บทที่ 583 ต้องต่อแถว (อ่านฟรี 9 ต.ค. 69)
บทที่ 583 ต้องต่อแถว (อ่านฟรี 9 ต.ค. 69)
บทที่ 583 ต้องต่อแถว
“จะกลับกันแล้วหรือ?” น้ำเสียงเข้มของ “ว่าที่อัศวินเหมันต์คนใหม่” ดังขึ้น เขามาที่ลานกว้างของคฤหาสน์เพื่อเตรียมส่งอันซูหยวนกลับไปอาณาเขตของตนเอง แน่นอนว่านอกจากเธอแล้ว ข้างๆก็ยังมีคนของอัศวินพันปีที่นำโดยคุณชายห้าอยู่ด้วย
แม้ว่าที่นี่จะมีสองคนที่เป็นทายาทของอัศวิน แต่ความใส่ใจของว่าที่อัศวินเหมันต์คนนี้ก็ชัดเจนว่ามีให้ใครมากกว่า ก็นะ...คนหนึ่งเป็นว่าที่ลูกบุญธรรมของเขา ในขณะที่อีกคนเป็นเพียงบุตรชายของอัศวินอาณาเขตใกล้เคียงเท่านั้น ในฐานะคนที่กำลังทำคะแนน ชดเชยเวลาหลายร้อยปีที่เสียไป เขาย่อมต้องดีต่อซูหยวนมากเป็นพิเศษ
ยิ่งก่อนหน้านี้ได้รู้เรื่องต่างๆที่เกิดขึ้น อัศวินหงส์ขาวเกือบตายเพราะบุตรชายบุญธรรมที่ชุบเลี้ยงมาอย่างดี หากไม่ใช่เพราะเด็กสาวอันซูหยวนผู้นี้เข้าช่วยเหลือ ต่อให้เขาสามารถหาทางออกมาจากพื้นที่ล่าได้ ก็คงจะไม่สามารถพบเจอกับสตรีที่เขาหลงรักอีกแล้ว...
ดังนั้นนอกจากความต้องการที่จะทำคะแนนแล้ว เขาก็ยังรู้สึกขอบคุณอันซูหยวนมากๆด้วยที่ได้ช่วยอัศวินหงส์ขาวเอาไว้
“ค่ะ ที่อาณาเขตมีปัญหาเกิดขึ้นค่อนข้างมากเมื่อตอนที่ฉันหายตัวไป หลายคนใช้โอกาสนี้เพื่อต่อต้านฉัน ดังนั้นท่านแม่จึงอยากให้ฉันไปสำเร็จโทษด้วยตนเองค่ะ”
“อืม เป็นความคิดที่ถูกต้องแล้ว เพราะถ้าไม่ทำให้คนอื่นรู้วิธีการปฏิบัติต่อบุตรีของท่านอัศวินเป็นอย่างไร ในอนาคตก็อาจจะเกิดปัญหาอีกก็ได้”
“ใช่ค่ะ” ซูหยวนยิ้มรับอย่างสุภาพ
เดิมทีเธอก็คิดว่าทางนั้นคงไม่มีอะไรต้องคุยอีกแล้ว แค่เขาสละเวลามาส่งเธอที่นี่ก็ถือว่าเป็นการให้เกียรติมากแล้ว อย่าลืมว่าตัวเขายังไม่ใช่อัศวินที่แท้จริงเพราะยังไม่ถูกแต่งตั้ง ส่วนอัศวินราชินีเหมันต์...อ่า ตอนนี้กลายเป็นราชินีเหมันต์ธรรมดาๆ กำลังรอจนกว่าจะฟื้นคืนสติ เมื่อนั้นจึงจะพาเธอเข้าไปในห้องรับพรศักดิ์สิทธิ์เพื่อเอาพรนั้นคืนให้กับอัศวินคนใหม่ ดังนั้นระหว่างนี้จึงมีเรื่องวุ่นวายให้ต้องจัดการ เขาปลีกตัวมาได้ขนาดนี้ก็ทำให้ผู้อื่นที่รอการตัดสินใจของเขาล่าช้าไปด้วย
“ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวกลับ...”
