บทที่ 578 ปฏิเสธตัวตน (อ่านฟรี 4 ต.ค. 69)
บทที่ 578 ปฏิเสธตัวตน (อ่านฟรี 4 ต.ค. 69)
บทที่ 578 ปฏิเสธตัวตน
อัศวินหงส์ขาวพูดเรื่องแผลเป็นในอดีตเช่นนี้ สีหน้าของขุนนางและทหารของท่านอัศวินราชินีเหมันต์ที่รู้ว่ามันเป็นเรื่องต้องห้ามก็เปลี่ยนไป ทุกคนแสดงออกว่าไม่พอใจกับการกระทำของท่านอัศวินหงส์ขาวเป็นอย่างมาก
“ท่านอัศวินหงส์ขาวพูดแบบนี้หมายความเช่นไร ท่านเสียสติไปแล้วหรือ?”
“เหตุการณ์ตอนนั้นพวกเรายังจำได้ดี ถ้าไม่ใช่เพราะท่านเป็นคนขอให้คุณหนูและคุณชายของพวกเราพาไปเที่ยว ก็คงจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนั้นหรอก”
“ใช่ ถูกต้องแล้ว!!”
พวกลูกน้องต่างก็พูดกันออกมา ปกป้องความรู้สึกอัศวินของตนเอง แต่อัศวินหงส์ขาวไม่ได้สนใจ เธอยังมองไปที่อัศวินราชินีเหมันต์ที่กำหมัดแน่นอยู่ สายตาของเธอแสดงออกชัดเจนว่าเธอ “รู้” อะไรบางอย่างแล้ว
“คนที่ขอให้พาไปเที่ยวเล่นเป็นฉันจริง แต่...คนที่เสนอว่าจะพาไปเที่ยวเล่นที่เขตพื้นที่ล่าเป็นฉันหรือ? นี่...แท้จริงแล้วเป็นเจตนาของใครกันแน่ที่ต้องการให้เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นน่ะ”
“พอได้แล้ว!!”
ไม่เหมือนกับภาพลักษณ์ที่สงบนิ่งก่อนหน้านี้ อัศวินราชินีเหมันต์ตวาดเสียงดังลั่น ไม่ยอมให้อัศวินหงส์ขาวพูดอะไรอีก เธอยังแสร้งกุมหน้าอกของตนเองเหมือนเจ็บปวดมากมายเมื่อต้องคิดเรื่องการจากไปของน้องชายที่รักที่สุด
“อัศวินหงส์ขาวรักษามารยาทด้วย”
“อัศวินเป็นถึงอัศวินแล้วจะมาพูดพล่อยๆแบบนี้ได้อย่างไร พวกเราคนของอัศวินราชินีเหมันต์จะไม่ยอมให้ท่านมาทำร้ายท่านอัศวินของพวกเราอีก!”
เห็นว่าเจ้านายของตนเองเจ็บปวดถึงขนาดนั้น ขุนนางและทหารมากมายก็ยืนขึ้น ท่าทางคุกคามของเขาทำให้ทหารของอัศวินหงส์ขาวยืนขึ้นด้วยเช่นกัน แปลว่าทั้งสองก็พร้อมประจันหน้ากันแล้ว!
“ใจเย็นๆก่อนสิ ทำแบบนี้แล้วให้ความรู้สึกเหมือนกับกำลังกลัวว่าความจริงจะเปิดเผยเลยไม่ใช่รึไง? คนที่ทำร้ายจิตใจคนอื่นมานานขนาดนี้ ท้ายที่สุดแล้วจะไม่มีอะไรอยู่ในใจเลยก็คงเป็นไปไม่ได้หรอก”
“ไม่น่าแปลกใจเลยที่ช่วงหลายปีที่ผ่านมาจะพยายามตามหาคนเหลือเกิน เดิมทีฉันก็ยังเข้าใจผิด คิดว่าที่ตามหาคุณชายเป็นเพราะคิดถึงเขา อยากเจอเขา แต่ความจริงแล้ว...อาจจะแค่กลัวว่าเขามีชีวิตอยู่ก็ได้ใช่ไหม?”
