LNCrawler

บทที่ 575 เรื่องในอดีต (อ่านฟรี 1 ต.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 575 เรื่องในอดีต (อ่านฟรี 1 ต.ค. 69)

บทที่ 575 เรื่องในอดีต

 

การลงมือที่เฉียบขาดเเละไม่สนใจอะไรของจางอู่หยางทำให้คุณชายแห่งอัศวินฮาร์ปี้นึกชอบเสียอย่างนั้น เดิมทีเเผนของเขาก็คือการให้คุณชายห้ากระโดดลงไปกับคุณหนูสามเสียเลย

 

ตัวเขารู้ว่าเสวี่ยจิงต้องการลงมือกับคุณหนูสามเพื่อโยนความผิดให้อันซูหยวน ส่วนคุณชายห้าเป็นเเผนของเขาเอง เพื่อให้อีกฝ่ายอยู่ในระยะเดียวกัน เขาจึงพยายามทำให้เจ้าคุณชายห้านี้อยู่ใกล้ที่สุด เเต่น่าเสียดายที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามเเผน อันซูหยวนกลับถอยออกมาอยู่ใกล้คุณหนูสาม เเละเวลาในการปิดประตูกับดักเร็วกว่าที่คิดเอาไว้ สุดท้ายทั้งสองคนก็ร่วงไปด้วยกัน

 

ตอนนี้...เขาก็สามารถคิดได้เลยว่าทั้งคู่น่าจะตายไปเเล้ว เเผนที่เขาจะกลายเป็นคนช่วยอาณาเขตอัศวินหงส์ขาวก็จบไป เเต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะล้มเลิกเเผนการของตนเองทั้งหมด

 

บางที...เป็นเเบบนี้เเล้วก็อาจจะดีกว่าก็ได้ อย่างเเรกคืออันซูหยวนจะไม่กลายเป็นของคนอื่น ไม่เป็นตัวเเปรให้อาณาเขตอื่นๆด้วย ถึงตัวเขาก็ไม่ได้เหมือนกัน เเต่ก็ยังมีวิธีอื่นในการได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้

 

ไม่ใช่ว่าตอนนี้จางอู่หยางและคนจากเขตมลพิษทั้งหมดกำลังอยู่ในสถานการณ์เป็นรองหรือ? เหมือนกับที่คุณหนูเสวี่ยจิงคิด ถ้าอัศวินแกะทองคำต้องการจะเอาเรื่อง อัศวินหงส์ขาวทำได้แค่ตัดใจจากเขตมลพิษเท่านั้น ตอนนี้คุณหนูของเธอก็ไม่อยู่แล้ว ทำไมยังจะต้องปกป้องคนของเขตมลพิษอีก

 

ดังนั้น...จางอู่หยางที่ตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายทำได้แค่ต้องกลับไปเขตมลพิษของตนเองเท่านั้น และทรัพยากรที่พวกเขาต้องการก็จะไม่ได้อีก ถึงตอนนั้นอาณาเขตฮาร์ปี้สามารถอ้าแขนต้อนรับคนของเขตมลพิษได้ แล้วจะแลกเปลี่ยนอะไรก็คงไม่ใช่ปัญหาแล้ว

 

ถึงจะเสียดายผู้หญิงแบบอันซูหยวน แต่เขาก็สามารถมองหาหนทางที่จะรับผลประโยชน์ใหม่ๆได้ เพราะแบบนั้นคุณชายฮาร์ปี้จึงยังไม่แสดงตัวออกมา เขาแค่ต้องรอให้ถึงจุดแตกหักของสองอาณาจักรก็เท่านั้น

 

ตั้งแต่ช่วงสายของวันจนถึงมืดค่ำ คนของอัศวินพันปี อัศวินหงส์ขาว และอัศวินแกะทองคำก็ช่วยกันตามหาไม่หยุด จางอู่หยางและพวกแยกย้ายกันไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว พวกเขาไล่ตามเส้นทางน้ำเชี่ยวไป โดยจะพยายามหาตำแหน่งที่เป็นจุดน้ำวน ซึ่งเชื่อว่ากระแสน้ำจะพัดตัวทั้งสองคุณหนูไปที่นั่น

