LNCrawler

บทที่ 589 บังคับรับผิดชอบ (อ่านฟรี 15 ต.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 589 บังคับรับผิดชอบ (อ่านฟรี 15 ต.ค. 69)

บทที่ 589 บังคับรับผิดชอบ

 

“นี่...ดูไม่ผิดใช่หรือไม่?” ผู้ช่วยคนสนิทของผู้นำตระกูลย่อมไม่ใช่คนโง่ เมื่อเขาได้ยินทหารรับจ้างพูดเช่นนั้น ก็รีบรั้งเอาไว้เพื่อสอบถามยืนยันให้ชัดเจนทันที

            

คนที่พูดเรื่องคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวก่อนหน้านี้ก็แค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เขายังจำเป็นต้องยืนยันอีกหรือ? แค่ส่งคนไปตรวจสอบก็น่าจะรู้แล้วว่าคนของตนเองไปทำอะไรไว้ ไม่จำเป็นต้องให้พวกเขาพูดซ้ำหรอก ดังนั้นเมื่อสบตากัน พวกเขาก็จากไปทันที ทิ้งให้คนสนิทของผู้นำตระกูลแทบจะระเบิดหัวใจของตนเองทิ้งตั้งแต่ตอนนั้นเลย

            

สองเท้ารีบกุลีกุจอเข้าไปข้างในคฤหาสน์ ใจของเขาตอนนี้อยู่ที่ฝ่าเท้าไปแล้ว ไม่ว่าจะเหยียบไปตรงไหนก็เหมือนมีความร้อนทุกจุด ดังนั้นเพื่อความเร็ว...เขากระทั่งกระพือปีกเบาๆเพื่อช่วยให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้น ถือเป็นการกระทำที่เสียอาการอย่างหนักเลยทีเดียว

            

สำหรับคนทั่วไปอาจจะรู้แค่ว่าคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวนั้นเป็นผู้ช่วยชีวิตท่านอัศวินเอาไว้ เป็นคุณหนูคนสำคัญที่ท่านอัศวินต้องการตอบแทนให้ได้ และเมื่อไม่นานมานี้ก็กลายเป็นผู้ช่วยชีวิตคุณหนูสามแห่งอัศวินแกะทองคำ จึงได้กลายเป็นผู้ช่วยเหลือของพวกเขา 

 

รวมทั้งอัศวินเหมันต์ที่ทำให้แผนของคุณหนูเสวี่ยจิงไม่เป็นผลสำเร็จจนเกิดปัญหาระหว่างสองอาณาเขต ความสำคัญนี้ก็สำคัญอยู่หรอก ทว่าที่สำคัญมากกว่าและเป็นความลับระดับสุดยอดก็คือ...

            

อัศวินหงส์ขาวและอัศวินเหมันต์กำลังจะแต่งงานกัน หมายความว่าอย่างไร? หมายความว่า...อัศวินเหมันต์คนใหม่ย่อมต้องให้ความสำคัญกับคุณหนูผู้นี้มาก เพราะเธอเป็นคนที่ช่วยชีวิตอัศวินหงส์ขาวมาก ทั้งสองมีใจต้องกัน เช่นนั้นผู้ช่วยชีวิตคนรักเอาไว้จะไม่ใช่ผู้มีพระคุณของเขาด้วยอย่างไร

            

ฉะนั้น...ไม่เพียงแค่กิจการในอาณาเขตอัศวินหงส์ขาวที่อาจจะมีผลกระทบ ถึงแม้ว่าด้วยเชื้อสายดั้งเดิมของตนเอง อัศวินหงส์ขาวอาจจะไว้หน้าเขาบ้าง แต่ที่อาณาเขตอัศวินเหมันต์ล่ะ...ทางนั้นจะไว้หน้าพวกเขาด้วยสาเหตุอะไร

            

กล้าทำให้คุณหนูผู้ช่วยชีวิตอัศวินหงส์ขาวต้องเดือดร้อน แล้วยังอยากจะมาทำกิจการในอาณาเขตของพวกเขางั้นหรือ? ฝันอยู่หรือไง!!

