LNCrawler

บทที่ 586 ปลอดภัยกว่า (อ่านฟรี 12 ต.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 586 ปลอดภัยกว่า (อ่านฟรี 12 ต.ค. 69)

บทที่ 586 ปลอดภัยกว่า

 

“คุณลูกค้า หนีไปครับ หนีไปเร็วๆเลย รีบออกจากเมืองนี้ก่อนที่ท่านเจ้าเมืองจะรู้ ไม่อย่างนั้น...”

 

“ไม่อย่างนั้นจะถูกพวกเขาจัดการหรือ? แสดงว่าเจ้าตัวใหญ่นั่นเป็นคนของเจ้าเมือง? เป็นบุตรชายของเขา หรือญาติฝั่งไหนล่ะ?” ซูหยวนตอบอย่างไม่ใส่ใจนักแม้ว่าเด็กหนุ่มจะยังคงหวาดกลัวมาก

 

​เขาหวังดีต่อซูหยวน และรู้ดีว่าอำนาจของคนผู้นั้นเป็นอย่างไร ต่อให้ท่านอัศวินมาเองก็ยังยากที่จะเอาผิดได้เลย นี่ไม่ใช่เรื่องอำนาจที่แต่ละคนมี แต่เป็น “ไพ่” และ “วิธีการ” ของอีกฝ่ายมากกว่า

 

​ท่านอัศวินอาจจะให้ทหารช่วยตามสืบ ตามสอบสวน หาพยานปากคำมาเพื่อจัดการคนผิด แต่หลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร? คนที่มีอำนาจในพื้นที่ย่อมสร้างปัญหาให้คนที่อยู่ต่อไปได้

 

​ก่อนหน้านี้คนของเจ้าเมืองก็ถูกขุนนางคนหนึ่งที่เดินทางมาจากเมืองหลวงจัดการได้ เขาตามสืบจนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น มีชาวบ้านมากมายเป็นพยานปาก ซึ่งเรื่องนั้นสามารถเอาผิดคนได้อย่างแน่นอน แต่...คนที่ผิดคือใคร? ก็ใช่...เป็น “คนของเจ้าเมือง” หากแต่เจ้าเมืองไม่ได้ถือว่ามีความผิดด้วย

 

​เขาแค่บอกว่าตนเองไม่รู้การกระทำของลูกน้อง และพร้อมจะชดเชยด้วยการไม่รับเงินเดือนตลอดทั้ง 1 ปี เท่านี้ก็คือการรับผิดชอบมากที่สุดตามกฎหมายกำหนดแล้ว สุดท้ายขุนนางคนนั้นก็ยอมรับการลงโทษนี้ แต่พอเขาจากไปเมืองหลวง...บ้านเมืองป่าเถื่อนนี้ก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ

 

​คนที่เป็นพยานแต่ละคนไม่มีความเป็นอยู่ที่ดีเลย พวกเขาเหมือนตกนรกทั้งเป็น ถูกจัดการสารพัด และครอบครัวของพวกเขาก็ได้รับความเดือดร้อนด้วย ตอนนั้นเขาจำได้ว่ามีแต่เสียง “กรีดร้อง” ออกมาไม่หยุด ช่างเป็นอะไรที่น่าเวทนาจริงๆ

 

​มีหลายคนที่คิดจะไปแจ้งทางการอีกครั้ง ทว่า...แค่คิดว่าจะไปแจ้ง ก็มีคนปรากฏตัวออกมาขวางไว้ กลับบ้านกันด้วยสภาพแขนหักขาหักกันหมด และนั่นก็ทำให้ได้รู้ว่าอำนาจท้องถิ่นแท้จริงแล้วอาจจะเหนือกว่าอำนาจจากเมืองหลวงด้วยซ้ำไป ดังนั้น...เขาเชื่อว่าต่อให้คุณลูกค้าคนนี้ต้องการช่วย แต่เธอจะทำอะไรไม่ได้เลย

 

​ถามถึงเขา หากคิดถึงสมาชิกในบ้านคนอื่นๆที่ต้องมาแบกรับปัญหาถ้าเขากล้าเป็นพยานด้วย เขาก็ทำได้แค่หลับตาข้างหนึ่งเท่านั้น ก็นะ...ที่ผ่านมาเขาก็หลับตาข้างหนึ่งมาตลอด ยอมโดนตีโดยทำร้ายก็ยังไม่ปกป้องตนเองเลย แล้วจะไปมีแรงปกป้องคนอื่นได้อย่างไร

 

​เขาทำได้แค่ขอให้เธอหนีไปเท่านั้น แต่ถ้าเธอไม่ยอมไป...เช่นนั้น ชะตากรรมทั้งหมดก็ต้องแบกรับเอาไว้เองแล้ว...

