บทที่ 580 เรื่องที่น่ากลัวที่สุด (อ่านฟรี 6 ต.ค. 69)
บทที่ 580 เรื่องที่น่ากลัวที่สุด (อ่านฟรี 6 ต.ค. 69)
บทที่ 580 เรื่องที่น่ากลัวที่สุด
“ดาบยาวของท่านพี่ไม่มีตางั้นหรือ? เช่นนั้นก็คงพูดได้ถูกต้องแล้ว เพราะแม้แต่ร่างโคลนกับร่างจริง...ดาบของท่านพี่ก็ยังไม่รู้เลยว่าควรต้องโจมตีร่างไหนก่อนดี”
เสียงกระซิบข้างหูทำให้หญิงสาวตัวเกร็งไปหมด ร่างทั้งร่างรู้สึกสั่นสะท้าน เสียงเมื่อครู่นี้อยู่ใกล้มาก เธอสัมผัสได้กระทั่งสายลมที่เขาพูดออกมาด้วยซ้ำ นี่หมายความว่าอย่างไร? หมายความว่าถ้าเขาอยากจะฆ่าเธอก็คงทำได้ไปแล้ว การต่อสู้นี้...เธอยังจะเอาชนะได้อีกหรือ?
คุณชายแห่งเหมันต์ผละตัวออกไป เขาส่งสัญญาณให้ร่างโคลนน้ำแข็งของตนเองเคลื่อนไหวอีกครั้ง ซึ่งร่างนั้นเหมือนกับร่างหลักทุกประการ นี่เป็นวิธีการต่อสู้ของเขาเพื่อเอาตัวรอดในช่วงเวลาที่ผ่านมา แม้ว่าร่างโคลนกับร่างจริงจะมีพลังต่างกันเกือบครึ่ง กระนั้นก็ไม่ได้เป็นปัญหาเลยถ้าจะต้องใช้มันเบี่ยงเบนความสนใจของศัตรู
อันที่จริง หากเขาปิดฉากเมื่อครู่นี้ก็เท่ากับกลายเป็นผู้ชนะแล้ว แต่...พี่สาวที่แสนดีซึ่งพยายามตามหาเขามาตลอดหลายปีนี้ เขาจะปล่อยให้พี่สาวรอดไปได้ง่ายๆเลยหรือ? แน่นอนว่าในการต่อสู้ที่เขาเสนอขึ้นมานี้ ทั้งหมดก็เพื่อฉวยโอกาสได้โจมตีอย่างถูกต้องและมีจริยธรรม
เขาปล่อยให้เธอรอดไปได้ครั้งหนึ่งก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเนื้อแท้เดิมแล้วเขาไม่ต้องการจะทำให้พี่สาวบาดเจ็บเลย แต่ถ้ามีครั้งที่สองขึ้นมา... มันก็มีโอกาสเป็นไปได้ที่จะเกิดข้อผิดพลาดขึ้น ตอนนั้นก็คงไม่มีใครกล้าว่าเขาอีกแล้ว...
เหมือนกับที่อัศวินราชินีเหมันต์รับรู้ได้ ความต่างชั้นที่คุณชายแสดงออกมาก็อยู่ในสายตาของผู้ชมทั้งหมดเช่นกัน หลายคนที่เชื่อมั่นในอัศวินของตนเองก็อ้าปากค้าง ไม่อยากเชื่อเลยว่า “ระดับ” ของพวกเขาต่างกันมากถึงเพียงนี้
คนหนึ่งเป็นอัศวินของอาณาเขตมานาน แม้จะทรงพลังในตอนแรก ทว่าหลังๆก็ได้แต่ทำงานในทุกๆวัน ไม่ได้ลงสนามต่อสู้จริงเลย ในขณะที่อีกคนได้รับการขัดเกลาในสนามต่อสู้จริงมาหลายร้อยปี การที่เขารอดมาได้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขามีความสามารถขนาดไหน เช่นนั้นจะเทียบกันได้อย่างไร
“ท่านพี่อ่อนแอถึงเพียงนี้....ฉันคิดว่าควรจะยอมแพ้...”