            

ปัง!!

            

ประตูห้องทำงานถูกเปิดอย่างแรง เสียงดังยิ่งกว่ามีคนเอาเท้าถีบพังมันเข้ามาด้วยซ้ำ ผู้นำตระกูลที่นั่งทำงานอย่างมีสมาธิ เมื่อถูกการกระทำที่หยาบคายนี้เข้าก็เตรียมจะสั่งลงโทษทันที 

 

แต่...เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นไปก็เห็นว่าเป็นผู้ช่วยคนสนิทของตนเองที่ปกติจะรักษาภาพลักษณ์เอาไว้ได้ เวลานี้กลับมีสีหน้าซูบซีดอย่างประหลาด ราวกับว่าช่วงเวลาไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้เขาเพิ่งผ่านศึกหนักมา ดังนั้นอารมณ์โกรธที่ถูกกระตุ้นเมื่อครู่จึงหายไป เขารู้ทันทีว่านี่จะเป็นเรื่องใหญ่แล้ว

 

“เกิดเรื่องอะไร?”

 

“ครับ เกิดเรื่องแล้ว...” 

 

คนรีบปิดประตูก่อนจะเข้ามาใกล้เพื่อไม่ให้เสียงของเขาดังรอดออกไปไกล อย่างไรหน้าต่างก็มีหูอยู่ทุกที่ ประตูก็ยังมีตาคอยสอดส่อง ดังนั้นเพื่อให้รัดกุมและไม่เปิดช่องให้คนอื่นใช้เรื่องนี้เพื่อกดดันตนเอง เช่นนั้นเรื่องนี้จะต้องปรึกษากันอย่างลับที่สุด!

 

“มีอะไรก็รีบพูดมา”

 

“ท่านผู้นำตระกูล คุณชายกั๋วตงก่อเรื่องใหญ่แล้ว คนที่เขามีปัญหาด้วย...อาจจะเป็นคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาว!!” เดิมทีมีแค่คนสนิทเท่านั้นที่สีหน้าตื่นตระหนก แต่เมื่อคำพูดนี้จบ ก็มีผู้นำตระกูลที่มีสีหน้าเปลี่ยนไปด้วย!

 

“คนที่ต้องการค่าชดเชยเป็นเงิน 2 แสนเหรียญก็คือคุณหนูคนใหม่แห่งอัศวินหงส์ขาวที่เพิ่งกลับมาจากอาณาเขตอัศวินเหมันต์หรือ?”

 

“ใช่ครับ” 

 

ได้รับการยืนยันเช่นนี้ ผู้นำตระกูลก็ทิ้งตัวลง ยกมือขึ้นนวดขมับของตนเองไปมา ทว่าสีหน้าของเขากลับไม่ได้ดูดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย ความเงียบที่เกิดขึ้นนี้หมายความว่าเขากำลังพิจารณาอย่างหนัก เค้นสมองออกมาให้ได้มากที่สุดว่าควรจะทำอย่างไร

 

“เตรียมตัวไปพบคุณหนู แล้วก็...พาตัวกั๋วตงมาที่นี่ ฉันต้องการจะรู้ความจริงทั้งหมดจากปากของมัน และจะบรรเทาความโกรธของคุณหนูด้วย” 

 

ความหมายของคำพูดนี้ก็คือ...ตระกูลกั๋วกับกั๋วตงไม่ถือเป็นคนประเภทเดียวกัน เมื่อพวกเขารู้ว่ากั๋วตงทำผิด ต่อให้จะไม่รู้ว่าผิดต่อคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวหรือไม่ เนื่องจากคาดว่าอีกฝ่ายซ่อนฐานะของตนเองเอาไว้ เพราะในความคิดของผู้นำตระกูล แม้กั๋วตงจะโง่แค่ไหน ก็ไม่น่าโง่เง่ามากพอที่จะรู้ว่าคนๆนั้นเป็นคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวแล้วยังลงมือ 

