LNCrawler

บทที่ 590 เปิดร้านขายอาวุธ (อ่านฟรี 16 ต.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 590 เปิดร้านขายอาวุธ (อ่านฟรี 16 ต.ค. 69)

บทที่ 590 เปิดร้านขายอาวุธ

 

ขณะเดียวกัน ทางอันซูหยวนก็จัดการร้านของตนเองไปได้มากแล้ว มีคนถึง 15 คนช่วยเหลือกัน ไม่นานก็ปรับแต่งออกมาได้เกือบเสร็จ 

 

ซึ่งสัญญาการซื้อขายก็ได้รับมาแล้วเช่นกัน เท่ากับว่าตอนนี้เธอเป็นเจ้าของร้านนี้อย่างถาวรแล้ว ตอนที่เด็กหนุ่มเห็นว่าร้านมีทหารรับจ้างมาช่วยมากมายแบบนี้ก็รู้สึกดีมาก ก่อนหน้านี้เขาเองก็หวาดกลัวเหมือนกัน แต่ถ้าเจ้านายคนใหม่สามารถทำให้ทหารรับจ้างทั้งหมดนี้กลายเป็นพรรคพวกฝั่งตนได้ เช่นนั้นก็น่าจะป้องกันอันตรายจากคนตระกูลกั๋วผู้นั้นได้แน่นอน

 

ในขณะที่เขากำลังสบายใจอยู่นั้น จู่ๆประตูร้านก็มีเสียงเคาะขึ้นสามครั้งแล้วก็เงียบไป ช่างเป็นการเคาะที่มีมารยาทเสียจริง 

 

เดิมทีเด็กหนุ่มก็เข้าใจว่าเป็น 5 คนของทหารรับจ้างที่แยกตัวออกไปได้กลับมาถึงแล้ว เขาวิ่งไปต้อนรับทันที หวังว่าจะได้มีคนมาช่วยงานเพิ่มขึ้น ทว่า...เมื่อเขาเปิดประตูออก ใบหน้ามืดครึ้มของชายร่างใหญ่ซึ่งคุ้นหน้าคุ้นตากันดีก็ปรากฏให้เห็น แถมด้านหลังของเขาก็มีคนจากตระกูลกั๋วมากมายมาที่นี่ด้วย มองจากจำนวนคร่าวๆแล้วน่าจะมากกว่า 50 คนเสียอีก

 

หรือว่า...ครั้งก่อนส่งมา 20 คนแล้วยังทำอะไรไม่ได้ ครั้งนี้ก็เลยพาคนของตระกูลมา 50 คน ตั้งใจจะถล่มร้านนี้ให้ราบคาบเลยใช่ไหม?

 

ใช่แล้ว! คงต้องเป็นเช่นนั้นแน่ๆ ก็คนตรงหน้าเป็นคุณชายกั๋วตงที่เลวทรามที่สุด หากไม่ได้ของตามที่ต้องการก็จะไม่ยอมเลิกรา ของไหนที่ไม่ใช่ของเขาก็มีแต่จะทำลายทิ้ง นิสัยแบบนี้น่ะ...ทำเช่นนี้แล้วผิดแปลกไปตรงไหน มีแต่เขาเท่านั้นที่กำลังวาดฝันลมๆแล้งๆอยู่ คิดได้อย่างไรว่าสถานการณ์ของตนเองและร้านแห่งนี้กำลังจะดีขึ้น สุดท้ายแล้ว...สุดท้ายแล้วก็คงมีจุดจบเหมือนเดิม 

 

เห็นคนไปต้อนรับแขกเริ่มแข้งขาอ่อนแรง ซูหยวนก็ส่งสัญญาณให้ตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์เข้าไปช่วยเขา เมื่อราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ไปถึง อีกฝ่ายก็ร่วงลงมาพอดีทำให้เธอสามารถพยุงร่างของเด็กหนุ่มได้ทัน

 

ไม่สนใจแขกที่มาเยือน ราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์อุ้มร่างของเด็กหนุ่มแล้วบินมาในร้าน วางเขาตรงเก้าอี้เพื่อไม่ให้ร่วงลงไปง่ายๆอีก จากนั้นก็มองไปยังแขกที่ยืนอยู่หน้าประตูด้วยสายตาเย็นชา

 

