LNCrawler

บทที่ 592 ประชุมร่วมกับขุนนาง (อ่านฟรี 18 ต.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 592 ประชุมร่วมกับขุนนาง (อ่านฟรี 18 ต.ค. 69)

บทที่ 592 ประชุมร่วมกับขุนนาง

 

​เมื่อครบเวลานัดหมาย ทหารกว่า 100 นายก็กลับมาพร้อมกับของที่ตนเองสนใจอย่างละชิ้นสองชิ้น แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้มีเงินเพียงเท่านั้น แต่เป็นเพราะรายได้ส่วนนี้หากนำกลับไปให้ครอบครัว ไม่รู้เลยว่าพวกเขาจะดีใจขนาดไหน

 

ซูหยวนสังเกตของที่พวกเขาซื้อกลับมา ส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์ที่หาได้ยากหรือไม่ก็ราคาสูงมากในเมืองหลวง เน้นเป็นของที่นำเข้าจากต่างอาณาเขต

 

เพราะว่าที่นี่...ราคาสินค้าถูกกว่ามาก ซูหยวนเข้าใจความคิดของพวกเขาดี เธอเองก็ให้พนักงานในร้านรวบรวมของที่หาซื้อได้จากที่นี่จำนวนมากเช่นกัน

 

​อาหารมากมายถูกส่งไปที่เมืองแล้ว เชื่อว่าคนของประธานจางน่าจะเข้าใจว่าต้องทำอะไรต่อไป หลังจากนั้นพวกตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ที่เธอทิ้งไว้ที่นั่น 2 ตนก็น่าจะช่วยงานพวกเขาได้มาก เรื่องนี้หลังมอบหมายแล้วก็ไม่ต้องกังวลอีก ดังนั้นคณะเดินทางจึงได้เริ่มต้นอีกครั้ง เป้าหมายครั้งนี้ของพวกเขาก็คือการเดินทางรวดเดียวถึงเมืองหลวงโดยใช้ตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์นั่นเอง

 

​เมื่อใช้ตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ ระยะเวลาที่จะใช้ไปจึงน้อยลงมาก ไม่นานพวกเขาก็มาถึงเมืองจนได้ ซูหยวนมาที่หน้าคฤหาสน์หลังเล็กของตนเองที่ท่านอัศวินยกให้ในฐานะบุตรีคนหนึ่ง ทว่า...ภาพที่เธอเห็นทำให้ต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ

 

​ก่อนหน้านี้เธอรู้ว่ามีการประท้วงครั้งใหญ่ และแผนของเธอก็ต้องการให้เกิดสถานการณ์เช่นนั้นด้วย แต่ที่เห็นตอนนี้ก็คือภาพของคฤหาสน์ที่กำแพงถูกทำลายไปบางส่วน ยังมีร่องรอยการขีดเขียนเสียจนเละเทะ แม้ตอนนี้เธอจะอ่านไม่ออกแล้วว่าอักษรที่ลบไปมากแล้วเขียนว่าอะไร แต่มันควรจะไม่ใช่คำดี

 

“คุณหนู....”

 

คนจากเผ่าอีกาดำรับรู้ว่าเจ้านายกลับมาแล้ว เขาก็รีบวิ่งออกมาต้อนรับทันที หลังจากนี้ทหารทั้ง 100 นายก็จะอยู่ในคฤหาสน์ด้วย เพราะถือว่าพวกเขาเป็นคนที่ท่านอัศวินยกให้แล้ว ดังนั้นขบวนเดินทางทั้ง 100 กว่าคนนี้จึงค่อนข้างยิ่งใหญ่

 

สีหน้าของสมาชิกเผ่าอีกาดำอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อเห็นคนจำนวนมากขนาดนี้ แต่สุดท้ายก็นึกขึ้นได้ เขาเข้าใจว่าท่านอัศวินคงจะส่งทหารมาให้คุณหนูของท่านแล้ว ดังนั้นทหารทั้ง 100 คนจึงมาที่นี่ด้วย ดังนั้นจึงหันกลับมาทำหน้าตารู้สึกผิดต่อคุณหนูอีกครั้ง

 

“ช่วงที่ฉันไม่อยู่ ดูเหมือนจะวุ่นวายไม่น้อยเลยนะ”

 

“คุณหนู...ไอ้พวกสารเลวบางกลุ่มแอบมาเล่นกับคฤหาสน์ของคุณหนูครับ พวกเราไล่จับตัวได้บางส่วน ตอนนี้ยังจับขังคุกไว้อยู่ รอให้คุณหนูกลับมาจัดการด้วยตนเอง ส่วนการซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย...คือว่า พวกเรายังต้องรอเบิกค่าใช้จ่าย...” คนๆนั้นพูดพร้อมกับมองอันซูหยวนด้วยสายตาประหม่า

