บทที่ 579 ข้อได้เปรียบของ “อัศวิน” (อ่านฟรี 5 ต.ค. 69)
บทที่ 579 ข้อได้เปรียบของ “อัศวิน” (อ่านฟรี 5 ต.ค. 69)
บทที่ 579 ข้อได้เปรียบของ “อัศวิน”
พรึ่บ!!
ปีกสีเงินประกายสะท้อนแสงปรากฏขึ้นให้เห็น ลวดลายมงกุฎที่โดดเด่นนั้นเป็นสัญลักษณ์ที่ชัดเจน เพราะมี “เกร็ดหิมะ” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเผ่าพันธุ์ปรากฏอยู่ด้วย
“นะ นี่....”
“ขั้นราชา ราชาเหมันต์!!”
ก็เหมือนกับอัศวินราชินีเหมันต์ ตำแหน่งราชาเหมันต์เองก็มีเช่นกัน หลังจากที่สายเลือดนั้นถูกกระตุ้นอย่างสูงจนยกระดับขึ้นไปแล้ว คนของเผ่าเหมันต์จะได้รับการเลื่อนระดับให้มีพลังเพิ่มสูงขึ้นทันที
สำหรับอัศวินราชินีเหมันต์ ก่อนหน้านี้เธอก็เป็นแค่ว่าที่อัศวินเหมันต์คนหนึ่งเท่านั้น แต่เมื่อได้รับตำแหน่ง ได้รับน้ำยาและพรจากเทพผู้สร้าง เธอจึงสามารถยกระดับของตนเองขึ้นไปได้ กลายเป็นราชินีเหมันต์เหมือนที่ปรากฏเช่นทุกวันนี้
ทว่า....คนตรงหน้าที่ไม่ได้เป็นแม้แต่อัศวิน ไม่ได้เข้าพิธีรับพรจากเทพผู้สร้างด้วยซ้ำ เขากลับใช้ความสามารถของตนเองก้าวเป็น “ราชาที่แท้จริง” ได้ นี่...แล้วยังจะบอกว่าไม่ใช่สายเลือดเดียวกันงั้นหรือ?
ไม่สิ! ต่อให้ไม่ใช่สายเลือดเดียวกับท่านอัศวินแล้วอย่างไร? ตอนนี้...พลังของเขาที่ได้รับมาด้วยตนเอง เทียบกับอัศวินราชินีเหมันต์ที่ได้รับพลังมาจากเทพผู้สร้าง ดูก็รู้ว่าใครเป็นพลังหลอกลวง แล้วใครเป็นพลังของจริง
ถ้าต้องสู้กัน...อัศวินของพวกเขาจะพ่ายแพ้จนต้องยกตำแหน่งอัศวินให้อีกฝ่ายก็ยังได้! ในเมื่อเป็นแบบนั้นแล้วยังจะต้องโกหกหลอกลวงไปเพื่ออะไร การเปิดเผยเรื่องพลังของตนเองนี้เป็นการปิดปากพวกที่สงสัยได้เป็นอย่างดี อาณาเขตของพวกเขาก็เป็นแบบนี้...ใครทรงพลังมากกว่าก็คือผู้ที่สามารพูดได้เสียงดังกว่า ดังนั้น....ทุกคำที่เขาพูดก็เป็นเรื่องจริง!
“ท่านพี่...ตอนนั้นท่านพี่คิดอะไร ทำอะไรก็ย่อมรู้ดี ฉันไม่ได้โกรธท่านพี่ที่ทำแบบนั้น เพราะคิดว่าท่านคงจะคิดผิดไปชั่ววูบ ดังนั้นเพื่อท่านพี่แล้ว ฉันสามารถเอาตนเองไปสละแทนได้ เอาชีวิตของน้องชายคนนี้แทน เพื่อให้อาณาเขตของพวกเรายังคงอยู่กันอย่างสงบสุข....”
