บทที่ 582 ขอสิทธิในการเข้าพื้นที่ล่า (อ่านฟรี 8 ต.ค. 69)
บทที่ 582 ขอสิทธิในการเข้าพื้นที่ล่า (อ่านฟรี 8 ต.ค. 69)
บทที่ 582 ขอสิทธิในการเข้าพื้นที่ล่า
เป็นอย่างที่อันซูหยวนคิด เมื่อคุณชายราชาเหมันต์เอาชนะอัศวินราชินีเหมันต์ได้ อาณาเขตอัศวินเหมันต์ก็วุ่นวายทันที ไม่เพียงแค่ต้องจัดการทำพิธีเพื่อถอดถอนอัศวินราชินีเหมันต์เท่านั้น แต่พวกเขายังต้องจัดการโยกย้ายขุนนางครั้งใหญ่ด้วย คนที่อยู่ฝั่งอัศวินราชินีเหมันต์ถ้าไม่ต้องการตายไปพร้อมกับเจ้านายของตนเองก็ต้องแสดงจุดยืน ไม่อย่างนั้นก็มีคนมากมายที่รอจะรับตำแหน่งของพวกเขาอยู่
อัศวินเหมันต์คนใหม่นี้เป็นผู้ที่เอาตัวรอดคนเดียวในเขตพื้นที่ล่าหลายร้อยปี ทักษะในการพูดคุยของเขาไม่ได้มีมากนัก ดังนั้นวาจาไม่เคยหวานเลี่ยนเป็นภาษาดอกไม้ ต้องการอะไร อยากทำอะไรล้วนตรงไปตรงมา และนั่นก็ทำให้หลายคนกลัวมาก
อันซูหยวนได้รับการเชิญให้อยู่พักในคฤหาสน์เพื่อทำธุระของตนเองจนกว่าจะสำเร็จได้ ไม่รู้ว่าที่ทำเช่นนี้ก็เพื่อเอาใจ “มารดาบุญธรรม” หรือไม่ แต่เธอก็พอใจกับการกระทำเช่นนี้ของอัศวินคนใหม่จริงๆ ถึงเขาจะไม่ได้เข้ามาพูดคุยกับเธอมากนัก แต่การกระทำของเขาก็ยังแสดงให้เห็นว่าเป็นคนอบอุ่นอยู่
คุณชายห้าตื่นช้าไปกว่าที่คาดการณ์เอาไว้เล็กน้อย แทนที่จะตื่นเช้าอีกวัน เขากลับตื่นตอนเย็นของอีกวันหนึ่งเลย นี่อาจจะเป็นเพราะก่อนหน้านี้เขาเองแบกรับภาระทางร่างกายและจิตใจมาหนักหน่วงแล้ว พอได้ยกระดับพลังอีกก็เลยต้องการการฟื้นฟูมากกว่าปกติ
เมื่อเขาตื่นขึ้นมา ได้ยินว่าคำแรกที่ถามหาก็คือคุณหนูทั้งสองปลอดภัยดีหรือเปล่า ราวกับกลัวว่าภาพที่เห็นก่อนหน้านี้ทั้งหมดจะเป็นเพียงภาพความฝันเท่านั้น
ซูหยวนรออยู่ที่ห้องพักของตนเองเมื่อได้ยินว่าชายหนุ่มฟื้นแล้ว ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเขาก็มาปรากฏตัวข้างหน้าห้อง พร้อมกับคนของเขาอีกหลายคน ดูท่าว่าการยกระดับของเขาเองก็ทำให้คนที่เขตอัศวินพันปีสนใจมากเช่นกัน ถึงกับมีคำสั่งด่วนให้พาเขากลับไปด้วย ซึ่งชายหนุ่มจะกลับไปก็ต่อเมื่อคุยกับซูหยวนเสร็จแล้ว เขาจึงมีท่าทีรีบร้อนเช่นนี้
“ตื่นแล้วหรือ? เพิ่งรู้ว่าคุณชายห้าเป็นคนขี้เซาก็ครั้งนี้” หญิงสาวหยอกล้อเขา และมันก็ทำให้คนรู้สึกเขินอายได้จริงๆ
“ฉันไม่ได้ขี้เซา ก็แค่...”
