LNCrawler

บทที่ 591 เจ้าของร้านคนใหม่ (อ่านฟรี 17 ต.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 591 เจ้าของร้านคนใหม่ (อ่านฟรี 17 ต.ค. 69)

บทที่ 591 เจ้าของร้านคนใหม่

 

​เห็นว่ากั๋วตงรีบร้อนขนาดนั้นทันทีที่ได้รับสายตาของผู้นำตระกูลกั๋ว อีกทั้งเธอรู้สึกว่าคนเป็นผู้นำตระกูลก็จะเข้าใจสถานการณ์ได้รวดเร็วมาก ดังนั้นเธอจึงวางใจไม่น้อย ดูเหมือนว่าเรื่องหลังจากนี้...ตระกูลกั๋วคงจะไม่มาก่อกวนร้านค้าใหม่ของเธอแล้วสินะ อีกอย่าง...ด้วยการรับผิดชอบของตระกูลกั๋ว น่าจะทำให้สถานการณ์ของร้านดีขึ้นมาก คงไม่มีใครกล้ามาก่อกวนอีก

 

“เอาบัญชีของร้านออกมาสิ” ซูหยวนโบกมือให้เด็กหนุ่มที่ยังซ่อนอยู่ด้านหลัง

 

คนที่ถูกเรียกไม่ได้เคลื่อนไหวในตอนแรกเพราะคิดว่าตนเองอยู่นอกบทสนทนานี้มาตลอด เขาเป็นแค่เด็กยากจนธรรมดา ได้รับโอกาสว่าจ้างจากเจ้าของร้านเดิมเพราะเห็นว่าเขานั้นน่าสงสาร ฉะนั้น...เมื่อได้เจอกับคนตำแหน่งใหญ่โตเช่นผู้นำตระกูลกั๋ว ย่อมไม่กล้าเสนอหน้าออกมา

 

อย่างไรก็ตาม...ซูหยวนเพียงปรายตาของเขาเล็กน้อยเท่านั้น เด็กหนุ่มที่คิดจะซ่อนตัวอยู่ก็รีบถลาออกมาทันที ไม่รู้ทำไม...แต่เขาเหมือนได้ยินความหมายจากสายตาว่า “ถ้ายังไม่ออกมา เช่นนั้นก็ไม่ต้องมาทำงานที่นี่อีกแล้ว” อย่างไรอย่างนั้น

 

“มะ มาแล้วครับ”

 

“ตรวจสอบดูว่าคุณชายกั๋วตงติดชำระค่าสินค้าของร้านกี่เหรียญ”

 

“อะ เอ่อ ตะ ตั้งแต่เมื่อหนึ่งปีก่อนที่มีการทำสัญญาครั้งใหญ่ ตอนนั้นรับสินค้าไปในมูลค่า...” เห็นท่าทางของเด็กหนุ่ม อันซูหยวนก็โบกมือให้หนึ่งครั้ง

 

“ไม่ต้องการรายละเอียด ขอยอดรวมทั้งหมด เงินสดที่คุณชายมอบให้สำหรับการชำระค่าสินค้าตอนนี้คือ 15,000 เหรียญ พวกเราต้องทำให้คุณชายได้เห็นความจริงใจของพวกเรา แม้ว่าของพวกนี้ที่ยืมไปลงทุนก่อนควรจะคิดดอกเบี้ย แต่พวกเราจะหักกับเงินต้นโดยตรงเท่านั้น”

 

ซูหยวนระบุชัดเจนว่ากั๋วตงคืนเงินมาให้เพียง 15,000 เหรียญ หมายความว่าเธอไม่นับรวมเงิน “ชดเชย” ค่าเสียหายและค่าทำขวัญในตอนแรกที่คุณชายเอามาให้ เพราะนั่นถือเป็นคนละส่วนกับเงินคืน

 

สีหน้าของกั๋วตงดูไม่ดีนัก เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าหญิงสาวเจ้าของร้านคนใหม่นี้จะเลือดเย็นขนาดนี้ เขาเอาทรัพยากรไปก็น่าจะมากกว่า 500,000 เหรียญแล้ว เงินที่เขาได้มาจากการขายสินค้าก็ประมาณ 7-800,000 เหรียญเท่านั้น นอกจากกินเที่ยวแล้ว เงินเกือบ 500,000 ก็วางตรงหน้าของเธอ นี่หมายความว่าอะไร? หมายความว่าเขาหมดตัวแล้วอย่างไรล่ะ