 

คนอื่นๆไม่รู้ว่าจะติดตามพวกเขาไปได้อย่างไรจึงทำได้แค่ช่วยกันขุดกับดักอยู่ที่นี่ ซึ่งกับดักนั้นถูกทำลายไปตั้งแต่ 3 ชั่วโมงก่อนแล้ว กระนั้นก็เหมือนกับที่จางอู่หยางพูดออกมา ตรงบริเวณนั้นไม่มีคนอยู่เลย ดังนั้นที่พวกเขาทำได้ก็คือการขุดไปเรื่อยๆ พยายามหาในวงกว้างขึ้น เผื่อว่าจะได้เจอคุณหนูในสักที่หนึ่ง

 

“ยกเลิกการค้นหาได้แล้ว ที่นี่...คงไม่เจอคนอีกแล้ว”

 

คนของอัศวินแกะทองคำบอกกับทุกคน พวกเขาเองเลือกที่จะไม่พูดอะไรตั้งแต่ต้นจนกระทั่งตอนนี้ แม้จะส่งตัวแทนไปแจ้งต่อท่านอัศวิน และคาดว่าท่านอัศวินกำลังจะเดินทางมาที่นี่ด้วยตนเอง ทว่า...พวกเขาตามหามานานจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีวี่แวว ด้วยอากาศที่หนาวเหน็บถึงขนาดนี้ ถ้าคุณหนูของพวกเขาเปียกน้ำขึ้นมา ต่อให้รอดในตอนแรก เวลานี้ก็อาจจะไม่แล้ว...

 

“พวกเราจะไปรอท่านอัศวินแกะทองคำเพื่อดูว่าจะดำเนินการแผนต่อไปอย่างไร...” พวกเขาบอกกับคุณชายห้าและคนของอัศวินหงส์ขาวที่ยังพยายามขุดกันอย่างต่อเนื่อง

 

​ต่างฝ่ายต่างรู้ดีแก่ใจว่าต่อให้ขุดอย่างไรก็คงไม่พบ ซึ่งพอมีคนถอนตัวออกไป ทหารของอัศวินพันปี และอัศวินหงส์ขาวที่พยายามตั้งแต่ต้นจนจบก็เหมือนรู้สึกหมดแรงขึ้นมาด้วยแล้ว

 

“พวกเราก็ควรจะไปพักกันบ้าง...”

 

“อืม สั่งการให้ทหารทุกนายไปพักผ่อนได้เลย พรุ่งนี้เช้าค่อยมาที่นี่เพื่อหาร่องรอยต่อไป”

 

“คุณชายห้า แล้วท่าน...”

 

“ฉันจะอยู่ที่นี่ ลองขุดดูอีกสักหน่อย กลับไปก็คงจะนอนไม่หลับอยู่ดี” ชายหนุ่มที่มีดวงตาแดงก่ำกล่าวขึ้นมา เขาเอาแต่โทษตนเองตั้งแต่ต้นจนกระทั่งตอนนี้ ดังนั้นความคิดของเขาที่ฟุ้งซ่านจึงกำลังทำร้ายเขาอย่างหนัก

 

​คนของคุณชายห้าเห็นเขาเป็นแบบนี้ก็เกือบจะร้องไห้ออกมา นานๆทีที่คุณชายห้าจะมีเพื่อนที่ดีกับเขาบ้าง สุดท้ายไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น พวกเขารู้ดีว่าคุณชายห้าเองก็น่าจะทำใจแล้วว่าทั้งสองคนอาจจะไม่รอด แต่...เพราะรู้ว่าจะไม่รอด ดังนั้นตอนที่ทำเพื่อทั้งสองคนได้ ก็ควรจะทำให้ดีที่สุด อย่างน้อยก็ได้เอาร่างทั้งสองกลับไปที่อาณาเขต ทำพิธีให้สมเกียรติกับการเป็นคุณหนูผู้หนึ่ง ไม่ใช่ถูกทิ้งไว้นอกอาณาเขตเช่นนี้

