บทที่ 577 การประชุมระหว่างอัศวินทั้ง 3 และคุณชายอีก 2 (อ่านฟรี 3 ต.ค. 69)
บทที่ 577 การประชุมระหว่างอัศวินทั้ง 3 และคุณชายอีก 2 (อ่านฟรี 3 ต.ค. 69)
บทที่ 577 การประชุมระหว่างอัศวินทั้ง 3 และคุณชายอีก 2
เมื่ออัศวินทั้งหลายมาหน้างาน ทหารที่เคยไม่ช่วยก็ต้องมาร่วมมือกัน ทหารของอัศวินพันปีอ่อนล้ามากแล้ว หลายคนยังได้รับบาดเจ็บด้วย ดังนั้นอัศวินแกะทองคำจึงสั่งให้พวกเขาไปรักษาตัว แถมยังให้ทหารของอาณาเขตตนเองเพิ่มพลังกาย หรือแม้แต่พลังการฟื้นฟูให้พวกเขาด้วย
ในที่สุดก็กินเวลาไปอีก 1 วันเต็มๆ โอกาสที่จะได้พบทั้งสองคนก็ยิ่งน้อยลงไปเรื่อยๆ ดังนั้นตอนนี้อัศวินราชินีเหมันต์ที่เคยกังวลในตอนแรกก็ผ่อนคลายลง
เดิมทีเธอคิดว่าอัศวินทั้งสองกำลังเล่นสนุกกับตนเอง พวกเขาอาจจะวางแผนอะไรบางอย่างไว้ก็เป็นได้ แต่เมื่อเห็นว่าทั้งคู่ก็ทำได้แค่นั่งรอที่นี่เหมือนพวกตน เพราะถ้าพวกเขารู้ตำแหน่งของเด็กๆว่าอยู่ที่ไหน แม้จะอยากจับผิดก็ไม่ควรล่าช้าเช่นนี้
ทว่าที่อัศวินราชินีเหมันต์ไม่รู้ก็คือ....สองสาวตอนนี้ไม่ได้ตกระกำลำบากเลย กลับกัน...พวกเธอเหมือนกำลังเที่ยวเล่นอยู่ในเมืองใต้น้ำแข็งด้วยซ้ำ
ฮูลแคระกำลังนำทางอยู่ข้างหน้า พาไปยังอุโมงค์ต่างๆที่ขุดเอาไว้เชื่อมถึงกัน ระหว่างทางได้เห็นธารน้ำแข็งมากมาย มีกระทั่งผลึกที่เอาไปทำเครื่องประดับได้ด้วย
คุณหนูสามเองก็ชื่นชอบมาก แม้เธอจะไม่ได้พูดอะไรมากนัก แต่เมื่อซูหยวนยกอะไรให้เธอ เธอก็รับไว้ทั้งหมด ดังนั้นเมื่อตอนที่คุณหนูสามไม่ได้สนใจ ซูหยวนจึงเอา “เครื่องประดับ” จำนวนหนึ่งออกมาจากมิติของตนเอง
อย่าลืมว่านอกจากอาหารแล้ว ฟาร์มของเธอก็คือผู้ผลิตที่ทำงานได้เก่งเสียยิ่งกว่าโรงงานผลิตเครื่องประดับเสียอีก แม้ว่าตอนนี้มันจะถูกทิ้งร้างไว้อย่างนั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีสต็อกสินค้าของพวกมันอยู่เลย
ดังนั้นเมื่อเธอเอากิ๊บติดผมออกมาให้กับคุณหนูสาม โดยเป็นกิ๊บรูปดวงดาว ก้อนเมฆ และอื่นๆ ปรากฏว่าคุณหนูสามชื่นชอบมาก เธอได้รับมันมา 10 ชิ้น ก็ประดับสับเปลี่ยนกันไปทุกๆสองชั่วโมงเลย เห็นได้ชัดว่าชอบมันมากขนาดไหน และกิ๊บพวกนี้ก็เข้ากันกับเธอมากจริงๆ
