LNCrawler

บทที่ 593 สัญลักษณ์เลือด (อ่านฟรี 19 ต.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 593 สัญลักษณ์เลือด (อ่านฟรี 19 ต.ค. 69)

บทที่ 593 สัญลักษณ์เลือด

 

ซูหยวนพูดรวดเดียวจบไม่ปล่อยให้คนอื่นพูดขัดขึ้นมาแม้แต่น้อย เมื่อพูดจบยังมองไปยังขุนนางทั้งหลายด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะส่งหลักฐานทั้งหมดนั้นให้กับท่านอัศวินหงส์ขาว ซึ่งเมื่อขุนนางตามรายชื่อนั้นเห็นเอกสารที่ควรจะอยู่บ้านตนเองมาปรากฏอยู่ในมือของคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาว พวกเขาก็ทำได้แค่อ้าปากพะงาบๆเท่านั้น

 

ปัง!!

 

“นี่มันเรื่องอะไรกัน บุตรีของฉันนอกจากจะเป็นผู้มีพระคุณแล้วก็ยังไม่ได้ทำความผิดจริง อีกทั้งฉันได้ประกาศไปก่อนหน้านี้แล้วว่าห้ามไม่ให้มีการแบ่งคนจากเขตมลพิษหรือแสดงการต่อต้านอีก แล้วทำไมขุนนางที่ทำงานให้ฉันจึงได้ลงมือแบบนี้ลับหลังฉันกัน!! หรือว่าเห็นว่าฉันอายุมากแล้ว ไม่ต้องฟังคำสั่งของฉันแล้วใช่หรือไม่!!”

 

ท่านอัศวินหงส์ขาวระบายความโกรธเกรี้ยวออกมาทันที เธอทุบไปที่พนักเก้าอี้จนหักเป็นเศษชิ้นเล็กชิ้นน้อยเต็มไปหมด เป็นแบบนั้นแล้วพวกขุนนางที่อยู่ในรายชื่อก็วิ่งกันออกมาคุกเข่าร้องขอความเมตตาทันที

 

“ท่านอัศวินโปรดเมตตาด้วย เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิด”

 

“ใช่แล้ว เอกสารที่คุณหนูนำมาอาจจะเป็นเอกสารที่ใส่ความพวกเรา พวกเราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งนั้น ท่านอัศวินโปรดตรองดู...ถ้าเป็นเอกสารของพวกเราจริงๆ แล้วทำไมจึงมาอยู่ในมือของคุณหนูได้ เรื่องใหญ่โตแบบนี้พวกเราก็คงต้องเก็บให้ดีแล้วไม่ใช่หรือ? ดังนั้นนี่จึงเป็นคนอื่นที่ต้องการใส่ร้ายพวกเรา”

 

“ใช่ๆ เป็นการใส่ร้าย เป็นการใส่ร้ายแน่ๆ”

 

ขุนนางทั้งสี่รีบเข้ามาขอความเมตตา ทั้งยังไม่กล้ายอมรับความจริงว่าตนเองเป็นผู้ลงมือด้วย แม้ว่าหลักฐานพวกนั้นจะอยู่ข้างหน้าแล้วก็ตาม...

 

อันที่จริง พวกเขาก็ยังสับสนอยู่เหมือนกัน เอกสารลับพวกนั้นควรจะซ่อนอยู่ในห้องทำงานลับของพวกเขาไม่ใช่หรือ? แล้วทำไม...ทำไมมันจึงอยู่ในมือของคนอื่นได้กันเล่า!

 

เดิมทีก็อยากจะถามออกไปเหมือนกันว่าคุณหนูผู้นี้มีเอกสารได้อย่างไร แต่ทำแบบนั้นก็เท่ากับพวกเขายอมรับโดยตรงน่ะสิ เช่นนั้น...สู้บอกว่าโดนใส่ความไปเลยดีกว่า

 

อันซูหยวนแค่นหัวเราะ นี่เป็นการใส่ความหรือไม่เธอรู้ดีที่สุด แล้วก็...ที่พวกเขาพูดก็เป็นเรื่องจริง เอกสารพวกนี้ควรจะอยู่ในห้องลับของพวกเขา และคิดจริงๆหรือว่ามันไม่ได้อยู่ในห้องลับมาก่อนน่ะ!!