“อ้อ แล้วก็ไม่ต้องรีบเป็นลมหรือปวดหัวใจหรอกนะ ฉันรู้หมดแล้วว่านั่นเป็นแค่แผนการหลบเลี่ยงของเธอ ความจริงแล้วเป็นอย่างไรเธอรู้ดีที่สุด และแน่นอนว่าเรื่องนี้ฉันจะค่อยๆพูดให้ทุกคนรู้เช่นกัน...” อัศวินหงส์ขาวไม่ได้กลัวเลย ในเมื่อเธอตัดสินใจที่จะเปิดเผยแล้วก็ย่อมต้องเปิดออกมา
อัศวินราชินีเหมันต์เห็นว่าคนตรงหน้าตั้งใจจะพูดมันออกมาทั้งหมด ถึงจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายไปเอาความมั่นใจมากจากไหน แต่เธอจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นแน่นอน
ด้วยความรู้สึกหวาดกลัวหรืออะไรก็ช่าง ตอนนี้เธอไม่สามารถปล่อยให้อีกฝ่ายพูดได้อีกต่อไปแล้ว พลังน้ำแข็งรวมกันในฝ่ามือของเธอ แน่นอนว่าอัศวินหงส์ขาวก็เตรียมพร้อมแล้วเช่นกัน ในเมื่อต้องสู้ก่อนถึงจะยอมฟังความจริง เช่นนั้นเธอก็พร้อมที่จะทำ ถือเป็นการเอาคืนในช่วงเวลาที่ผ่านมาที่ทำให้เธอจมอยู่กับความรู้สึกผิดด้วย!!
ครืน...
โต๊ะที่ประชุมสั่นไหวเนื่องจากทั้งสองเริ่มรวบรวมพลังเตรียมพร้อมโจมตีแล้ว ทหารของทั้งสองอาณาเขตเองก็เช่นเดียวกัน อัศวินแกะทองคำไม่ได้พูดอะไร เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเขา แต่ก็ยังแอบสนับสนุนการโจมตีของอัศวินหงส์ขาวอย่างลับๆ ก็นะ...อย่างไรเธอก็ไม่ได้เป็นฝ่ายวางแผนทำร้ายลูกสาวที่เขารักนี่ จะช่วยบ้างเล็กน้อยๆก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร!!
“หยุดมือ!”
ก่อนที่จะเริ่มมีการปะทะกัน เสียงทุ้มเข้มของชายผู้มาใหม่ก็ดังแทรกขึ้นมา ออร่ากดดันที่เขาปล่อยออกมาด้วยช่างแปลกใหม่ไม่คุ้นเคย ทำเอาทุกคนหยุดมือแล้วหันไปมองที่เขา
ร่างสูงโปร่งไม่ได้กำยำบึกบึนเหมือนคุณชายห้า แต่ก็ดูแข็งแกร่งและมีความลึกลับซ่อนอยู่ แววตาที่ช่างคุ้นเคยนั้นทำให้อัศวินราชินีเหมันต์ถึงกับชะงักไป เธอรู้สึกคุ้นเคยกับคนตรงหน้าจริงๆ
สองคนประสานสายตากัน แววตาที่เคยมีประกายชีวิตชีวิตสดใสซ้อนทับกับภาพที่เห็นในตอนนี้ซึ่งดูเย็นชาและมีแววแห่งความรังเกียจอยู่ในนั้นด้วย ทำให้ราชินีเหมันต์รับรู้ได้ทันทีว่าคนตรงหน้าแท้จริงแล้วเป็นใครกันแน่
“ทะ ทำไม...” เธออดไม่ได้ที่จะพึมพำออกมา
ท่าทางสูงสง่าที่เคยมีตอนนี้ถูกทำลายไปหมดแล้ว ราวกับมี “จุดอ่อน” ที่ซ่อนเอาไว้ถูกเปิดเผยขึ้นมาทั้งหมด กระทั่งทรงตัวให้ดีก็ยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ หนึ่งในขุนนางที่พ่วงตำแหน่ง “สามี” ของเธอถลาเข้ามาประคอง ไม่ให้อัศวินของตนเองล้มลงขายหน้าในเวลานี้
เขามองไปยังชายหนุ่มผู้ที่มีใบหน้าคุ้นเคยเหมือนกับเหล่าอัศวินเหมันต์คนก่อนๆไม่มีผิด มันทำให้เขานึกถึงเรื่องที่อัศวินราชินีเหมันต์เคยพูดเอาไว้
น้องชายของเธออาจจะยังมีชีวิต แต่เธอไม่สามารถอนุญาตให้เขากลับมามีชีวิตได้! นี่เป็นเพราะ...น้องชายผู้นี้ก็คือคนที่เก็บความลับทั้งหมดของเธอเอาไว้ และถ้าเปิดเผยออกมา อาณาเขตอัศวินราชินีเหมันต์นี้จะต้องได้รับผลกระทบที่ร้ายแรงแน่!
เจตนาสังหารคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวในตอนนั้น และคนผู้นั้นก็กลายเป็นอัศวินหงส์ขาวในเวลานี้ด้วย ถ้าหากความจริงนี้ถูกเปิดเผย ฝั่งที่ต้องการแย่งอำนาจไปคงไม่ปล่อยโอกาสดีๆนี้ไปแน่ พวกเขาจะต้องกรูกันเข้ามา พยายามช่วงชิงอำนาจนี้ไปและจัดการลงโทษเธอ
ถึงจะอยู่ในฐานะอัศวิน...ทว่า ก็มีข้อยกเว้นหนึ่งประการ ซึ่งสร้างขึ้นมาเพื่อให้สามารถลงโทษอัศวินได้ นั่นก็คือ...หากประชาชนลุกฮือขึ้นมามากกว่าครึ่ง แล้วขุนนางเกือบทั้งหมด คิดเป็น 80 ส่วนจาก 100 ลงนามถอดถอน ทันทีที่พวกเขาเข้าไปทำพิธีในห้องศักดิ์สิทธิ์ พลังที่ได้รับมาจากท่านเทพผู้สร้างก็จะหายไปด้วย
แน่นอนว่าในฐานะอัศวินที่ทรงพลัง เธอสามารถต่อต้านได้ แต่...ถ้าเรื่องไปถึงจุดนั้นแล้ว อาณาเขตอื่นๆก็จะส่งอัศวินของตนเองเข้ามายุ่งกับการจัดการในเมืองเพื่อให้เป็นไปตามกฎของท่านเทพผู้สร้าง
ตอนนี้คุณชายได้ปรากฏตัวแล้ว คิดจะห้ามให้เขาพูดหรือ? ดูจากสายตาของเขาแล้ว คงจะไม่มีทางห้ามได้อีก!
ในฐานะที่เขาเองก็มีบุตรกับอัศวินราชินีเหมันต์ แถมตำแหน่งขุนนางที่ได้รับมาตอนนี้ก็เป็นเพราะเขามีความสัมพันธ์กับท่านอัศวินเท่านั้น ถ้าเกิดมีปัญหาเกิดขึ้นกับท่านอัศวิน คิดว่าเขาและครอบครัวจะยังสามารถอยู่ดีมีสุขเช่นนี้ได้หรือ? สุดท้าย...ไม่ว่าจะเพื่อปกป้องตนเองหรือท่านอัศวินก็ตาม เขาจำเป็นต้องก้าวออกมาเพื่อจัดการปัญหานี้
“จัดการผู้บุกรุก!”
เขารีบออกคำสั่ง ทหารของอัศวินราชินีเหมันต์รออยู่ก่อนแล้ว ดังนั้นจึงหันคมดาบเข้าหาคุณชายที่เพิ่งมาใหม่ทันที แม้ว่าจะรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด แต่นี่เป็นคำสั่งที่พวกเขาต้องปฏิบัติตาม!
“ดียิ่ง! ฉันกลับมาที่บ้านในรอบหลายร้อยปี ปรากฏว่าธรรมเนียมปฏิบัติของที่นี่เปลี่ยนไปแล้วสินะ” เสียงทุ้มเข้มของชายหนุ่มผู้นั้นดังขึ้น พร้อมกันนั้นพลังน้ำแข็งที่ค่อยๆก่อตัวขึ้นก็ไล่ลามไปจนถึงเท้าของพวกทหารที่กรูกันเข้ามา
แม้ว่าอีกฝั่งมีเจตนาสังหารอย่างชัดเจน แต่ชายหนุ่มกลับทำเพียงหยุดการเคลื่อนไหวของพวกเขาเท่านั้น แน่นอนว่าถ้ายังฝืนพุ่งเข้ามา เขาก็ไม่รังเกียจที่จะสร้างประติมากรรมน้ำแข็งขึ้นมาหรอก
เห็นพลังที่คุ้นเคยเช่นนี้ ขุนนางมากมายต่างก็ยืนขึ้นแล้ว พวกเขาต้องการเห็นคุณชายตรงหน้าให้ชัดเจนมากขึ้น และแน่นอนว่าในที่สุดก็มีคนจำเขาได้แล้ว....