“เดี๋ยวก่อนสิ” เขารั้งซูหยวนที่กำลังจะไปยังตำแหน่งของคุณชายห้าที่รออยู่ก่อนแล้ว หลังจากที่คุยความร่วมมือกันแล้วเสร็จ พวกเขาก็แยกย้ายกันไปเตรียมตัวกลับอาณาเขต ทันทีที่ฟ้าสว่างก็เรียกระดมคนเพื่อเดินทางแล้ว
ในเมื่อไม่ได้มีธุระอะไรให้ต้องจัดการอีก เช่นนั้นซูหยวนก็ไม่เห็นความจำเป็นต้องอยู่ที่นี่อีก อีกอย่าง...เมื่อตัดสินใจจะร่วมมือกับคุณชายห้าแล้ว ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เธอจะเริ่มหาคนเพื่อสร้างตระกูลของตนเองในเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาเสียที
ว่าที่อัศวินส่งสัญญาณ คนของเขาก็นำหีบขนาดใหญ่ออกมาวางไว้ตรงหน้า หนึ่งหีบหาม สองหีบ รวมท้ายที่สุดแล้วก็ปรากฏขึ้นถึง 5 หีบเลยทีเดียว
“ของพวกนี้คือผลึกเพิ่มพลังธาตุน้ำแข็ง 3 หีบ ผลึกน้ำแข็ง 1 หีบ และสุดท้ายก็เป็นธนูน้ำแข็ง ของพวกนี้เป็นของที่ฉันเตรียมไว้เพื่อขอโทษแทนคนของอาณาเขตเหมันต์ของพวกเรา ไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะรับแขกด้วยความคิดเลวร้ายแบบนั้น หากไม่ใช่เพราะเธอไหวตัวทัน พวกเราอาจจะเป็นแพะรับบาปสำหรับการจากไปของคุณหนูสามแกะทองคำแล้ว”
“แม้ของพวกนี้จะไม่ได้มีค่ามากนัก และพวกเราก็ไม่ได้จะมอบให้เพียงเท่านี้ แต่...คงต้องรอฉันจัดการทางนี้ให้แล้วเสร็จก่อน ไม่ว่าจะต้องจัดการเรื่องราวภายในอาณาเขต หรือแม้แต่การจัดการเรื่องพื้นที่ล่า ฉันจะแสดงความรับผิดชอบอีกครั้งแน่นอน”
“สำหรับตัวคนร้ายที่วางแผน พวกเราจะลงโทษอย่างเหมาะสมที่สุด แล้วก็จะรีบแจ้งกลับไปยังอาณาเขตอัศวินหงส์ขาว หวังว่าทางอาณาเขตอัศวินหงส์ขาวจะใจเย็นรอคำตอบดีๆจากพวกเรา”
คนพูดออกมาอย่างเป็นทางการ อันซูหยวนรู้ว่านี่ไม่จำเป็นต้องปฏิเสธ เพราะทรัพยากรที่ได้มาทั้งหมดเป็นสิ่งที่เธอควรจะได้แล้ว ของตอบแทนนี้เป็นการมอบสำหรับส่วนตัว สำหรับการชดเชยให้อาณาเขต...ว่าที่อัศวินพูดแล้วว่าเขาจะตามไปชดเชยให้ภายหลัง
“ขอบคุณท่านอัศวินคนใหม่ที่มีจิตใจเป็นธรรม ขอให้ท่านตามหาตัวคนร้ายให้ได้ ฉันก็ต้องการให้คนร้ายผู้นั้นรับโทษอย่างเหมาะสมเช่นกันค่ะ แน่นอนว่าไม่ใช่เพียงผู้ลงมือเท่านั้นที่ควรรับโทษ หากเป็นไปได้ก็อยากจะลากคนที่มีส่วนรู้เห็นทั้งหมดออกมา”
“แน่นอนว่าฉันจะทำเช่นนั้น”
“ขอบคุณมากค่ะ เพราะท่านเข้ามาจัดการเรื่องนี้ ความสัมพันธ์ของสองอาณาเขตเราจะยังแน่นแฟ้นเหมือนเดิมแน่นอนค่ะ” ซูหยวนยกยิ้มขึ้นมา สองคนมองตากันเหมือนเข้าใจอะไรบางอย่าง
คำว่า “แน่นแฟ้น” ในที่นี้หมายถึงอะไร? หมายถึงอาณาเขตทั้งสอง หรือเป็นเรื่องความสัมพันธ์ของอัศวินหงส์ขาวกับว่าที่อัศวินราชาเหมันต์กันแน่!