 

“ท่านกั๋วตงไม่ได้เป็นญาติของเจ้าเมือง แต่เขาน่ะ...แท้จริงแล้วเขาเป็นมากกว่านั้น เพราะถ้าเทียบกันแล้ว ท่านเจ้าเมืองก็ยังต้องให้หน้าท่านกั๋วตงเลย”

 

“หืม?” ซูหยวนรู้สึกผิดคาดเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบของเขา

 

เด็กหนุ่มค่อยๆพยุงตัวลุกขึ้นมา ร่องรอยการบาดเจ็บของเขาค่อนข้างรุนแรง และที่นี่ก็ไม่ได้มียารักษา ไม่สิ! ต่อให้มียารักษา เขาก็ไม่สามารถที่จะซื้อเอามาใช้กับแค่บาดแผลเล็กน้อยๆนี้ได้หรอก

 

ถ้าเขามีเงินมากขนาดนั้น คงจะไม่มาเป็นลูกจ้างของร้านค้าแห่งนี้ให้โดนกดขี่ข่มเหงทุกวันเหมือนกับที่ผ่านๆมาหรอก ก็เหมือนกับลูกจ้างคนอื่นๆที่ทยอยลาออกกันไปหมด แม้แต่คนที่เป็นญาติกับเจ้าของร้านก็ยังลาออกไปเลย อ่า...ต้องพูดว่าขนาดเจ้าของร้านก็ยังพยายามจะทิ้งร้านนี้ด้วยการขายร้านค้านี้ทิ้ง ฉะนั้น...จึงเลือกแค่เขาที่ไม่มีที่ไปเท่านั้น

 

​เขาน่ะ....อายุก็น้อย พลังก็อ่อนแอ ไม่สามารถไปสมัครงานที่อื่นได้ เจ้าของร้านก็ยังดีที่มีเงินเดือนให้ทุกเดือน เงินเดือนเหล่านั้นเอาไปใช้ในการรักษาแม่ที่เจ็บป่วยของเขา ถ้าไม่ใช่เพราะเขาไม่สามารถออกจากงานนี้แล้วไปรับงานที่เสี่ยงน้อยกว่าแต่เงินเดือนก็น้อยกว่าได้ เขาเองก็คงจะเลือกความปลอดภัยก่อนแล้ว

 

“นับไปสามรุ่น ท่านกั๋วตงก็คือหนึ่งในสายเลือดของท่านอัศวินหงส์ขาว บรรพบุรุษสายเลือดของท่านกั๋วตงแข็งแกร่งมาก ได้ยินว่าในสมัยก่อน ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะถูกอัศวินรุ่นใหม่ๆรู้สึกถูกคุกคาม พวกเขาก็คงไม่ย้ายมาอาศัยที่เมืองชายเขตแห่งนี้หรอก”

 

“อาศัยกำลังที่มากกว่าพลเรือน คอยช่วยสนับสนุนทหารในการรักษาเขตชายแดนเอาไว้ ตระกูลกั๋วจึงได้รับความไว้วางใจมาก มีเส้นสายมาก และกระทั่งได้รับความนับถือจากอาณาเขตอื่นๆ ทำให้หลายร้อยปีผ่านมา...อำนาจของตระกูลกั๋วที่เมืองนี้ก็สูงจนไม่มีใครแตะต้องได้แล้ว ต่อให้เป็นท่านอัศวินเองก็ตาม”

 

