บทที่ 584 เมืองท่า (อ่านฟรี 10 ต.ค. 69)
บทที่ 584 เมืองท่า (อ่านฟรี 10 ต.ค. 69)
บทที่ 584 เมืองท่า
“พูดเก่งจริงๆเลยนะ”
แทนที่ซูหยวนจะรีบปล่อยตัวเขาไป เธอกลับแค่นหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ดูเหมือนตำแหน่งคุณหนูของอัศวินมาได้ทำให้คนอื่นๆรู้เลยสินะว่าต้องปฏิบัติตัวต่อตนเองอย่างไร แม้ว่าปกติแล้วซูหยวนจะไม่ใช่พวกเจ้ายศเจ้าอย่าง แต่ก็ไม่ใช่คนที่จะยอมก้มหัวให้เช่นกัน
ตอนนี้เธอเป็นคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาว จริงอยู่ที่สามารถมองข้ามการกระทำเหลวไหลของใครบ้างคนไปได้ เพราะสุดท้ายแล้วเธอก็เป็นคนธรรมดามาเหมือนกันทั้งสองชีวิต จึงไม่ได้ยึดติดกับการวางตัวมากนัก ทว่า...ทหารผู้นี้จงใจจะกลั่นแกล้งเธอต่อหน้าประชาชนทั่วไป ไม่รู้ว่านี่เป็นความตั้งใจของเขาเองหรือมีคนอยู่เบื้องหลัง แต่ถ้าเธอไม่ทำอะไรสักอย่างกับเรื่องนี้...ย่อมจะกลายเป็นผลร้ายมากกว่าผลดี
ต่อไปผู้คนจะคิดว่าคุณหนูผู้นี้รังแกได้ง่ายดาย เธออาจจะยอมต่อแถวเหมือนกับชาวบ้านทั่วไปหากไม่ใช่ว่าเธอยังมีหน้าที่ความรับผิดชอบอื่นๆอยู่ นอกจากนี้....ถ้าข่าวลือแพร่กระจายออกไป การวางตัวของเธอในอนาคตจะเป็นอย่างไร?
ขุนนางของอัศวินหงส์ขาวคงจะมองว่าเธอเป็นแค่ลูกไก่ที่สามารถปล่อยให้ทหารระดับล่างรังแกก็ยังได้ เช่นนั้นพวกเขาจะยังให้หน้าเธออีกหรอ? ในการทำกิจการหรือการแลกเปลี่ยนหลังจากนี้...ย่อมต้องถูกเมินหรือดูแคลนแน่ ดังนั้นเพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลม และทำให้ทุกคนรู้ว่าจะรังแกตนเองไม่ใช่เรื่องง่าย ซูหยวนย่อมไม่ทำเป็นมองไม่เห็น
“คุณหนู ท่านจะจับพวกเราที่เป็นพลเมืองทั่วไปเพียงเพราะคุณหนูต้องการสิทธิพิเศษ...”
เพี๊ยะ!!
เธอไม่ปล่อยให้เขาพูดจนจบ เพียงตวัดมือครั้งเดียว ตบเข้าที่ใบหน้าของเขาจนเกิดเสียงดังสนั่น หน้าของทหารหนุ่มสั่นสะเทือนด้วยแรงสะเทือนที่ยังหลงเหลือ นอกจากนี้...ฟันสองซี่ในปากของเขาก็ยังหลุดออกมาเพราะแรงตบนี้ด้วย แสดงให้เห็นว่าซูหยวนไม่คิดจะใจดีด้วยเลย
“นะ นี่...”
“อย่างแรก...ในฐานะคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาว ฉันมีเกียรติที่ต้องรักษาเอาไว้”
เพี๊ยะ!!
“คะ คุณ...”
“อย่างที่สอง ฉันออกไปอาณาเขตอัศวินเหมันต์และเพิ่งกลับมา ไม่ว่าทรัพยากรที่ฉันนำมาทั้งหมดจะมีอะไรบ้าง ก็ไม่ใช่หน้าที่ของทหารชายแดนอย่างนายควรจะต้องตรวจสอบ หรือคิดว่าตนเองมีสิทธิเทียบเท่ากับท่านอัศวินแล้วงั้นหรือ? อ้อ...ต่อให้เป็นท่านอัศวิน ท่านก็คงจะไม่ตรวจสอบเช่นกัน เพราะก่อนที่ฉันจะไปพื้นที่ของอัศวินเหมันต์ ท่านอัศวินหงส์ขาวได้บอกเอาไว้แล้วว่าทรัพยากรทั้งหมดนี้จะเป็นของฉัน”
ซูหยวนแสยะยิ้มก่อนจะมองไปรอบๆครั้งหนึ่ง จากนั้นก็เงื้อฝ่ามือขึ้นแล้วตบเข้าอีกฉาดใหญ่
เพี๊ยะ!!