“แน่นอนว่าฉันไม่ได้คิดว่าความจริงแล้ว...ท่านพี่ไม่ได้มีความคิดเพียงชั่ววูบเท่านั้น หลังจากแผนการฆ่าคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวไม่ประสบความสำเร็จ ท่านกลับยังส่งคนมาตามล่าน้องชายคนนี้ที่เอาชีวิตแลกเพื่อท่าน ช่างเป็นอะไรที่คิดไม่ถึงจริงๆ”
“หลายร้อยปีที่ผ่านมา...ท่านพี่นอนหลับสนิทดีหรือไม่? หวาดระแวงว่าฉัน...น้องชายคนนี้จะปรากฏตัวขึ้นมาหักคอหรือเปล่า? คิดถึงวันนี้ที่ฉันจะมาเปิดโปงท่านบ้างหรือไม่?”
“เหอะ! แน่นอนว่าคงคิดไม่ถึงสินะ คิดว่าตนเองควบคุมทุกอย่างได้ และคงไม่ได้คิดว่าฉันก็มีโชคของฉันเหมือนกันจนสามารถหนีรอดความตายกลับมาได้ ช่าง...ช่างเป็นท่านพี่ที่โง่เขลาเสียจริง”
รอยยิ้มหยันยังคงปรากฏอยู่ เขาก้าวออกไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า เวลานั้นอัศวินราชินีเหมันต์ก็กางปีกของตนเองขึ้นมาด้วย ไม่ว่าอย่างไร...สัญชาตญาณในการป้องกันตัวก็มาก่อน ดังนั้นแล้วเธอจึงไม่ได้คิดอะไร แต่ภาพที่ปรากฏขึ้นมาให้ทุกคนได้เห็นนี้ กลับเป็นเหมือนการตอกย้ำทุกอย่างเลย
ปีกของคุณชายกับปีกของอัศวินเทียบขนาดกันไม่ได้ แม้จะมีตำแหน่งเป็นถึงราชินีและราชาที่เท่าเทียมกัน ทว่า...ปีกที่ได้รับมาจากผู้อื่น กับปีกที่สร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากของตนเอง เห็นได้ชัดว่าปีกไหนใหญ่กว่า แข็งแกร่งกว่า ทรงพลังมากกว่า!!
ปีกของอัศวินราชินีเหมันต์เป็นอะไรที่บอบบางมาก แสงสว่างลอดผ่านได้จนทำให้มองทะลุ ในขณะที่ปีกของคุณชายซึ่งเป็นราชาเหมันต์คนนี้กลับหนาทึบ มันกลับสะท้อนภาพกลับไป แปลว่าพลังของเขาหนาแน่นมากจริงๆ
“นี่เป็นเรื่องเข้าใจผิด จะต้องเป็นการเข้าใจผิดแน่ ถ้านายเป็นน้องชายของฉันจริงๆ ฉันก็ไม่คิดจะทำร้ายอยู่แล้ว ทำไมจะต้องมาใส่ร้ายฉันด้วย หรือว่าอัศวินหงส์ขาวเป่าหูอะไรมาอีก”
“ท่านพี่...พอได้แล้ว”
ชายหนุ่มหลุบตาลง เขาไม่อยากจะเชื่อว่าจนถึงตอนนี้ พี่สาวตัวดีของเขาก็ยังปฏิเสธ ชายหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบๆ รอยยิ้มเย็นชาของเขาปรากฏขึ้น
“เหมือนกับกฎทั่วไป ฉันต้องการแย่งตำแหน่งอัศวินเหมันต์ ใครจะคัดค้านบ้าง!”
“อะไรนะ!!”