​เด็กน้อยพูดในสิ่งที่ตนเองรู้ ซูหยวนเลิกคิ้วเมื่อได้ยินคำนี้ ถ้าหากเธอเป็นเพียงคนทั่วไปก็คงจะฟังผ่านๆ มีทางเลือกเพียงแค่รีบหนีไปก็เท่านั้น ทว่า...เพราะเธอเป็นคนของอัศวินหงส์ขาว ทันทีที่ได้ยินว่ามีคนที่แม้แต่ท่านอัศวินของอาณาเขตยังต้องเกรงใจ ซูหยวนกลับรู้สึกว่าประโยคนี้ตลกมากที่สุดที่เคยได้ยินเลย

 

​อีกไม่นานอัศวินหงส์ขาวก็ต้องเปลี่ยนคน ท่านอัศวินคนปัจจุบันคงจะกลายเป็นภรรยาของอัศวินราชาเหมันต์ และคุณชายสี่ก็จะได้ขึ้นตำแหน่ง แต่...ถ้าแม้แต่เมืองต่างๆในอาณาเขตก็ยังจัดการไม่ได้ตั้งแต่รุ่นของอัศวินคนปัจจุบัน เช่นนั้นเมื่อถึงตอนที่คุณชายสี่ได้รับตำแหน่งจริง ก็มีโอกาสที่จะเกิดปัญหาขึ้น โดยคนในพื้นที่ต่างๆก่อปัญหา ทำให้ทรัพยากรในคลังต้องแบ่งเอาไปใช้กับเรื่องไร้ประโยชน์

 

​ซึ่งเธอจะไม่สนใจเลยถ้าตนเองไม่ได้มีส่วนแบ่งในทรัพยากรเหล่านั้นเหมือนกัน...

 

“คนที่แม้แต่ท่านอัศวินก็ยังต้องเกรงใจงั้นหรือ? น่าสนใจจริงๆ” ซูหยวนพึมพำเบาๆ สายตายังมองเด็กหนุ่มที่กำลังเดินไปปิดประตู เขายังส่งสัญญาณให้ซูหยวนรีบออกไปด้วย แต่เธอกลับไม่เคลื่อนไหวตามที่เขาต้องการ

 

“อ้อ แล้วที่นี่เป็นร้านของใครกัน เจ้าของร้านอยู่ที่ไหน? แล้วทำไมท่านกั๋วตงคนนั้นจึงเลือกร้านนี้ในการขูดรีดเพียงร้านเดียว?”

 

“เจ้าของร้านไม่กล้ากลับมาเมืองนี้อีกแล้วล่ะครับ เจ้าของร้านเป็นสาวงามผู้หนึ่งที่เสียสามีไปเมื่อ 6 ปีก่อน แต่ตอนที่เสียสามีก็คล้ายว่าจะมีข่าวลือ...อาจจะเป็นฝีมือของกั๋วตงคนนี้ เขาต้องการให้เจ้าของร้านไปเป็นภรรยาของตนเอง แต่เจ้าของร้านปฏิเสธเพราะเธอมีสามีแล้ว ดังนั้นกั๋วตงก็เลย...”

 

“นี่...แม้แต่เรื่องผิดกฎหมายนี้ก็ยังทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้งั้นหรอ” ซูหยวนถามย้ำอีกครั้ง เด็กหนุ่มหัวเราะออกมาเหมือนกับเย้ยหยันโลกใบนี้

 

“ผิดกฎหมายหรือ? แม้แต่บิดามารดาของสามีเจ้าของร้านก็ยังไม่แจ้งความให้สอบสวนเลย เจ้าของร้านเองก็ไม่กล้าเช่นกัน ท่านกั๋วตงกล่าวว่าถ้ามีใครปากพล่อย พูดจาใส่ความเขาทั้งที่ไม่มีความผิดอะไร จะตามไปจัดการให้ถึงบ้านเลย พูดแค่นี้ก็ไม่มีใครกล้าแล้ว แถม...ไม่รู้ว่าทหารที่จะรับเรื่องนั้นเป็นคนของใครด้วย บางทีเรื่องอาจจะยังไม่ถึงหูของทางการ แต่ถึงหูท่านกั๋วตงก่อนแล้วก็ได้”

 

“โอ้ ช่างมีอิทธิพลเสียจริง”

 

“ใช่แล้ว ท่านกั๋วตงมีอิทธิพลมาก ดังนั้นท่านเจ้าของร้านก็เลยพาครอบครัวไปอยู่เมืองอื่น ส่วนเรื่องร้านนี้ก็จ้างลูกจ้างดูแล ตอนแรกมีลูกจ้างมากมายหลายสิบคน แต่ถูกท่านกั๋วตงลงมือจนลาออกกันไปมากมายแล้ว เหลือแค่ผมที่ยังลาออกไม่ได้”

 

“ทำไมหรอ หรือว่ามีสัญญาจ้างบังคับไว้?”