 

“ท่านขุนนางขง ท่านกล่าวได้ถูกต้องแล้ว เอกสารพวกนี้ได้เก็บเอาไว้อย่างดีที่สุด ถ้าไม่ใช่ความสามารถพิเศษเล็กๆน้อยๆของฉัน คาดว่าคงจะไม่มีทางหาเจอ เพียงแต่...”

 

“ท่านเองก็เก็บของ “ลับๆ” เอาไว้ในห้องลับนั้นมากมายเหลือเกิน ฉันสามารถช่วยท่านตรวจสอบได้ว่าของนี้เป็นของจริงจากห้องทำงานลับของท่านหรือไม่ด้วยการ....เอาเอกสารชุดอื่นของท่านออกมาให้ท่านอัศวินลองตรวจสอบดู”

 

“ท่านอยากจะให้เอาเอกสารชุดไหนออกมาดีล่ะ จะเป็นเอกสารชุด “เยียวยาภัยพิบัติแห้งแล้งที่ 3 เมืองคอขวดเมื่อ 3 ปีก่อน” หรือจะเป็นเอกสารชุด “จัดงานพิธีขอฝนครั้งใหญ่เมื่อ 2 ปีก่อน” อ่า...แม้แต่เอกสารล่าสุดอย่างเอกสารดำเนินการเรื่อง “จัดชุดสี่ฤดู” ฉันก็สามารถเอาออกมาให้ดูได้นะ”

 

รอยยิ้มเหี้ยมปรากฏที่ใบหน้าของอันซูหยวนเมื่อเธอกล่าวถึงเรื่องพวกนี้ แต่คนที่กำลังฟังอย่างขุนนางขง ซึ่งปกติแล้วจะดูแลเกี่ยวกับพิธีการพิธีกรรมต่างๆ ใบหน้าของเขาเริ่มซีดเซียวจนเหมือนกับผีตายซากไปแล้วอย่างไรอย่างนั้น

 

ปากของเขาสั่นพั่บๆ อยากจะพูดออกมาแต่ละคำล้วนยากเย็นเหลือเกิน ยิ่งคุณหนูผู้นี้พูดออกมา หัวของเขาก็เสียววาบเหมือนว่าจะไม่ยอมตั้งอยู่ที่คออีกต่อไปแล้ว ขุนนางอีก 3 คนที่เหลือรู้แน่ว่าคุณหนูผู้นี้มีความสามารถจริง แม้พวกเขาจะไม่รู้ว่าสิ่งที่คุณหนูพูดออกมาเป็นอย่างไร แต่พวกเขาไม่ได้โง่

 

“คุณหนู เป็นพวกเราที่เลอะเลือนจริงๆ ก่อนหน้านี้เคยได้ยินคนในตระกูลพูดเกี่ยวกับความไม่พอใจที่มีต่อท่าน เดิมทีก็ไม่ได้คิดว่าพวกเขาจะแอบทำเรื่องลับหลังเช่นนี้ แต่ตอนนี้รู้แล้ว ฉันจะตรวจสอบให้ดีแล้วเอาความยุติธรรมมาคืนคุณหนูแน่นอน!!”

 

“โอ้ เป็นคนในตระกูลที่ลงมืองั้นหรือ?”

 

“อะ เอ่อ ชะ ใช่ แต่คุณหนูโปรดวางใจ พวกเราจะทำให้คุณหนูพอใจแน่ๆ”

 

“งั้นหรือ? ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยส่งรายชื่อคนที่ร่วมมือทั้งหมดให้ฉันด้วย นอกจากการชดเชยทางทรัพย์สินและจิตใจแล้ว ฉันเป็นพวกแค้นฝังหุ่น ต้องการเจอตัวคนเพื่อแก้แค้นกับมือด้วย”

 

“นะ แน่นอน ฉันจะทำทุกอย่างตามที่คุณหนูต้องการ”

 

“ดี ถ้าอย่างนั้นขุนนางติงก็เอาตามนี้ ฉันจะรอดูว่าความจริงใจของท่านมากพอที่จะทำให้ฉันอภัยให้ได้หรือไม่”

 

เมื่อเห็นขุนนางติงรอดพ้นด้วยแบบนี้ ขุนนางเฟิ่น และขุนนางเซินก็รีบเสนอตัวขึ้นมาบ้าง ทั้ง 2 คนจึงได้รับความหมายในรูปแบบเดียวกัน

