LNCrawler

บทที่ 585 หน้าตาน่าโดน (อ่านฟรึ 11 ต.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 585 หน้าตาน่าโดน (อ่านฟรึ 11 ต.ค. 69)

บทที่ 585 หน้าตาน่าโดน

 

ซูหยวนไม่ได้คิดว่าเจ้าของร้านที่อุตส่าห์ออกมายืนอยู่ข้างนอกจะกล่าวเช่นนี้ ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะพูดจาสุภาพทุกคำก็เถอะ แต่เธอกลับรู้สึกเหมือนถูกขับไล่อย่างไรอย่างนั้น

 

ดังนั้นเธอเพียงกวาดสายตาไปรอบๆร้าน ดูว่ามีสินค้าที่น่าสนใจหรือไม่ แล้วจำเป็นต้องเป็นร้านนี้จริงๆหรือไม่ จากนั้นเมื่อเห็นว่าใกล้ๆกันยังมีร้านค้ามากมายเปิดขายอยู่ด้วย จึงพยักหน้าให้อีกฝ่ายแล้วขอโทษพร้อมจากไป

 

หากเป็นสถานการณ์อื่น เจ้าของร้านที่เห็นลูกค้ากำลังจะจากไปเช่นนี้ แถมลูกค้าผู้นี้ก็มีผู้ติดตามเป็นสัตว์รูปร่างใหญ่โต น่าจะมีกำลังทรัพย์ไม่น้อย เธอย่อมไม่กล้าปล่อยให้หลุดมือ

 

ทว่า...เพราะเธอคาดหวังกับ “คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาว” ที่เพิ่งกลับมาจากการเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่มาก ในความคิดของเธอ...อีกฝ่ายนอกจากจะมีทรัพยากรมากแล้ว ก็น่าจะเป็นคนหัวอ่อนด้วย

 

อ้างอิงจากการที่เธอมาจากเขตมลพิษ ข่าวลือพูดถึงกันหนาหูว่าที่เขตมลพิษนั้น แม้แต่อาหารดีๆก็ยังไม่มีกิน ซึ่งเป็นจริงเกือบ 80 ส่วนเลย ดังนั้นในร้านของเธอมีทรัพยากรให้เลือกมากขนาดนี้ คุณหนูจะต้องตาลุกวาวแน่ เธอจะใช้โอกาสนี้เพื่อขึ้นราคาเล็กๆน้อยๆ ทำกำไรเพิ่มจากการขายปกติ ดังนั้น...ลูกค้าคนอื่นๆจึงยังไม่อยู่ในสายตา

 

อันซูหยวนเดินจากมาร้านแรก เธอยังแวะไปที่ร้านค้าอีก 2-3 ร้าน และพบว่าร้านค้าที่มีเจ้าของร้านมายืนรอต้อนรับนั้นตั้งใจจะขายของให้ “คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาว” จึงไม่ต้อนรับเธอ สุดท้ายเธอก็ออกมาจากร้านของพวกเขา ลองเดินไปร้านอื่นๆ ดูจากร้านที่ไม่ได้เตรียมการต้อนรับโดยเฉพาะก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อไม่ให้เสียเวลาโดนปฏิเสธกลับออกมาอีก

 

แม้การเปิดเผยตัวตนของตนเองจะทำให้ได้รับการต้อนรับอย่างดี แต่เธอกลับไม่คิดว่าพวกเขาจะขายของให้เธอด้วยความจริงใจนัก

 

การที่พวกเขาคาดหวังมากจนไม่สนใจลูกค้าเล็กๆ ทั้งๆที่ยังไม่เห็นเลยด้วยซ้ำว่า “น้ำบ่อหน้า” นั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร ซูหยวนก็เชื่อว่าพวกเขาคงมีความคุ้นเคยที่จะกระทำการเช่นนี้ ขายของชุดใหญ่ในราคาสูง หรือแม้แต่การต่อรองก็อาจจะทำได้ยาก...