 

ซูหยวนถาม ซึ่งเด็กหนุ่มก็ไม่มีอะไรให้ต้องปิดบังอยู่แล้ว นอกจากนี้เขาเองก็ตัดสินใจที่จะช่วยท่านเจ้าของร้านปิดร้านนี้อย่างถาวรเช่นกัน ตัวเขาไม่สามารถไปขูดรีดเอากับเกษตรกรที่ปกติก็ยากลำบากอยู่แล้วเพื่อเอาทรัพยากรมาก่อนได้ แต่ท่านกั๋วตงไม่มีทางยอมปล่อยไปแน่ เช่นนั้น...เขาก็เหมือนไม่มีทางเลือกอื่น

 

สำหรับเรื่องสาวงาม ความโกรธที่โดนหักหน้า หรืออื่นๆ ก็แค่ส่วนหนึ่ง ทว่าที่สำคัญที่สุดที่ยังทำให้เขาไม่ทิ้งความสนใจจากร้านนี้ ทั้งหมดก็เพราะอีกฝ่ายสามารถทำกำไรจากการปล้นได้มากมายน่ะสิ

 

“ไม่มีสัญญาจ้างอะไรทั้งนั้นแหละ บางทีที่ท่านเจ้าของร้านยังเปิดร้านที่เมืองนี้อยู่ก็เพื่อผมและเกษตรกรส่วนใหญ่ที่ต้องการความช่วยเหลือเท่านั้นแหละ”

 

“ท่านก็เห็นแล้วว่าท่านเจ้าของร้านรับกระทั่งพืชที่ไม่ค่อยมีคุณภาพมากนัก ทั้งๆที่เอามาวางขายหน้าร้านก็ไม่กำไรอะไร ถ้าจะเสียพื้นที่หน้าร้านเพื่อซื้อของพวกนี้ สู้เอาไปซื้อของคุณภาพสูงมาตั้งราคาสูงๆเสียยังจะดีกว่า”

 

“แต่...เกษตรกรบางคนก็ไม่มีต้นทุนในการเพาะปลูก พวกเขาทำได้ขนาดนี้ก็ยอดเยี่ยมแล้ว นอกจากนี้...เงินที่ให้ไป แม้จะไม่กี่สิบเหรียญก็ยังเป็นเงินที่ทำให้พวกเขาซื้อผ้าห่มหนาๆ ป้องกันไม่ให้หนาวตายได้ หรืออาจจะเพียงพอสำหรับการอยู่ต่ออีกสัก 10 วัน”

 

“เฮ้อ แต่ตอนนี้เงินที่ท่านเจ้าของร้านทิ้งไว้ก็หมดแล้ว เงินที่ควรจะได้จากการขายก็ไม่ได้ อีกฝ่ายมาเอาไปทั้งหมดแม้แต่เศษเล็กเศษน้อย ท่านกั๋วตงทำเช่นนี้ก็เหมือนไม่ต้องการให้ทางรอดพวกเราเลย หลังจากนี้...ผมเองก็คงต้องไปแล้วเหมือนกัน”

 

​เด็กหนุ่มพูดอย่างปลงตกเช่นนั้น ซูหยวนก็อดไม่ได้ที่จะมองร้านค้านี้รอบๆ เดิมทีเธอคิดจะถามว่าทำไมเจ้าของร้านไม่ขายร้านค้านี้ต่อให้คนอื่น แต่เมื่อคิดดูว่า “ท่านกั๋วตง” คนนี้เป็นคนนิสัยอย่างไร เชื่อว่าคงไม่มีใครกล้ามาซื้อร้านค้าแห่งนี้หรอก ไม่อย่างนั้นพวกเขาก็จะประสบปัญหาเหมือนเจ้าของร้านคนเดิมนั่นแหละ

 