อันซูหยวนรู้เรื่องความเคลื่อนไหวของผู้มาเยือนพวกนี้ผ่านหนูทองลายขาวแล้ว ดังนั้นเธอจึงไม่ได้เตรียมป้องกันอะไร ด้วยเข้าใจว่าครั้งนี้พวกเขามาที่นี่ไม่ได้มีเจตนาร้าย ด้านหลังยังมีทหารรับจ้าง 5 คนที่แอบดูอยู่ไม่ไกลด้วย พวกเขาน่าจะจงใจให้คนของตระกูลกั๋วมาถึงที่นี่ก่อน ไม่อย่างนั้น...พวกเขาคงจะมาถึงที่นี่ก่อนสัก 10 นาทีได้

 

ซูหยวนไม่สนใจหรอกว่าทหารรับจ้าง 5 คนที่ได้เงิน 2 แสนมาแล้วจะทำอย่างไรต่อ แม้พวกเขาจะแอบเรียกเก็บจากตระกูลกั๋วมาอีก 2 แสน กลายเป็นรวมแล้วพวกเขามี 3 แสน แบ่งให้เธอ 2 แสนก็ยังสามารถรักษารายได้เดิมของตนเองไว้ได้ 1 แสนอยู่ เพราะสุดท้ายแล้ว...ไม่ว่าเขาจะต้องการเก็บเงินพวกนี้ไว้เงียบๆหรือไม่ เธอก็จะเอามาทั้งหมดอยู่ดี

 

พวกเขาช่วยงานเธอแล้วก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอจะใจอ่อน ปล่อยให้คนที่คิดลงมือกับตนเองรอดไป แม้พวกนั้นจะเป็นแค่ทหารรับจ้าง ไม่ได้มีความแค้นส่วนตัวใดๆก็ตาม

 

นี่แหละเรียกว่าความเข้มงวดของเธอ และเธอจะทำให้พวกเขารู้ ต่อไปจะได้ไม่มีใครกล้ามาวุ่นวายกับเธออีก!

 

“แก! เอ่อ หมายถึงเธอ...ไม่สิ! หมายถึง...ท่าน คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาว...” กั๋วตงรู้สึกไม่คุ้นชินกับการพูดอย่างเคารพต่อหน้าคนนอกมากนัก ยิ่งก่อนหน้านี้เขาเคยมีเรื่องกับอีกฝ่ายมาก่อน ใบหน้าของเขาที่ยังแดงและสูญเสียฟันไปหกเจ็ดซี่ก็ยังไม่หายดี ความโกรธของเขาย่อมต้องมีมาก แต่...เพื่อให้ได้อยู่ในตระกูลกั๋วต่อไป เขาย่อมไม่กล้าก่อปัญหาอีก

 

“มีอะไร” ซูหยวนก็ไม่ถูกชะตากับคนตรงหน้าเหมือนกัน แค่เห็นเขาก็รู้สึกรำคาญใจแล้ว ดังนั้นจึงโบกมือให้เขารีบพูดรีบไปเสีย

            

กับคนแบบนี้...เป็นเพียงเศษคนที่ไม่น่าสนใจ ชีวิตก่อนหน้านี้ไม่ใช่เธอไม่เคยเจอไม่เคยเห็นเสียหน่อย ยุคของเธอมีไม่มากแล้ว แต่ยุครุ่นพ่อแม่มีให้เห็นบ่อยกว่า

 

ตอนนั้นเป็นยุคสมัยที่นิยมบุตรชายมากกว่า เนื่องจากเห็นว่าสามารถสืบทอด “นามสกุล” ได้ ทำให้คนที่กลัวว่าชื่อสกุลของตนเองจะหายไป มองว่าการมีลูกชายเท่ากับการที่จะสามารถพัฒนาตระกูลให้เจริญรุ่งเรืองได้

 

ไม่น่าแปลกใจเลยที่สุดท้ายแล้วจะมีลูกชายที่ถูกตามใจจนเสียคนเป็นจำนวนมาก เพราะถูกตามใจจนไม่สั่งสอนความจริงว่าถูกผิดเป็นอย่างไร สุดท้ายก็เห็นไม่รอดสักคน 

            