 

​เผ่าพันปีของพวกเขามีความเชื่อว่าวิญญาณจะยังคงอยู่ต่อไป ก็เหมือนกับวิญญาณบรรพบุรุษที่ปกป้องอาณาเขตของพวกเขาอยู่ทุกวันนี้ หากวิญญาณของคุณหนูทั้งสองยังคงอยู่ แต่พวกเธอกลับไปที่อาณาเขตของตนเองไม่ได้ ต้องอยู่ในพื้นที่ล่าที่เต็มไปด้วยเลือดและการสังหาร ต่อให้ตายเป็นวิญญาณก็ยังไม่สงบสุขเลย

 

“ถ้าคุณชายไม่กลับ พวกเราเองก็ไม่กลับเช่นกัน มา! พวกเรามาขุดกันต่อ” คนของอัศวินพันปีพยักหน้าให้กัน พวกเขาได้รับผลประโยชน์จำนวนมากจากคุณหนูแห่งหงส์ขาว แม้จะเป็นช่วงเวลาอันสั้น แต่นี่ก็เพื่อตอบแทนเธอด้วย

 

​สุดท้าย ตอนนี้ก็มีคนของเผ่าอัศวินพันปีที่กำลังขุดหากันอย่างบ้าคลั่งแม้จะไม่มีความหวังแล้วก็ตาม ส่วนคนของอัศวินหงส์ขาวที่ตอนแรกยังลังเล แต่เมื่อมีข่าวส่งมาจากท่านอัศวินของพวกเขา ทุกคนก็รีบไปอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น เพื่อให้ท่านอัศวินหงส์ขาวเตรียมพร้อมรับมือทันที

 

​ความวุ่นวายในพื้นที่ล่านี้อยู่ในสายตาของอัศวินราชินีเหมันต์ทั้งหมด หลังจากที่เสวี่ยจิงนำข่าวเรื่องการสูญเสียคุณหนูทั้งสองมาแจ้ง ราชินีเหมันต์ก็ตระหนกเล็กน้อย ถึงอย่างไรทั้งสองก็เป็นแขกบ้านแขกเมืองที่มาพื้นที่ของตน แม้ว่านี่จะเป็นความประมาทของคุณหนูแห่งหงส์ขาว แต่...ใช่ว่าพวกเขาจะไม่มีความผิด

 

​ในฐานะเจ้าภาพ แม้แขกผู้มาเยือนจะดื้อรั้นอย่างไรก็ไม่ควรให้ผู้อื่นเดือดร้อนไปด้วย หากมีแค่อัศวินหงส์ขาวนั้นคงไม่เท่าไร คุณหนูอันคนนี้ได้รับการแต่งตั้งมาไม่นาน ความสัมพันธ์กับอัศวินหงส์ขาวก็ไม่ได้มากมายเท่าไรด้วย ไม่ต้องพูดถึงประชาชนในอาณาเขตเลย บางทีทุกคนอาจจะไม่ได้รู้จักเธอก็เป็นได้ ดังนั้น...ต่อให้คุณหนูผู้นี้จากไปก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรมากนัก ต่างกับคุณหนูแห่งอัศวินแกะทองคำ

 

​รายนั้นเป็นคนที่ประชาชนชื่นชมอย่างมาก รวมทั้งคนที่มีเชื้อสายของอัศวินแกะทองคำก็เช่นเดียวกัน ถึงเธอจะไม่ได้เป็นว่าที่ผู้นำอัศวินคนต่อไป แต่พลังที่เธอมีสามารถช่วยเหลือผู้ที่จะกลายมาเป็นอัศวินคนต่อไปได้มาก ดังนั้นจึงได้รับการวางตำแหน่งที่ปรึกษาระดับสูงไว้แล้ว

 

​การสูญเสียคุณหนูสามไปนั้นถือเป็นความเสียหายครั้งใหญ่ และจะกระทบกับความรู้สึก สายสัมพันธ์ระหว่างสองอาณาเขตแน่นอน

 