 

มีก็แต่ขุนนางขงเท่านั้นที่ช้าที่สุด เขาถูกพูดชื่อเอกสารลับต่างๆออกมาแล้ว ย่อมไม่อาจรอดสายตาของท่านอัศวินหงส์ขาวได้ ดังนั้นเขาจึงถูกเรียกเข้าห้องสอบสวนโดยตรง ทำเอาคนร้องไห้ออกมาจนแทบเป็นสายเลือด

 

เขาไม่รู้จริงๆว่าทำไมตนเองจึงซวยเช่นนี้ ถ้าเขาไม่ได้พูดเรื่องมีคนสร้างหนังสือปลอมใส่ร้ายออกไปก่อน ปล่อยให้พวกขุนนางอีก 3 คนดิ้นรนไป แล้วตนเองค่อยชุบมือเปิบ แบบนั้นก็น่าจะดีกว่าใช่ไหม?

 

อันที่จริง...ในฐานะขุนนางที่ทำงานมานานและมีประสบการณ์มาก เขาย่อมรู้ดีว่าการกระทำของคุณหนูเช่นนี้ก็เพราะต้องการเชือดไก่ให้ลิงดู เธอบอกว่ารายชื่อผู้ลงมือมี 43 คน ในบรรดาคนที่จ้างให้ลงมือมากที่สุด 20 คนก็คือเขา ฉะนั้น...นี่คงเป็นความตั้งใจของเธอตั้งแต่แรก!!

 

เนื่องจากการลงดาบแรกของอันซูหยวนส่งผลให้ขุนนางใหญ่คนหนึ่งในอาณาเขตถึงกับถูกจับกุม บ้านทั้งบ้านถูกอัศวินหงส์ขาวจับไปสำเร็จโทษทั้งหมด

 

มีหลายคนที่สอบสวนแล้วพบว่าทุจริตร้ายแรงก็ถูกสั่งประหาร คนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทุจริตโดยตรงก็ถูกเนรเทศไปอยู่เมืองที่ยากลำบากเพื่อทำเหมือง ทั้งยังมีผู้คุมที่โหดเหี้ยมตามไปสร้างความลำบากด้วย

 

ดังนั้นคนในเมืองจึงเข้าใจได้อย่างดีว่าอิทธิพลของคุณหนูบุญธรรมนี้ไม่ได้น้อยๆ แถมเธอยังมีความสามารถมากอีกด้วย ถ้าพวกเขาไม่มั่นใจจริงๆก็ไม่ควรสร้างปัญหาวิวาทกับเธอ ไม่อย่างนั้นอาจจะเป็นคนต่อไปที่ต้องซวยก็ได้

 

อันซูหยวนได้รับการชดเชยอย่างดีจากขุนนางทั้ง 3 ตระกูล ยิ่งได้เห็นว่าขุนนางขงถูกลงโทษอย่างไร ตระกูลของเขาเป็นอย่างไร ขุนนางทั้ง 3 ก็ยิ่งสละสมบัติจำนวนมากมาให้เธอ แสดงความจริงใจกันถึงขีดสุด และอันซูหยวนก็พอใจมาก

 

เธอใช้เวลาจัดการกับคฤหาสน์ของตนเอง แถมยังใช้เงินที่ได้มาจ่ายเงินให้กับอัศวินหงส์ขาวเพื่อทำสัญญาซื้อขายคฤหาสน์ที่ตนเองอยู่นี้ถาวร ถ้าเปลี่ยนอัศวินคนใหม่ พวกเขาก็ไม่อาจขับไล่เธอออกไปได้แล้ว เพราะที่นี่เป็นเหมือนบ้านของเธอแล้ว

 

นอกจากนี้...ซูหยวนก็ยังซื้อพื้นที่ใกล้เคียงกับคฤหาสน์เอาไว้อีก 2 แปลง ทุบกำแพงที่ถูกทำลายก่อนหน้านี้เพื่อสร้างเป็นอาณาเขตของตนเอง ดังนั้นตอนนี้เธอจึงสร้างที่พักสำหรับทหาร 100 นาย ให้พวกเขาอยู่อย่างสุขสบายเหมือนกับห้องขนาดเล็กครบทุกคน

 