อัศวินราชินีเหมันต์ไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีคนกล้าประกาศเช่นนี้จริงๆ แม้ว่ากฎของอาณาเขตจะมีข้อนี้อยู่ แต่หลายร้อยปีผ่านมาก็ไม่เคยมีใครใช้กฎนี้ด้วยซ้ำ นี่ก็เพราะพวกเขารู้ดีว่าตนเองไม่อาจจะเอาชนะอัศวินที่ได้รับพรแห่งเทพผู้สร้างได้ ดังนั้นการท้าทายก็เหมือนกับการพาตนเองออกไปขายหน้าเท่านั้น
ทว่า...ตอนนี้น้องชายที่หายตัวไปของตนเองกลับปรากฏตัวมาอีกครั้ง แล้วไม่ทันได้พูดพร่ำทำเพลงอะไร เขาก็ประกาศที่จะสู้ตายกับเธอแล้ว นี่...นี่มันจะไม่เกินไปหน่อยหรือ?
“ท่านพี่ได้ยินไม่ผิดหรอก ฉันต้องการท้าสู้เพื่อชิงตำแหน่งอัศวิน ขอให้ตอบรับด้วย ไม่อย่างนั้นท่านพี่จะทำผิดกฎและต้องลงจากตำแหน่งในทันที อย่างน้อยๆ...ฉันก็อยากให้ท่านพี่ได้แสดงความสามารถที่แท้จริงของตนเองออกมา”
ชายหนุ่มกล่าวอย่างมั่นใจ ท่าทางของเขาไม่เหมือนว่าอยากจะเปิดโอกาสให้พี่สาวได้พิสูจน์เลยแม้แต่น้อย แต่เขาแค่ต้องการ “ลงมือ” อย่างเปิดเผย ทุบตีคนโดยไม่ผิดกฎต่างหาก!
อัศวินราชินีเหมันต์ไม่อยากเชื่อว่าน้องชายตัวดีจะทำเเบบนี้ เธอไม่ได้เตรียมพร้อมจริงๆ เเต่…หลังจากความตกใจเเล้ว เธอก็ไม่มีเหตุผลให้ต้องกลัวอีก
น้องชายคนนี้ของเธอ จู่ๆก็อยากจะท้าสู้ เขาไปเอาความมั่นใจมาจากไหนกันหรือ? แน่นอนว่าดูจากปีกที่ทรงพลังของเขาเเล้ว ก็ดูเหมือนจะมีพลังมากจริงๆ แต่การต่อสู้มีเเค่พลังเเล้วจะเอาชนะได้งั้นหรือ? ช่างเป็นความคิดของเด็กน้อยเสียจริง
สำหรับเธอ การต่อสู้ที่เเท้จริงก็คือการใช้ทรัพยากรทั้งหมดที่มีเพื่อลงมือ น้องชายที่เพิ่งกลับมาจากความตายนั้นมีอะไรบ้าง? เขาอาจจะโชคดีที่ยังรอดชีวิต เเต่ด้วยการต่อสู้นี้…พลังของเธอไม่ได้มีดวงตา ดังนั้นไม่อาจจะรับประกันได้ว่าจะไม่ทำให้เขาบาดเจ็บจนไม่สามารถลุกขึ้นมาตำหนิเธอได้อีก ดังนั้น…อัศวินราชินีเหมันต์ก็ตอบรับคำขอนี้ทันที
อัศวินหงส์ขาวมองดูชายหนุ่มที่บัดนี้มีเเววตาสงบเยือกเย็น รู้สึกเป็นห่วงเขาไม่น้อย เธอเองก็รู้ว่าหลังจากที่ขึ้นเป็นอัศวินเเล้ว จะได้รับพรจากเทพผู้สร้างจนทำให้มีพลังสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด กระนั้นก็อาจจะไม่ใช่ผลดีเสมอไป เพียงเเต่…
ถ้าผู้นั้นขยันฝึกฝนจนรักษาความเสถียรของพลังไว้ได้ เเล้วประยุกต์ใช้กับทรัพยากรที่มี ก็ไม่ใช่ว่าจะเอาชนะพลังที่เเท้จริงไม่ได้ ปัญหาคือ…คุณชายน้อยผู้นี้มีทรัพยากรอะไรในมือ? ใช่เเล้ว…เขาไม่มีเลย