 

แต่หญิงสาวกลับยังต้องการให้เขาจ่ายค่าสินค้าอีก การแสดงออกเช่นนี้ไม่ได้หมายถึงให้เขาใช้หนี้จนตายงั้นหรือ? เขากั๋วตงผู้นี้เคยแต่รังแกคนอื่น ครั้งนี้ถูกรังแกเสียเองย่อมรู้สึกไม่ดีนัก

 

“คุณหนูไม่จำเป็นต้องคิดคำนวณในตอนนี้ก็ได้ พวกเรามาที่นี่เพื่อรับผิดชอบก็คือรับผิดชอบจริงๆ ขอเพียงคุณหนูส่งยอดมาที่ตระกูล ฉันในฐานะบิดาที่สั่งสอนลูกชายสารเลวนี้ออกมาไม่ดี ก็จะต้องชดเชยให้แน่ รวมทั้งยังมีค่าดอกเบี้ยที่คุณหนูกล่าวถึงด้วย พวกเราจะคืนมันทั้งหมด”

 

​ผู้อาวุโสตระกูลกั๋วแทรกขึ้นมา เขารู้ว่าเรื่องนี้ตนเองก็มีส่วนรับผิดชอบเช่นกัน ดังนั้นจึงแสดงความจริงใจออกมา หลังจากนี้แค่ต้องลดค่าใช้จ่ายรายเดือนของกั๋วตง เอาแค่ 2 ปีก็น่าจะได้ค่าชดเชยทั้งหมดกลับคืนมาแล้ว กั๋วตงที่ได้ยินคำบิดาก็ยิ้มอย่างพอใจ ความหนักใจทั้งหมดหายไปเพราะเข้าใจว่าบิดาก็ยังตามใจเขาเหมือนเดิม โดยไม่รู้ว่าความจริงแล้วบิดามีแผนจะสั่งสอนเขาอย่างไร

 

​ต่อไปอยากจะเสเพลงั้นหรือ? ก็ต้องดูก่อนว่าเงินในกระเป๋าได้รับมามากพอที่จะซื้อสุราดีหรือไม่ ก็ดูเงินเดือนที่ได้รับจากบิดาสิ นี่มันก็ไม่ต่างอะไรกับเงินรายได้ของเกษตรกรที่เขาเคยไปข่มขู่เลย!

 

​เรื่องพวกนั้นเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับซูหยวนอีกแล้ว ถึงเวลานั้นถ้ากั๋วตงอยากจะมาก่อเรื่องที่ร้านค้าเพื่อระบายความโกรธ ความยิ่งใหญ่ของร้านค้าอาวุธที่ได้รับความร่วมมือจากทุกอาณาเขตยังจะต้องกลัวคุณชายกั๋วคนเดียวด้วยหรือ? ต่อให้ผู้นำตระกูลกั๋วมาเองก็ยังต้องก้มหัวให้ผู้ดูแลร้านเลย นับประสาอะไรกับเด็กไม่รู้ความอย่างกั๋วตง!

 

“ขอบคุณท่านผู้อาวุโส ขอบคุณท่านผู้นำตระกูล และขอบคุณคุณชายกั๋วนะคะ ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว...ฉันจะได้ให้คนจัดเตรียมร้านต่อไป...”

 

“โอ้ แน่นอนว่าพวกเราจะไม่รบกวน ลาก่อน” เจอการไล่อย่างซึ่งๆหน้า ผู้นำตระกูลก็ไม่อยู่วุ่นวายอีกต่อไป เขาส่งสัญญาณให้คนนำทรัพยากรที่ขนมาหลายคันรถเข้าไปในร้านค้าแห่งนี้ท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย

 

​เดิมทีพวกเขาไม่กล้าเข้าร้าน ไม่ใช่แค่เพราะทรัพยากรของร้านหร่อยหรอจนไม่เหลือของดีอีก แต่เป็นเพราะกลัวว่าคุณชายกั๋วจะมาหาเรื่องตนเองด้วย ทว่าเวลานี้...คุณชายกั๋วที่ทำได้แค่คอตกเหมือนสุนัขน้อย เดิมตามผู้นำตระกูลกั๋วออกไป เห็นได้ชัดเลยว่าเจ้าของร้านคนใหม่มีอำนาจจริงๆ

 