“เสวี่ยจิง บุตรีที่ฉันชื่นชมมากที่สุด มั่นใจใช่หรือไม่ว่าไม่ได้ลงมือกระทำการใดๆลับหลังฉัน”

 

​ราชินีเหมันต์เอ่ยถามอีกครั้ง เธอไม่เชื่อหรอกว่าสถานการณ์นี้จะเกิดขึ้นเองได้ ก็เหมือนกับในอดีต...เมื่อครั้งที่น้องชายของเธอต้องเสียไปในพื้นที่ล่าแห่งนี้

 

​อ่า เมื่อคิดถึงเรื่องนั้นแล้วราชินีเหมันต์อย่างเธอก็ทำได้แค่รู้สึกหดหู่ สาเหตุที่เธอโยนความผิดบาปทั้งหมดไปให้อัศวินหงส์ขาวก็ไม่ใช่อะไร แต่เป็นเพราะ....

 

​ย้อนกลับไปในเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ร่างเล็กๆของเด็กชายและเด็กสาวยืนคู่กัน ถึงแม้ว่าเด็กสาวจะมีอายุมากกว่า ทว่าด้วยความสามารถในการเติบโตของบุรุษกลับมีมากกว่า ทำให้น้องชายที่เกิดมาในภายหลังตัวสูงกว่าเด็กสาวไปมาก

 

​วันนี้ก็เหมือนกับทุกๆวัน สองพี่น้องเล่นด้วยกัน รักใคร่กลมเกลียวกันอย่างดี ทว่าที่พิเศษก็คือการที่อาณาเขตของพวกเธอได้ต้อนรับแขกจากอาณาเขตอัศวินหงส์ขาว ซึ่งที่นั่นก็มี “เพื่อน” ของเธออยู่ด้วย

 

​เพื่อนคนนี้มีอายุพอๆกัน ตอนที่เธอไปอาณาเขตอัศวินหงส์ขาว เพื่อนคนนี้ก็ได้พาเธอเที่ยวเล่นไปรอบๆ ตอนนั้นเธอมีความสุขมากจริงๆ เพราะฉะนั้นก็เลยอยากจะทำให้เพื่อนของตนเองมีความสุขด้วย

 

​เพื่อที่จะวางแผนให้ดีที่สุด หญิงสาวก็เอาความคิดของตนเองไปปรึกษากับน้องชาย สุดท้ายก็วางเอาไว้ว่าจะไปที่ไหนบ้างใน 2-3 วันที่เพื่อนของเธอยังอยู่ในอาณาเขต เดิมทีก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร จนกระทั่ง...เมื่อเพื่อนของเธอปรากฏตัว อีกฝ่ายในชุดขนนกงดงามยิ่ง และดูเหมือนจะยิ่งกว่า “ว่าที่ราชินีเหมันต์” เช่นเธอด้วย!!

 

​ดูเอาเถอะว่าน้องชายที่ควรจะหลงใหลไล่ตามเธอ เวลานี้กลับมองผู้หญิงอื่นเสียจนตาค้าง ดังนั้นตั้งแต่วันที่เห็นสายตาน้องชายเปลี่ยนไป เธอก็ตั้งใจแล้วว่าจะทำให้ผู้หญิงตรงหน้า “หายไป” ตลอดกาล

 

​กับดักที่พิกซี่เปิดใช้งานอย่างกะทันหันนั้น แท้จริงแล้วก็เป็นหนึ่งในแผนการของเธอเอง แต่ใครจะไปรู้ว่าน้องชายของเธอ แทนที่เขาจะหนีออกมา กลับพุ่งเข้าไปหาบุตรีของอัศวินหงส์ขาวแทน และก็ยังสามารถช่วยเหลืออีกฝ่ายได้สำเร็จ ส่วนตนเอง...ทาสรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ของเธอกลับเป็นฝ่ายที่ร่วงลงไปตายแทนเสียนี่!!

 

​ทั้งๆที่เธอวางแผนเอาไว้แล้วว่าจะให้น้องชายเป็นคนรับใช้ที่ซื่อสัตย์ต่อตนเองและทำงานให้เธอในอนาคต ด้วยความสามารถที่ค่อนข้างดีของเขาจะต้องกลายเป็นลูกมือที่ดีได้แน่ น่าเสียดาย!! น่าเสียดายจริงๆ!!