เห็นท่าทางหวาดกลัวของเธอ คุณชายเหมันต์ก็พูดขึ้นมาราวกับเป็นห่วงหนักหนา แต่ยิ่งเขาพูดออกมาแบบนี้ ก็เหมือนกับการ “กระตุ้น” ความต้องการเอาชนะ อยากอยู่เหนือผู้อื่นของหญิงสาวทันที
ใครไม่รู้ แต่น้องชายผู้นี้ของเธอรู้ดีที่สุด! พี่สาวผู้นี้ตั้งแต่ยังเด็กก็ไม่เปลี่ยนไปเลย ขนาดเป็นถึงอัศวินของอาณาเขตแล้วก็ยังไม่ได้รับการพัฒนาในด้านนี้ ทุกครั้งที่คนๆหนึ่งซึ่งเคย “พ่ายแพ้” หรือ “อยู่ใต้” มือของเธอ หากมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดจนเธอตามไม่ทัน ผลลัพธ์ก็จะเป็นเหมือนกันทุกครั้งไป...
ตอนที่เขาอายุยังน้อยไม่เข้าใจทุกอย่าง คิดแค่ว่าได้ช่วยพี่สาวจัดการก็ดีแล้ว ตอนนั้นพี่สาวสั่งให้เขาผลักพี่สาวที่อายุมากกว่าตนเอง ซึ่งเป็นพี่สาวต่างมารดาให้ก้าวออกไปขวางการโจมตีสัตว์ร้ายของบิดาในระหว่างที่บิดากำลังออกล่าเพื่อเก็บคะแนน ไม่เพียงแค่บิดาเกือบจะยิงโดนเธอเท่านั้น แต่การพลาดโอกาสในการโจมตีครั้งนั้นก็ทำให้เขาพ่ายแพ้จนอับอายขายหน้าไปทั่ว
เมื่อกลับมาที่คฤหาสน์ พี่สาวคนนั้นก็ถูกไล่ออกไปจากบ้านทันที ต่อให้เธอพยายามแก้ตัวว่าไม่ได้ทำ และถูกคนอื่นวางแผนร้ายใส่ ทว่าบิดาย่อมไม่เชื่อคำพูดที่ไม่มีหลักฐานนี้ ตอนนั้นเขาก็กอดอกยิ้มอย่างชอบใจเมื่อเห็นผลลัพธ์เป็นไปตามที่พี่สาวต้องการแล้ว
พี่สาวบอกว่าพี่สาวต่างมารดาคนนั้นวางแผนทำร้ายตนเองก่อน ถ้าไม่ชิงลงมือก็อาจจะเป็นฝ่ายถูกจัดการเองก็ได้ ดังนั้นในความรักพี่ เขาจึงตั้งใจจะทำให้อีกฝ่ายออกไปจากคฤหาสน์นี้
พอคิดดูดีๆ ตอนนั้นพี่สาวต่างมารดาจะวางแผนร้ายหรือไม่ แต่พี่สาวร่วมสายเลือดนั้นวางแผนร้ายแน่นอน ไม่เพียงแค่ตนเองไม่ต้องลงมือเอง หากเกิดเรื่องก็ยังมีคนต้องรับผิดชอบแทน ซึ่งนั่นก็คือน้องชายโง่ๆอย่างเขา ทว่า...ตอนนั้นที่พวกเขายังเด็ก ดูก็รู้ว่าคนที่ผ่านโลกมามากย่อมเห็นการกระทำและกลวิธีของเขาอย่างง่ายดาย สุดท้าย...พี่สาวร่วมสายเลือดก็ไม่ต้องมีชื่อเสียงเสียหายใดๆ คนที่ต้องแบกรับหม้อดำนี้ทั้งหมดก็คือเขาเอง...