​ก็เหมือนกับคนที่เคยได้กลิ่น ได้กินของอร่อยมาแล้ว หลังจากนั้นก็จะเฝ้าคิดถึงแต่ความหอมหวานความอร่อยที่เคยได้สัมผัส ก่อนหน้านี้เคยได้รับประโยชน์โดยไม่ต้องลงทุนอะไรนอกจากมาอาละวาดทำลายข้าวของ กั๋วตงคนนี้ก็คงจะไม่ยอมกลับไปลำบากทำงานหนักเหมือนเดิมอีก

 

​ซูหยวนแค่นยิ้มเล็กน้อย มองดูร้านขนาดกลางที่น่าสนใจ แถมยังเป็นร้านค้าที่อยู่เขตท่าเรือด้วย หากเธอมีอุปกรณ์ดีๆจะขายเมื่อไร สถานที่ที่น่าสนใจก็คือเมืองหลวง และอีกที่ก็คือ...สถานที่ที่สามารถเป็นจุดศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าได้ เหมือนกับที่เมืองแห่งนี้เป็น

 

​ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมกั๋วตงและตระกูลกั๋วจึงได้กร่างขนาดนี้ ทั้งหมดเป็นเพราะพวกเขามี “เงิน” จำนวนมาก มีทรัพยากรหลายอย่างที่สามารถหาซื้อได้ก่อนผู้อื่น และมีเส้นสายที่เคยติดต่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์จากหลายๆที่ ถ้าพวกเขาใช้เส้นสายเหล่านั้นในการกดดันอาณาเขตอัศวินหงส์ขาว สุดท้ายก็อาจจะต้องจำใจยอมรับบางเงื่อนไขก็ได้

 

​แต่ซูหยวนไม่ได้สนใจคนพวกนี้เลย ในเมื่อตอนนี้เธอมีเหตุผลให้ต้องเข้ามายุ่ง เช่นนั้น...หนุ่มน้อยและร้านค้าแห่งนี้ก็ได้อยู่ในการดูแลของเธอแล้ว

 

“เจ้าของร้านต้องการขายร้านนี้ในราคาเท่าไร”

 

“หืม? ลูกค้าหมายความว่ายังไง อย่าบอกนะว่าสนใจร้านนี้น่ะ แม้ว่ามันจะดีที่ร้านนี้จะได้ขายออก และท่านเจ้าของร้านที่เป็นผู้มีพระคุณจะได้เงินทุนไปตั้งหลักใหม่เสียที แต่...ในฐานะพนักงานขาย ผมก็ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับสินค้าให้คุณรู้จักทั้งหมดก่อน”

 

“อ้อ ได้สิ” ซูหยวนตอบรับสั้นๆ เด็กหนุ่มมั่นใจว่าตนเองอธิบายเรื่องไปมากมายแล้ว และคนตรงหน้าก็ไม่ดูเหมือนคนโง่ เขามองตาคนที่น่าจะเป็นรุ่นพี่อายุไม่ต่างกันเท่าไร แล้วก็มองไปยังผู้ติดตามที่ยืนนิ่งตลอดเวลาเหมือนหุ่นด้านหลัง พลันเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาเอง

 

“คุณลูกค้า แม้ว่าคุณลูกค้าจะเป็นคนมีฝีมือในการต่อสู้ แต่ว่า...คนของตระกูลกั๋วเองก็มีนักสู้มากมายเช่นกัน ถ้าต้องต่อสู้กันจริงๆ พวกเขาจะลงมือโดยไม่ไว้หน้าใครแน่”

 

“อืม ฉันเข้าใจ แล้วเจ้าของร้านนี้ขายร้านในราคาเท่าไรหรือ?”

 

“เอ่อ ท่านเจ้าของต้องการ 100,000 เหรียญ ถึงจะเป็นราคาถูกมากๆกับร้านค้าขนาดกลาง แต่สิ่งที่ลูกค้าจะได้ก็คือปัญหาใหญ่ที่พ่วงไปด้วย ถ้าหากว่าท่าน...”