พื้นที่แปลงหนึ่งเต็มๆปล่อยให้ทหารสร้างที่ฝึกซ้อมของตน และแบ่งบางส่วนเป็นพื้นที่สำหรับเพาะปลูกสมุนไพร ถือว่าเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์เลยทีเดียว

 

เมื่อจัดการเรื่องคฤหาสน์และแสดง “ฐานะ” ของตนเองให้คนอื่นๆรู้แล้ว ซูหยวนก็วางแผนที่จะเข้าพื้นที่ล่าของอาณาเขตหงส์ขาวต่อไป

 

เนื่องจากไม่เหมือนกับการไปเป็นแขกที่เขตอัศวินเหมันต์ ตอนนั้นพวกเขารับรองเธอในฐานะแขกที่ไม่ได้มีโอกาสเข้ามาเป็นครั้งที่สอง ดังนั้นจึงไม่ได้มีการลงทะเบียนหรือคิดเผื่ออนาคตว่าเธอจะได้เข้าไปอีก เพียงแต่...ที่อาณาเขตนี้ เธอเป็นหนึ่งในสมาชิกของอาณาเขตแล้ว ย่อมมีสิทธิเข้าไปในพื้นที่ล่าเหมือนกับคนทั่วไปในเขตอัศวินหงส์ขาว

 

ตามกฎการใช้พื้นที่ล่า เนื่องจากเขตอัศวินหงส์ขาวมีพื้นที่ล่า 3 แห่ง ด้วยจำนวนพื้นที่ล่าที่ไม่มากนี้ทำให้พวกเขาต้องจำกัดจำนวนผู้เข้าพื้นที่ล่าเพื่อไม่ให้ทรัพยากรทั้งหมดถูกทำลายในครั้งเดียวหรือเกิดการวิวาทกันเอง ดังนั้น จึงมีกฎคือ 3 ข้อดังนี้

 

1. ผู้มีส่วนร่วมพื้นที่ล่ามือใหม่ มีสิทธิในการขอเข้าพื้นที่ล่า 2 ครั้งต่อเดือน 2. ผู้มีส่วนร่วมพื้นที่ล่าระดับปานกลาง มีสิทธิขอเข้าพื้นที่ล่า 5 ครั้งต่อเดือน และ 3. ผู้มีส่วนร่วมพื้นที่ล่าระดับสูง มีสิทธิขอเข้าพื้นที่ล่า 10 ครั้งต่อเดือน

 

นอกจากนี้...เธอที่เป็นคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาว มีสิทธิโดยตำแหน่งอีก 2 ครั้งต่อเดือน ดังนั้นซูหยวนสามารถเข้าเขตพื้นที่ล่าของอาณาเขตอัศวินหงส์ขาวได้ 4 ครั้งต่อเดือน ถือว่าไม่มาก แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

 

แน่นอนว่าสำหรับซูหยวนแล้ว...ขอแค่ได้เข้าครั้งเดียวเธอก็จะสามารถทำผลประโยชน์ครั้งใหญ่ได้ ดังนั้นจึงไม่ได้คิดมากอะไรกับการได้สิทธิแค่ 4 ครั้ง เธอตั้งเป้าว่าจะไปพื้นที่ล่าแห่งละ 1 ครั้ง แล้ววนกลับมาที่เมืองหลวงอีก 1 ครั้ง จากนั้นก็ปล่อยให้พวกหนูทองลายขาวหรือแมลงกัดกินจัดการต่อ

 

ตอนนี้หนูขาวได้เพิ่มจำนวนเกือบ 2,500 ตนแล้ว แต่ที่เร็วกว่าก็คือการขยายพันธุ์ของพวกแมลงกัดกินที่ปาไปถึง 4,000 ตัว กระจายอยู่รอบๆพื้นที่ล่าที่เธอคว้ามาได้ ดังนั้นทรัพยากรจำนวนมากจึงหลั่งไหลเข้ามาได้เรื่อยๆ ส่วนสัตว์ชนิดอื่นๆ...การเพิ่มปริมาณยังยากกว่า ทั้งอาหารการกินของพวกมันก็เฉพาะเจาะจงกว่า ซูหยวนจึงไม่ได้เร่งมือในการขยายพันธุ์ให้พวกมันมากนัก

 