เอาเถอะ นั่นเป็นเพียงเรื่องราวในอดีตเท่านั้น เขาที่เอาพื้นฐานนิสัยนี้มาใช้ก็ยังลุ้นว่าจะสำเร็จหรือไม่ หากพี่สาวยกธงขาวยอมแพ้ เช่นนั้นเธอก็อาจจะถูกปลดแค่ตำแหน่งอัศวิน แต่คงไม่ได้รับ “ของขวัญ” จากเขา ฉะนั้นจะปล่อยให้เธอยอมแพ้ได้อย่างไร
อัศวินราชินีเหมันต์รู้ว่าน้องชายของเธอจงใจยั่วโมโห ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้วเหมือนกัน น้องชายประเมินเธอสูงเกินไป คิดว่าเธอจะยอมแพ้แล้วรับเอาตำแหน่งขุนนางระดับสูงสักตำแหน่ง อาจจะเป็นที่ปรึกษาท่านอัศวิน หรือจะทำหน้าที่อื่นๆ เพราะถ้าแบบนั้น...เธอคงจะยังมีเกียรติให้รักษาไว้ได้อยู่ดี แถมชีวิตหลังจากนี้ก็ไม่ยากลำบาก
แต่...สำหรับเธอแล้ว การถูกปลดจากอัศวินก็เหมือนกับการถูกสังหาร! เธอจะไม่ยอมลงจากตำแหน่งที่ควรเป็นของตนเองหรอก! แม้ว่าเธอจะทำผิดในตอนเด็กที่ไม่จัดการหลักฐานชิ้นนี้ให้จบสิ้นตั้งแต่แรก ยังปล่อยให้เขารอดชีวิตออกมาท้าสู้กับเธอ เหยียบย่ำเธอในวันนี้ แต่อย่าลืมว่าตำแหน่งอัศวินไม่ใช่จะได้มาง่ายๆ
น้องชายของเธอคนนี้โชคดี มาถึงก็แค่ท้าสู้กับเธอ ถ้าชนะก็เอาตำแหน่งอัศวินไปได้เลย ทว่าตอนที่เธอรับตำแหน่งอัศวิน ต้องผ่านการเล่นเกมการเมืองมามากมายแค่ไหน เสียทรัพยากรไปมากเท่าไรเพื่อให้คนมาสนับสนุนตนเอง ดังนั้นไม่อาจจะยอมแพ้ง่ายๆเช่นนี้
เธอไม่ได้ลงทุนลงแรงทั้งหมดหลายร้อยปีที่ผ่านมา พัฒนาอาณาเขตอัศวินราชินีเหมันต์เพื่อให้คนอื่นมาคว้าผลประโยชน์สุดท้ายไปหรอกนะ!
“ย๊า!!” หญิงสาวรีดเร้นพลังของตนเองก่อนจะโถมดาบไปข้างหน้าอีกครั้ง แน่นอนว่าไม่เหมือนกับครั้งแรกที่จู่โจมผิดตำแหน่ง ครั้งนี้เธอเล็งไปยังตำแหน่งของน้องชายสารเลวทันที เจตนาสังหารพวยพุ่งออกมา แม้แต่คุณชายเหมันต์ที่กำลังมีสมาธิกับการต่อสู้ก็ยังชะงักไป
เคร้ง!!