 

เอาเถอะ ไม่ว่าการคาดการณ์ของเธอจะถูกต้องหรือไม่ ซูหยวนยังสนุกกับการเดินตรวจสอบราคาสินค้าด้วยตนเองก่อน ไหนๆพวกเขาก็ยังไม่รู้จักเธอไม่ใช่หรือ? ใช้โอกาสนี้ที่ยังเป็นคนธรรมดาดูราคาสินค้าก่อน แล้วเมื่อกลายเป็นคุณหนูอันแห่งอัศวินหงส์ขาวเมื่อไร เวลานั้นค่อยพิจารณาราคาอีกที ขอเพียงมีข้อมูลในมือ...การจะทำอะไรก็ง่ายกว่านี้

 

“ขออนุญาตค่ะ ร้านนี้ต้อนรับลูกค้ารายย่อยทั่วไปไหมคะ”

 

ซูหยวนมาถึงหน้าร้านค้าขนาดกลางแห่งหนึ่ง ที่นี่ไม่มีเจ้าของมาต้อนรับลูกค้ารายใหญ่อย่างคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาว เธอจึงลองแวะเข้ามาสอบถามด้วยตนเองก่อน

 

“คุณลูกค้าเชิญเข้ามาข้างในได้เลยครับ ขอแค่เป็นลูกค้า...พวกเราก็ต้อนรับทั้งนั้น”

 

เด็กหนุ่มคนหนึ่งท่าทางกระตือรือร้นมากจนแทบจะกระโดดเข้ามาเมื่อเห็นอันซูหยวน เขารีบจัดโต๊ะให้เธอแล้วผายมือเชิญให้นั่ง จากนั้นก็เอารายการสินค้าที่ตนเองมีออกมาวางให้เธอเลือก

 

คล้ายกับแคตตาล็อกสินค้าสมัยก่อน ซูหยวนสามารถตรวจสอบรายการสินค้าและราคาได้จากที่นี่เลย เธอมองรายละเอียดของมันด้วยความสนใจ ร้านค้าแห่งนี้เป็นร้านค้าที่เน้นขายเมล็ดพันธุ์ อุปกรณ์การเกษตรทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องไม้เครื่องมือ หรือแม้แต่สารบำรุงดินต่างๆ

 

ซึ่งนอกจากนี้แล้วก็ยังมีรายการอาหารสดอีกบางส่วนด้วย สินค้าจำนวนหนึ่งวางอยู่หน้าร้าน แน่นอนว่าเป็นสินค้าที่เน่าเสียยากกว่าพืชผลการเกษตรอื่นๆ ทว่า...สภาพของมันดูไม่ค่อยดีนัก

 

ซูหยวนประหลาดใจเล็กน้อย ขนาดร้านค้านี้ไม่ได้แย่เลย แต่ทำไมสินค้าของพวกเขาจึงมีสภาพเช่นนั้น ต่อให้อยากจะประหยัดต้นทุนก็ไม่ควรจะซื้อของไม่มีคุณภาพขนาดนั้นมาสิ

 

ราวกับเห็นสายตาตั้งคำถามของอันซูหยวน เด็กหนุ่มที่กระตือรือร้นในคราแรกก็รีบพูดขึ้นมา อธิบายให้เธอเข้าใจสถานการณ์ทันที

 

“คุณลูกค้าครับ รายการสินค้าที่พวกเรามีขายนี้จะเลือกสินค้าตามมาตรฐานมาให้แน่นอนครับ โดยรายการพวกนี้เป็นรายการที่ต้องสั่งซื้อเกษตรกรล่วงหน้า พวกเราเป็นร้านที่มีสัญญาการซื้อขายตรงกับเกษตรกรเลย ดังนั้นจะได้สินค้าที่สดใหม่มากเป็นพิเศษ”

 

“แน่นอนว่าถ้าต้องการสินค้าเร่งด่วน พวกเราก็จะมีค่าบริการเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่รอเพียง 1-2 ชั่วโมงก็สามารถรับสินค้าได้แล้วครับ ส่วนสินค้าที่วางขายอยู่นั้นเป็นสินค้าที่วางขายเพื่อให้ลูกค้านำไปผลิตเป็นอาหารสัตว์ได้ ราคาจะถูกลงมากกว่า”