“นั่น ท่าน...ท่านก็คือคุณชาย คุณชายน้อยของพวกเราใช่หรือไม่!”
ขุนนางอาวุโสคนหนึ่งพูดขึ้นมา น้ำเสียงของเขามีแววความตื่นเต้นดีใจ และก็มีความเศร้าใจอยู่ในนั้นด้วย บ่งบอกว่าก่อนหน้านี้ตนเองคิดถึงคุณชายน้อยผู้นี้ขนาดใหญ่
ชายหนุ่มหันไปมอง เห็นท่านลุงที่เคยสุขภาพแข็งแรง เวลานี้ผ่านไปไม่นานก็แก่ชราลงมากแล้ว ดวงตาของเขาหม่นแสงลงเล็กน้อย แต่กลับอ่อนโยนมากขึ้น
“ฉันกลับมาแล้ว ขออภัยที่ทำให้ท่านลุงเป็นกังวลมาหลายปี” เมื่อได้รับคำตอบยืนยัน ชายชราแทนที่จะโกรธกลับหัวเราะออกมา หัวเราะจนเหมือนกับคนบ้า!
“ฮ่าๆ คุณชายน้อย ในที่สุดก็กลับมาแล้ว ตอนนั้นฉันพูดไปทั่วว่าคุณชายน้อยของเรายังมีชีวิตอยู่ ให้พวกเขารีบตามหาตั้งแต่แรกแต่ทุกคนกลับไม่ยอมทำตาม เวลานี้คุณชายกลับมา พิสูจน์แล้วว่าสายเลือดของพวกเราไม่ได้ถูกเทพเจ้าทอดทิ้งจริงๆ ฮ่าๆ คุณชายน้อย...คนอายุมากผู้นี้ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอคุณชายอีก ช่างดี ดีจริงๆ”
“ใครกันที่พยายามจะโจมตีคุณชาย ไสหัวไปเดี๋ยวนี้! อยากจะถูกโทษหนักที่ทำร้ายคุณชายงั้นหรือ?!” เขาก้าวออกมาข้างหน้า มองดูคุณชายที่ยังคงหล่อเหลาเหมือนกับก่อนหน้านี้ รู้สึกดีใจอย่างแท้จริงเมื่อได้เห็นอีกฝ่ายอีกครั้ง
เดิมที เขาตั้งใจที่จะให้คุณชายน้อยผู้นี้แย่งชิงอำนาจอัศวิน แต่เมื่อคุณชายน้อยหายไป เขาและพรรคพวกก็เลยเปลี่ยนมาสนับสนุนพี่สาวของคุณชายน้อยแทนอย่างไม่มีทางเลือก ทำให้ตอนนั้นท่านอัศวินราชินีเหมันต์ได้รับคะแนนเสียงอย่างล้นหลาม
ตอนนี้คุณชายกลับมาแล้ว...ถึงจะรู้ว่าไม่มีโอกาสนั้นอีก ทว่าคุณชายน้อยยังสามารถมาช่วยบริหารบ้านเมืองได้อยู่ อย่าลืมว่าคุณชายน้อยของพวกเขา ตั้งแต่ยังเด็กก็ฉลาดมากๆ ต่อให้หายไปหลายร้อยปี เชื่อเถอะว่าใช้เวลาเรียนรู้ไม่นานก็คงจะกลับมาเก่งกาจเหมือนเดิมได้แล้ว
ถึงเวลานั้นอาณาเขตอัศวินราชินีเหมันต์ของพวกเขาก็คงจะพัฒนาไปได้อีก ยิ่งกับความสัมพันธ์ระหว่างอาณาเขตอัศวินหงส์ขาวกับอาณาเขตของตนเองที่เคยเป็นปรปักษ์กันมาตลอด เวลานี้น่าจะจัดการเรื่องติดค้างกันได้ เพียงแต่...ตอนที่เขากำลังดีใจอยู่นั้น หันไปมองรอบๆ สีหน้าของทุกคนกลับดูไม่ดีเอาเสียเลย
“ท่านอัศวิน?”
เขามองดูคนที่ควรจะดีใจมากที่สุด เวลานี้กลับไม่ขยับเข้ามาใกล้เลย ในแววตายังมีร่องรอยความรังเกียจปรากฏขึ้นมาด้วยซ้ำ ช่างเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงจริงๆ
“นั่นไม่ใช่น้องชายฉัน”
“ท่านอัศวิน! เหตุใดท่านจึงกล่าวเช่นนั้น!”