“ล้อเล่นหรอกน่ะ เชิญคุณชายห้าทางนี้เถอะ เดี๋ยวคงจะต้องรีบกลับไปที่อาณาเขตใช่ไหม” ซูหยวนขัดเขา เห็นเขาเห็นเหมือนหนุ่มน้อยที่ขี้อายแบบนี้ก็ไม่กล้าแกล้งอีก
“อ่า ใช่ ท่านอัศวินส่งคนมารอแล้ว อยากจะให้กลับไปเร็วที่สุดเพราะต้องการตรวจสอบพลังของฉัน”
“เข้าใจแล้ว นั่นเป็นเรื่องจำเป็นจริงๆ ดังนั้น...ฉันจะไม่เสียเวลามากนะคะ ฉันแค่อยากจะคุยความร่วมมือกับคุณชายห้าให้เสร็จก่อน แต่เรื่องราวหลังจากนั้นยังรอได้ เอาไว้คุณชายห้าปรับพื้นฐานพลังเสร็จ หรือตอนว่างๆค่อยมาทำสัญญากันอีกที” ซูหยวนบอกเช่นนั้น ชายหนุ่มก็พยักหน้ารับ
เขาเองก็ไม่ได้อยากจะรีบร้อนจบการพูดคุยตั้งแต่วันนี้เหมือนกัน เพราะนั่นจะทำให้โอกาสในการพูดคุยระหว่างเขาและอันซูหยวนน้อยลงไปอีก ถ้าไม่ใช่เพราะพลังของเขาเลื่อนระดับแล้วยังเป็นพลังลับของสายเลือดเหมือนกับอัศวินรุ่นก่อน ท่านพ่อคงไม่ส่งคนมารออย่างรีบร้อนเช่นนี้
“เริ่มจากเรื่องการปรับแต่งอุปกรณ์เลยก็ได้ แผนเดิมก็คือ...ปีเเรกจะทำสัญญาอยู่ที่การมอบอุปกรณ์ไม่เกิน 120 ชิ้น โดยจะแบ่งเป็นเดือนละ 10 ชิ้น หลังจากกลับไปครั้งนี้ฉันจะให้คนเอาสัญญามาให้ก่อน พร้อมกับอุปกรณ์จำนวน 10 ชิ้น เธอคิดเห็นยังไง”
“ได้ค่ะ เรื่องนี้ก็เอาตามนั้นได้เลย” ซูหยวนพยักหน้ารับ นี่เป็นแผนการที่พวกเธอคุยกันไว้ตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องต่อรองอะไรกันอีก
“แล้วความร่วมมืออื่นๆ ที่อาณาเขตของฉันต้องการอย่างเรื่องผลึกเพิ่มพลังชีวิตและเรื่องยา...” ชายหนุ่มเหลือบมองอันซูหยวนเล็กน้อย เขาไม่รู้ว่าเธอคิดอย่างไรเกี่ยวกับความร่วมมือในการซื้อขายทั้งสองอย่างนี้
อย่างแรกคือผลึกเพิ่มพลังชีวิตมีความสำคัญกับคนอาณาเขตพันปีมาก บางทีการที่เขาเลื่อนระดับพลังครั้งนี้ก็มีผลมาจากหลายๆปัจจัย เพราะอย่าลืมว่าการเลื่อนระดับพลัง ไม่ใช่แค่มีปัญหาในจิตใจจนกลายพันธุ์ไปได้ แต่มันขึ้นอยู่กับการสะสมพลังในช่วงเวลาที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่ไม่กี่วันนี้ก็จะสำเร็จ
เขาคิดว่าตนเองที่เคยดูดซับผลึกเพิ่มพลังชีวิตอาจจะเป็นส่วนสำคัญในการเลื่อนระดับพลังครั้งใหญ่นี้ ดังนั้น...ถ้าเป็นไปได้ มันก็คือของที่อาณาเขตของพวกเขาอยากจะแลกเปลี่ยนมากที่สุดแล้ว
แต่นอกจากเรื่องผลึกเพิ่มพลังชีวิตแล้ว สิ่งที่เขาคิดว่าอยากได้อีกก็คือ “ยาระดับสูงสุด” ที่แม้แต่ท่านอัศวินก็บอกว่าโอกาสในการแลกเปลี่ยนมีน้อยมาก เพราะแค่ลำพังในอาณาเขตอัศวินหงส์ขาวเองก็คงจะขาดแคลน พวกเขาคงไม่ปล่อยให้อันซูหยวนเอามาขายให้ตนเองแน่
เพราะแบบนั้นจึงเห็นท่าทางลังเลและไม่สบายใจจากเขา....