 

“อ้อ ถ้าลูกค้าบริโภคอาหารเหลือ อย่าเอาไปทิ้งนะครับ สามารถมาขายให้พวกเราได้เช่นกัน ถึงจะรับซื้อในราคาถูกมากกว่าปกติมากๆ แต่นี่เป็นนโยบายของพวกเรา...จะไม่ปล่อยให้ของที่อุตส่าห์เติบโตขึ้นมาต้องเสียเปล่า”

 

เด็กหนุ่มอธิบายไปด้วยก็แสดงท่าทางภาคภูมิใจไปด้วย การแสดงของเขาค่อนข้างดีเลย แถมแนวคิดของร้านก็ดีด้วย เหมือนกับสังคมที่ซูหยวนจากมา การรณรงค์เรื่อง zero waste ดังมาก ผู้คนในสังคมพยายามจะใช้สิ่งเหลือใช้มาทำเป็นอย่างอื่น เช่น อาหารแปรรูป พลังงานชีวมวล เสื้อผ้า เครื่องประดับ และอื่นๆ ทว่าเธอไม่คิดเหมือนกันว่าที่โลกนี้ก็จะเริ่มมีคนที่คิดเช่นนี้แล้ว ช่างเป็นคนที่น่าสนใจเสียจริง…

 

อย่างไรก็ตาม เธอก็ยังสงสัยอยู่ดีว่าคนที่มีความคิดดีๆเเบบนี้ ทำไมร้านของพวกเขาจึงไม่มีลูกค้าเข้าเลย เเม้เเต่คนที่เฝ้าร้านก็มีเเค่เด็กหนุ่มคนนี้เท่านั้น

 

หากเป็นปกติเเล้ว...ร้านค้าขนาดกลางนี้ก็ควรจะต้องมีผู้ดูเเลมากขึ้นอีกหน่อยไม่ใช่หรือ? เเถมลูกค้าสักคนก็ยังเข้ามาเลย มันดูจะเเปลกประหลาดเกินไปหน่อยไหม....

 

เเน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ต้องพึ่งพากการคาดเดาของเธอเลย เพราะยังไม่ทันที่ซูหยวนจะขอดูสินค้าจริง หรือดำเนินการพูดคุยเรื่องการเเลกเปลี่ยนใดๆ ตอนนั้นหน้าประตูทางเข้าก็มีเงาร่างใหญ่ปรากฏขึ้น เมื่อพนักงานหนุ่มน้อยเห็นอีกฝ่ายเข้ามา ดวงตาของเขาก็มีร่องรอยความตื่นตระหนกเเละความกังวลอย่างเห็นได้ชัด

 

“ทะ ท่านกั๋วตง” น้ำเสียงของหนุ่มน้อยสั่นเทา หากแต่ก็ไม่อาจวิ่งหนีไปได้

 

​อย่างไรเขาก็มาทำงาน ได้รับเงินเดือนจากเจ้าของร้านแล้ว ถ้าวิ่งหนีไม่ต้อนรับแขก ไม่รับผิดชอบต่อร้านค้า หากท่านกั๋วตงผู้นี้อาละวาดทำลายร้านล่ะก็...เช่นนั้นเขาคงจะกลายเป็นหนี้เจ้าของร้านหัวโตแน่

 

“ไสหัวไป” ชายร่างอ้วนท้วมที่ถูกเรียกกั๋วตงมาถึงก็ขับไล่ซูหยวนทันที ทำเหมือนกับว่าเธอเป็นแมลงตัวจ้อยที่เผลอเข้ามาวุ่นวายกับเรื่องที่เขากำลังจะทำ และเขาก็คร้านที่จะลงมือด้วยตนเองแม้จะรำคาญลูกตามากแค่ไหนก็ตาม

 

​ซูหยวนยังไม่เข้าใจสถานการณ์มากนัก แต่ในเมื่อเด็กหนุ่มไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือ อีกทั้งเรื่องราวเป็นมาอย่างไรก็ยังไม่ทราบ หากเธอลงมือก่อความวุ่นวายแล้วเจ้าของร้านไม่ต้องการ เช่นนั้นไม่ได้แปลว่าเธอยุ่งไม่เข้าเรื่องเองหรอกหรือ?