 

“แล้วเงินเดือนที่จ้างนายต่อเดือนคือเท่าไร” ซูหยวนขัดคำของเด็กหนุ่มที่ต้องการเตือนเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะตอบกลับ

 

“ผมคงไม่ทำงานที่นี่อีกแล้ว ถ้าหากคุณต้องการมีปัญหากับท่านกั๋วตง เช่นนั้น...ช่วยไม่ได้ที่ผมจะต้องขอตัวจากไป” เด็กหนุ่มแม้จะรู้สึกผิด แต่เขายังมีคนที่ต้องดูแล จะร่วมหัวจมท้ายไปด้วยคงไม่ได้

 

​ซูหยวนหัวเราะเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางเช่นนั้นของเขา ก็ถือว่านี่เป็นการตัดสินใจได้ถูกต้องแล้ว ถ้าต้องเอาชีวิตไปฝากไว้กับเจ้าของร้านคนใหม่ที่อาจจะเป็นเธอก็ได้ แต่การที่ต้องสู้กับกั๋วตง มันทำให้เขาตัดสินใจได้ว่าการหางานใหม่ปลอดภัยกว่า เสี่ยงน้อยกว่า...

 

“แล้วถ้าฉันให้เงินเดือนมากกว่าเดิมสองเท่าล่ะ”

 

“นะ นี่....” คนมีดวงตาเป็นประกายเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่ากำลังหวั่นไหวกับเรื่องของเงินจริงๆ

 

“อ่า แล้วก็อาจจะให้เงินพิเศษด้วยนะ ปีหนึ่งอาจจะได้สักประมาณ 2-3 เท่าของเงินเดือนปัจจุบัน...” เด็กหนุ่มอ้าปากค้างไม่อยากจะเชื่อ ทำงานให้อีกฝ่ายจะมีเงินพิเศษเป็นก้อนด้วยหรือ? ถ้าอย่างนั้น...ถ้าอย่างนั้นเขาก็มีเงินมากพอที่จะใช้ซื้อยาให้แม่กินไปตลอดปีได้เลยน่ะสิ

 

“อ้อ แล้วก็...ถ้าที่ร้านมีพนักงานมากกว่า 5 คนเมื่อไร พนักงานทั้ง 5 จะสามารถสลับกันหยุดได้ 2 วันหลังจากทำงาน 5 วันด้วย แต่ต้องไม่หยุดพร้อมกัน...ว่ายังไง สนใจไหม” ซูหยวนมองเด็กหนุ่มที่หวั่นไหวอยู่แล้ว เจอคำถามนี้เข้าไป เขาก็ไปไม่เป็นเลย

 

“สะ สน สนใจแน่นอน เขียนใบสมัครได้เลยหรือไม่ แล้วสามารถขอเงินเดือนล่วงหน้า 3 เดือนได้ไหม แน่นอนว่าจะทำสัญญาเอาไว้เลยเพื่อไม่ให้ผมโกงได้ ผมต้องการเอาเงินไปวางมัดจำให้กับร้านยาก่อน ถ้าเผื่อว่าผมเป็นอะไรขึ้นมา อย่างน้อยๆแม่ผมก็น่าจะอยู่ต่อได้อีกสักปี...”

 

“แน่นอน ได้สิ” ซูหยวนเริ่มเข้าใจสถานการณ์ของเด็กหนุ่มบ้าง เธอถอนหายใจออกมาก่อนจะพยักหน้าตอบตกลง

 

​ปรากฏว่าการฝืนทนให้คนอื่นตบตีอยู่เช่นนี้ไม่ใช่เพราะเขาเป็นพวกโรคจิต แต่ทั้งหมดเป็นเพราะเขาต้องการเงินเพื่อช่วยอีกหนึ่งชีวิตนั่นเอง ฉะนั้น...ไม่น่าแปลกใจเลยที่หัวใจของเขาจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้

 

“ถ้าทำให้เจ้าของร้านรีบทำสัญญาขายร้านค้านี้ให้ฉันในวันนี้ ฉันจะให้เบิกเงินล่วงหน้าสำหรับ 1 ปีเลยก็ได้”

 

“อ๋า!!! คุณเจ้าของร้านคนใหม่ โปรดรอสักครู่!!” เจ้าบุรุษตัวจิ๋วคราวนี้วิ่งเร็วยิ่งกว่ารถลากในเมือง ประตูร้านยังเปิดกว้างเอาไว้ด้วยซ้ำ คล้ายว่าไม่กลัวเลยว่าในร้านนี้จะถูกขโมยของหรือไม่

 

 ……………………………