คราวนี้ทหารผู้นั้นอยากจะอ้าปากส่งเสียงออกมาก็ยังทำไม่ได้ ปากของเขาบวมเบ่งเหมือนจะแตกออกจากกันแล้ว ฟันทั้งหมด 6 ซี่ที่หลุดออกมา มันทำให้เขาเจ็บปวดจนเกินจะรับไหว
“และที่สำคัญที่สุด...นายกำลังทำตัวเป็นกบฏ ดูแคลนฉันที่เป็นคุณหนูผู้หนึ่ง ต้องการตรวจสอบอย่างละเอียด เอาข้อมูลไปขายให้ผู้ใดก็ไม่ทราบได้ เรื่องนั้นอาจจะไม่ทำให้ฉันโกรธมากขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้นายปล่อยให้ขุนนางของเมืองผ่านเข้าไปโดยไม่ตรวจสอบอย่างละเอียดเท่ากับฉันมา 6 คันรถแล้ว”
“หรือว่า...ในสายตาของทหารชายแดนอย่างนาย คุณหนูอย่างฉันน่าสงสัยยิ่งกว่าขุนนางของเมืองงั้นหรือ?” เมื่อถูกจู่โจมด้วยประโยคพวกนี้ ทหารผู้นั้นก็ถึงกับแข้งขาอ่อน เขาทรุดฮวบลงไป รู้สึกว่าควรจะพูดแก้ตัวอะไรออกมา แต่ซูหยวนที่จงใจตบปากเขาอย่างแรง ต่อให้อยากพูดก็หาเสียงไม่เจออีกแล้ว
การสั่งสอนที่เข้มงวดและรุนแรงนี้ทำให้ทหารคนอื่นๆไม่กล้าเข้ามาขวางทางเธออีก นอกจากนี้...ตามกฎแล้ว แม้จะมีการระบุให้ตรวจสอบสิ่งของที่เอาผ่านเข้ามาในอาณาเขต แต่เพราะไม่ใช่ช่วงประกาศมาตรการฉุกเฉิน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้เข้มงวดมากนัก หากสุ่มตรวจแล้วไม่เจออะไรก็ปล่อยผ่านไปได้เลย
ทว่า...การที่พวกเขาต้องการตรวจสอบอย่างละเอียด แท้จริงแล้วก็มีผลมาจากเงินก้อนโตที่ได้รับมาจากขุนนางผู้หนึ่งด้วย อีกฝ่ายอยากจะรู้ว่าคุณหนูผู้นี้ได้รับทรัพยากรอะไรมาบ้าง เพื่อที่พวกเขาจะได้ประชุมหาทางยึดทรัพยากรเหล่านั้นมาถ้ามันเป็นทรัพยากรที่สำคัญ
ถึงท่านอัศวินจะประกาศออกไปตั้งแต่แรกแล้วว่าจะไม่เอาของที่คุณหนูไปล่าด้วยตนเองครั้งนี้ ทว่า...นั่นก็แค่ความคิดก่อนหน้าที่จะไปไม่ใช่หรือ?