ซูหยวนรับรู้ได้ว่าคนตรงหน้ากำลังประหม่า เธอยิ้มให้เขา...และพูดในสิ่งที่เขาอยากได้ยินมากที่สุด เพราะถ้าเป็นก่อนหน้านี้ เธอไม่มีแผนจะร่วมมือเรื่องยาระดับสูงสุดกับอาณาเขตอัศวินพันปีเลย จนกระทั่งได้เห็นคุณชายห้าแสดงความจริงใจต่อตนเองถึงเพียงนี้
การมีสหายดีๆก็ไม่ใช่เรื่องหายากเย็นอะไร แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะพบเจอได้ง่ายๆเช่นกัน หลายคนทั้งชีวิตก็มีเพื่อนดีๆเพียงแค่คนเดียว หรือบางคน....ต่อให้มีเพื่อนเป็นร้อย หาคนที่จริงใจและเสียสละเพื่อกันแม้เพียงคนเดียวก็ยังไม่เจอ ทันทีที่พบเจอคนแบบนี้...ซูหยวนก็อยากจะตอบแทนความรู้สึกของเขา
แน่นอนว่าเธอไม่ได้คาดหวังว่าในอนาคตเขาจะต้องเป็นเพื่อนที่ดีของตนเองตลอดไป การร่วมมือครั้งนี้จะทำให้ทั้งสองคนไม่เปลี่ยนความรู้สึกของตนเอง เธอไม่คาดหวังแบบนั้นอยู่แล้ว...ที่เธอแลกเปลี่ยนกับเขาครั้งนี้ก็แค่เพราะต้องการขอบคุณที่ครั้งหนึ่งเคยพยายามเพื่อสหายคนนี้ก็เท่านั้น
“สำหรับเรื่องผลึกเพิ่มพลังชีวิต ฉันสามารถแบ่งขายได้แค่เดือนละ 200 ผลึกเท่านั้น ทุกครั้งที่เอาอุปกรณ์มาส่งมอบและรับกลับไป ก็สามารถรับผลึกเพิ่มพลังชีวิตได้ 200 ผลึกเลย แต่การแลกเปลี่ยนนี้...ฉันขอเป็นการแลกเปลี่ยนกับคุณชายห้าโดยตรงไม่เกี่ยวกับอาณาเขตสองอาณาเขต”
“ของที่ต้องการแลกเปลี่ยนก็ยังเป็นอุปกรณ์อยู่ดี ฉันต้องการอุปกรณ์ระดับต่ำ 50 ชิ้น และอุปกรณ์ระดับกลาง 20 ชิ้นเพื่อแลกกับผลึก 200 ผลึกนี้ คุณชายห้าคิดเห็นเป็นอย่างไร”
เมื่อได้ยินข้อเสนอของหญิงสาว คุณชายห้าที่เตรียมจะเจรจามอบผลประโยชน์ให้เป็นจำนวนมากก็อ้าปากค้างไปทันที เขามองอันซูหยวนเหมือนต้องการถามว่าเธอเสนอมาผิดหรือไม่ ทำเอาหญิงสาวหัวเราะออกมาเบาๆ
“นี่เป็นการแลกเปลี่ยนระหว่างสหาย ถ้าคนอื่นต้องการแลกเปลี่ยนก็ต้องดูว่าจะสามารถให้อะไรดีๆกับฉันได้บ้าง”