“เดินทางกลับอย่างปลอดภัย”
เขาเองก็พอใจมากเช่นกัน รู้สึกถูกชะตากับว่าที่บุตรีบุญธรรมคนนี้มาก เพราะอีกฝ่ายเป็นคนรู้ความมากกว่าที่คิด เขายังหวังว่าคุณชายสี่ของอัศวินหงส์ขาวเองก็จะเป็นแบบเธอด้วย การเปิดใจยอมรับง่ายๆแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน
คุณชายสี่ที่อัศวินหงส์ขาวเลี้ยงเหมือนลูกมาตลอด ถ้าคนผู้นั้นไม่ยอมรับเขา...ก็ไม่รู้ว่าท่านอัศวินจะเลือกอย่างไหน แล้วเธอจะยังสบายใจอยู่หรือไม่...ถ้าถึงกับต้องเลือกด้วยความปวดใจจริงๆ เช่นนั้นเขาก็คงทำอะไรไม่ได้นอกจากเป็นคนถอยออกมา นี่ก็เพื่อให้ท่านอัศวินหงส์ขาวมีความสุขที่สุดนั่นเอง
“ขอบคุณค่ะ” ซูหยวนเดินหันหลังจากมารวมตัวกับคุณชายห้า สองคนพยักหน้าให้กันครั้งสุดท้าย ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก เวลานั้นร่างของซูหยวนและทหารกว่าร้อยนายของเธอก็ค่อยๆลอยขึ้นบนท้องฟ้า จากไปอย่างงดงามเหมือนกับตอนที่เพิ่งมาถึงไม่มีผิด
ตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ยิ่งอยู่ในฟาร์ม กินดีอยู่ดีก็ยิ่งแข็งแรงมากขึ้น ซูหยวนรู้สึกว่าการใช้พวกตั๊กแตนน้ำเช่นนี้เป็นวิธีการใช้งานที่ถูกต้องแล้ว จากเวลาที่ควรเดินทาง 5-7 ชั่วโมง เมื่อเป็นตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์พวกนี้ เหลือเวลาที่ใช้ไปกับการเดินทางแค่ 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น หายไปมากกว่าครึ่งเลยทีเดียว
ก่อนหน้านี้เพราะอัศวินหงส์ขาวไม่ถูกกับอัศวินราชินีเหมันต์ จะเคลื่อนไหวหรือทำการใดๆคงไม่ได้ง่ายนัก ดังนั้นระหว่างการเดินทาง ซูหยวนทำได้แค่ให้พวกตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์บินต่ำลง ถึงจะช่วยให้พวกเธอไม่เหนื่อยไปกับการเดินทาง แต่...อยู่กับตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์เป็นเวลานานย่อมปวดเมื่อยไม่น้อย
ถึงอย่างนั้น...พวกเขาก็ต้องรักษากฎการเดินทางของอัศวินราชินีเหมันต์ด้วย หากไม่ใช่เพราะถึงตำแหน่งที่เสวี่ยจิงมาดูแลแล้วทางนั้นลอยตัวขึ้นนำก่อน ซูหยวนก็คงจะไม่เรียกพวกตั๊กแตนน้ำออกมาหรอก