เทียบกับครอบครัวที่มองเห็นความจริง สั่งสอนถูกตามความถูกต้อง ตามหลักจารีต ประเพณี คุณธรรม และให้ความรักอย่างเท่าเทียม ลูกชายคนนั้นถึงจะเป็นลูกที่ฝากผีฝากไข้ได้ ซึ่งแน่นอนว่ามีไม่น้อยเช่นกัน แต่ด้วยบริบทนี้ ซูหยวนอยากจะพูดถึงกั๋วตงซึ่งเป็นบุตรชายจำพวกแรก บิดามารดารักมากเกินไปจนไม่ยอมสั่งสอน ตามเช็ดตามแก้ปัญหาที่เขาก่อเอาไว้ ไม่คิดถึงตอนที่ตัวเองไม่อาจเป็นท้องฟ้าปกป้องลูกชายได้ นี่อาจจะถือเป็นการรังแกทางอ้อมเสียด้วยซ้ำ

            

เรื่องครอบครัวของพวกเขาเธอไม่ยุ่งเกี่ยว คนส่งผู้อื่นมาลงมือ เธอก็เรียกค่าเสียหายไปแล้ว ตอนที่อีกฝ่ายมาลงมือที่ร้าน ใบหน้าของเขาก็คือการลงโทษของเธอแล้วเช่นกัน เพียงแต่...สิ่งที่เธออยากได้ต้องมากกว่าแค่ใช้กำลังอยู่แล้ว

            

ทรัพยากร อำนาจ และเส้นสาย 

            

ถ้าเธอต้องการอยู่ที่นี่ สร้างกิจการที่นี่ให้ดี เธอย่อมต้องมี “ช่อง” ให้ใช้ได้ และช่องของตระกูลกั๋วที่มีประวัติมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นประวัติที่ดีหรือร้าย เธอก็แค่ต้องการจุดเริ่มต้นเท่านั้น

 

“คะ คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาว คะ คือว่า ... ก่อนหน้านี้ฉันไม่รู้ว่าคุณก็คือคุณหนูของพวกเราจึงได้ลงมือ เอ่อ ทำอะไรไม่ดีลงไป ดังนั้นจึงอยากจะมาที่นี่เพื่อขอโทษด้วยตนเอง ชะ ช่วย ช่วยรับ...”

 

“ก่อนหน้านี้เห็นว่าฉันไม่ใช่คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวก็เลยลงมืองั้นหรือ? ช่างดีเสียจริงๆ ตระกูลกั๋ว...แท้จริงแล้วอยู่เมืองท่านี้ได้ทำอะไรลงไปบ้าง กล้ารังแกคนทั่วไปด้วยงั้นหรือ?” เจอคำถามนี้ คนที่อยู่ด้านหลังก็ขมวดคิ้วมุ่น

            

ในฐานะผู้นำตระกูล เดิมทีเขาอยากให้เจ้ากั๋วตงแก้ไขความเข้าใจผิดด้วยตนเองก่อน ทว่า...ตอนนี้คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวได้แสดงความตั้งใจของตนเองออกมาแล้ว ดูเหมือนจะไม่ยอมปล่อยให้ตระกูลกั๋วหลบหนีไปได้สินะ ใช้คำว่า “รังแกคนทั่วไป” มาแสดงว่าตนเอง ในฐานะคุณหนูจะต้องใส่ใจเรื่องนี้ ไม่อาจมองข้ามไปได้ ดังนั้นตระกูลกั๋วล่ะ...ท่าทีของเขาจะยังเหมือนเดิมได้อย่างไร

 

“คุณหนู ฉันคือผู้นำตระกูลกั๋ว วันนี้เมื่อได้ยินว่าคนของตระกูลทำตัวไม่ดีลงไปก็เลยรีบสั่งให้ลงโทษคน แล้วก็พามาที่นี่เพื่อขอโทษคุณหนูด้วยตนเอง แน่นอนว่าการขออภัยเท่านี้คงจะไม่เพียงพอ แต่...ตระกูลกั๋วก็มีความจริงใจมาก ขอเพียงคุณหนูบอกมาว่าต้องการสิ่งใด พวกเราพร้อมจะหาเอามาให้อยู่แล้ว”

 