คุณชายห้าเห็นสายตาแวววาวของเธอก็เข้าใจ ผลึกเพิ่มพลังชีวิตนี้เหมือนกับต้องการให้เขาเปล่าๆเลยด้วยซ้ำ นี่คือสิทธิพิเศษของสหายอย่างนั้นหรือ? แม้เขาจะไม่ชอบคำว่า “สหาย” ทว่า...เขาก็ไม่มีอะไรที่จะโต้แย้งได้เลย
จะบอกว่าไม่อยากเป็นสหายงั้นหรือ? เช่นนั้นเขาจะกลายเป็นอะไรได้ล่ะ!ตำแหน่งคนในใจของเธอก็ชัดเจนแล้วว่าเป็นใคร แถมอีกฝ่ายก็ดูเหมาะสมยิ่งกว่าเขาด้วย...อ่า แน่นอนว่าแค่สำหรับตอนนี้เท่านั้นแหละ ถ้าเขาสามารถเจอข้อเสียของอีกฝ่ายได้มากขึ้น เขาก็จะรู้ว่ามันไม่เหมาะสมเอง
ส่วนตัวเขาก็จะต้องเพิ่มพลังให้มากขึ้น ไม่ต้องคิดว่าจะสู้กับจางอู่หยางอย่างไร แค่ลำพังไม่อ่อนแอกว่าอันซูหยวนก็พอแล้ว
“คุณชายห้า...”
ทหารคนสนิทที่อยู่ข้างกายเห็นว่าคุณชายของตนเองคิดอะไรอยู่คนเดียวก็กลัวเหลือเกินว่าคุณชายจะปฏิเสธเพื่อรักษาเกียรติ ถ้าเขาบอกว่าไม่ต้องการผลประโยชน์นี้เพื่อแลกกับการเป็นสหาย หรือบอกว่าต้องการเป็นสหายโดยไม่หวังได้อะไรขึ้นมา ของดีๆพวกนี้ก็จะหายวับไปกับตา เขาไม่อาจปล่อยให้คุณชายทำเสียเรื่องได้จริงๆ แม้การเรียกสติคุณชายห้าจะเป็นการกระทำที่เสียมารยาทมากก็เถอะ
ชายหนุ่มคล้ายมองเห็นสายตาตำหนิ และเว้าวอนของผู้ติดตาม เขาไม่เข้าใจมากนักว่าทำไมจึงมีท่าทางเช่นนั้น แต่สุดท้ายก็หันไปหาอันซูหยวนเพื่อตอบตกลง
“ได้ ฉันจะเตรียมอุปกรณ์ในจำนวนนี้ไว้แน่นอน”
ถึงแม้ว่าทั้งหมดจะเป็นเรื่อง “อุปกรณ์” ทั้งนั้น แต่เขารู้ดีว่าอุปกรณ์ที่ทั้งสองฝ่ายจะเอามาร่วมมือการปรับแต่งนั้นไม่ใช่อุปกรณ์ระดับต่ำหรือระดับกลาง หากแต่จะต้องเป็นอุปกรณ์ระดับสูง หรือไม่ก็ระดับพิเศษเท่านั้น นี่ก็เพื่อให้การทำงานสมกับแรงที่เสียไป ดังนั้นจำนวนจึงเป็นแค่ 10 ชิ้นต่อเดือนเท่านั้น