ท่านอัศวินอาจจะไม่รู้ก็ได้ว่าคุณหนูของตนเองแท้จริงแล้วมีความสามารถขนาดไหน ได้ยินจากคนของอาณาเขตเหมันต์แล้วว่าคุณหนูผู้นี้เข้าไปถึงก็เก็บเกี่ยวทรัพยากรกองเท่าภูเขา ถ้าปล่อยให้เธอมีทรัพยากรเช่นนั้นอยู่ผู้เดียว พวกเขาก็ขาดทุนครั้งใหญ่แล้ว
น่าเสียดายที่ทหารผู้นี้ทำงานไม่ได้เรื่อง ไม่เพียงแค่ตรวจสอบไม่ได้ข้อมูลกลับมาเท่านั้น ยังทำให้ตัวเองบาดเจ็บขนาดนี้ ปล่อยให้คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวที่มาจากเขตมลพิษสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของตนเองได้ ต่อไปผู้คนก็คงจะไม่กล้าก่อกวนเธอโดยไม่ไตร่ตรองอีกแล้ว
อันซูหยวนส่งสัญญาณให้ทหารทั้ง 100 คนของตนเองเดินทางต่อไป ตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ยังคงบินอยู่บนท้องฟ้า ถ้าไม่ใช่เพราะเธอสนใจ “ท่าเรือ” ที่เป็นแหล่งซื้อขายทรัพยากรระหว่างอาณาเขตต่างๆ เธออาจจะให้พวกตั๊กแตนพาบินผ่านไปแล้ว ไม่มาเสียเวลาผ่านเข้าเมืองเช่นนี้หรอก
ท่าเรือนั้นคึกคักเหมือนกับที่ประธานกล่าวเอาไว้ ตอนนั้นเพื่อที่จะมาซื้อของเข้าเมือง ประธานได้มาที่นี่ก่อนเป็นที่แรก แต่กลับต้องเจอกับการก่อกวนของคุณหนูเสวี่ยจิงจนต้องเปลี่ยนสถานที่ซื้อ ครั้งนี้ซูหยวนมาที่นี่แล้ว...เธอก็อยากจะดูว่ามีของอะไรดีๆบ้าง
สุดท้ายแล้วเธอก็ยังต้องการไปเที่ยวเมืองที่ประธานต้องการจะทำเป็น “ฐานที่มั่น” ของสกุลจางในอนาคตด้วย ดังนั้นไหนๆก็ต้องไปแล้ว เช่นนั้นเอาทรัพยากรไปให้ประธานด้วย จะได้เบาแรงการเดินทางไปกลับของเขา
ไม่เหมือนกับซูหยวนที่มีสัตว์เลี้ยงจำนวนมาก ทั้งยังเป็นเหล่าตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ที่ไม่มีข้อจำกัดในการเดินทางภาคพื้นดินเลย เมืองที่ประธานจางได้รับการดูแลเป็นเมืองในหุบเขา ถ้าเดินทางเท้าคงจะใช้เวลาเกือบสามชั่วโมงสำหรับประธาน แต่ถ้าเป็นทหารทั่วไปก็ใช้เวลาเป็นวัน
มาถึงเมืองก็ต้องพักกันก่อนอีก ต้นทุนแทนที่จะมีแค่การขนอาหารหรือทรัพยากรก็ต้องเพิ่มต้นทุนที่พักเข้าไป เพราะพวกเขาต้องเตรียมเดินทางกลับในอีกวัน หากไม่เช่นนั้นก็ต้องเสี่ยงเดินทางกลางคืนที่อาจจะถูกโจรร้ายจัดการหรือมีสัตว์ร้าย ที่สำคัญคือเส้นทางเดินทางไม่ได้เป็นทางตรง พลาดเล็กน้อยก็ร่วงเขาตกลงไปตายได้แล้ว เช่นนั้นใครจะเสี่ยงบ้างล่ะ!
เมื่อต้องเดินทางพร้อมกับสัมภาระมากมาย พวกเขาก็ล่าช้าไปอีก 1-2 วัน แถมหนึ่งครั้งก็ไม่ใช่จะเอาทรัพยากรจำนวนมากไปได้ การขนย้ายขึ้นที่สูงที่ต่ำมีแต่โอกาสที่จะทำให้ทรัพยากรเสียหาย และนั่นก็คือปัญหาของชาวเมือง ถ้าไม่ใช่เพราะประธานจางเข้าไปช่วยเหลือ คาดว่าน่าจะมีผู้อดอยากอีกมาก
แต่ในช่วงเวลาที่ผ่านมา แค่มีข่าวลือว่าเธอซึ่งเป็นหนึ่งในคนจากเขตมลพิษสร้างปัญหา สมาชิกที่สมัครเข้าสกุลจางก็ถอนตัวกันไปเกือบหมด ได้ยินว่าเหลือแค่เพียงครึ่งเท่านั้น ทำให้ประธานจางต้องรับสมัครคนเพิ่ม
ยังดีที่มีคนสนใจ พวกเขาอาจจะไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ดังนั้นการเสี่ยงโชคกับชื่อ “สกุลจาง” นี้เป็นตัวเลือกสุดท้าย ซึ่งพวกเขาจะได้รู้เองว่าการตัดสินใจในครั้งนั้นเป็นการตัดสินใจที่จะต้องจารึกไว้ในตระกูล
ถ้าไม่ใช่เพราะตัดสินใจได้ถูกต้อง พวกเขาก็คงจะเป็นแค่ขอทานในเมืองเท่านั้น แต่พอเลือกทางได้ดี พวกเขาก็กลายเป็นขุนนางที่มีอันจะกินจะใช้ สวมใส่เสื้อผ้าหรูหราได้อย่างสบายใจ...