พร้อมๆกับการเล่นสนุก หนูทองลายขาวก็รายงานสถานการณ์ข้างนอกให้ฟังด้วย โดยอธิบายเกี่ยวกับการมาถึงของอัศวินทั้งหลาย ไม่พลาดแม้แต่การทำงานหนักของคุณชายห้า เมื่อได้ยินว่าเขาขุดดินจนมือช้ำเลือดช้ำหนอง คุณหนูสามที่ฟังอยู่ก็ขมวดคิ้วมุ่น
“คนโง่”
คำสั้นๆที่พึมพำออกมาทำให้ซูหยวนนึกสนใจ ถ้าคุณหนูสามผู้นี้ไม่สนใจอะไรเธอก็ย่อมไม่เสียเวลาที่จะคิดถึงมันด้วยซ้ำ แต่กับคุณชายห้า...คุณหนูสามกลับใส่ใจอีกฝ่ายจนหาคำพูดมาตำหนิได้ อ่า...ถึงจะไม่ใช่เรื่องดีนัก กระนั้นซูหยวนก็รู้สึกว่าในใจของเด็กคนนี้มีบางอย่างซ่อนอยู่สินะ
“เขาจริงใจขนาดนี้ กลับไปพวกเราก็ควรจะตอบแทนให้ดีหน่อย ช่วยเตรียมยาดีๆและผลึกเพิ่มพลังชีวิตเอาไว้ให้มากหน่อยด้วย ฉันจะเอาไปตอบแทนน้ำใจของเขา”
“จี๊ด! เข้าใจแล้ว”
“แล้วทางอัศวินฮาร์ปี้ไม่เคลื่อนไหวอะไรเลยหรือ?”
ซูหยวนประหลาดใจอยู่บ้าง เห็นได้ชัดว่าการเคลื่อนไหวของคุณชายฮาร์ปี้ก่อนหน้านี้มีแผนการ ถึงจะไม่มั่นใจว่าเจตนาของเขาคือต้องการทำร้ายเธอหรือคนอื่น แต่ซูหยวนก็ยังอยากเห็นว่าเขาจะเคลื่อนไหวอย่างไร หนูทองลายขาวคิดเล็กน้อย มันไม่ได้เห็นการเคลื่อนไหวอะไรมากนัก แต่ก็ยังมีจุดเล็กๆที่น่าสงสัยเช่นกัน
“จี๊ด...ช่วงนี้คุณชายแห่งฮาร์ปี้เหมือนจะเร่งติดต่อกับคนของตนเองอยู่ พวกเขาเตรียมให้เปิดทางเชื่อมต่ออาณาเขตต่างๆไว้ ซื้อตัวคนที่เฝ้าประตูจำนวนมากด้วย แต่ไม่รู้ว่านั่นเป็นการเคลื่อนไหวสำหรับอาณาเขตของพวกเขาเท่านั้น หรือเป็นการเคลื่อนไหวที่เกี่ยวกับเรื่องนี้”
“ติดสินบนผู้คุมประตูเมืองต่างๆงั้นหรือ...” ซูหยวนทบทวนเล็กน้อย ในใจของเธอมีการคาดการณ์หนึ่งขึ้นมาทันที
“อาจจะเพราะพี่สาวไม่เล่นด้วย ก็เลยคิดกำจัดพี่สาวแล้วทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างเขตมลพิษกับอาณาเขตของพวกเรา” ไม่จำเป็นต้องพูดทั้งหมด เพราะสุดท้ายแล้วซูหยวนก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน
การประสานงานกับผู้เฝ้าประตูเมืองเพื่อช่วยคนหลบหนี อาจจะเพราะอยากจะดึงดูดจางอู่หยางและคนจากเขตมลพิษให้ไปหาตนเองหรือไม่ แต่มันน่าประหลาดใจเกินไป...