“ดีค่ะ แล้วก็เรื่องยาระดับสูงสุด ฉันไม่ได้มีมากนัก แต่ถ้าแลกเปลี่ยนในนามของฉันกับคุณชายห้า...ฉันสามารถแบ่งให้ได้ปีละ 2 ขวด คุณชายห้าสนใจหรือไม่”
“นะ นี่...หมายความว่าจะแลกเปลี่ยนกับฉันจริงหรือ?” ได้ยินคำของอันซูหยวน ชายหนุ่มที่ไม่ได้คิดว่าเรื่องยาจะมีความหวังก็อ้าปากค้าง เขาไม่อยากจะเชื่อหูของตนเองจริงๆว่าได้ยินคำนี้จากปากของเธอ
อย่าลืมว่ายาระดับสูงสุดหมายถึงสิ่งใด! ยานี้แม้แต่ช่วยชีวิตของอัศวินหงส์ขาวมาแล้ว ฉะนั้นไม่ใช่ของที่ “เขา” ที่เป็นเพียงคุณชายผู้หนึ่งจะมีสิทธิมาพูดคุย สำหรับเขา...ของวิเศษเช่นนั้นควรจะเป็นอัศวินพูดคุยกับอัศวินเท่านั้น ไหนเลยจะเป็นเขาได้ อีกอย่าง...มองดูความสามารถทั้งหมดของเขาแล้ว เขาไม่คิดว่าตนเองจะมีอะไรให้อีกฝ่ายได้อย่างเหมาะสม
หมายความว่าคุณหนูอันจะได้รับทรัพยากรน้อยลงไปด้วยถ้าเลือกตัวแทนพูดคุยเป็นเขา ถึงเธอจะบอกว่าเป็นการพูดคุยในฐานะเพื่อน แต่เขาก็ไม่คิดว่าตนเองจะรับได้
ถ้าคุยในฐานะเพื่อนจริงๆ แล้วเขาที่เป็นเพื่อนจะเอาเปรียบ เอาแต่ได้จากเธอได้อย่างไร เขาควรคิดถึงผลประโยชน์ของเพื่อด้วยสิ ดังนั้น...ชายหนุ่มจึงโบกมือ ไม่กล้ารับเรื่องดีๆนี้ไว้
“ไม่ได้หรอก ของนั้นมีค่ามากเกินไป ถ้าคิดว่าจะร่วมมือก็สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนกับท่านอัศวินได้ ฉันจะเป็นตัวกลาง..”
“ไม่ต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้นหรอก สำหรับความร่วมมือกับอัศวิน ฉันจะให้อัศวินหงส์ขาวเป็นกลางเจรจาอยู่แล้ว ยาจำนวน 2 ขวดต่อปีนี้เป็นส่วนที่ฉันแบ่งเอาไว้หาประโยชน์ให้ตนเอง” ซูหยวนก็พูดความจริงออกไปเช่นกัน แต่คนตรงหน้ายังคงลังเล เพราะเขากลัวว่าตนเองจะเอาเปรียบเพื่อนมากเกินไป
“แต่ฉันไม่มีอะไรที่เหมาะสมกับการแลกเปลี่ยนเลย...”
“มีสิ ฉันมีบางอย่างที่อยากจะขออยู่”
“ขอจากฉันงั้นหรอ?”