​หลายคนส่งสายตาให้กัน หลังจากที่ร้านปรับปรุงเสร็จแล้วก็ควรจะต้องแวะเวียนมาดูเสียหน่อย ถ้าพวกเขาสามารถทำความรู้จักกับเจ้าของร้านนี้ได้ ในอนาคตอาจจะเป็นประโยชน์ต่อตนเอง

 

​อันซูหยวนยืนส่งแขกและเผยรอยยิ้มลึกลับให้กับผู้ที่มาแอบมอง ทำให้พวกเขาต้องรีบหลบสายตา จากนั้นเธอก็ปิดประตูอีกครั้ง เรื่องการโปรโมทในระดับทั่วไปก็ถือสำเร็จแล้ว ลูกค้าที่สนใจสินค้าเกษตรหรืออื่นๆก็สามารถมาซื้อได้เหมือนเดิม เจตนารมณ์ของเจ้าของร้านคือการช่วยเหลือเกษตรกรไปในตัว ทั้งยังอยากให้ลูกค้าได้รับอาหารสดใหม่ในราคาไม่สูงมากนัก

 

​ด้วยความคิดนี้ เธอเองก็ยังต้องการจะเก็บเอาไว้อยู่ ไม่เพียงแค่ขายให้กับคนทั่วไปเท่านั้น เธอยังต้องการรวบรวมอาหารที่เก็บรักษาไว้ได้นานเพื่อส่งต่อไปยังเมืองหุบเหวของประธานจางด้วย เดิมทียังคิดจะหาความร่วมมือกับร้านค้าสักร้านให้รวบรวมเอาไว้ แต่ในเมื่อมีคนทำงานนี้ให้เธอได้ แถมยังมีรายชื่อติดต่อเกษตรกรอยู่แล้วด้วย ฉะนั้นไม่ใช่ปัญหาที่จะทำด้วยตนเองเลย

 

“เอาล่ะ ภายใน 2 ชั่วโมงนี้ ช่วยรวบรวมวัตถุดิบในการทำอาหารให้หน่อยสิ งบประมาณก็คือ 300,000 เหรียญ โดย 100,000 เหรียญคือเงินที่เพิ่งได้จากทหารรับจ้างเมื่อครู่ แล้วก็อีก 200,000 เหรียญไปรับที่พวกเขาได้เลย” ซูหยวนชี้ไปยังทหารรับจ้างผู้ที่แอบเอาเงินซ่อนอยู่โดยตรง

 

​การแสดงออกเหมือนรู้ทุกอย่างของเธอทำให้ทหารรับจ้างทั้ง 5 คนอ้าปากค้าง พวกเขาเดิมทีคิดว่าจะแอบเอา 100,000 เหรียญที่เป็นส่วนเกินนี้กลับไป ทว่า...ตอนนี้เจ้าของร้านคนใหม่กลับระบุจำนวนออกมาโดยตรง นี่...ไม่ใช่ว่าเธอรู้ว่าพวกเขาไปเอาจากตระกูลกั๋วมา 200,000 หรอกหรือ?

 

​เดิมทีคนเป็นผู้นำกลุ่มอยากจะโต้แย้งอะไรบางอย่าง แต่เมื่อเห็นสายตาซูหยวนก็ทำได้แค่เงียบลง ถ้าหากเขาพูดอะไรไปมากกว่านี้ เกรงว่าแทนที่จะเสียเพียง 200,000 เพิ่มเติม อาจจะต้องได้กลับไปเอาเงินมาเพิ่มอีกก็ได้

 

​ขนาดตระกูลกั๋วยังต้องมาที่นี่เพื่อขอโทษขอโพย แถมดูกองทรัพย์สินที่วางอยู่ในร้านค้านี้สิ เชื่อว่านับรวมดีๆจะมากกว่าราคาของร้านค้าแห่งนี้ด้วยซ้ำ เพียงแค่ซื้อร้านมาก็สามารถทำกำไรได้แล้ว ช่างเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในการรีดไถเงินเสียจริง ฉะนั้น...พวกเขาจะกล้าเสี่ยงได้อย่างไร

 