ซูหยวนไม่คิดว่าคุณชายฮาร์ปี้จะเชื่อว่าการดึงดูดเธอยากกว่าการดึงดูดจางอู่หยาง เพราะสุดท้ายแล้วเขาควรจะได้รับข้อมูลประธานองค์กรนักล่าสกุลจางนี้มาจากคนของกลุ่มดวงตามารอยู่แล้ว ไม่มีทางเลยที่เขาจะหลอกล่ออีกฝ่ายได้
นอกจากนี้...การเชื่อมความสัมพันธ์ผ่านการ “แต่งงาน” เป็นอะไรที่ง่ายสำหรับควบคุมยิ่งกว่าการเป็น “พันธมิตร” กัน ด้วยนิสัยของคุณชายฮาร์ปี้ เธอไม่คิดว่าเขาจะแค่ต้องการ “ร่วมมือ” ด้วยดีๆ แต่เป็นพวกที่ชอบบงการทุกอย่าง เอาแต่ใจ และคิดว่าทุกคนที่มาอยู่ในมือจะต้องทำตามคำสั่งตนเองเท่านั้น!!
นี่...คล้ายว่ามีเรื่องผิดพลาดบางอย่างเกิดขึ้นระหว่างทางจนทำให้เขาต้องเปลี่ยนแผนอย่างกะทันหันอย่างไรอย่างนั้น ซึ่งความคิดนี้ของซูหยวนถูกต้องจริงๆ สุดท้ายแผนที่ต้องการกำจัดคุณชายห้าออกไป กลับทำให้ซูหยวนถูกจัดการแทน คุณชายฮาร์ปี้ทำอะไรไม่ได้นอกจากเปลี่ยนแผน
ดังนั้นนอกจากจะหาลู่ทางหลบหนี ลอบเข้าเมืองเอาไว้แล้ว เขาก็ยังพยายาม “ใส่ไฟ” ให้ทหารของอาณาเขตต่างๆไม่พอใจอีกด้วย
ไม่ใช่แค่นั้น ในเมืองของอัศวินแกะทองคำ ตอนนี้ชาวบ้านระดับล่างค่อยๆรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ของคุณหนูตนเอง และรู้ว่านี่เป็นความผิดของคุณหนูจากอัศวินหงส์ขาว
คำพูดหนึ่งคำส่งต่อออกไป เปลี่ยนไปเรื่อยๆ จากตอนแรกที่เป็นการไม่ตั้งใจ ความเอาแต่ใจ ความประมาท จนตอนนี้แทบจะกลายเป็นเจตนาล่อลวงไปสังหารแล้วตนเองได้รับความเดือดร้อนไปด้วย หรือจะเป็นการ “ผลัก” ลงกับดักเลยก็มี
ดังนั้นความไม่พอใจของพวกชาวเมืองที่ชอบคุณหนูสามของตนเองมากก็เริ่มค่อยๆมีกลิ่นขึ้นมาแล้ว บางเมืองมีการรวมตัวกันเพื่อประท้วงขอความจริงกับทางการ บางเมืองก็เริ่มมีคนที่ออกมาแสดงความไม่พอใจต่ออาณาเขตอัศวินหงส์ขาว กดดันให้ส่งเรื่องไปถึงท่านอัศวินโดยตรง
การก่อความวุ่นวายเช่นนี้ แม้ว่าอัศวินแกะทองคำจะรู้เรื่องแล้วแต่ก็ไม่ได้ทำอะไร ที่จริงต้องบอกว่าเขาเองก็ต้องการใช้โอกาสนี้เพื่อ “ดู” ว่าใครเป็นคนของใครบ้าง เจ้าหน้าที่คนไหนที่อยู่เบื้องหลังการปล่อยข่าวและช่วยกระตุ้นชาวเมือง ต่อไปก็จะถูก “จับตาดู” อย่างใกล้ชิดเช่นกัน
แน่นอนว่าที่อาณาเขตอัศวินหงส์ขาวสถานการณ์รุนแรงยิ่งกว่า ก่อนหน้านี้มีกระแสต่อต้านคนจากเขตมลพิษอยู่ก่อนแล้ว พวกเขาส่วนใหญ่ดูแคลนพวกที่มาจากข้างนอกว่าเป็นพวกสกปรก