 

​อีกอย่าง...ใครเคยคิดว่าซูหยวนเป็นคนมีน้ำใจบ้าง? เหอ เหอ เหอ ถ้าคิดแบบนั้นก็คงจะอ่านนิยายผิดเรื่องแล้วล่ะ

 

​เมื่อเห็นว่าอันซูหยวนยอมขยับแต่โดยดี ชายผู้มากอำนาจก็ไม่สนใจอีก เขาเดินมานั่งตำแหน่งของซูหยวนแทน หลังจากนั้นก็กวาดตามองรายละเอียดสินค้าทั้งหมดแล้วก็ชี้นิ้วสั่ง

 

“ฉันต้องการสินค้านี้ ชิ้นนี้ ชิ้นนี้และก็ชิ้นนี้ รีบดำเนินการให้ด้วย อ้อ ฉันต้องการภายในวันนี้ จะใช้บริการด่วนพิเศษก็แล้วกัน” เขาว่าอย่างนั้นก่อนจะยกขาขึ้นมาวางพาดกับพนักแขน ท่าทางเต็มไปด้วยการหาเรื่องและท้าทาย ช่าง...เป็นลูกค้าที่พิเศษจริงๆ

 

​แล้วก็แน่นอน ชายร่างใหญ่กั๋วตงผู้นี้เป็นลูกค้าที่พิเศษจริงๆ เพราะเมื่อได้ยินคำสั่งของเขา เด็กหนุ่มกลับไม่รีบกุลีกุจอทำงาน หากแต่แสดงท่าทางกล้าๆกลัวๆก่อนจะเอ่ยขึ้น

 

“ทะ ท่านกั๋วตง คะ คือว่า...ขอให้ท่านช่วยชำระรายการสินค้าและค่าบริการที่ต้องการสั่งซื้อก่อนได้หรือไม่ครั....” ยังไม่ทันที่หนุ่มน้อยจะพูดจบ ชายร่างใหญ่ที่กำลังนั่งไขว้ขาอย่างสบายใจก็อารมณ์เสียขึ้นมา

 

​เขากระโดดตัวลอย เตะเก้าอี้ที่อยู่ใกล้จนกระเด็นออกไปกระแทกผนังแล้วหักเป็นสามสี่ท่อน ช่างเป็นการแสดงพลังที่น่าเกรงขามเสียเหลือเกิน

 

“ไอ้เด็กน้อย! ต้องให้ฉันพูดซ้ำๆอีกกี่ครั้งกันวะ! ครั้งที่แล้วก็พูดไปแล้ว ชัดเจนแล้วไม่ใช่รึไง! บอกว่าค่าสินค้าพวกเราจะจ่ายครั้งเดียวตอนสิ้นปี ทำไมยังจะต้องทวงเงินจากฉันอีก หรือว่ากลัวว่าฉันจะไม่มีเงินจ่ายกัน ห๊า!!” เขาคำรามแบบนั้น เด็กหนุ่มก็ตัวสั่นเทา แต่ไม่อาจจะยอมรับเงื่อนไขนี้ได้อีกต่อไป

 

“คะ คือว่า....ก่อนหน้านี้ร้านของเจ้านายสามารถยอมรับการจ่ายเงินหลังครบ 1 ปีได้ ตะ แต่...เมื่อปีก่อน...”

 

​เพล้ง!!