​ทหารรับจ้างทำอะไรไม่ได้นอกจากยินยอมเอาเงินออกไป เด็กหนุ่มพนักงานร้านดีใจมาก ตอนนี้เขาจะได้ติดต่อกับเกษตรกรพวกนั้นอีกครั้งหลังจากที่พวกเขาพยายามสอบถามว่าเมื่อไรจะรับซื้อของไปอีก ซึ่งจำนวน 300,000 เหรียญนี้เท่ากับครึ่งหนึ่งของจำนวนค่าใช้จ่ายที่ปกติจะซื้อตลอดทั้งปี หมายความว่า...เงินก้อนนี้เป็นเงินก้อนใหญ่มากจริงๆ

 

​เหมือนกับความคิดของคนตระกูลกั๋ว ซูหยวนเองก็คิดได้เช่นนี้มานานแล้ว ถ้าชีวิตก่อนของเธอมีบริการจัดส่ง เช่นนั้นที่โลกนี้เธอก็ทำบริษัทจัดส่งขึ้นมาได้เช่นกัน อาศัยเจ้าตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ให้ทำงานให้ เพียงไม่กี่ชั่วโมงก็น่าจะบินไปถึงเมืองหุบเหวได้ ดังนั้น...เธอย่อมไม่กังวลว่าวัตถุดิบจากเงิน 300,000 นี้จะจัดส่งไปไม่ถึงทันเวลาก่อนเน่าเสีย

 

​เพียงแต่...ตอนนี้เธอไม่อาจให้ตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์พวกนี้มาทำงานไร้สาระนี้ได้ ในพื้นที่เชื่อมมิติยังต้องการผู้ล่าอีกมาก ทั้งความแข็งแกร่งของพวกเขาก็ยังไม่เพียงพอจะปล่อยให้มาเล่นสนุกด้วยการบินไปบินมาเช่นนี้เป็นงานหลัก ยิ่งคิดถึงพวกเฮอร์บัลด์ที่น่ากลัว ซูหยวนก็รู้สึกว่าคนของเธอทั้งหมดยังต้องเพิ่มความแข็งแกร่งอีกมาก

 

​เมื่อจัดการเรื่องร้านเสร็จ รวมทั้งรวบรวมอาหารได้แล้ว ซูหยวนก็ทำความเข้าใจกับเมืองท่าโดยปากของเด็กหนุ่มอีกครั้ง เขาเองก็มีความรู้ไม่น้อยเหมือนกัน แม้ความรู้ของเขาจะเป็นความรู้ทั่วๆไป แต่ก็ยังช่วยซูหยวนได้มาก

 

​ตอนนี้เธอได้รู้ว่าเมืองท่ามีร้านค้าอาวุธอยู่ไม่น้อยเช่นกัน แต่เหมือนที่คาดเอาไว้...อาวุธจากอาณาเขตหงส์ขาวไม่ได้มีค่าเลย ยิ่งถ้าเทียบกับอาวุธจากเขตอื่นๆที่มีอักขระเพิ่มเติม หรือการวางค่ายกล แม้แต่การที่มีผลึกทรงพลังจากหลากหลายอาณาเขตร่วมมาด้วย อาวุธของอาณาเขตหงส์ขาวอย่างมากก็ขายได้ในราคาเศษเหล็ก เป็นอาวุธที่เอาไปใช้ฝึกซ้อมเท่านั้น

 

​ไม่น่าแปลกใจที่สีหน้าของผู้นำตระกูลกั๋วจะดูเย้ยหยันเมื่อได้ยินว่าเธอวางแผนจะทำร้านขายอะไร

 

“เจ้าของร้านครับ แม้ว่าคุณจะมีเงินทุนมาก หรืออาจจะมีทรัพยากรจำนวนมากด้วย แต่การทำร้านขายอาวุธนั้นไม่ง่ายเลยครับ ตอนนี้พวกเราทำร้านขายสินค้าเกษตรก็น่าจะเพียงพอแล้ว รอให้ตระกูลกั๋วไม่เข้ามาก่อกวนอีก คุณก็จะทำกำไรได้เหมือนกับที่เจ้าของร้านเคยทำมาครับ แบบนี้ก็สบายแล้ว”

 

“โอ้ งั้นหรือ?” ซูหยวนไม่ปฏิเสธ เธอยังไม่มีของที่จะขายจริงๆ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องรีบร้อนอธิบาย รอจนกว่าอาวุธชุดแรกจะทำเสร็จ รอจนกว่าจะสร้างตระกูลขึ้นมาได้ เช่นนั้นค่อยเริ่มแผนการนำเสนอก็ยังทัน

 