แม้จะได้รับการประชาสัมพันธ์มากขึ้นจากการที่คุณหนูคนใหม่ได้ช่วยชีวิตท่านอัศวิน ช่วยคุณชายสี่คลี่คลายคดีจำนวนมาก แต่ด้วยอิทธิพลของพวกขุนนางที่อยู่กระจายออกไป พวกเขาไม่ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้แม้แต่น้อย ดังนั้นย่อมใช้โอกาสนี้เพื่อกระตุ้นกระแสต่อต้านคนจากเขตมลพิษมากขึ้น
เวลานี้ลามไปถึงเมืองที่จางอู่หยางปกครองอยู่ ทำเอาเมืองจำนวนมากประกาศว่าจะไม่ขายของให้เมืองที่จางอู่หยางปกครองจนกว่าจะมีการเปลี่ยนเจ้าเมือง ดังนั้น...คนในเมืองนี้จึงค่อนข้างกังวลมาก
ผู้ที่สมัครเข้ามาเป็นคนในตระกูลของจางอู่หยางหลายคนต้องการถอนตัว แต่เป็นเรื่องน่าประหลาดที่คนจากองค์กรเตรียมตั้งโต๊ะรอพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว รายชื่อที่ถอนตัวออกไปพวกนี้ ไม่ว่าอนาคตจะมีเรื่องอะไรดีๆ พวกเขาก็จะไม่ได้รับส่วนแบ่งใดๆเลย
ในขณะเดียวกัน...ผู้ที่ยังอยู่และซาบซึ้งใจกับบุญคุณที่พวกเขาเคยช่วยชีวิตให้ข้าวให้น้ำ คนพวกนี้ต่อไปจะกลายเป็นคนมีอำนาจในที่สุด ถึงตอนนั้นจะมีใครเสียใจก็คงไม่ทันแล้ว
เมื่อสถานการณ์บีบคั้นรุนแรง การเปิดประชุมจึงเลี่ยงไม่ได้ ในเมื่อพวกเขาอยู่รวมกันที่อาณาเขตอัศวินราชินีเหมันต์อยู่แล้ว ดังนั้นอัศวินราชินีเหมันต์จึงรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการเรื่องนี้ให้
การประชุมระหว่างอัศวินทั้ง 3 และคุณชายอีก 2 คนซึ่งเป็นตัวแทนในการประชุมนี้ได้เริ่มต้นขึ้นด้วยความเงียบงัน หลายคนรู้เรื่องที่เกิดขึ้นในอาณาเขตของตนเองแล้ว และที่พวกเขาไม่พูดอะไรก็แค่เพราะต้องการลองเชิงคนอื่นๆเท่านั้น
“ทุกท่านคงมีเรื่องอยู่ในใจมากมายที่ต้องการพูดออกมา แต่อาจจะยังไม่รู้ว่าต้องเริ่มจากตรงไหน ฉันในฐานะที่เป็นเจ้าของอาณาเขตแห่งนี้และเป็นเจ้าของพื้นที่ล่า จะขอดำเนินรายการไปตามนี้ก็แล้วกัน...” อัศวินราชินีเหมันต์ในวันนี้แต่งตัวเต็มยศ ท่าทางของเธอเหมือนกับเป็นผู้นำของอัศวินคนอื่นๆเสียด้วยซ้ำ
เมื่อพวกขุนนางและทหารเห็นแบบนี้ ก็รู้สึกชื่นชมอัศวินของตนเองและภาคภูมิใจอย่างมาก เมื่อหัวของพวกเขาอยู่สูงกว่าหัวของผู้อื่น เช่นนั้นตนเองก็ควรจะอยู่สูงกว่าด้วยไม่ใช่หรือ? ความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่นี้ทำให้ทุกคนรู้สึกดีมากจริงๆ
“เริ่มจากการรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเราพบว่าคุณหนูอันแห่งอัศวินหงส์ขาวได้กระทำโดยประมาทจนทำให้คุณหนูสามแห่งอัศวินแกะทองคำได้รับความเดือดร้อนไปด้วย ไม่ทราบว่าความเสียหายนี้...อัศวินหงส์ขาวเตรียมที่จะรับผิดชอบอย่างไรบ้างหรือ?”