ทว่าตอนนี้กฎอะไรนั่นยังจะถูกพูดถึงได้อีกหรอ? อัศวินก็กำลังจะเปลี่ยนคนแล้ว แถมว่าที่อัศวินคนใหม่ก็คือคนรักของมารดา แทนที่เธอจะต้องไปขออนุญาต เขากลับเป็นฝ่ายเอ่ยถามเธอมากกว่า ไม่ใช่แค่ถามว่าเดินทางอย่างไร แต่ถามว่า “เธอต้องการใช้รถลากเหินเวหาหรือไม่” ช่างเป็นน้ำใจที่ยิ่งใหญ่เหลือเกิน
เมื่อได้รับอนุญาตให้ใช้ตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ ระยะเวลาการเดินทางก็แค่จะเหมือนกับการนั่งถอนหายใจทิ้งไปไม่กี่ครั้ง ในที่สุดก็มาถึงอาณาเขตของอัศวินหงส์ขาวแล้ว
ทางเข้าเธอยังถูกตรวจสอบเล็กน้อยด้วย ทหารเฝ้าอาณาเขตมองซูหยวนแปลกๆ น่าจะเพราะก่อนหน้านี้ได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับการพลาดท่าของเธอจนทำให้คุณหนูสามแห่งอัศวินแกะทองคำเดือดร้อนไปด้วย ตอนนั้นสารภาพตรงๆเลยก็คือ...เขาก็เป็นหนึ่งในคนที่ออกมาประท้วง อยากให้ขับไล่คุณหนูจอมปลอมผู้นี้ออกจากตำแหน่งแล้วรีบมีคำสั่งลงโทษเสีย
ไม่ใช่แค่ต้องการปกป้องอาณาเขตอัศวินหงส์ขาวของพวกเขาเท่านั้น แต่เป็นความต้องการส่วนลึกในใจของเขาด้วย จากที่ไม่ชอบคุณหนูจากเขตมลพิษ ซึ่งเป็นพวกชั้นต่ำในสายตาของเขา จู่ๆไม่ต้องทำอะไรเลย แค่อยู่ถูกที่ถูกเวลาก็กลายเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตท่านอัศวิน จากนั้นก็ได้รับการแต่งตั้งจากคนที่อยู่ต่ำมากๆให้กลายเป็นคุณหนูที่สูงส่งแทน
จากที่ต้องก้มหัวให้พวกเขาเพื่อขอผ่านทาง เวลานี้เมื่ออีกฝ่ายเดินทางผ่านมา พวกเขาทหารของอัศวินหงส์ขาวซึ่งถือเป็นตำแหน่งสูงที่พวกชาวบ้านยังต้องเกรงใจ คนอย่างพวกเขาต้องตั้งขบวนรอต้อนรับ ช่างเป็นการกระทำที่กลับตาลปัตร เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือจริงๆ!!
“คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวต้องการเดินทางกลับเข้าเมืองหลวง ส่งผู้นำทางมาด้วย”
ตัวแทนทหารองค์รักษ์ของอันซูหยวนก้าวออกมา เดิมทีคิดว่าคนเหล่านี้น่าจะเตรียมพร้อมเอาไว้ก่อนแล้ว ตอนที่ท่านอัศวินกลับเข้ามาในเมือง พวกเขาก็น่าจะรู้แล้วว่าข้างนอกเกิดปัญหาอะไรขึ้น
คุณหนูของอาณาเขตตนเองถูกใส่ความจนเกือบจะเสียหาย โชคดีที่สามารถไหวตัวทัน หลบพ้นการโจมตีของศัตรู ทั้งหมดนี้น่าชื่นชมมาก เขาคาดหวังว่าจะได้เห็นสายตาเลื่อมใสยามมองคุณหนูของพวกตน แต่...ทำไมรู้สึกว่าในแววตาของคนพวกนี้กำลังดูแคลนคุณหนูของพวกเขาอยู่กันล่ะ!