“ใช่แล้วครับ คุณเจ้าของร้านจะให้เอาของมาวางขายด้วยเลยไหมครับ แล้วก็...” เด็กหนุ่มกระตือรือร้นมาก เห็นว่าอันซูหยวนฟังคำพูดมากมายของตนเอง เขาก็มั่นใจที่จะเสนอความคิดเพิ่มมากขึ้น

 

​ซูหยวนก็ไม่ได้ว่าอะไร ทั้งยังบอกให้เขารับสมัครคนงานเข้ามาเพิ่มอีกสัก 5 คนด้วย เพื่อที่จะได้ไม่ต้องหัวหมุนทำงานคนเดียว ซึ่งเด็กหนุ่มก็พยักหน้าพอใจ เขาเองก็เหนื่อยมากจริงๆที่ต้องทำงานหนักเพียงลำพัง แต่เขาก็เหลือบมองอันซูหยวนหลังจากคิดเกี่ยวกับการจ้างคนนี้ด้วยท่าทางไม่มั่นใจ

 

“อะ เอ่อ คุณหนูครับ คือว่า...เราสามารถเรียกคนที่เพิ่งลาออกไปกลับมาได้ไหมครับ คะ คือว่า...ไม่ใช่พวกเขาไม่รักร้านค้าแห่งนี้ แต่เป็นเพราะแรงกดดันและความรุนแรงที่คุณชายกั๋วตงทำมาตลอด ถ้าเลือกได้พวกเขาก็ไม่อยากลาออกหรอกครับ คือว่าพวกเขาไม่ใช่คนไม่ดี แถมพวกเขาก็รู้จักการทำงานนี้จากเจ้าของร้านคนก่อนมากกว่าผมด้วย”

 

“ก่อนหน้านี้ผมได้เจอกับหลายคน พวกเขาไม่มีงานอื่นก็เลยต้องไปทำการเกษตรที่ยากลำบากแถมได้เงินน้อย ถ้าเจ้าของร้านสามารถเปิดโอกาสให้พวกเขากลับมาทำงานอีกครั้งก็เหมือนจะเป็นการช่วยพวกเขาไปในตัวด้วยเลยนะครับ”

 

“แต่ถ้าเจ้าของร้านไม่สนใจ ผมก็จะรับสมัครคนอื่นเข้ามาครับ คือว่า...ผมแค่คิดถึงพวกเขาเฉยๆ เผื่อว่าถ้าได้คนที่เคยทำงานมาแล้วจะทำให้งานราบรื่นขึ้นมาก...” เด็กหนุ่มอธิบายด้วยท่าทางกล้าๆกลัวๆ

 

ใจเขาคงอยากให้คนที่ลาออกไปกลับมาทำงานจริงๆ เพราะมีหลายคนที่อดทนจนวินาทีสุดท้าย กระทั่งถูกคุณชายกั๋วตงทำร้ายบาดเจ็บสาหัสถึงได้ลาออก ดังนั้น...ตอนนี้เมื่อสถานการณ์ร้านดีขึ้นแล้ว มันก็เป็นโอกาสดีที่พวกเขาจะได้กลับมาทำงานดีๆอีกครั้ง

 

​ซูหยวนคิดเล็กน้อยแล้วก็โบกมือ เธอไม่ได้รู้จักพวกเขาจึงไม่ตัดสินว่าทุกคนทำผิดหรือถูก หากเป็นเรื่องงานที่ผ่านมาพวกเขาเองก็ทำดีมาตลอด เช่นนั้นก็ไม่มีเหตุผลให้ต้องกีดกันการทำงานของพวกเขา

 

​แน่นอนว่าสำหรับคนที่ทรยศร้านค้าแห่งนี้ในช่วงแรกๆนั้น เจ้าของร้านคนเดิมได้ไล่พวกเขาออกไปตั้งแต่แรกแล้วเช่นกัน เจ้าเด็กหนุ่มคนนี้ก็ไม่น่าจะเลือกคนแบบนั้นกลับมา ซูหยวนเองก็วางใจให้พวกเขาทำเช่นกัน

 

“เอาสิ แล้วก็...ช่วงนี้จ้างทหารรับจ้างมาดูแลร้านสัก 5 คนก็แล้วกัน ทำให้ลูกค้ามั่นใจว่าที่นี่ปลอดภัยแล้ว แล้วก็...สามารถให้พวกเขาช่วยจัดการร้านค้าด้วย งานใช้แรงก็ปล่อยให้พวกเขาทำไป” ซูหยวนให้คำแนะนำแบบนี้ เด็กหนุ่มก็ตื่นเต้นขึ้นมาก