“ใช่ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีปัญหาอะไรไหม คุณชายห้าสามารถพูดตามตรงได้” อันซูหยวนเองก็เกรงใจเขาเช่นกัน ถึงอย่างนั้นเธอก็คาดหวังว่ายาระดับสูงสุดของตนเองจะมีค่าพอ
“เชิญพูดมาได้เลย”
“อืม ฉันต้องการสิทธิในการเข้าพื้นที่ล่าของอาณาเขตอัศวินพันปี แน่นอนว่าถ้าเรื่องนี้ไม่ได้...ฉันก็จะลองพิจารณาแลกเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น” ซูหยวนไม่ได้ขาดยาระดับสูงสุดอยู่แล้ว เธอก็แค่เอายาระดับสูงในเขตมลพิษแล้วผสมกับน้ำบริสุทธิ์เท่านั้น สำหรับเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องยุ่งยากด้วยซ้ำ แต่ถ้ามันสามารถแลกกับสิทธิในการเข้าพื้นที่ล่าได้ ก็หมายความว่าทรัพยากรในเขตพื้นที่ล่านั้น...ต่อไปเธอจะไม่ขาดแคลนอีก
เรื่องนี้คุณชายห้าและคนอื่นๆไม่รู้ ซูหยวนก็ไม่ได้คิดจะเปิดเผยให้พวกเขารู้เช่นกัน หนูทองลายขาวหรือแมลงกัดกินจะไม่ได้ล่าทรัพยากรของพวกเขาจนเหี้ยนเตียน แต่จะแอบล่าตอนกลางคืนซึ่งพวกเขาไม่เข้าไปอยู่แล้ว
สำหรับเธอ เรื่องนี้ไม่กระทบกับผู้ใดเลย สุดท้ายแล้วพื้นที่เชื่อมมิติจะรีเฟรชกลับมาตามชั่วโมงที่กำหนดเอาไว้ หลังจากที่หนูทองลายขาวล่าเสร็จ กว่าคนของอัศวินพันปีจะเข้ามาก็กลับมาเป็นเหมือนก่อนแล้ว ทว่า...สิทธิในการเข้าพื้นที่ล่าไม่ใช่เรื่องง่าย เธอเองก็ไม่รู้ว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับยาระดับสูงสุดมากขนาดไหนด้วย
สีหน้าของชายหนุ่มซับซ้อนเล็กน้อย ตัวเขาเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าถ้าเรื่องนี้จะได้รับอนุญาตหรือไม่ แต่ถ้ามันเป็นสิ่งที่ซูหยวนต้องการ เขาก็จะพยายามต่อรองมาให้ได้
“เอาล่ะ ฉันจะกลับไปคุยกับท่านอัศวินเพื่อขอสิทธิในการเข้าพื้นที่ล่า แต่จะได้หรือไม่ก็ยังไม่รู้ ถ้ามีปัญหาจริงๆ...เรื่องยานี้ก็ยังไม่จำเป็นต้องแลกเปลี่ยนก็ได้ ฉันรู้แล้วว่าคุณหนูมีน้ำใจขนาดไหน เรื่องนั้นฉันรับเอาไว้แล้ว”
คุณชายห้าลุกขึ้นยืนก่อนจะขอบคุณอย่างเป็นทางการ ถ้าเขาได้รับยาระดับสูงสุดที่จะช่วยรักษาชีวิตได้ เช่นนั้นเขาก็เหมือนมีสองชีวิตแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะได้หรือไม่ แค่ได้เห็นน้ำใจของอันซูหยวน เขาก็รับปากว่าจะไม่ทรยศต่อเธอ ไม่ว่าจะตอนนี้หรือในอนาคตก็ตาม
“ฉันคงต้องกลับก่อนแล้ว จะรีบเอาข่าวดีมาให้แน่นอน”
“เข้าใจแล้ว เดินทางปลอดภัยนะคะ”
“อืม.......” ชายหนุ่มมองเธออีกครั้ง คล้ายว่าจะจดจำเอาไว้ให้ลึกที่สุดในหัวใจ อันซูหยวนคลี่ยิ้มเล็กน้อย เธอรู้สึกขอบคุณเขาเช่นกัน ไม่ใช่แค่ที่พยายามตามหาเธอขนาดนั้น แต่...จนตอนนี้ เขากลับไม่มีคำถามสงสัยว่าทำไมเธอจึงกลับมาได้อย่างปลอดภัย ก่อนหน้านี้หายไปไหน และอื่นๆเลย...ราวกับว่าเขาแค่พอใจที่ได้เห็นเธอปลอดภัย ช่างเป็นคุณชายที่น่านับถือจริงๆ
สำหรับเธอ เขาสามารถเป็นเพื่อนที่ดีได้ แม้ในใจของเขาจะคาดหวังอย่างอื่น แต่ซูหยวนคิดว่าแบบนี้เป็นความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดแล้ว เพราะในใจของเธอ...ไม่อาจฝืนรู้สึกกับเขาในอีกรูปแบบได้จริงๆ
……………………………………