ความรู้สึกที่คุ้นเคย เหมือนกับก่อนหน้านี้ที่พวกเขาก็ใช้แววตาเช่นนี้มองคุณหนูอัน ทว่า...เมื่อได้ร่วมต่อสู้กับเธอไม่กี่วันก่อน พวกเขากลับรู้สึกได้รับการเปิดหูเปิดตาอย่างแท้จริง
ดังนั้น พูดได้เต็มปากว่าตอนนี้ทุกคนเคารพอันซูหยวนมาก ยกให้เธอเป็นคุณหนูที่แท้จริงของอาณาเขตไปแล้ว แน่นอนว่านี่เป็นความคิดของพวกเขาเท่านั้น คนอื่นๆไม่ได้รู้จักซูหยวนดีพอ เช่นนั้นจะคิดเหมือนกับพวกเขาได้อย่างไร
คนพวกนี้รู้ว่าอันซูหยวนจะเดินทางผ่านเมืองนี้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่พวกเขาทำก็คือการไม่ปล่อยให้เธอผ่านไปง่ายๆ ทหารที่อยู่ด้านหน้าประกาศออกมา ใช้คำสั่งของอัศวินหงส์ขาวมาเป็นข้ออ้างด้วย
“ท่านอัศวินกล่าวว่าจะต้องทำตามกฎอย่างเคร่งครัด แม้ว่านี่จะเป็นการเดินทางของคุณหนู แต่ก็ช่วยอะไรมากไม่ได้ ทั้งหมดนี้เป็นคำสั่งที่พวกเรารับมาอีกที ขอทุกคนจงวางใจให้เป็นกลาง”
คนพูดก็พูดไป สำหรับการ “วางใจให้เป็นกลาง” แท้จริงแล้วเป็นพวกเขาที่ควรจะต้องจดจำเอาไว้ให้ได้มากที่สุด เพราะตอนนี้คนที่ปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมก็คือฝ่ายของพวกเขาแล้ว
ซูหยวนมองดูทหารชายแดนที่กำลังเข้ามารื้อของเพื่อตรวจสอบทรัพยากรที่เธอนำกลับมา หากเป็นของปกติก็คงจะไม่เท่าไร แต่ของในกล่องใหญ่ที่คนขององค์กรนักล่าสกุลจางแบกมา แท้จริงแล้วเป็นทรัพยากรที่เธอล่ามาได้ด้วยตัวคนเดียว และท่านอัศวินก็ได้บอกแล้วว่าของเหล่านั้นจะเป็นของเธอ ซึ่งตอนที่ท่านอัศวินออกคำสั่ง เธอเองก็อาจจะไม่ได้คาดหวังว่าอันซูหยวนจะนำของกลับมามหาศาลเช่นนี้
หากท่านอัศวินอยู่ที่นี่ เธออาจจะพูดว่าทรัพยากรที่อันซูหยวนขนมาที่นี่ทั้งหมด มีค่าแทบจะเท่ากับ 3 ใน 4 ส่วนของคลังอาณาเขตแล้ว ถือว่าเป็นผู้ร่ำรวยคนหนึ่งเลย...
ตอนนี้ทหารระดับต่ำที่ควรจะดูแลเธออย่างดี แม้ปกติซูหยวนจะไม่ค่อยชอบใช้สิทธิพิเศษและไม่ได้ขวนขวาย แต่เธอก็ไม่ได้มีความคิดตรงเกินไป อะไรที่ใช้ได้เธอก็ใช้ อะไรที่ใช้ไม่ได้ก็แค่ไม่ใช้ก็เท่านั้น
“ต้องใช้เวลาเท่าไร” ซูหยวนเอ่ยถามพวกเขาโดยตรง หากต้องการตรวจสอบทีละชิ้นๆ มีหวังเธอคงต้องเสียเวลาอยู่ที่นี่ไปอีกวันหรือสองวันแน่ๆ เพราะของที่เธอได้รับมานั้นมากมยามหาศาล ไม่ต้องพูดเรื่องการจดบันทึกเลย แค่การนับจำนวนก็กินเวลาเป็นวันๆแล้ว
ถ้าพวกเขาใช้เวลา 2 วันเพื่อการตรวจสอบ นี่ไม่ใช่เป็นการเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์หรอกหรือ? ฉะนั้นเธอจึงถามเพื่อความแน่ใจ แต่คำถามของเธอกลับทำให้ทหารเฝ้าชายแดนคนนั้นหน้าเปลี่ยนไป
ก่อนหน้านี้ก็รู้สึกไม่ชอบซูหยวนแล้ว พอได้ยินซูหยวนวางท่าเหมือนเจ้านาย เขากลับยิ่งไม่ชอบมากขึ้น ดังนั้นคำตอบของเขาก็คือ...