 

​ก่อนหน้านี้พวกเขามีเงินอยู่ในมือมากก็จริง ทว่า....พวกเขาไม่ได้คิดว่าจะเกิดเรื่องเกิดขึ้นแบบนี้จึงไม่ได้กันเงินเอาไว้เลย สุดท้ายเงินก็เอาไปลงทุนเกือบทั้งหมด ดังนั้นกำแพงพวกนี้จึงทำได้แค่ซ่อมแซมบางส่วน และที่เหลือก็รีบลบคำพูดจาหยาบคายออกไปเท่านั้น

 

​ซูหยวนไม่ได้ถามว่าพวกเขาเอาเงินไปใช้ที่ไหน เพราะเธอรู้ว่าเงินนั้นเป็นเงินที่เธอให้เพื่อลงทุน ไม่ใช่เงินใช้จ่ายทั่วไป อันที่จริง...ต้องบอกว่าเธอพลาดเอง เธอไม่ได้แบ่งปันเงินบางส่วนเอาไว้ที่คฤหาสน์เลย ก็เหมือนกับที่ทุกคนคิด...ไม่มีใครคาดการณ์ว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น

 

​อีกอย่าง คนของเผ่าอีกาดำพวกนี้ก็ไม่ใช่คนที่ซูหยวนจะไว้ใจได้ 100 ส่วน ดังนั้นจึงไม่วางใจมอบเงินทิ้งไว้ให้พวกเขา หรือมอบหมายหน้าที่ดูแลบ้านให้ สำหรับเรื่องนี้...เห็นทีว่าจะต้องรีบจัดการแล้ว

 

“อืม เดี๋ยวไปเบิกเงินเพิ่มเติมก็แล้วกัน ฉันจะเอาเงินส่วนกลางทิ้งไว้ให้จำนวนหนึ่ง ตอนนี้พาฉันไปหาคนที่จับมาได้ก่อน”

 

“ได้ครับ”

 

เพราะคฤหาสน์นี้เป็นคฤหาสน์ใหญ่ เดิมทีก็เป็นคฤหาสน์ที่สร้างไว้ให้คุณหนูคุณชายอยู่อาศัย ครั้นเมื่อแต่งงานมีครอบครัวก็ค่อยออกไปสร้างรกรากของตนเอง หรือถ้าต้องการซื้อขาดคฤหาสน์ก็ได้ แต่ก็แลกมากับเงินจำนวนมากเช่นกัน

 

​ถึงอย่างนั้น การที่มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เหล่าคุณหนูคุณชายอาศัย มันจึงมีพื้นที่ที่เป็น “คุกใต้ดิน” อยู่ด้วย อันซูหยวนเดินตามคนของเผ่าอีกาดำลงไป กลิ่นเหม็นอับที่ไม่คุ้นเคยทำให้ต้องขมวดคิ้ว แต่ก็ไม่ได้แรงเท่ากับกลิ่นที่เขตมลพิษ ดังนั้นเธอจึงปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว

 

​เดินลงมาไม่นานก็เจอตัวผู้ลงมือแล้ว พวกเขาถูกจับขังอยู่ใน 2 คุก แยกคุกละ 2 คน รวมแล้วเป็น 4 คน ท่าทางของแต่ละคนนั้นดูอิดโรยไม่น้อย คาดว่าหลายวันที่ผ่านมาอาจจะไม่ได้นอนและกินอย่างเต็มที่ ทันทีที่พวกเขาเห็นอันซูหยวนเดินเข้ามาก็รีบพุ่งตัวมาเกาะกรงทันที

 

“ได้โปรดไว้ชีวิตด้วย ได้โปรด!!”

 

“พวกเราจะไม่ทำอีกแล้ว พวกเราจะไม่แตะต้องคฤหาสน์ของคุณหนูอีกแล้ว บ้านของฉันยังมีลูกอีก 2 คนที่ต้องดูแล ถ้าไม่กลับไปตอนนี้พวกเขาอาจจะอดตายก็ได้”

 

“ฉันเองก็มีแม่ที่แก่ชราเช่นกัน คุณหนูได้โปรดเมตตาด้วย”

 

ต่างคนต่างอ้อนวอนร้องขอความเมตตา ซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อย ถึงแม้ว่าคำร้องขอของพวกเขาจะดูน่าสงสาร แต่...ก่อนที่คนจะทำเลวได้คิดถึงเรื่องในอนาคตหรือไม่?