“ส่วนเรื่องที่เข้าใจผิดว่ารังแกคนทั่วไป แท้จริงแล้วไม่เป็นอย่างนั้นเลย ตระกูลกั๋วมีสายเลือดของอัศวินไหลเวียนอยู่ แม้ภายหลังจะน้อยลงมากแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำให้พวกเรารู้สึกไม่รับผิดชอบต่อสังคม ต่ออาณาเขตอัศวินหงส์ขาวน้อยลงเลย ดังนั้นพวกเราย่อมต้องรู้สึกอยากปกป้องคนของอาณาเขตอัศวินหงส์ขาวเหมือนเดิม”

 

“บรรพบุรุษของพวกเราปกป้องที่นี่ไว้ อาศัยความสามารถ การเรียนรู้วิธีการต่อสู้และการเชื่อมทางการค้า แต่พวกเราไม่รู้วิธีการสื่อสารให้ผู้ใต้ปกครองมากนัก ดังนั้นจึงทำให้เกิดข่าวลือแปลกๆมากมาย”

 

“ส่วนเรื่องที่กั๋วตงทำไป ที่จริงแล้วเรื่องนี้มีเหตุผลมาจากเรื่องส่วนตัวเป็นใหญ่ ผู้หนึ่งเข้าใจผิดอีกผู้หนึ่ง ผู้หนึ่งก็โกรธแค้นผู้หนึ่ง เป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีการวิวาทกัน ทว่า...พวกเราเมื่อได้ยินปัญหาก็รีบแก้ไขให้ทันที ยิ่งจะต้องจัดการกับกั๋วตงหลังจากนี้ ไม่ให้ออกไปก่อเรื่องมั่วๆอีก คุณหนูวางใจได้”

            

คนที่อ้างว่าตนเองไม่รู้วิธีการสื่อสาร แต่กลับพูดออกมาได้ยืดยาวไม่เหนื่อยเลยแม้แต่น้อยนี้ คำหนึ่งก็บอกว่าตัวเองเคยมีคุณงามความดีมาก่อน ปกป้องอาณาเขตนี้ไว้ตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ ซึ่งเทียบกับคุณหนูที่เพิ่งมาอยู่เขตมลพิษแล้ว พวกเขานับว่าเป็นกลุ่มคนมีคุณูปการกว่ามาก

            

อีกคำก็เสนอเงื่อนไขดีๆให้ ขอแค่อันซูหยวนบอกไปก็จะตอบรับความต้องการนั้นทันที แบบนี้แล้วคุณหนูก็ควรต้องถอยให้ไม่ใช่หรือ?

            

อันซูหยวนเข้าใจเจตนาที่แฝงมาด้วยทุกประโยค เธอแค่นหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้ สมแล้วที่เป็นผู้นำตระกูลกั๋วซึ่งมีเส้นสายมากมายไปทั่วหลากหลายอาณาเขต ถ้าเทียบกันแล้ว...บางทีเขาอาจจะเกือบเท่ากับประธานจางของเธอเลยก็ได้ ไอ้เรื่องความเจ้าเล่ห์และหาทางลงให้ตนเองแบบนี้

 

“ดูเหมือนว่าผู้นำตระกูลจะใส่ใจมากจริงๆ โชคดีที่ตระกูลกั๋วยังมีท่านนะคะ”

 

“ครับ แต่เพราะตระกูลกั๋วค่อนข้างใหญ่โต อาจจะมีบางจุดที่เล็ดรอดการสอดส่องไปบ้าง พวกเราก็พร้อมจะรับผิดชอบการกระทำที่ผิดพลาดพวกนี้”

 

“ขอบคุณสำหรับความใส่ใจนะคะ แล้วก็...ของทำขวัญพวกนั้นฉันขอรับเอาไว้ก็แล้วกันค่ะ ในอนาคตฉันต้องการทำกิจการเกี่ยวกับการขายอาวุธ อาจจะต้องรบกวนตระกูลกั๋วช่วยดูแลหน่อย”

 

“หืม? กิจการขายอาวุธงั้นหรือ?” ผู้นำตระกูลกั๋วไม่ได้คิดว่าซูหยวนจะพูดออกมาตรงๆเช่นกัน เธอไม่พูดพร่ำทำเพลงใดๆก็แสดงเจตนาของตนเองออกมาแล้ว

            

ปรากฏว่าคนต้องการใช้เส้นสายของตระกูลกั๋วเพื่อทำให้ร้านค้าของตนเองเป็นที่รู้จักอย่างนั้นสินะ แต่ว่า...คุณหนูผู้นี้คิดในแง่ดีเกินไปหน่อยหรือไม่ การจะทำกิจการขายอาวุธนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะทำได้ ยิ่งในเขตเมืองท่าเช่นนี้ อาวุธมากมายดีๆถูกนำมาจากต่างแดน แถมราคาของมันก็ไม่ได้แพงเหมือนเมืองหลวงด้วย ดังนั้น...ถ้าเธอจะขาย เธอก็ต้องทำขายให้ถูกกว่าคนจากเขตอื่น แล้วจะทำเช่นนั้นได้งั้นหรือ?