“คุณหนู พวกเราก็ยังบอกไม่ได้เหมือนกันว่าต้องใช้เวลาเท่าไร แต่ที่แน่ๆน่าจะมากกว่า 1 สัปดาห์แน่นอน ดังนั้นคุณหนูควรจะหาที่พักไว้ก่อนบ้างนะครับ พวกเรายังมีงานที่ค้างตรวจสอบอีกมาก หลายคนเป็นพ่อค้าก็ต้องการรีบเดินทาง ในเมื่อคุณหนูไม่ได้มีธุระที่ไหนก็คงจะไม่จำเป็นต้องให้พวกเรา “ลัดคิว” ให้หรอกใช่ไหมครับ”
“ถ้าทำแบบนั้น...คนที่ส่งทรัพยากรมาให้พวกเราตรวจสอบอย่างถูกต้องในวันแรกๆ เป็นคนที่ถูกแซงคิวไป พวกเขาจะไม่โกรธจัดจนไม่อยากทำกิจการในอาณาเขตเราหรอกหรอ? ทั้งหมดนี้ก็เพื่ออาณาเขตทั้งนั้น หวังว่าคุณหนูจะเข้าใจ”
คำตอบที่เหมือนจะซื่อตรง แต่แท้จริงแล้วแค่ต้องการกลั่นแกล้งเธอเท่านั้น มันทำให้ซูหยวนถึงกับหลุดหัวเราะออกมา เธอกระดิกนิ้ว เรียกให้ทหารองค์รักษ์ 1 คนออกมา จากนั้นก็ออกคำสั่ง
“ไปจับกุมเขาไว้” ได้ยินคำสั่ง ทหารผู้นั้นก็ไม่รอช้า แต่ทหารประจำชายแดนกลับอ้าปากค้าง
“อะ อะไร!! กล้าจับฉันงั้นหรอ!!” เสียงตะโกนของทหารทำให้ชาวบ้านชาวเมืองที่พักผ่อนอยู่ในหมู่บ้านนี้ต่างก็ยื่นหน้าออกมาดู เห็นว่าทหารประจำชายแดนถูกจับตัวไว้ แถมยังตะโกนออกมาว่าไม่ได้รับความยุติธรรม หลายคนก็เริ่มชี้ชวนให้คนอื่นๆมาดูภาพนี้แล้ว
ซูหยวนไม่ได้รีบร้อนนัก เธอค่อยๆก้าวเข้าหาทหารผู้นั้น อีกฝ่ายยังจ้องเธอเขม็งเหมือนโกรธเกลียดกันมาเป็นร้อยๆพันๆชาติ
“คุณหนู! แม้ว่าท่านจะเป็นคุณหนูของอาณาเขตอัศวินหงส์ขาวแล้ว แต่คิดว่าการกระทำแบบนี้ถูกต้องงั้นหรอ คุณหนูจะมาใช้อำนาจของตนเองที่นี่ ทำร้ายกระทั่งทหารรักษาเขตแดนงั้นหรือ? นี่คุณหนู...แท้จริงแล้วเป็นคนของอาณาเขตอื่นส่งมาให้บ่อนทำลายอาณาเขตของพวกเราหรือไม่”
“ทุกอย่างที่คุณหนูทำตั้งแต่ลากเอาคุณหนูสามแห่งอัศวินแกะทองคำไปตายด้วย นั่นก็เกือบทำให้อาณาเขตของพวกเราย่ำแย่แล้ว”
“วันนี้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา พวกเราก็ทำตามคำสั่งของท่านอัศวินหงส์ขาวเพื่อตรวจสอบทุกอย่างโดยละเอียด และรักษาผลประโยชน์ของพ่อค้าทั้งหลายเพื่อให้พวกเขายินดีจะใช้เส้นทางอาณาเขตของพวกเราเป็นทางผ่าน คุณหนูกลับต้องการให้ตรวจสอบของคุณหนูก่อน แบบนั้นถูกต้องแล้วหรอครับ”
ทุกประโยคของเขามีแต่ความหมายที่ไม่ได้รับความยุติธรรมทั้งนั้น แถมยังตะโกนออกมาเสียงดัง เหมือนว่าอยากจะให้คนอื่นๆได้ยินไปด้วย ...นี่...ดูก็รู้เป็นการสร้างความเกลียดชังให้กับคนในพื้นที่ อยากจะสร้างปัญหาให้เธอชัดๆเลย!!
……………………………………….