 

​เมื่อไม่อยากฟัง เขาก็ทำลายข้าวของในร้านอีกครั้ง หน้าตาบูดบึ้งในขณะที่เดินเข้าหาเด็กหนุ่ม คว้าคอของเขาจนตัวลอยก่อนจะกัดฟันพูด

 

“ปีที่แล้วพวกฉันขาดทุน พูดไปแล้วว่าทำธุรกิจร่วมกันก็ต้องแบกรับความเสี่ยงร่วมกัน แล้วทำไมยังจะพูดแบบนี้อีก อยากตายนักใช่ไหม?” สายตาอำมหิตของอีกฝ่ายเหมือนต้องการจะบอกว่าเขาสามารถฆ่าเด็กหนุ่มได้เลย

 

“มะ ไม่ ไม่ครับ ผมไม่ได้อยากตาย แต่ว่าเงินทุนในร้านของพวกเราไม่มีอีกต่อไปแล้ว ถ้าหากต้องการสินค้า พวกเกษตรกรก็ต้องการเงิน ดังนั้น...”

 

“ดังนั้นก็ทำให้มันได้สิวะ หรือไม่ก็จับเกษตรกรพวกนั้นมา ฉันจะดูสิว่าใครไม่ยอมให้สินค้ากับฉันบ้าง”

 

“มะ ไม่ได้นะครับ เกษตรกรพวกนั้นเป็นเกษตรกรรายย่อยที่ไม่รู้อะไรเลย แค่ทุกวันนี้พวกเขาก็ลำบากมากพอแล้ว ถ้าให้ต้องมาเจอกับเรื่องแบบนี้อีก...”

 

​เพี๊ยะ!!

 

“แกกำลังจะใส่ร้ายฉัน กล่าวหาว่าฉันเป็นคนทำร้ายเกษตรกรพวกนั้นทางอ้อมรึไงวะ!!” เสียงตบฉาดใหญ่เข้าที่แก้มของเด็กหนุ่ม ใบหน้าของเขาถึงกับสั่นสะท้านด้วยความเจ็บ มาครานี้...แม้ซูหยวนจะไม่ต้องการวุ่นวายอะไร เธอก็ต้องขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกไม่พอใจเริ่มฉายชัด นี่ช่างเป็นการทำธุรกิจแบบขูดรีดเสียจริง แต่ว่า...ในอาณาเขตของอัศวินหงส์ขาว และเธอที่เป็นคุณหนูผู้หนึ่ง ทำไมยังปล่อยให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นด้วย

 

“ต่อให้ซ้อมผมให้ตายก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้แล้วครับ ผมจะไม่ไปเอาสินค้าจนกว่าจะได้เงิน...”

 

​เพี๊ยะ!!

 

“ไหนลองพูดอีกครั้ง ดูสิว่าถ้าจะตายแล้วยังจะพูดได้เหมือนเดิมหรือเปล่า” ชายร่างใหญ่กั๋วตงหัวเราะเย็นชา ในเมื่อเขากั๋วตงผู้นี้ต้องการ เช่นนั้นคนอื่นจะมาขัดได้อย่างไร

 

​มือหนาของเขายกขึ้นอีกครั้ง ตั้งใจจะตบสั่งสอนจนกว่าเด็กหนุ่มจะยินยอม ทว่าก่อนที่เขาจะได้ลงมือ ก็เกิดเสียง “เพี๊ยะ” ที่ดังสนั่น ดังยิ่งกว่าแรงตบของเขารวมกัน 3 ครั้งเสียอีก

 

“แม้ว่าฉันจะไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรง แต่คนบางคนมีหน้าตาที่น่าโดนตบจริงๆ”

 

เสียงเล็กๆของหญิงสาวดังขึ้นจากด้านหลัง ที่จริงชายร่างใหญ่ควรจะโต้กลับด้วยซ้ำ ทว่า...ภาพตอนนี้ก็คือชายผู้นั้นกำลังอ้าปากค้าง ดูฟันของตนเองที่ร่วงกระจายไปแล้ว 4-5 ซี่ เห็นได้ชัดว่าซูหยวนเองก็ไม่ได้ออมแรงมากนักเช่นกัน ที่จริงเธออยากจะตบเขาให้ตายคามือด้วยซ้ำ แต่ก็ยังเกรงใจกฎหมายของแผ่นดินมารดาบุญธรรมอยู่ หากว่าที่นี่เป็นอาณาเขตอื่น เธอคงจะจัดการก่อเรื่องใหญ่กว่านี้ไปแล้ว