 

​ตอนนั้นพวกเขากล้ามาสร้างความลำบากให้เธอ ต่อให้จะมาด้วยใจของตนเองหรือมาเพราะคำสั่งของผู้อื่น ทว่า...เป้าหมายก็คือการทำให้เธอและคนของเขตมลพิษไม่มีที่ยืนใช่ไหม?

 

​พวกเขามีเหตุผลที่ต้องใช้เงิน อยากจะมีชีวิตดีๆ แล้วเธอไม่ต้องการชีวิตดีๆหรือ? ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะเห็นซูหยวนยังคงนิ่งแม้จะได้ยินคำกล่าวของพวกเขาแบบนั้น

 

“คุณหนู จะให้ลงโทษยังไงดีครับ ในฐานะที่ท่านเป็นคุณหนูของอัศวินหงส์ขาว มีผู้เข้ามาโจมตีบุกรุกคฤหาสน์ สามารถตัดสินโทษได้ด้วยตนเองเลย หรือจะแจ้งทางการก็ได้ครับ”

 

“อืม จับพวกเขาขังไว้ก็มีแต่จะเสียค่าอาหารไปเปล่าๆ ทำให้พวกเขาต้องชดเชยกับสิ่งที่ทำจนกว่าจะเทียบเท่ากับค่าซ่อมแซม”

 

ซูหยวนออกคำสั่งในขณะที่มองคนทั้ง 4 ที่คุกเข่าร้องไห้กันอยู่ แววตาของเธอไม่มีความอ่อนโยนเลยแม้แต่น้อย เวลานี้...คนทั้งสี่ที่ตัดสินใจรอคุณหนูกลับมาก็ทำได้แต่ตะลึงงัน

 

​เพราะอีกฝ่ายเป็น “คุณหนู” เป็น “สตรี” แถมอายุก็น่าจะยัง “น้อย” อยู่ ดังนั้นในความคิดของพวกเขา แค่ร้องขอความเมตตานิดๆหน่อยๆก็น่าจะพอแล้ว

 

ทว่า...ความคิดของพวกเขาก็ถูกปฏิเสธอย่างเยือกเย็น คุณหนูผู้นี้ไม่มีแม้แต่แววตาลังเลด้วยซ้ำ มองพวกเขาเหมือนกับขยะไร้ค่า ช่างเป็น...สตรีที่น่ากลัวจริงๆ หลังจากนี้พวกเขาคงไม่กล้าเชื่อคำที่บอกว่าสตรีใจอ่อนกว่าบุรุษแล้ว ถ้าเป็นสตรีที่ชื่อว่าอันซูหยวนผู้นี้ อาจจะน่ากลัวยิ่งกว่าบุรุษก็ได้

 

​คนของเผ่าอีกาดำคิดคำนวณค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมประตูมาบ้างแล้ว เขามองไปยังคนทั้ง 4 ที่ได้รับโทษเป็นการทำงานหนักเพื่อชดเชยค่าเสียหายที่เกิดขึ้น แต่...ดูจากทั้งชีวิตของพวกเขาแล้ว ต่อให้ทำงานตลอดไปก็ยังไม่อาจหาเงินเพิ่มได้ถึงขนาดนั้นเลย เช่นนั้น...นี่ไม่ใช่โทษจำคุกตลอดชีวิตงั้นหรือ?

 

“คุณหนู ถ้าอย่างนั้นให้พวกเขาทำงานในโรงทำความสะอาดดีไหมครับ”

 

“โรงทำความสะอาด?”

 

“ใช่ครับ งานที่นั่นไม่ค่อยมีคนอยากทำมากนัก เพราะเมื่ออากาศหนาวขึ้น น้ำที่เย็นอยู่แล้วก็ยิ่งเย็นมากเข้าไปใหญ่ ข้ารับใช้ที่ทำหน้าที่ซักผ้าจะต้องปวดมือปวดแขนตลอดเวลา ยิ่งหลังจากนี้...หากมีทหารทั้ง 100 นายอีก ก็แปลว่าเสื้อผ้าของพวกเขามีมากเกินกว่าที่คนของคุณหนูตอนนี้จะจัดการให้ได้หมดแล้วครับ”

 

“อืม นั่นก็เป็นความคิดที่ดี ดังนั้นหักหนี้สินของพวกเขาจากการทำความสะอาดชุดเสื้อผ้า โดยคิดค่าจ้างเป็น 1 เหรียญต่อเสื้อผ้า 5 ตัวก็แล้วกัน”