ดีที่ร่างโคลนเคลื่อนไหวเร็วมาก เมื่อเห็นว่ามีศัตรูพุ่งเข้าหาร่างหลัก มันก็เข้ามารับการโจมตีนี้ทันที แม้ว่าการโจมตีก่อนหน้านี้จะทำให้ร่างโคลนของมันหายไป แต่...ก็สามารถรับการโจมตีที่แทงเข้ามาได้
เห็นว่าร่างโคลนสลายหายไปแล้ว คุณชายเหมันต์ก็พลิกตัวเพื่อเผชิญหน้ากับดาบยาวของพี่สาว ซึ่งเป็นอาวุธชิ้นเดียวกับที่อดีตอัศวินเหมันต์ที่ล่วงลับไปแล้วเคยใช้ พี่สาวของเขามีความฝันมาตั้งแต่เด็กแล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็จะต้องเป็นอัศวินให้ได้ ดังนั้นเธอจึงฝึกวิชาดาบยาวมาตั้งแต่ต้น แม้จะถูกมองว่าไม่ได้มีพรสวรรค์ด้านนี้ ทว่าความไม่ย่อท้อของเธอก็ทำให้ประสบความสำเร็จในการร่ำเรียนได้จริงๆ
“พลาดแล้ว” เสียงเย็นชาของอัศวินราชินีเหมันต์พึมพำออกมา เธอคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าน้องชายจะต้องใช้จังหวะนี้เพื่อโจมตีสวนกลับ แต่...ในมือของเธอเวลานี้ไม่ได้มีแค่ดาบยาว หากแต่มีมีดสั้นที่เคลือบยาพิษเอาไว้ด้วย หากน้องชายของเธอถูกพิษนี้เข้า เขาจะต้องตกตายในสามวันแน่นอน
หากเอาอุปกรณ์นี้ออกมาใช้ตั้งแต่แรก ผู้ชมทั้งหมดคงคิดว่าเธอมีเจตนาสังหารน้องชายแน่ๆ แต่...เขาได้แสดงให้เห็นแล้วว่าตนเองแข็งแกร่งมาก ยิ่งในสถานการณ์ที่เธอเกือบจะพลาดท่า ถูกแผนลวงให้โจมตีแล้วจะสวนกลับนี้ เธอหยิบอาวุธทั้งหมดที่มีออกมาใช้ก็ถือว่าถูกต้องแล้ว ต่อให้มันเป็นมีดเคลือบพิษร้ายแรงก็ตาม...
ปัก!!
คมมีดปักเข้ากลางอกของชายหนุ่ม แม้จะไม่ได้เข้าลึกมากนักเพราะพลังป้องกันของอีกฝ่าย ทว่า...ต่อให้เข้าแม้เพียงเล็กน้อย พิษที่อยู่ในอกนั้นก็เพียงพอที่จะทำให้เขาพ่ายแพ้ได้แล้ว
“ยอมแพ้เสีย รีบไปรักษา มีดนี้มีพิษร้าย...” อัศวินราชินีเหมันต์แสร้งพูดออกมาเหมือนเป็นห่วงหนักหนา แต่ความจริงเรื่องนี้เป็นแค่การแสดงของเธอเท่านั้น
ก็นี่ไง เธอเป็นห่วงน้องชายแล้วไม่เห็นหรือ? แต่เขาจะดื้อรั้นไม่ยอมไปรักษา หรือต้องการเอาชนะให้ได้ นั่นก็เป็นเรื่องของเขาแล้ว ผลสุดท้ายถ้าหากตกตายขึ้นมาก็ไม่เกี่ยวกับเธอแล้วเช่นกัน...
“พิษร้ายหรือ?” ชายหนุ่มเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะออกมาเมื่อเห็นพิษที่หน้าอกของตนเอง
เขาแตะรอยมีดที่เหมือนกับถูกสะกิด ยังมีรอยสีดำที่น่าจะเป็น “พิษ” ที่พี่สาวพูดถึง แค่สูดดมมันเข้าไปก็เข้าใจทันทีว่าพิษนี้เป็นพิษอะไร ด้วยความร้ายแรงของมัน...หากคนอื่นได้รับเข้าไปก็คงจะต้องรีบยอมแพ้จริงๆ เพราะสุดท้ายแล้วพิษร้ายแรงนี้กัดกินหัวใจจนขาดแหว่งได้เลย หากไม่รีบรักษาแล้วปล่อยให้เวลาผ่านไป หลังจากนี้ต่อให้ได้ยาดีขนาดไหนก็หยุดความเสียหายนั้นไม่ได้แล้ว
ทว่า...คนอื่นก็คือคนอื่น คุณชายเหมันต์ยกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะดึงพลังของตนเองเข้ามาในร่างกาย เขาบีบอัดพลังไปที่รอยบาดแผลนั้น จากนั้นก็ค่อยๆรีดเร้นมันออกมา การกระทำนี้ดำเนินไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปมาก แม้ว่านี่จะเป็นการประลองกันอยู่ แต่เขารู้ว่าพี่สาวคงไม่โจมตีตอนนี้หรอก ไม่อย่างนั้นก็เท่ากับว่าเธอจงใจที่จะทำให้เขาตายด้วยพิษจริงๆ
อัศวินราชินีเหมันต์มองดูน้องชายที่กำลังค่อยๆรักษาตนเองอย่างใจเย็น สำหรับ 10 วินาทีแรก...เธอยังไม่ได้รู้สึกอะไร ความพอใจยังปรากฏในแววตานี้ ทว่าเมื่อผ่านไป 10 วินาที เธอก็เริ่มประหลาดใจกับการกระทำของเขาแล้ว แถมยังมีหยดสีดำที่ค่อยๆไหลออกมาด้วย นี่...นี่หมายความว่าอย่างไร? หรือว่าเขาจะจัดการกับพิษนี้ได้จริงๆ
ซึ่งเมื่อผ่านไปครบ 30 วินาที ในที่สุดท่านอัศวินราชินีเหมันต์ก็ได้เห็นภาพที่ทำให้เธอไม่อยากเชื่อ
“ทำ ทำได้อย่างไร ทำไม...”