 

​เขารีบไปทำงานตามคำสั่งทันที ติดต่อหาทุกคนด้วยความกระตือรือร้น ไม่นานก็มีพนักงานทยอยมากัน แม้จะมีเพียง 3 คนเท่านั้น แต่ซูหยวนได้เห็นพวกเขาที่แสดงท่าทางกล้าๆกลัวๆเหมือนกับเด็กหนุ่ม แถมสภาพของพวกเขา...จะว่าอย่างไรดีล่ะ ไม่เหมือนคนที่เพิ่งลาออกจากงานขายของเลย เหมือนกับคนที่เพิ่งเกษียณอายุจากสนามรบมากกว่า

 

​คนหนึ่งขายังบาดเจ็บ เดินกะเผลกๆอยู่เลย อีกคนก็มีใบหน้าบวมช้ำ ส่วนอีกคน...ฟันของเขาแทบจะหายหมดแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะทั้ง 3 คนอยู่ในช่วงวัยกลางคนและมีครอบครัวหมดแล้ว เชื่อเถอะว่าพวกเขาจะหาสามีหรือภรรยาไม่ได้แน่

 

“จะ เจ้าของร้านคนใหม่...” หนึ่งในนั้นรีบทำความเคารพ ตอนที่เขาต้องลาออกไปก็เพื่อไม่ให้เจ้าของร้านคนเดิมแบกรับค่าใช้จ่ายในการรักษาตนเองอีก แต่พอได้ยินว่าร้านค้าแห่งนี้เปลี่ยนเจ้านายใหม่ แถมตระกูลกั๋วก็ยังหวาดกลัวเธอด้วย พวกเขาจึงได้กล้ากลับมา

 

​เมื่อเห็นเจ้าของร้านคนใหม่ที่อายุน้อยเช่นนี้ เขาแอบถามเด็กหนุ่มอีกครั้งแล้ว เจ้านั่นบอกว่าเจ้าของร้านคนใหม่น่าจะเป็นคนมีอำนาจ เพราะตระกูลกั๋วให้เกียรติเธอมาก เขาจึงพยักหน้ารับ

 

“อืม ค่าจ้างของพวกคุณจะยังให้เท่าเดิมกับก่อนลาออกไป แล้วถ้าทำงานได้ดีมีกำไรมากก็จะแบ่งส่วนกำไร 1% จากกำไรทั้งหมดเพื่อแบ่งเป็นเงินพิเศษให้ตอนสิ้นปีด้วย ดังนั้นพยายามตั้งใจทำงานกันล่ะ อ้อ แล้วก็...ฉันสามารถให้เงินล่วงหน้า 3 เดือนสำหรับทุกคนได้ เพื่อยืนยันว่าร้านค้าใต้การดูแลของฉันจะไม่ปิดตัวลงง่ายๆ ถ้าเกิดเรื่องจนต้องขอให้ทุกคนออกอีกครั้ง เงินล่วงหน้า 3 เดือนก็ถือเป็นของขวัญการเจอหน้าก็แล้วกัน”

 

“พะ พวกเราไม่กล้ารับหรอกครับ”

 

“ใช่ๆ พวกเราเองก็อยากให้ร้านนี้อยู่ได้นานๆเหมือนกัน ดังนั้น...เงินล่วงหน้าไม่ต้องการหรอกครับ”

 

​ทุกคนแสดงความจริงใจออกมา ซูหยวนพยักหน้ารับแต่เงินล่วงหน้าก็ยังให้พวกเขาอยู่ดี ก็นะ...เห็นจากสภาพของพวกเขาแล้ว แต่ละคนก็ไม่ได้มีเงินทองมากมายเลย ไม่แน่ว่าจากการทำงานที่ร้านครั้งก่อน พวกเขาอาจจะเป็นหนี้ค่ารักษาตัวหัวโตไปแล้วก็ได้

 

​เห็นเจ้านายใหม่ใจดีแบบนี้ ทั้ง 4 คนรวมเด็กหนุ่มก็ลอบมองหน้ากันเอง รู้สึกดีใจมากที่เจ้าของร้านคนต่อไปก็ยังเป็นคนดีอีก ดูเหมือนโชคของพวกเขากำลังจะกลับมาอีกครั้งแล้วสินะ...



……………………