 

“ทะ ท่าน ท่านกั๋วตงเป็นยังไงบ้างครับ” นานหลายนาทีกว่าที่คนของเขาจะรู้ตัวว่าเจ้านายเพิ่งถูกตีไปอย่างแรง ส่วนหนึ่งกรูไปจับเจ้านาย ประคองให้ลุกขึ้นนั่ง อีกส่วนรีบมาบังหน้าเจ้านายเอาไว้ มองอันซูหยวนด้วยสายตาอาฆาต

 

“แก แกไม่ตายดีแน่ แกกล้าลงมือกับเจ้านายของพวกเรา รู้ไหมว่าท่านกั๋วตงของพวกเราเป็นใคร!!”

 

“หืม? แน่นอนว่าไม่รู้” ซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อย เธอมองชายร่างใหญ่ด้วยหางตาก่อนจะแค่นหัวเราะตอบกลับมา เห็นท่าทางไม่ยี่หระของเธอแบบนั้น ทั้งยังมีร่องรอยความดูแคลนอยู่ไม่น้อยด้วย ชายร่างใหญ่ที่ถูกตีจนมึน แทบจดจำชื่อของตนเองไม่ได้ก็คำรามเสียงดังลั่น

 

“แกอยากตาย!! อ่อก!” เลือดพุ่งออกมาคำโตเมื่อเขาส่งเสียงดัง ซูหยวนเห็นท่าทางที่ตกตะลึงของเขาก็ใจดีอธิบายให้

 

“อ้อ อย่าเพิ่งส่งเสียงดังดีกว่านะ บาดเจ็บภายในขนาดนั้น ถ้ายังส่งเสียงน่ารำคาญก็จะทำให้กระอักเลือดออกมาได้ ดีไม่ดีอาจจะเป็นแผลเรื้อรัง เลือดไหลไม่หยุดตายได้เลยนะ” เธอพูดแบบนั้นก็ทำให้ชายร่างใหญ่ไม่อยากจะเชื่อ เขาอยากจะอ้าปากด่าเด็กสาวอีกครั้ง ทว่าก็เหมือนจะได้กลิ่นคาวเลือดจริงๆ

 

​ทุกครั้งที่เขาเปล่งลมออกมา เลือดในปากก็เหมือนพร้อมจะพุ่งกระฉูด ยิ่งรวมกับคำพูดของอันซูหยวน เขาก็เริ่มหวาดกลัวที่จะตายจริงๆแล้ว

 

“จะ เจ้านาย...” คนของชายร่างใหญ่หันไปมอง อีกฝ่ายก็ส่งสัญญาณให้ลูกน้องด้วยเช่นกัน ตอนนี้พวกเขาควรจะรีบไปรักษาก่อน การเอาคืนเธอไม่ใช่เรื่องยาก ขอแค่ยังอยู่ในเมืองนี้ เขาก็สามารถจัดการส่งเธอไปลงนรกได้!

 

​จากนั้นภาพที่เห็นก็คือชายร่างใหญ่ที่ถูกลูกน้องหามออกไป สายตาของเขาเมื่อพ้นจากร้านก็มีแววตากลัวตายอยู่มาก ซูหยวนส่งให้หนูทองลายขาวตนหนึ่งไล่ตามไปสืบว่าเจ้านั่นเป็นใคร แล้วมีอิทธิพลอะไรบ้าง แน่นอนว่าเธอไม่ได้กลัว คนที่ลงมือกับประชาชนต่อหน้าคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวเช่นเธอ ยังจะสามารถเอาผิดอะไรจากเธอได้ด้วยหรือ?

 

​ถ้าเขามา เธอก็พร้อมที่จะแสดงให้เขาดูเช่นกันว่าอำนาจที่เขามีกับอำนาจของเธอ ใครจะเหนือกว่าใคร!!

 

 ……………………………