 

​อย่าเห็นว่าก่อนหน้านี้ซูหยวนใช้เงินเป็นหมื่นเป็นแสนและเป็นล้านโดยไม่กระพริบตา แต่เงินส่วนนั้นเป็นเงินที่ใช้ไปกับการลงทุน ถ้าเทียบกันแล้ว...อาหารที่มีราคามื้อละ 3-5 เหรียญ กับค่าจ้างซักผ้า 1 เหรียญต่อ 5 ตัว ถือเป็นการให้รายได้ที่ยุติธรรมแล้ว เมื่อคิดแบบนี้...คนของเผ่าอีกาดำก็เกือบจะร้องขอออกมา ขอให้คนในครอบครัวของเขามาทำความสะอาดด้วยได้หรือไม่เลย

 

​แต่คิดแบบนั้นก็ไม่ถูกนัก เขาบอกเองว่างานในการซักผ้าก็คืองานที่หนักที่สุด ดังนั้นเงินที่พวกเขาได้รับไป ไม่แน่ว่าจะพอค่ารักษามือจากการบาดเจ็บตอนซากผ้าก็ยังไม่คุ้มเลย สุดท้ายแผนที่อยากจะให้คนในครอบครัวมารับรายได้สูงลิ่วแบบนี้ก็พับเก็บไป ให้พวกเขาทำการเกษตรเหมือนเดิมแล้วขายให้คุณหนูอย่างยุติธรรมก็ดีอยู่แล้ว...

 

​ในขณะที่คนอื่นๆคิดว่าเป็นรายได้ที่คุ้มเกินจริง คนทั้ง 4 ก็มองหน้ากันเองแล้ว ถ้าหากให้รายได้แก่พวกเขา 1 เหรียญต่อการทำงาน 5 ตัว ถ้าค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมกำแพงอยู่ที่ 100,000 เหรียญ เช่นนั้นพวกเขาก็ต้องซักผ้า 500,000 ตัวถึงจะใช้หนี้หมดงั้นหรือ?

 

​อีกทั้งค่ากำแพงบ้าน 1 แสนเหรียญนั้นเป็นไปไม่ได้เลย คาดว่าขั้นต่ำ...คฤหาสน์ที่ใหญ่โตนี้ก็น่าจะคิดราคากำแพงเกือบ 3 แสนเป็นแน่ นั่นก็แปลว่างานของพวกเขาเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัวอย่างไรล่ะ!!

 

​อันซูหยวนไม่ได้สนใจหน้าตาซีดเผือกของพวกเขา เธอให้ความสนใจกับเรื่องคนที่อยู่เบื้องหลังคนเหล่านี้แทน ซึ่งพวกหนูทองลายขาวที่เธอทิ้งไว้ที่นี่ย่อมต้องดำเนินการไปบ้างแล้ว แค่รอให้เธอไปรับข้อมูลเท่านั้น

 

​ซูหยวนวางแผนจะไปพบท่านมารดาบุญธรรมวันพรุ่งนี้ ถึงจะได้เจอกันที่อาณาเขตเหมันต์แล้ว แต่ยังมีหลายเรื่องที่ต้องพูดคุยและจัดการกันอยู่ ฉะนั้นเธอต้องไปพบมารดาอยู่แล้ว แต่แทนที่จะไปพบเพียงแค่รายงานการล่าในเขตอัศวินเหมันต์ที่ผ่านมา เธอต้องการจะนำเรื่องผู้อยู่เบื้องหลังการใส่ร้ายและระดมคนให้รังเกียจเธอไปพูดด้วย

 

​อย่าคิดว่าจ้างคนอื่นแล้วเธอจะตามหาตัวไม่เจอ ในเมื่อมีเงินมากมายขนาดนั้น เช่นนั้นก็แบ่งให้เธอบ้างก็คงได้สินะ...