            

ก่อนหน้านี้เขาก็ได้ยินข่าวลือว่าเมืองใกล้เคียงที่เปลี่ยนเจ้าเมืองเป็นคนของเขตมลพิษผู้หนึ่งได้สร้างอุปกรณ์สำหรับการตีเหล็กมากมาย คาดว่าน่าจะต้องการสร้างโรงตีเหล็กและโรงขึ้นอาวุธ ตอนนั้นเขาคิดว่าเป็นแค่เรื่องเหลวไหลเท่านั้น แต่...คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวก็จะเอาด้วยงั้นหรือ?

            

ฮ่าๆ ในความคิดของเขา...คนจากเขตมลพิษพวกนี้ช่างน่าขันจริงๆ!! ความคิดที่ตื้นเขินเช่นนี้ ยากที่จะทำให้เขาคิดว่ากิจการนี้จะประสบความสำเร็จขึ้นมาได้

            

อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ที่มีมาอย่างยาวนานของเขาทำให้ผู้นำตระกูลกั๋วไม่ได้พูดจาส่งเดชอะไรออกมา ในเมื่อคุณหนูต้องการจะเปิดร้านขายอาวุธ พวกเขาก็ไม่ต้องขัดก็พอแล้ว ไหลตามน้ำไป สุดท้ายผลลัพธ์จะออกมาดีหรือแย่ก็เป็นตัวคุณหนูที่ต้องแบกรับเอาไว้เอง

            

ซึ่งเรื่องนี้อาจจะสร้างประโยชน์ให้ตนเองภายหลังก็ได้ การที่ได้ร่วมมือกับใครสักคนก็เหมือนเป็นการเรียนรู้อีกฝ่ายให้มากขึ้น ถ้าแลกกับการที่เขาช่วยเรื่องการดูแลร้านในอนาคตให้ แล้วคุณหนูจะช่วยเขาเรื่องอื่นๆก็น่าจะทำได้ไม่ใช่หรือ? ดูสิ...ฝูงตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์พวกนี้ไม่ใช่พาหนะในการขนส่งชั้นดีหรอกหรือ? เอาไว้เขาสร้างเส้นทางการค้าขายสำเร็จ แล้วขอตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ไปช่วยงานก็น่าจะลดระยะเวลาการขนส่งไปมาก ของที่มีโอกาสเน่าเสียก็จะลดลงไปด้วย ความคิดของเขาช่างชาญฉลาดเสียจริง

            

ผู้นำตระกูลกั๋วยังแสดงท่าทางสุภาพและเต็มเปี่ยมไปด้วยความเคารพเหมือนเดิม ถึงในหัวของเขาจะวุ่นวายซับซ้อนขนาดไหนก็ไม่ทำให้สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเลย ต่อให้เป็นคนช่างสังเกตแบบซูหยวนก็ยังมองไม่ออก ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเธอได้รับจิตวิญญาณต้นไม้โลก แล้วทำให้สามารถมองพลังงานรอบๆตัวของอีกฝ่ายจนทำให้เห็นแผนการร้ายออก เธอก็คงคิดว่าพวกเขาเป็นคนดีแล้ว

            

รอยยิ้มของซูหยวนกดลึกขึ้น ดูเหมือนว่านอกจากเธอแล้ว อีกฝ่ายก็พยายามจะมองหาผลประโยชน์จากเรื่องนี้เหมือนกันสินะ แต่คนที่จะประสบความสำเร็จที่แท้จริงนั้นยังต้องดูอีกยาวไกล

 

“ร้านขายอาวุธเป็นแผนการสำหรับอนาคต ช่วงเริ่มต้นนี้ฉันจะขายสินค้าที่ได้มาจากอาณาเขตอัศวินพันปีก่อน แต่รายละเอียดนั้นยังต้องพูดคุยหลังจากนี้”