 

​ด้วยความรู้สึกโกรธนี้ เธอจึงเอาไปลงทั้งหมดกับคุณหนูของอัศวินหงส์ขาวในเวลานั้น และจนกระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่หายเจ็บใจ ทุกครั้งที่ได้ยินว่ามีโอกาสจะพบเจอบุคคลที่หายไป เธอก็หวนคิดถึงเรื่องในอดีตเสมอ แม้ว่าตอนนี้น้องชายโง่เขลาคนนั้นจะไม่จำเป็นอีก แต่เธอก็ไม่ได้ชอบความรู้สึกที่เคยพ่ายแพ้ต่ออัศวินหงส์ขาวเลย

 

​อาจจะเพราะรู้จักนิสัยของบุตรีดี และตนเองก็มีนิสัยคล้ายๆกัน ดังนั้นเธอจึงมั่นใจว่าเสวี่ยจิงของเธอจะต้องลงมือแน่ แต่เสวี่ยจิงไม่ปริปากยอมรับแม้เพียงคำเดียว เธอต้องการยืนกรานอย่างนั้นว่าตนเองไม่ได้ทำอะไร สุดท้ายถ้าเธอไม่พูด แล้วใครยังจะรู้ความจริงได้อีก!

 

“ในเมื่อยืนยันว่าไม่ได้ทำอะไร ดังนั้น...ฉันจะใช้โอกาสนี้เพื่อกระตุ้นให้อาณาเขตอัศวินหงส์ขาวและอัศวินแกะทองคำมีปัญหากัน จากนั้นจะเชื่อมความสัมพันธ์กับอัศวินฮาร์ปี้หรือไม่ก็อัศวินพันปี ระหว่างนี้ก็ให้ลองพิจารณามาว่าอยากจะแต่งออกไปหรืออยากจะแต่งบุรุษเข้ามา คิดให้ดีเพราะนี่กระทบกับการวางอำนาจอัศวินในอนาคตด้วย”

 

​ได้ยินมารดากล่าวเช่นนั้น เสวี่ยจิงก็ตาเป็นประกายทันที มารดาดูเหมือนจะเข้าใจตนเองเป็นที่สุด กระทั่งจะใช้โอกาสนี้เพื่อผลักดันให้เกิดความแตกแยก เป็นความคิดเดียวกันกับเธอเลย

 

​เมื่อเป็นแบบนี้ มารดาก็ไม่พูดถึง “ชายคนนั้น” ว่าอาจจะเป็นคนจากเขตมลพิษอีก นี่ก็เพราะว่าโอกาสที่เขาจะได้เข้ามาสู่เขตแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรามีน้อยมาก หลังจากที่มีความขัดแย้งของสองอัศวินเกิดขึ้น ต้นเหตุอย่างคนจากเขตมลพิษก็ไม่มีทางอยู่ดีได้ เพราะแบบนั้นเธอจึงสบายใจขึ้นมาก

 

“ท่านแม่...ฉันต้องการเป็นอัศวินคนต่อไป” คำพูดของเสวี่ยจิงชัดเจน มั่นใจ และมีอำนาจ ท่าทางสูงส่งของเธอแบบนั้นทำให้อัศวินราชินีเหมันต์พอใจ

 

“ดี ถ้าอย่างนั้นก็ทำได้แค่เลือกคนของอัศวินพันปีแล้ว คุณชายห้าผู้นี้ไม่เลว เริ่มพิชิตใจเขาเพียงหนึ่งเดียวได้เลย แล้วก็...ทำให้มั่นใจว่าเขาจะไม่โลภมากในอำนาจของลูก”

 

“เข้าใจแล้วค่ะท่านแม่” เสวี่ยจิงรับคำ ท่าทางมีความสุขอย่างมาก เธอเตรียมจะเดินออกไปข้างนอกอยู่แล้ว ทว่าอัศวินราชินีเหมันต์กลับรั้งเธอไว้เสียก่อน

 

“เสวี่ยจิง...”