คนมองไปยังคู่อริตลอดกาลของตนเอง สีหน้าเย่อหยิ่งเย็นชาเหมือนตอนกำลังซักถามลูกน้อง อัศวินหงส์ขาวแค่นหัวเราะออกมาหนึ่งคำก่อนจะตอบ
“พวกเราจะรับผิดชอบอย่างสุดความสามารถแน่นอน แต่...ใครเป็นคนสรุปว่าทั้งหมดเป็นความผิดของบุตรีของฉัน? หลักฐานใดที่จะนำมาแสดง หรือว่า...แค่เพราะอัศวินราชินีเหมันต์ที่เป็นเจ้าของพื้นที่ล่าต้องการให้ผู้อื่นผิด เช่นนั้นก็ต้องเป็นคนผิด”
“อัศวินหงส์ขาวพูดแบบนี้หมายความว่าจะไม่รับผิดชอบใดๆหรือ? เช่นนั้นท่านอัศวินแกะทองคำมีความเห็นอย่างไรบ้าง”
เหมือนไม่ได้ยินคำพูดของอัศวินหงส์ขาวเลย อัศวินราชินีเหมันต์หันไปมองคนอื่นอย่างให้เกียรติ มองข้ามอัศวินหงส์ขาวโดยสิ้นเชิงเช่นนี้ทำเอาคนของเธอสะใจกันมาก
ต้องแบบนี้สิ! อัศวินหงส์ขาวนับเป็นตัวอะไรได้ ควบคุมลูกสาวของตนเองก็ยังไม่ได้ด้วยซ้ำ วันนี้มานั่งที่นี่ก็แค่เพราะโชคดีได้รับแต่งตั้งเป็นอัศวินเท่านั้นแหละ
เมื่อก่อนเคยทำให้คุณชายของพวกเขาเจอกับอันตราย ตอนนี้ก็ยังทำเหมือนเดิม โดยการส่งบุตรีบุญธรรมเข้ามาก่อกวนในพื้นที่ แบบนี้เรียกว่าเชื้อไม่ทิ้งแถวใช่หรือไม่? คนแบบไหนก็แต่งตั้งคนแบบนั้นขึ้นมา ช่างเป็นอาณาเขตที่น่าสมเพชเสียจริง!
อัศวินแกะทองคำเห็นแบบนั้นก็ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เขามองไปยังอัศวินหงส์ขาวที่ถูกทำลายใบหน้าในเวลานี้ และการแสดงออกของขุนนางของอัศวินราชินีเหมันต์ อยากรู้จริงๆว่าถ้าไพ่ลับในมือของอัศวินหงส์ขาวเปิดออกมาแล้ว คนพวกนี้จะยังทำท่าทางเช่นนี้ได้หรือไม่ หรือว่า...พวกเขาอาจจะตกใจจนช็อกตายไปเลย?
“เหมือนกับที่อัศวินหงส์ขาวพูดมา คุณหนูทั้งสองร่วงลงไปถือเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครอยากจะให้เกิดขึ้น แต่สำหรับผู้ที่มีความผิดทั้งหมด...แท้จริงแล้วฉันกลับคิดว่าเป็นทหารของท่านมากกว่านะ ท่านอัศวินราชินีเหมันต์”
เดิมทีอัศวินราชินีเหมันต์ไม่ได้คิดว่าทั้งสองอัศวินจะยังคงรักษาความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันได้แม้บุตรีที่รักจะถูกคนอื่นลากไปตาย แต่ก็ไม่ใช่ว่าเธอไม่ได้เตรียมแผนการเอาไว้หากเรื่องออกมาเป็นเช่นนี้
ตลอดที่ผ่านมา เธอพยายามดันตนเองออกมาจากวงผู้รับผิดชอบนี้ ให้คนของตนเองอยู่เหนือปัญหาทั้งปวง แต่สุดท้ายก็ยังไม่รอดพ้นจากสายตาของอัศวินแกะทองคำอยู่ดี แต่เพราะรู้ว่าเขาเป็นคนอย่างไร เธอจึงเตรียมตัวไว้อยู่ก่อนแล้ว
“ใช่แล้ว ทางพวกเราที่ผิดพลาดในการทำหน้าที่ ไม่อาจป้องกันหรือบังคับไม่ให้คุณหนูทั้งสองไปข้างหน้าได้ก็มีความผิดเหมือนกัน ดังนั้นพวกเราจะชดเชยให้กับท่านอัศวินแกะทองคำด้วยผลผลิตจากเขตพื้นที่ล่านี้ตลอด 1 ปี แน่นอนว่าถ้าอัศวินแกะทองคำอยากจะส่งคนมาที่นี่เพื่อล่าทรัพยากรก็เองก็สามารถทำได้เช่นกัน เรื่องนี้หวังว่าจะเป็นการชดเชยได้อย่างเหมาะสม ท่านอัศวินแกะทองคำพอใจหรือไม่?”