นั่นเป็นเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ตอนนี้ซูหยวนรู้ว่าเป็นช่วงแห่งการเริ่มต้น ยังมีอะไรอีกมากที่ต้องทำและลงทุนลงแรง ถ้าช่วยได้เธอก็อยากจะช่วยด้วยเหมือนกัน
เสียงตะโกนของพวกพ่อค้าแม่ขายเรียกความสนใจของเธอได้เป็นอย่างดี ดูเหมือนว่าการเดินทางมาถึงของ “คุณหนู” อย่างเธอจะถูกรับรู้โดยคนเหล่านี้แล้ว ยิ่งมีทหารติดตามเป็นร้อยๆนาย พวกเขาก็ยิ่งคึกคักมากกว่าเดิมเสียอีก
ซูหยวนหันไปมองทหารเหล่านั้นที่เดินตามมาด้วยใบหน้าขรึม ยิ่งอยู่ในสายตาของพวกพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลาย พวกเขาก็ยิ่งพยายามวางตัวให้สูงส่งมากกว่าเดิม เพราะเกียรติของทหารก็คือเกียรติของเจ้านายด้วย ก่อนหน้านี้คุณหนูของพวกเขาเพิ่งถูกทหารชั้นล่างดูแคลนมา หากพวกเขายังทำให้เสื่อมเกียรติอีก เช่นนั้นก็ไม่มีหน้าที่จะเป็นทหารต่อไปแล้ว
หญิงสาวถอนหายใจออกมา รับรู้ได้ว่าพวกเขากดดันตนเองกันอยู่ เธอจึงหยิบเอาเหรียญของดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี้ออกมากองหนึ่ง
“เอาล่ะ ฉันจะไปเดินเล่นกับราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ คนอื่นๆก็แยกย้ายกันไปเถอะ อีกสักหนึ่งชั่วโมงค่อยมาพบเจอกันอีกที จะไปพักผ่อนหรือจะเดินซื้อของเอาไปฝากที่เมืองหลวงก็ตามสบาย เเล้วก็…มารับเงินนี้ไป”
“นี่คือเงินส่วนเเบ่งที่ได้จากการทำงานหนักช่วงที่ผ่านมา ฉันเเบ่ง 1 ส่วนจาก 100 ส่วนมาเป็นค่าตอบเเทน หวังว่าจะไม่ดูถูกว่ามันน้อยเกินไป”
ซูหยวนได้เอาของที่ล่าจากพื้นที่ล่าเหมันต์ไปเเลกเปลี่ยนกับคนของคุณชายห้าเเละอัศวินแกะทองคำมาบ้างเเล้ว ทางฝั่งคุณชายห้าเองก็ได้ส่วนแบ่งไปมากจากการช่วยเธอทำงานหนัก เเต่คนบอกว่ายังรับซื้อในราคาตลาดได้เนื่องจากผลึกเหมันต์พวกนี้ ปกติพวกเขาต้องซื้อเอาไปผลิตอุปกรณ์อยู่เเล้ว
ถ้ารับซื้อจากเธอก็ไม่ต้องรอพ่อค้าที่จะเดินทางมาหรือไม่ก็ยังไม่รู้ บางปีไม่มีพ่อค้าเดินทางไป พวกเขาต้องส่งคนมาซื้อทรัพยากรกลับไป ดังนั้นไหนๆก็เดินทางมาเเล้ว จึงเอาจากที่นี่กลับไปเลย
ทางคุณหนูสามเแห่งอัศวินแกะทองคำเองก็เอาผลึกเหมันต์นี้ไปใส่อุปกรณ์ที่ซื้อมาจากเขตอัศวินพันปีอีกที ไม่เหมือนกับผลึกความเย็นและผลึกหยดน้ำที่ได้จากเขตอัศวินหงส์ขาว ผลึกเหมันต์นี้เป็นผลึกที่ถูกปรับแต่งไว้ใช้ในกระบวนการรักษาด้วย ดังนั้นทุกอาณาเขตจึงต้องการพวกมันไม่มากก็น้อย
อุปกรณ์ของอัศวินพันปีนั้นสามารถเปลี่ยนผลึกเหมันต์ให้กลายเป็นน้ำแข็งเพื่อรักษาบาดแผลของผู้บาดเจ็บได้ คงรูปมันไม่ให้ติดเชื้อหรือบาดเจ็บในระหว่างเดินทางไปรักษา รวมทั้งใช้ในการแช่ชิ้นส่วนต่างๆของทรัพยากรได้อีกด้วย ดังนั้นมันจึงเป็นของที่ใช้กันอยู่หลากหลาย