อัศวินหงส์ขาวไม่รู้เเผนการของเขามาก่อน เมื่อเขาบอกจะมาพบพี่สาวด้วยตนเอง เธอเเค่ทำตามความต้องการของเขาเท่านั้น เพราะฉะนั้นจึงไม่ได้ให้อะไรเขามาเลย
กลับกันกับความกังวลของอัศวินหงส์ขาว ชายหนุ่มกลับเเสดงสีหน้ามั่นใจออกมา หลังจากที่เขาเก็บตัวมานาน ออกมาก็พบว่าพี่สาวที่เขาเฝ้าคิดถึงตอนนั้นกลายเป็นอัศวินเสียเเล้ว
ถึงเวลานี้…เขาก็เเค่พวกที่เพิ่งขึ้นมาจากหลุม ไม่มีตำแหน่งหรือฐานะอะไรเลย หากจะดูความเหมาะสม…เขารู้ว่าตัวเองไม่มี เเล้วเเบบนี้ … เเบบนี้จะยังเทียบเคียงกับพี่สาวได้อย่างไร
การท้าทายพี่สาวในสายเลือดตรงหน้า ถึงจะบอกว่าเป็นความตั้งใจ เเต่ก็ไม่ได้เตรียมการไว้ตั้งเเต่เเรก หากอัศวินหงส์ขาวไม่ใช่อัศวิน เช่นนั้นเขาก็คงจะใช้วิธีการอื่น
เเต่ตอนนี้…หากเขาขึ้นเป็นอัศวินได้ เขาก็จะรับพี่สาวหงส์ขาวมาที่เขตของตนเองให้เป็นภรรยา ส่วนอาณาเขตอัศวินหงส์ขาวก็ให้บุตรบุญธรรมของพี่สาวดูเเลไปเถอะ เรื่องนี้เป็นการวางเเผนของพี่สาวด้วยเช่นกัน ดูเหมือนจะเป็นเพราะต้องการวางมือจากเรื่องปวดหัวทั้งหลายแล้วส่งต่อให้บุตรชายบุญธรรมเพราะมีปัญหาด้านสุขภาพ .... แต่มันก็เข้ามือเขาเลยไม่ใช่หรือ?
ถึงจะไม่รู้ว่าพี่สาวอัศวินหงส์ขาวจะยอมมาเป็นภรรยาของเขาหรือไม่ เวลาก็ผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว เขาเอาแต่เฝ้าฝึกฝนและรอเวลาที่จะกลับมาแก้แค้น พร้อมกับดูใจพี่สาวในสายเลือดของตนเองด้วย สุดท้ายก็ทำให้พวกเขาทั้งสองคนได้มาพบกันในอีกเวลานานเกินไป
ดีที่พี่สาวอัศวินหงส์ขาวยังไม่ได้มีคนรักใหม่ไปเสียก่อน ไม่อย่างนั้นเขาก็ทำได้แค่แสดงความยินดีให้อีกฝ่ายเท่านั้นแล้ว คงจะไม่มีความหวังเช่นนี้หรอก!
การประลองของทั้งสองคนถูกจัดเตรียมอย่างรวดเร็ว อัศวินแกะทองคำกลายเป็นประธานกรรมการจำเป็นเสียอย่างนั้น ในขณะที่ขุนนางคนอื่นๆของอาณาเขตอัศวินหงส์ขาวก็ได้มาเป็นกรรมการร่วมด้วย นี่ก็เพื่อให้การแข่งขันเป็นไปอย่างยุติธรรมมากที่สุดนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ให้เวลาอัศวินราชินีเหมันต์ไปเตรียมการ ครู่เดียวอีกฝ่ายก็มาพร้อมกับชุดป้องกันระดับสูงสุด ไหนจะอาวุธระดับสูงที่ดูอย่างไรก็น่าจะสามารถฆ่าคนให้ตายด้วยการโจมตีเดียว นี่ก็คือ...ข้อได้เปรียบของ “อัศวิน” อย่างไรล่ะ!!