 

“คะ? ท่านแม่” มองดูมารดาที่จู่ๆก็เรียกชื่อด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม เสวี่ยจิงก็ประหลาดใจเล็กน้อย เพราะในความคิดของเธอ...ดูเหมือนว่าไม่ต้องมีอะไรที่ต้องทำอีกแล้วนี่นา

 

“มั่นใจใช่ไหมว่าไม่มีใครรู้”

 

“.............”

 

“แล้วมั่นใจหรือไม่ว่าทั้งสองคนนั้นตายจริงๆ ถ้าไม่มั่นใจ...ส่งคนของเราไปทำให้มั่นใจซะว่าทั้งสองคนตายไปแล้วจริงๆ อย่าปล่อยไว้ให้เป็นที่สงสัยเหมือนที่มารดาเคยเป็น”

 

​คำแนะนำนี้ทำให้เสวี่ยจิงเข้าใจทันที เรื่องตัวตนของ “ท่านน้า” ที่หายตัวไป ทุกครั้งเมื่อมีข่าวลือว่าท่านน้ายังมีชีวิตอยู่ มารดาก็จะรีบให้คนไปตามหาทันที

 

​คนอื่นๆอาจจะคิดว่ามารดาต้องการเจอตัวน้องชายสุดที่รักมากที่สุด แต่เสวี่ยจิงกลับไม่คิดเช่นนั้น เพราะสิ่งที่มารดาต้องการจริงๆไม่ใช่ “คนที่ยังมีชีวิต” หากแต่เป็นร่างไร้วิญญาณต่างหาก

 

​น่าเสียดายที่จนกระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่เจอร่างของเขา แถมยังมีคนชอบเอาข่าวออกมาพูดอีก ไม่รู้ว่าเป็นการจงใจสร้างความสนใจ หรือเป็นการกลั่นแกล้งกันแน่

 

​เสวี่ยจิงมองมารดาอีกครั้งก่อนจะเอ่ยอย่างมั่นใจ

 

“ตอนนี้ยังไม่มั่นใจ เเต่ลูกจะทำให้มั่นใจให้ได้…”

 

“ดี ฉันไม่ต้องการให้มีอุปสรรคใดๆติดค้างในใจอีก แล้วก็เรื่องการตามหาท่านน้าเป็นอย่างไรบ้าง”

 

“ไม่เจอร่องรอยเลยค่ะ ลูกให้คนสืบจากพวกฮูลเเคระที่อยู่ในหมู่บ้าน เเม้พวกเขาจะไม่ต้องการสื่อสารด้วย เเต่ก็พบว่าพวกเขาไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นท่านน้าเลย”

 

เสวี่ยจิงอาศัยจังหวะที่พาคุณหนูสามเเละคุณชายฮาร์ปี้มาที่หมู่บ้านเพื่อเข้าไปตรวจสอบ เธอให้พวกฮูลเเคระมองดูรูปภาพที่วาดจนเหมือนท่านน้า ยื่นให้พวกเขาดู ปรากฏว่าฮูลเเคระทุกตนส่ายหัวกันทั้งนั้น เธอจึงอนุมานได้ว่าพวกมันไม่เคยมีใครพบท่านน้าเลยเเม้เเต่คนเดียว

 

อัศวินราชินีเหมันต์ได้ยินก็ถอนหายใจออกมา โชคดีที่ไม่เจอ ไม่อย่างนั้น…เธอคงต้องได้ลงมือกับน้องชายสุดที่รักเป็นครั้งที่สอง นี่ก็โทษใครไม่ได้ เพราะน้องชายของเธอเป็นคนเข้ามายุ่งเอง เขาน่าจะรู้ด้วยว่าเธออยู่เบื้องหลังในการลงมือก่อนหน้านี้ ดังนั้น….ถ้าเขารอดกลับมาเเล้วพูดเรื่องนี้ออกไป นั่นจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี เเละราชินีอย่างเธอก็ไม่อาจปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เเบบนั้นได้!!!

 

………………………………