            

ด้วยท่าทีที่จริงใจและบริสุทธิ์นี้ อาจจะทำให้ภาพลักษณ์ของพวกเขาดีขึ้นบ้าง ซึ่งหลังจากลงโทษคนแล้ว ก็จะได้ไปพบคุณหนูเพื่อชดเชยให้มากกว่าเดิม นี่เป็นแผนการที่คิดออกได้ในเวลาอันสั้น ไม่ถือว่าเลวร้ายเกินไป แต่ก็ไม่ได้แย่จนคู่กรณีจะรับไม่ได้

            

ผู้ช่วยของผู้นำตระกูลเป็นผู้ช่วยได้ก็เพราะเขาทำงานเร็วมาก เมื่อได้ยินคำสั่งก็รีบไปจัดการทันที ไม่นานก็มีทหารของตระกูลลากกั๋วตงเข้ามา ด้านหลังยังมีผู้อาวุโสกั๋วที่ได้ยินก็เดินถือพัดเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึมด้วย

            

ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ แต่เขาย่อมไม่ต่อต้านผู้นำตระกูล ยิ่งรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนฉลาดมากขนาดไหน เขาก็ยิ่งรู้ว่าครั้งนี้กั๋วตงมีเรื่องที่ทำไม่ถูกครั้งใหญ่

            

ในฐานะบิดา ต่อให้เขาคิดอย่างไรก็ยังคิดไม่ออกว่ากั๋วตงไปก่อเรื่องอะไรเอาไว้ ไม่ใช่เพราะลูกชายของเขาเป็นคนดี แต่เพราะเป็นเจ้าตัวก่อเรื่องที่ทำให้เขาไล่ตามไม่ทันซ้ำแล้วซ้ำเล่าต่างหาก! คิดถึงตรงนี้...บิดาของกั๋วตงก็เหมือนชราภาพมากขึ้นไปอีกเป็นสิบปี

            

เขาภาวนาให้ได้บุตรชายคนนี้มา แต่ไม่รู้ว่าท่านเทพส่งปีศาจร้ายตนไหนมาเป็นบุตรชายของเขา ทั้งตัวเขาและภรรยาก็ทนุถนอมบุตรชายเป็นอย่างดี รักและเอาใจใส่เสมอมา ทว่า...กลับกลายเป็นทำให้อีกฝ่ายนิสัยเสีย เอาแต่ใจและโมโหร้ายเช่นนี้ วันๆคิดทำเรื่องอะไรล้วนแต่เป็นเรื่องเหลวไหลทั้งเพ เช่นนี้...บางทีถ้าไม่มีลูกเลยก็อาจจะดีกว่าก็ได้...

            

เอาเถอะ ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นมาแบบนี้แล้วก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ตอนนี้มีแต่ต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าบุตรชายของเขาทำเรื่องอะไรไว้ แล้วจะได้ช่วยหาทางออกที่ดีที่สุด เพราะสุดท้ายแล้ว...คนก็เกิดมาให้เขารักไปแล้ว หลังจากนี้จะอยู่ได้อย่างไรถ้าไม่มีเจ้าตัว ... ช่างเป็นความรักของบิดา แต่เจ็บปวดเหลือเกิน

 

“ผู้อาวุโสกั๋ว รู้หรือไม่ว่าบุตรชายของท่านไปสร้างเรื่องอะไรไว้!”