ในความคิดของอัศวินราชินีเหมันต์ ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความผิดของอาณาเขตตนเองเสียหน่อย การที่เสียทรัพยากรเพื่อชดเชยความรับผิดชอบนี้ตลอด 1 ปีก็ถือว่าเหมาะสมแล้ว ส่วนอัศวินหงส์ขาวที่เธอไม่พูดถึงนั้น...เธอย่อมไม่ได้ลืมอีกฝ่าย
“ส่วนท่านอัศวินหงส์ขาว เพราะเรื่องนี้คุณหนูของท่านไม่ชอบฟังคำเตือนแล้วยังใช้อำนาจของตนเองมาข่มขู่คนของเราตั้งแต่ที่มาถึงครั้งแรก การที่คุณหนูใช้สัตว์ร้ายของตนเองเพื่อทำลายพื้นที่ล่าย่อมต้องมีความผิด พวกเราขอเรียกร้องให้อัศวินหงส์ขาวแสดงความรับผิดชอบนี้ด้วย”
ไม่เพียงแค่ไม่รู้สึกว่านี่เป็นความผิดของตนเอง กลับยังรู้สึกว่าทางนั้นจะต้องชดเชยให้ด้วยซ้ำ! เห็นการแสดงออกสองมาตรฐานของอีกฝ่าย อัศวินหงส์ขาวก็ทนต่อไปไม่ได้อีกแล้ว เธอถึงกับหัวเราะออกมาด้วยความโกรธ
“คำตอบแรกก็ตอบไม่ได้ ตอนนี้ยังจะโยนความผิดให้ผู้อื่นอีกด้วย ช่างเป็นการตัดสินใจที่ดีเสียจริง เอาล่ะ...ในเมื่ออัศวินราชินีเหมันต์ต้องการเปิดเผยเรื่องทั้งหมดเช่นนี้ พวกเราเองก็จะร่วมสนับสนุนด้วยเช่นกัน”
“การเรียกร้องค่าชดเชยอะไรนั่น ยังไม่แน่ว่าใครที่จะต้องจ่าย พวกเราอัศวินหงส์ขาวอดทนมานานแล้วต่อความอยุติธรรมที่เคยได้รับ ก่อนหน้านี้ฉันรู้สึกผิดที่ได้รับความช่วยเหลือโดยคุณชายของพวกคุณ ดังนั้นจึงอดทนและพยายามไม่โต้แย้งอะไรแม้จะถูกเอาเปรียบมาตลอด แต่...ในเมื่อวันนี้บุตรีของฉันก็ถูกกระทำในรูปแบบที่ไม่ต่างกัน เช่นนั้นฉันก็จะไม่อดทนอีกต่อไป”
“ทำไมพวกเราไม่มาเริ่มพูดตั้งแต่ “ต้นเหตุ” ของการสูญเสียครั้งนั้นกันเลยล่ะ ที่บอกว่านี่เป็นความประมาทของพวกเรา แถมยังชี้เป้ามาที่ฉันซึ่งเป็นแค่ผู้มาเยือนเท่านั้นว่าเป็นคนประมาทที่สุดอีกด้วย ความจริงแล้วเป็นอย่างไร...อัศวินพอจะบอกได้หรือไม่ หรือว่าต้องการให้ฉันเป็นคนพูดมันเอง”
…………………………………………