ขุนนางจำนวนมากที่อยู่ข้างคุณชายน้อยก็มีดวงตาไม่พอใจเช่นกัน นี่เป็นการประลองฝีมือ แต่พวกเขาไม่ได้คิดว่าท่านอัศวินของตนเองจะเล่นถึงขนาดนี้ ดังนั้นขุนนางหลายคนพยายามส่งสัญญาณให้คนของตนเองไปเอาอุปกรณ์ดีๆมา เผื่อว่าจะทันให้คุณชายได้ใช้งาน
แต่ชายหนุ่มที่ฝึกฝนมาอย่างตัวเปล่าเล่าเปลี่ยว มีหรือที่จะยอมรับอุปกรณ์เหล่านั้น ถ้าเขาต้องรับอุปกรณ์พวกนั้นจริงๆ เช่นนั้นที่ฝึกมาอย่างหนักจะมีประโยชน์อะไรล่ะ!
ก่อนการประลองจะเริ่มต้นขึ้น คุณชายน้อยก็เดินไปหาอัศวินหงส์ขาวแทนที่จะเป็นพี่สาวของตนเอง เขาคุกเข่าลงด้วยท่าทางทรงเกียรติก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ท่านอัศวินหงส์ขาว หากการแข่งขันนี้เป็นฉันที่เอาชนะได้ ท่านอัศวินหงส์ขาวจะยินยอมมาเป็นคู่ครองให้ฉันหรือไม่” เมื่อเขาพูดคำนี้จบ เสียงฮือฮาของผู้คนโดยรอบก็ดังขึ้นทันที ใครจะไปคิดว่าคุณชายน้อยของพวกเขาเพิ่งมาถึงก็ท้าทายพี่สาวของตนเอง หวังจะแย่งตำแหน่งอัศวินไป แต่ทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่จะได้ขอสตรีผู้หนึ่งแต่งงาน ช่าง...ช่างเป็นความทุ่มเทที่ทำให้ผู้คนต้องตกใจจริงๆ
อัศวินหงส์ขาวไม่ได้เตรียมพร้อมที่จะได้ยินคำขอนี้มาก่อน ดังนั้นสีหน้าของเธอจึงเต็มไปด้วยความตกใจจริงๆ แน่นอนว่าเหมือนจะตกใจมากกว่าคนอื่นๆเสียอีก เธอที่เป็นอัศวินหงส์ขาวเสียกิริยา ถึงกับอ้าปากค้างเพราะไม่อยากจะเชื่อ
แม้ว่าทั้งสองจะได้เจอกันอีกครั้ง และหัวใจของเธอยังคงหวั่นไหวกับเด็กหนุ่มผู้ใสซื่อและน่ารักมากคนนั้น ทว่า...เวลาตอนนั้นที่ได้เจอกับตอนนี้ ห่างกันหลายร้อยปีจนทำให้ภาพความทรงจำเลือนลางไปเกือบหมดแล้ว แถมเธอก็ยังมีภาพจำในแง่ร้ายต่ออีกฝ่ายด้วย
นี่เป็นผลจากการหล่อหลอมมาเป็นเวลานานแล้ว เธอคิดถึงคุณชายน้อยก็ต้องรู้สึกผิดทุกครั้งไป เพราะเธอเองก็โทษตนเองอยู่ตลอด ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะกลายเป็นเหยื่อระบายอารมณ์ของอัศวินราชินีเหมันต์ได้ ทั้งหมดนี้ต้องโทษหัวใจของอัศวินหงส์ขาวเองด้วย
อย่างไรก็ตาม เมื่อได้เจอกันอีกครั้ง เด็กหนุ่มในวันนั้นก็ขอเธอแต่งงานในวันนี้เสียแล้ว ถึงจะดีใจ แต่เธอก็รู้สึกไม่มั่นใจด้วยเช่นกัน
“หรือว่าท่านอัศวินมีคู่ครองอยู่ในใจแล้วหรือ?”