 

“ท่านผู้นำตระกูล ต้องขออภัยด้วย แต่เจ้าสารเลวน้อยนี้สร้างเรื่องมากมายจริงๆ แม้ว่าหลายครั้งฉันจะพยายามตักเตือนแล้ว แต่ก็ยังไล่ตามดูไม่ครบถ้วน ขอท่านผู้นำตระกูลช่วยอธิบายสถานการณ์ได้หรือไม่” 

 

ผู้อาวุโสยอมจำนนจริงๆ เขาไม่ปฏิเสธและไม่ปกป้อง สารภาพความจริงที่รู้กันดีอยู่แล้วออกมา ซึ่งท่าทางแบบนี้ก็ทำให้ผู้นำตระกูลถอนหายใจ

            

บิดาก็ดีเสียขนาดนี้ ทุ่มเทเสียขนาดนี้ แถมยังช่วยตระกูลกั๋วมาไม่น้อย ดังนั้นที่ผ่านมาเขาจึงหลับตาข้างหนึ่งเพื่อปล่อยผ่านไป แต่ครั้งนี้เป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าจะปล่อยไปได้ ไม่อย่างนั้นเขาก็คงจะไม่เรียกทั้งสองคนมาที่นี่หรอก

 

“เฮ้อ กั๋วตง...วันนี้ไปก่อเรื่องอะไรมา อธิบายให้ทุกคนฟังเสีย” 

 

ผู้นำตระกูลส่งสัญญาณ กั๋วตงรู้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ และเขาก็กลัวท่านผู้นำตระกูลมากที่สุดแล้ว ตอนเด็กๆเขาถูกตีบ่อยๆก็เพราะคำสั่งของผู้นำตระกูลนี่แหละ ดังนั้นจึงเป็นบุคคลน่ากลัวที่เขาจำฝังใจ 

 

อย่างไรก็ตาม...วันนี้เขาแทบจะไม่ได้ก่อเรื่องอะไรเลย มีแต่ถูกคนอื่นก่อเรื่องกลับมามากกว่า เพราะฉะนั้นก็เลยวิ่งแจ้นมาฟ้องบิดาแล้วถูกขังไว้ในห้องเช่นนี้อย่างไรล่ะ ถ้าอย่างนั้นท่านผู้นำตระกูลกำลังถามถึงเรื่องวันนี้หรือเรื่องวันก่อนกันแน่ 

 

เขาลังเล...หากเป็นบิดาถามขึ้นมาเช่นนี้ เขาอาจจะถามย้อนกลับว่า “พ่อ ท่านเข้าใจผิดหรือไม่ ที่จริงแล้วฉันไปก่อเรื่องมาเมื่อวานและวันก่อนๆต่างหาก วันนี้ฉันถูกขังจะก่อเรื่องได้อย่างไร” แต่เพราะนี่เป็นผู้นำตระกูล ดังนั้นกั๋วตงจึงไม่กล้า

            

เห็นคนยังไม่เข้าใจว่าเป็นเรื่องไหน ผู้นำตระกูลก็แค่นหัวเราะออกมา นึกอยากจะจับไม้แล้วฟาดไปที่กั๋วตงด้วยตนเอง แต่ก็ยังพยายามระงับโทสะเอาไว้

 

“เมื่อครู่นี้ทหารรับจ้างมาเรียกค่าเสียหายกับฉัน 2 แสนเหรียญ บอกว่าคุณชายกั๋วตงของเราไปก่อความวุ่นวายมาจนคู่กรณีต้องการให้ชดใช้ ดูเหมือนว่ากั๋วตงจะลืมเรื่องนี้ไปเสียแล้ว?” 

            

ผู้นำตระกูลเกริ่นเรื่องนี้ขึ้นมา กั๋วตงที่ได้ยินก็อ้าปากค้าง เขาแอบมองบิดาเล็กน้อยเพราะเรื่องนี้เขาแอบลงมือไม่ให้บิดารู้ ใครจะคิดว่านอกจากจะซ่อนได้แล้ว กลับยังถูกผู้นำตระกูลรู้ด้วยซ้ำ หนักกว่าที่บิดาของเขารู้เพียงคนเดียวเสียอีก!

 

“ไอ้พวกทหารรับจ้างนั่น!!”

 

“เหอะ! ยังจะเก็บความโกรธไว้ เตรียมจะเอาคืนพวกเขางั้นหรือ?”