 

“ทว่าเรื่องเร่งด่วนที่สุดไม่ใช่เรื่องการเปิดร้านสำหรับขายอุปกรณ์หรืออาวุธ แต่เป็นเรื่องที่ร้านนี้จะกลายเป็นแหล่งรับซื้อวัตถุดิบโดยตรงจากเกษตรกร ฉันไม่ขอให้ตระกูลกั๋วเข้ามายุ่งเรื่องการเจรจาผลประโยชน์หรือการติดต่อเกษตรกร เพราะอาศัยแค่รายชื่อเกษตรกรที่เคยร่วมมือกับร้านค้านี้มาก่อนก็น่าจะพอแล้ว ที่ฉันต้องการจริงๆมีแค่...ขอให้ตระกูลกั๋วอย่าได้เข้ามายุ่งกับการทำงานของพวกเราอีก”

 

“ก่อนหน้านี้ได้ยินว่าคุณชายกั๋วตงมีความร่วมมือกับร้านค้าแห่งนี้ ทำให้สามารถรับทรัพยากรไปก่อนแล้วค่อยรวมเงินมาจ่ายเมื่อสิ้นปีได้ แต่ตั้งแต่ปีก่อนจนกระทั่งทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้รับการชำระค่าใช้จ่ายที่ผ่านมา ดังนั้น...ฉันอยากจะให้ความร่วมมือระหว่างคุณชายกั๋วตงกับร้านค้าของเรายกเลิกกันไปเสีย”

 

“แล้วก็...ถ้าเป็นไปได้ก็ช่วยอย่ามายุ่งกับกิจการของพวกเราอีกเลย โดยเฉพาะเกษตรกรหรือผู้ผลิตที่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับร้านค้านี้ทั้งหมด ฉันกลัวว่าจะมีใครบางคนไปข่มขู่พวกเขาไม่ให้ขายของให้พวกเรา แบบนั้นคงไม่ดีแน่”

            

อันซูหยวนพูดปัญหาของร้านค้าทั้งหมดออกมา สีหน้าของผู้นำตระกูลกั๋วก็มีขีดสีดำปรากฏขึ้นให้เห็นเด่นชัด นี่เป็นสีหน้าของคนที่กำลังโกรธจัดและอับอาย

            

แม้ว่ากั๋วตงจะเกเรและไล่รังแกผู้อื่นมาโดยตลอด ทว่าผู้นำตระกูลกั๋วก็ยังไม่โกรธจัดขนาดนี้ แต่พอได้ยินว่ากั๋วตงทำธุรกิจแต่ไม่ยอมชำระค่ารายการสินค้า เอาเปรียบคู่ร่วมธุรกิจมาเสมอ แบบนี้กลับทำให้เขาโกรธมาก และอับอายมากด้วย

            

สำหรับเขาแล้ว...ตระกูลกั๋วจะขาดแคลนอะไรก็ได้ ที่พวกเขาไม่เคยขาดเลยก็คือเรื่อง “เงิน” !! แต่ตอนนี้กั๋วตงทำให้พวกเขาถูกประจานออกมาโดยเด็กสาวคนหนึ่ง แล้วถ้าเรื่องนี้กระจายออกไป...ตระกูลกั๋วไม่ขายหน้าแย่หรือ?

 

“กั๋วตง!!”

 

“นะ นี่ นี่เป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมด ถ้าไม่พอ ... ฉัน ฉันจะรีบหามาคืนให้อีก” แค่ได้ยินเสียงคำราม กั๋วตงก็กลัวจนหัวหดแล้ว เขารีบโยนเงินทั้งหมดที่ตนเองมีออกมาท่ามกลางความไม่อยากเชื่อของพนักงานหนุ่มน้อยที่เคยทวงเงินมาแล้วเป็นร้อยๆครั้ง ที่ได้รับกลับมามีแค่การถูกซ้อมตีทุกวันเท่านั้น ทว่าเมื่อเจ้าของร้านคนใหม่พูด อีกฝ่ายก็รีบโยนเงินออกมามากมายแล้ว ช่าง...ช่างเป็นเจ้าของร้านที่สูงส่งเสียจริง!!

 

………………………………………..