“ทำไมหรือ? ท่านพี่กล้าถามแบบนี้ได้อย่างไร หรือว่าท่านพี่ลืมไปแล้วว่าน้องชายคนนี้ร่วงไปในกับดักที่พี่เตรียมเอาไว้ให้หลายปี อยู่ในพื้นที่ล่าแบบนั้น ทั้งยังมีสัตว์ร้ายมากมาย ถ้าฉันไม่พยายามถีบตนเองให้รับมือกับความน่ากลัวทุกรูปแบบให้ได้ เช่นนั้นก็คงไม่ได้มายืนท้าประลองกับท่านพี่ตรงนี้แล้ว...”
คุณชายคลี่ยิ้มเย้ยหยัน รู้สึกว่าพี่สาวคนนี้ช่างดูแคลนคนอื่นเสียจริง ถ้าเขาไม่อาจจะทนสารพิษได้ เช่นนั้นตัวเองจะรอดมาเป็นหลายร้อยปีนี้ได้อย่างไร ดังนั้น...พิษที่พี่สาวใช้ ต่อให้สกัดมาอย่างดีแล้ว สุดท้ายจะยังเป็นอะไรได้? ก็แค่เศษพิษของพวกพิกซี่ที่ผลิตกันขึ้นมาไม่ใช่หรือ?
เขาจำได้ว่าก่อนหน้านี้ยังเคยถูกพิษที่รุนแรงมากกว่านี้ด้วย ถ้าตอนนั้นไม่ใช่หมอฮูลแคระใจดีแอบรักษาชีวิตเขาไว้ บางทีเขาก็คงจะตายไปนานแล้ว...
“ท่านมีลูกเล่นอะไรอื่นอีกหรือไม่? ช่วยแสดงมันออกมาให้ครบในครั้งเดียวเถอะ ไม่อย่างนั้นถ้าฉันลงมือขึ้นมา ท่านพี่ก็คงจะไม่มีโอกาสได้ตอบโต้แล้ว” คำพูดที่เต็มไปด้วยการดูแคลนและมั่นใจของเขาทำให้อัศวินราชินีเหมันต์โกรธจัด เธอโกรธจนหน้าสั่นตัวสั่น ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะถูกผู้อื่นเหยียบย่ำได้ถึงขนาดนี้
“ท่านแม่...ทำไมไม่ทำอะไรสักอย่าง...” เสวี่ยจิงที่อยู่ข้างๆพึมพำขึ้นมา เธอไม่อยากเชื่อเลยว่าภาพที่เห็นจะเป็นภาพความพ่ายแพ้ของมารดาตนเอง ทั้งๆที่บุรุษคนนั้นเป็นเพียงพวกที่เพิ่งโผล่ออกมาจากหลุมเท่านั้น แล้วทำไม...ทำไมพลังของอัศวินที่มาจากพรของเทพผู้สร้างก็ยังเอาชนะอีกฝ่ายไม่ได้เล่า!
“นั่นน่ะสิ หรือว่าทำทั้งหมดแล้วแต่ก็ยังเอาชนะไม่ได้กัน?”