 

“ทะ ท่านผู้นำตระกูล” กั๋วตงไม่คิดว่าผู้นำตระกูลจะคาดเดาความคิดได้ เขาถึงกับตัวสั่นเลยทีเดียว กลัวว่าไม้เท้าในมือของผู้นำตระกูลจะฟาดลงมาที่หลังของเขา แต่โชคดีที่ผู้นำตระกูลเพียงทุบโต๊ะทำงานจนเกิดเสียงดัง “ปัง!” เท่านั้น 

 

“รู้หรือไม่ว่าถ้าพวกเขาไม่มาแจ้งกับพวกเราเรื่องนี้ จะเกิดอะไรขึ้นกับตระกูลบ้าง!” กั๋วตงกลัวมากจนกระโดดหลบไปหลังบิดาของตนเอง ชายอายุมากขมวดคิ้วคิดตาม เขาสบตากับผู้นำตระกูลก่อนจะเอ่ยถามอย่างไม่มั่นใจ

 

“หรือว่ากั๋วตงจะลงมือกับคนที่ไม่ควรลงมือ...”

 

“ใช่ ให้ทายว่าคนผู้นั้นเป็นใคร?” แม้แต่เวลานี้ ท่านผู้นำตระกูลก็ยังไม่ยอมบอกออกมาตรงๆ ปล่อยให้ผู้อาวุโสที่ดูแลบุตรชายไม่ดีคาดเดาไปต่างๆนานา ทว่า...ด้วยความฉลาดของเขา เพียงไม่กี่วินาทีก็คิดได้ เขามองบุตรชายเล็กน้อยแล้วเอ่ยถามท่านผู้นำตระกูลโดยตรง

 

“ท่านผู้นำ หรือว่าคนๆนั้นก็คือ...คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาว” นี่เป็นความเป็นไปได้มากที่สุดแล้ว เพราะคนสำคัญคนอื่นๆ กั๋วตงย่อมต้องรู้จัก มีเพียงคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวที่เพิ่งเดินทางเข้ามาในเมืองนี้เท่านั้นแหละที่กั๋วตงอาจจะไม่ทันระวังแล้วไปล่วงเกินได้ ดังนั้น...

            

แปะ แปะ แปะ

 

“ช่างเก่งเหลือเกิน สมแล้วกับที่เป็นผู้อาวุโสของตระกูล” ได้ยินเสียงปรบมือของผู้นำตระกูล บิดาของกั๋วตงก็รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังประชดประชันแล้ว

            

เก่งงั้นหรือ? คนเก่งที่ไหนจะปล่อยให้บุตรชายไปก่อเรื่องใหญ่ถึงขนาดนั้นได้! เขารู้สึกอับอายมากที่ท่านผู้นำตระกูลกล่าวเช่นนี้ หันไปหาบุตรชายที่ยังทำหน้าตาไม่อยากเชื่อก็ยกมือหนึ่งขึ้นมา ...

            

เพี๊ยะ!!

            

ใบหน้าที่บวมแดงของกั๋วตงจากการถูกอันซูหยวนตบไปหลายฉาดก่อนหน้านี้ยังไม่ทันจะดีขึ้น ตอนนี้บิดาของเขาก็ตบซ้ำลงไปที่เดิมพร้อมกับดวงตาแดงก่ำ เหมือนว่าต้องการจะสะกดน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา

            

ฝ่ามือของเขาสั่นระริก ตั้งแต่เกิดมาก็ยังไม่เคยต้องตบตีบุตรชายเช่นนี้มาก่อน ดังนั้นทั้งเขาและกั๋วตงก็รู้สึกไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไปพร้อมๆกัน แต่...ในฐานะผู้อาวุโส การตีแค่นี้ไม่นับเป็นอะไรได้ถ้าเทียบกับปัญหาที่บุตรชายได้ก่อเอาไว้

 

“ทะ ท่านพ่อ...”