“ไม่ ไม่มี...”
“ถ้าอย่างนั้น...”
“ถ้าอย่างนั้น...ก็เอาชนะให้ได้นะ” อัศวินหงส์ขาวจ้องตาชายหนุ่มอีกครั้ง แม้แก้มของเธอจะแดงระเรื่อเหมือนสาววัยแรกแย้ม แต่เธอก็ไม่ได้หลบสายตาเพราะความเขินอาย
ช่วงเวลาหลายร้อยปีที่ผ่านมาเธอหลบสายตาผู้คนมามากแล้ว จมอยู่กับความรู้สึกผิด เอาแต่โทษตนเอง ทั้งๆที่ความจริงเธอไม่ใช่คนผิดด้วยซ้ำ เมื่อชายหนุ่มปรากฏขึ้นตรงหน้าแล้ว แถมเธอก็ยังมีแผนที่จะยกตำแหน่งอัศวินคนต่อไปให้คุณชายสี่ด้วย ดังนั้น....บางทีนี่อาจจะเป็นเส้นทางใหม่ที่เธอจะพักผ่อนได้ก็ได้ ดังนั้นเธอจึงกล่าวออกมาอย่างมั่นใจ
“ท่านอัศวินกล่าวแล้ว เช่นนั้นฉันจะมารับภรรยาอีกครั้งหลังจากที่ครอบครองตำแหน่งอัศวินคนต่อไปได้แล้ว” ชายหนุ่มพูดอย่างนั้นแล้วก็ลุกขึ้นยืน หันหลังให้อัศวินหงส์ขาว แผ่นหลังที่แน่วแน่และมั่นคงของเขาตั้งตรง เดินเข้าไปหาอัศวินราชินีเหมันต์เพื่อเตรียมพร้อมจะต่อสู้!
เมื่อทั้งสองฝ่ายพร้อมแล้ว ประธานกรรมการอย่างอัศวินแกะทองคำก็ส่งสัญญาณให้เริ่มต่อสู้ได้ บาเรียป้องกันที่ถูกติดตั้งโล่บาเรียโดยพวกคนของอัศวินพันปีทำงานทันที จากนั้นคลื่นพลังอย่างรุนแรงที่แผ่กระจายออกมาจากทั้งสองคนก็ปกคลุมทั้งพื้นที่
ปีกของชายหนุ่มรวดเร็วและแข็งแกร่งกว่า เมื่อบินขึ้นที่สูงย่อมทำให้ได้เปรียบในส่วนนี้มาก แต่อัศวินราชินีเหมันต์ก็ไม่ได้น้อยหน้า แม้ว่าพลังของเธอจะไม่ได้แข็งแกร่งเทียบเท่า แต่ด้วยพลังเสริมของอุปกรณ์ มันก็ทำให้ความแข็งแกร่งของเธอไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย
นอกจากนี้ ด้วยอาวุธ “ดาบยาว” ในมือของอัศวินราชินีเหมันต์ มันเป็นอาวุธระดับสูง หลังจากตวัดดาบออกไปหนึ่งครั้ง คลื่นพลังโจมตีก็พุ่งออกไปทันที ทำเอาชายหนุ่มต้องม้วนตัวหลบ หากไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้ถูกตัดขาดครึ่งตัวก็ได้
“น้องชาย ระวังดาบยาวของฉันด้วยนะ มันไม่มีตา ถ้าทำให้บาดเจ็บหนัก...พี่สาวคนนี้ก็คงต้องขอโทษด้วย” เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มหนีอย่างทุลักทุเล รอยยิ้มหยันก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของอัศวินราชินีเหมันต์ทันที
……………………………