 

​คืนนั้นเธอจึงให้หนูทองลายขาวเร่งมือตรวจสอบและเอาหลักฐานกลับมา รายนามของขุนนางระดับกลางระดับสูงถูกไล่รายชื่อออกมาทั้งหมด ซึ่งรายชื่อพวกนี้จะเปลี่ยนเป็นเงินที่ทำให้เธอมั่งคงได้เลย

 

​ในห้องประชุมใหญ่ ตอนนี้ทุกคนนั่งเป็นระเบียบเรียบร้อย กำลังรอให้ท่านอัศวินเข้ามาในห้องประชุมแล้วจึงจะเริ่มการประชุมตามรายการประชุมวันนี้

 

อย่างไรก็ตาม...เมื่อมีเสียงประกาศว่าท่านอัศวินมาถึงแล้ว รายชื่อที่ประกาศตามมากลับมี “คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวก็มาถึงแล้ว” ดังขึ้นด้วย ทำให้ขุนนางทั้งหลายเลิกคิ้วมองหน้ากัน ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะเข้าร่วมประชุมเช่นนี้ด้วย รู้สึกเหมือนมันมีบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง แต่ก็ยังไม่รู้ว่า “บางอย่าง” นั้นหมายถึงอะไรกันแน่

 

“นั่งลงเถอะ หาที่นั่งให้ลูกสาวของฉันด้วย”

 

ท่านอัศวินโบกมือ ฝ่ายเลขาฯก็ยื่นเอกสารกองโตให้ คาดว่าวันนี้น่าจะประชุม 4-5 ชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เนื่องจากรายการประชุมค่อนข้างมาก แต่อัศวินไม่ได้ตื่นตระหนก งานของเธอเต็มล้นมือเช่นนี้มานานแล้ว บางทีนี่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เบื่อหน่ายการเป็นอัศวินก็ได้....

 

​อันซูหยวนถูกเชิญไปนั่งในที่ที่ไม่ไกลออกไปจากท่านอัศวิน เธอกลายเป็นผู้เข้าร่วมฟังการประชุมที่ดี ตลอดตั้งแต่ต้นจนจบไม่พูดแทรกอะไรเลย คนอื่นๆก็เกือบจะลืมเธอไปแล้วด้วยซ้ำ

 

เวลาการประชุมผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่รู้ว่าเพราะเรื่องมีมากมายหลากหลายก็เลยรีบประชุมรีบตัดสินใจหรือไม่ ทว่าเวลาผ่านไป 3 ชั่วโมง ก่อนจะเที่ยงเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น

 

เนื้อหาการประชุมที่พวกขุนนางทำรายการเอาไว้ก็เสร็จสิ้นทั้งหมด พวกเขาเตรียมจะเก็บข้าวของเพื่อเดินทางออกจากที่ประชุมกันแล้ว แต่ตอนนั้นเอง...ท่านอัศวินหงส์ขาวก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ดึงให้ขุนนางที่ก้นกระดกขึ้นมาแล้วต้องลงไปนั่งอีกครั้ง

 

“ต่อไปเป็นเรื่องที่คุณหนูของฉันร้องเรียนมา ฉันได้ฟังเนื้อหาคร่าวๆแล้วเหมือนกัน แต่อยากจะทราบความคิดเห็นของทุกคนด้วย ดังนั้นก็เลยให้คุณหนูเพียงคนเดียวของฉันนำเรื่องเข้าที่ประชุมขุนนางนี้”

 

ได้ยินท่านอัศวินกล่าวเช่นนั้น ทุกคนก็หันไปมองคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวที่นั่งเงียบมาตลอด เมื่อเห็นว่าเป็นเวลาของเธอแล้ว ซูหยวนก็คลี่ยิ้มธุรกิจให้ทุกคน เธอก้าวออกไปข้างหน้าเลียนแบบพวกขุนนางก่อนจะกางกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาแล้วอ่านตามเนื้อหานั้น

 

“ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา คฤหาสน์ของฉันถูกผู้ไม่หวังดีลงมือโจมตีใส่ความจนทำให้เกิดทั้งความเสียหายต่อทรัพย์สินและความเสียหายต่อจิตใจ”

 

“เมื่อตามสืบสวนจึงพบรายชื่อผู้ร่วมกระทำความผิดจำนวน 47 คน เป็นขุนนาง 4 คน และผู้รับจ้างอีก 43 คน รายชื่อขุนนางที่ถูกระบุเป็นผู้ว่าจ้างแน่ๆ 4 คนนั้นได้แก่ ขุนนางเฟิ่ง ขุนนางติง ขุนนางเซิน และขุนนางขง”

 

“โดยทั้ง 4 คนมีหลักฐานเป็นเอกสารว่าจ้าง ระบุให้ทำลายชื่อเสียงของฉันและโยงเข้ากับความน่ารังเกียจของคนที่มาจากเขตมลพิษ พยายามกระตุ้นให้เกิดการประท้วงครั้งใหญ่ ข้อเรียกร้องคือการปลดตำแหน่งคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาว และไม่ให้สิทธิในการเป็นเจ้าเมืองหรือเข้ามาทำการค้าขายใดๆอีก....”

 

 ……………………………