 

“ไป!! ไสหัวไปเดี๋ยวนี้!! ไปเอาทรัพย์สินทุกอย่างที่แกมี รีบไปขอโทษคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวเดี๋ยวนี้!! หากความเข้าใจผิดนี้ไม่คลี่คลาย แกก็ไม่ต้องกลับมาตระกูลกั๋วอีกเลย ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าพ่ออีก!!”

 

“พ่อ!!” 

 

กั๋วตงไม่อยากเชื่อเลยว่าจะได้ยินคำประกาศตัดขาดเขาออกมาจากปากบิดาเช่นนี้ เขารู้ดีว่าบิดามารดารักตนเองที่สุด ฉะนั้นก็เลยดื้อด้านอย่างไม่ต้องเกรงกลัวใคร แต่มาวันนี้...เขาแค่ส่งทหารรับจ้างไป 20 คนเพื่อลงมือกับพวกไม่รู้จักที่ต่ำที่สุด กลับกลายเป็นทางนั้นเป็นคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาว และพ่อก็เลือกที่จะถีบหัวส่งเขาออกไป นี่...หรือว่าเพื่อตระกูลแล้ว พ่อก็ไม่ได้รักเขาไปมากกว่าตระกูลเลย! 

            

กั๋วตงคิดก็ยิ่งน้อยใจ แต่เขาไม่รู้เลยว่าคนที่เจ็บปวดใจมากกว่าก็คือบิดาของเขานั่นเอง

 

“ยังไม่รีบไปอีกหรือ? อยากจะให้ฉันถอดชื่อออกจากสกุลใช่ไหม!” ความเด็ดขาดในฐานะผู้อาวุโสทำให้กั๋วตงได้หวาดกลัวเป็นครั้งแรก เขารู้ว่าครั้งนี้ถ้าเขาต่อต้าน พ่อจะต้องลงมือจริงๆแน่ ดังนั้น...กั๋วตงทำได้แค่คุกเข่าลงไปเท่านั้น

 

“พ่อ อย่าทำแบบนั้นเลย ฉันเข้าใจแล้ว ฉัน...ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้”

            

แม้กั๋วตงจะดื้อมากขนาดไหน แต่เขาก็รู้จักลงรู้จักขึ้น เมื่อบิดาโกรธขนาดนี้แล้ว ผู้นำตระกูลก็ดูอยู่เช่นนี้แล้ว ถ้าเขาไม่ยอมลงก็มีแต่ต้องแตกหัก เขายิ่งรู้ด้วยว่าตระกูลกั๋วเป็นที่พึ่งใหญ่ของเขา หากเขาออกจากตระกูลกั๋วเวลานี้ ไม่เพียงแค่จะไม่เหลืออะไร อาจจะถูกคู่อริที่ตนเองเคยรังแกมาหลายต่อหลายครั้งเอาคืนจนไม่มีชีวิตอยู่อีกต่อไป ดังนั้น...เขาจะออกจากตระกูลไม่ได้

            

กั๋วตงคิดได้ก็รีบพุ่งตัวออกไป ผู้นำตระกูลส่งสัญญาณให้คนของเขาตามไปด้วยเพื่อเฝ้าดูกั๋วตงไม่ให้เล่นตุกติกอะไร ก่อนจะหันมามองผู้อาวุโสที่ยืนตาแดงก่ำอยู่ตรงหน้า

 

“ลูกชายคงถึงเวลาที่ต้องสอนอย่างจริงจังแล้ว ไม่อย่างนั้นภายภาคหน้า...อาจจะก่อเรื่องจนยากควบคุมได้อีกครั้ง”

 

“เข้าใจแล้ว” สองคนคุยกัน รู้เรื่อง รู้ความคิดของอีกฝ่าย เพียงไม่นานก็แยกย้ายกับไปเตรียมการ พวกเขาจะต้องทำให้คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวพอใจให้ได้ก่อน ไม่อย่างนั้น...เรื่องนี้จะกลายเป็นปัญหาเรื้อรังแน่!!

 

……………………………..