สิ่งที่เขาไม่อยากจะเชื่อมากที่สุดก็คือท่านอัศวินราชินีเหมันต์ไม่เพียงไม่ดีใจเมื่อเห็นคุณชายน้อยที่ตนเองเฝ้าตามหามานานหลายปี กลับปฏิเสธตัวตนของเขาอีกด้วย นี่...นี่หมายความว่าอย่างไร? ทำไมท่านอัศวินถึงทำอย่างนั้น
“จะมั่นใจได้อย่างไรว่าเขาคือน้องชายที่หายไปนานหลายปี แท้จริงแล้วอาจจะเป็นแค่คนที่อัศวินคนอื่นพามาเพื่อหลอกลวงพวกเราก็ได้ อย่าคิดว่าคนของฉันมีแต่คนโง่งม ฉันรู้จักน้องชายของตนเองดี และในสถานการณ์ตอนนั้นฉันก็อยู่ด้วย ดังนั้น...” อัศวินราชินีเหมันต์พูดไม่ทันจบ ก็มีเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมา
“ดังนั้นพี่จึงคิดว่าฉันตายไปแล้วจริงๆหรือ? ถ้าพี่คิดแบบนั้น...ทำไมถึงยังพยายามส่งคนมาตามล่าเพื่อที่จะฆ่าฉันอีกครั้งด้วยเล่า” เสียงเย็นชาของชายหนุ่มพูดสวนกลับขึ้นมา น้ำเสียงของเขามีร่องรอยความเย้ยหยัน เจ็บปวด และเกลียดชังอยู่ในนั้นด้วย
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ อัศวินราชินีเหมันต์ก็ชะงักไปด้วยความตกใจ ส่วนคนอื่นๆก็อ้าปากค้างไม่อยากจะเชื่อเช่นกัน พวกเขาอยากจะพูดแก้ต่างให้ท่านอัศวินของตนเอง แต่เมื่อคิดย้อนกลับไปดูให้ดี...พวกเขาก็ไม่มั่นใจเอาเสียเลย
ทุกครั้งที่มีคนเจอร่องรอยของคุณชายแม้เพียงเล็กน้อย สุดท้ายอัศวินจะส่งคนของตนเองเข้าไปในพื้นที่ตรงบริเวณนั้นทันที
แรกๆมีคนเสนอให้เอาทหารเข้าไปช่วย แต่ท่านอัศวินปฏิเสธพร้อมบอกว่าคนของเธอรวดเร็วกว่า ทำงานได้สะดวกกว่า เมื่อเป็นเช่นนี้หลายครั้งทุกคนก็เคยชิน คิดว่าเป็นเรื่องปกติ ทว่า...เมื่อคิดดูให้ดี แม้ว่าท่านอัศวินจะส่งคนของตนเองเข้าไปแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะส่งทหารเข้าไปด้วยไม่ได้เสียหน่อย
สรุปแล้วท่านอัศวินต้องการพบน้องชายเพื่อรับกลับมาจริงๆ หรือส่งคนเข้าไปเพื่อลอบจัดการเหมือนที่คุณชายผู้นี้พูดกันแน่นะ?
“ฉันคิดเอาไว้แล้วว่าแกไม่ใช่น้องชายของฉัน น้องชายของฉันรักฉันมากที่สุดแล้ว เขาไม่มีทางพูดใส่ความฉันแบบนี้แน่ๆ” อัศวินกล่าวขึ้นมาอย่างมั่นใจ ทุกคนก็พยักหน้ารับเห็นด้วย
ภาพที่คุณชายน้อยเดินตามท่านอัศวินตั้งแต่อายุยังน้อยๆนั้นพวกเขาจำติดตา ดังนั้นที่ผ่านมาจึงเชื่อสนิทใจว่าท่านอัศวินต้องการตามหาคุณชายน้อยแล้วช่วยเขากลับออกมาให้ได้จริงๆ ไม่มีความคิดเลยว่าจำเป็นต้องลอบทำร้ายเขา สุดท้ายสองพี่น้องที่รักกันขนาดนี้จะต้องลอบฆ่ากันทำไม
แต่ชายหนุ่มที่ได้ยินกลับแค่นหัวเราะออกมา เขายกมือขึ้นก่อนจะขยับแขนเล็กน้อย พริบตานั้นเองก็เกิดปรากฏการณ์บางอย่างขึ้น
พรึ่บ!!
…………………………………………….