คุณหนูสามไม่ได้มาร่วมล่าด้วย ทหารของเธอก็ไม่ได้ช่วยรวบรวมทรัพยากร เธอเหมือนเป็นผู้สังเกตการณ์มากกว่า ดังนั้นจึงไม่ได้มีส่วนแบ่งเหมือนกับคุณชายห้า ทว่า...เธอก็ไม่ได้ขาดแคลนเงินที่จะใช้ซื้อของพวกนี้ ไม่รู้ว่าต้องการอุดหนุนพี่สาวต่างสายเลือดอย่างอันซูหยวนด้วยหรือไม่ สุดท้ายก็ซื้อไปมากถึงหลายลังด้วยกัน ทำเอาซูหยวนได้เงินมากองโต
เธอหารเฉลี่ยจำนวนผลึกเหมันต์ที่ยังเหลืออยู่ และแยกออกมา 1 ส่วนจริงๆ แม้จะบอกว่าเป็น 1 ส่วน แต่การล่าของเธอนั้นประสบความสำเร็จมาก ก็เหมือนกับที่บอกก่อนหน้านี้...ทรัพยากรที่เธอได้มามีค่าเกือบจะเท่ากับ 3 ใน 4 ส่วนของทรัพยากรที่เก็บในคลังของอัศวินเหมันต์ แม้จะเป็นทรัพยากรที่หักจากการปฏิวัติปรับเปลี่ยนอัศวินคนใหม่ หรือค่าชดเชยสัญญาอื่นๆแล้วก็ตาม แต่อูฐตนหนึ่งก็ยังตัวใหญ่อยู่ดี
1 ส่วนที่แบ่งมา หารเฉลี่ย 100 คน แทบจะเท่ากับรายได้ของทหารตลอดทั้งปีแล้ว ทหารทั้ง 100 นายไม่คิดว่าตนเองจะได้รับส่วนแบ่งพวกนี้ด้วย คนมองกองเหรียญทองตรงหน้าด้วยความตะลึง แม้จะไม่อยากรับเพราะเกรงใจ ทว่ามือของพวกเขาก็เอื้อมมือไปรอรับแล้ว
ช่างเป็นปฏิกิริยาที่ควบคุมไม่ได้จริงๆ...
หลังจากแจกจ่ายรายได้ให้พวกเขาแล้ว ซูหยวนก็พาราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์แยกไปจริงๆ ไม่รอให้ทหารพวกนั้นปฏิเสธ กว่าทหารทั้ง 100 จะรู้ตัวว่าเจ้านายจากไปแล้วก็กินเวลาไปเกือบ 1 นาที ตอนนั้นซูหยวนก็หยุดอยู่ที่หน้าร้านค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งมีผู้ติดตามแค่ 1 ตนเท่านั้น
“คุณลูกค้า?” เจ้าของร้านประหลาดใจเมื่อพบว่าหน้าร้านค้าของตนเองมีแขกแปลกหน้าปรากฏตัวขึ้น แถมด้านหลังก็ยังมีสตรีอีกคนที่รูปร่างประหลาดเหมือนจะเป็นสัตว์ร้ายมากกว่าด้วย
ถ้าไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายยืนมองเฉยๆไม่ได้เข้ามาก่อปัญหา เธอก็คงจะเรียกทหารให้มาจัดการขับไล่ไปแล้ว
“คุณลูกค้าต้องการสินค้าอะไรหรือไม่คะ ถ้าต้องการอะไรสามารถบอกได้เลย ฉันจะรีบไปเตรียมมาให้ อีกไม่นานจะมีลูกค้ารายใหญ่ผ่านร้านของพวกเรา ดังนั้น...ขอรบกวนคุณลูกค้าเร่งมือด้วยค่ะ”
เนื่องจากก่อนหน้านี้ เธอได้ยินข่าวว่ามีคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวกำลังจะเดินผ่านหน้าร้านค้าของพวกตน ก็เลยเตรียมร้านเอาไว้รอต้อนรับ
มีข่าวลือว่าคุณหนูผู้นี้ไปแสวงหาโชคที่เขตพื้นที่ล่าอัศวินเหมันต์แล้วได้รับความช่วยเหลือโดยคุณชายห้าทำให้ได้ส่วนแบ่งมาไม่น้อย ดังนั้น...ในฐานะที่เป็นแม่ค้า ไม่ว่าจะรังเกียจสถานะดั้งเดิมของคุณหนูที่เป็นคนจากเขตมลพิษมากขนาดไหน แต่พอมีเงินก็ถือเป็นลูกค้าที่ต้องรับรองด้วยรอยยิ้ม
เธอไม่ต้องการให้หน้าร้านของตนเองเวลานี้ถูกบดบังโดยคนอื่น เพราะอาจจะทำให้ลูกค้ารายใหญ่ไม่ต้องการเข้าร้านก็เป็นได้
……………………….