หลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น? หากอัศวินแกะทองคำมาเอาเรื่องที่อาณาเขต เธอเชื่อเหลือเกินว่าอัศวินหงส์ขาวย่อมไม่อยากจะเอาอาณาเขตของตนเองไปเสี่ยงด้วย
สุดท้ายทางออกก็คือการตัดอันซูหยวนออกไป บอกว่าพวกเขายังเป็น “คนของเขตมลพิษ” เเละทำให้คนที่จะเป็นศัตรูของอัศวินแกะทองคำก็จะกลายเป็นคนของเขตมลพิษเเทน
ดังนั้นต่อให้พวกเธอไม่ได้ลงมืออะไรกับคนเย่อหยิ่งคนนี้ เดี๋ยวสุดท้ายเเล้วอัศวินแกะทองคำก็จะลงมือเเทนเอง ตอนนี้พวกเธอเเค่อยู่นิ่งๆ รอพวกมันดิ้นรนกันต่อไป เเบบนี้ไม่สบายกว่าหรือ?
เห็นว่าคุณหนูของตนเองไม่สนใจพวกนั้นอีก ทหารจำนวนมากซึ่งเเต่เดิมก็กลัวตายอยู่เเล้วจึงได้สงบปากสงบคำเสียที
………………………………