“ไม่มีทาง! มารดาของฉันเป็นคนเก่งที่เตรียมแผนรับมือเอาไว้จำนวนมากแล้ว เวลานี้ก็แค่ยังสับสนเท่านั้น ไม่มีทางที่จะไม่สามารถรับมือได้หรอก สบายใจได้...” ไม่รู้เสวี่ยจิงพูดปลอบใจคนที่พูดแทรกขึ้นมา หรือกำลังปลอบใจตนเองกันแน่
หลังจากที่เธอพูดจบก็ชะงักไป รู้สึกว่าเสียงนั้นค่อนข้างคุ้นหูเลย แต่...ภาพของเด็กสาวคนหนึ่งปรากฏตัวให้เห็น เสียงนั้นคล้ายกับว่าจะเป็น...
“อ๊ะ นี่ นี่!!” เห็นร่างเล็กของผู้มาใหม่ เสวี่ยจิงก็อ้าปากค้าง
“ตกใจมากขนาดนั้นเลย?” ซูหยวนกอดอกเลิกคิ้วมองอีกฝ่าย ท่าทางเหมือนสงสัยจริงๆว่าเสวี่ยจิงต้องตกใจกับการปรากฏตัวของพวกเธอได้อย่างไร บางทีอาจจะเป็นเพราะเธอมั่นใจมากว่าจะตนเองและคุณหนูสามจะไม่รอดชีวิตกลับมา ดังนั้นจึงไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะได้เจอพวกเธออีกครั้ง
ถึงจะส่งคนออกช่วยตามหา แต่ก็เป็นการทำตามหน้าที่ไปส่งๆอย่างนั้นเอง แค่เรื่องการแสดงน่ะ...ทว่า...คนที่ทหารของพวกเธอช่วยตามหาพอเป็นพิธี เวลานี้กลับมาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้า แถมยังไม่มีร่องรอยการบาดเจ็บที่ไหนด้วย!!
“ทำไมแก ทำไมถึงได้...”
“คุณหนูแห่งอัศวินราชินีเหมันต์ โอ๊ะ! อีกหน่อยคงจะเรียกเช่นนี้ไม่ได้แล้ว เพราะท่านอัศวินราชินีเหมันต์จะไม่ได้เป็นอัศวินอีก แถมการเรียกคืนตำแหน่งอัศวินแบบนี้ น่าจะต้องทำพิธีลดขั้นด้วยใช่ไหม? ถึงตอนนั้น...พลังของท่านอัศวินจะยังเป็นระดับ “ราชินี” ได้หรือไม่ก็ไม่รู้เลย น่าเสียดายจริงๆเลยใช่ไหม”
“กะ แก!!”
“อะไรกัน เป็นแค่คนธรรมดาทั่วไป ทำไมถึงกล้ามาชี้หน้า “คุณหนู” อย่างพวกฉันได้ล่ะ” ซูหยวนปกติแล้วไม่ใช่พวกชอบใช้ปากตีกับคนอื่น แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอทำไม่เป็น
โดยเฉพาะการที่เธอรู้ว่าโจมตีใครแบบไหนจะทำให้พวกเขาเจ็บปวดมากที่สุด! ดังนั้นการพูดถึงเรื่อง “ตำแหน่ง” และ “ยศ” ของพวกเธอ ย่อมเป็นสิ่งที่เสวี่ยจิงไม่อยากได้ยินเลย
ก่อนหน้านี้เธอเย่อหยิ่งได้ก็เพราะตำแหน่ง “บุตรีของอัศวินราชินีเหมันต์” แล้วถ้าต่อไปเป็นแค่ “บุตรีของสตรีเหมันต์ผู้หนึ่ง” แบบนั้นจะสามารถใช้ชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร
เสวี่ยจิงมีความคิดดูแคลนคนอื่นมามากมายแล้ว พอถึงเวลาของตนเอง...เธอย่อมจินตนาการได้ดีกว่าใครๆ และการที่เป็นแบบนั้นย่อมทำให้เธอหวาดกลัวจนหน้ามืด
………………………………