เธอให้หัวหน้าหน่วยทหารที่มารดาส่งมาไปติดต่อดำเนินการขอเข้าพื้นที่ล่า แค่วันเดียวก็สามารถได้รับเอกสารรับรองของตนเองมาแล้ว ดังนั้นซูหยวนจึงวางแผนที่จะเข้าพื้นที่ล่าในวันรุ่งขึ้นเลย

 

ทว่า...ไม่เหมือนกับเขตพื้นที่ล่าอัศวินเหมันต์ ที่นั่นเธอไม่ต้องมอบส่วนแบ่งให้ใคร ไม่ว่าจะเป็นอัศวินเหมันต์ที่ทำเรื่องขอให้ทุกคนมาช่วย หรือจะเป็นอัศวินหงส์ขาวที่พูดให้ถูกก็คือร้องขอให้เธอไปช่วยเช่นกัน นอกจากจะไม่ต้องให้รางวัลอะไรแล้ว ก็ยังมอบสมบัติชิ้นใหญ่มาให้ด้วย ตอนนี้คลังที่คฤหาสน์ของเธอ ดูให้ดีแล้วอาจจะมากถึงครึ่งหนึ่งของคลังหลวงที่ท่านอัศวินหงส์ขาวดูแลเลย

 

น่าเสียดายที่แผนการเข้าพื้นที่ล่าของซูหยวนมีเรื่องให้ต้องเลื่อนออกไป เพราะจู่ๆก็ได้รับเชิญจากอาณาเขตอัศวินพันปี ซึ่งเป็นจดหมายเชิญจากท่านอัศวินพันปีที่เชิญแบบระบุตัวคนด้วยตนเอง แถมยังระบุว่าต้องการให้เธอช่วยเดินทางอย่างเร่งด่วนด้วย โดยจะมีค่าตอบแทนที่ดีที่สุดให้เธอ

 

สำหรับการขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนนี้ แม้แต่ท่านอัศวินหงส์ขาวก็ยังตกตะลึง เพราะปกติแล้วอัศวินพันปีเป็นพวก “หยิ่ง” ในพลังของตนเอง พวกเขามีความเชื่อมั่นว่าพลังป้องกันคือสุดยอดแล้ว ดังนั้นจึงเชื่อว่า ไม่ว่าจะเป็นสนามรบไหนก็ตาม ถ้าพวกเขายังมีผลึกบาเรียอยู่ในมือ ก็จะสามารถผ่านไปได้แน่นอน

 

ครั้งนี้ต่างออกไป มันเป็นครั้งแรกที่พวกเขาขอความช่วยเหลือจากคนนอก สุดท้ายในฐานะพันธมิตรที่ดีต่อกันมาตลอด และอัศวินหงส์ขาวก็อยากรู้เช่นกันว่าเกิดเรื่องอะไรกันแน่ เธอจึงส่งคนมาหาซูหยวนเพื่อไปสอบถามความต้องการของเธอ

 

หากซูหยวนไม่ขัดข้อง เช่นนั้นก็จะตอบรับจดหมายไป และอีก 1 วันหลังจดหมายไปถึง พวกเขาจะส่งอุปกรณ์เดินทางที่เร็วที่สุดมารับเธอทันที!

 

เนื่องจากเรื่องเกิดขึ้นนี้เป็นเรื่องด่วนและกะทันหันมาก จดหมายยังใช้เลือดเขียนว่า “ฉุกเฉินและด่วนมาก” แถมยังใช้สัญลักษณ์เต่าพันปีที่เป็นสีแดงเลือดด้วย

 

อัศวินหงส์ขาวบอกกับเธอว่า อัศวินพันปีไม่ได้ใช้วิธีการส่งเรื่องฉุกเฉินเช่นนี้มานานนับห้าหกร้อยปีแล้ว ยิ่งเป็นการยืนยันถึงความเร่งด่วนของเรื่องนี้มากกว่าเดิมอีก

 

สุดท้ายเหมือนจะมีทางเลือกแต่ก็ไม่มี อันซูหยวนทำได้แค่ตอบตกลงเท่านั้น ถึงจะบอกว่านี่เป็นโอกาสดี แต่เธอกลับรู้สึกว่ามันก็น่าจะเป็นเรื่องอันตรายใหญ่เช่นกัน ไม่อย่างนั้นพวกเขาน่าจะระบุรายละเอียดมาแล้ว เห็นได้ชัดว่าพวกเขากลัวว่าท่านอัศวินหงส์ขาวจะไม่ยอมปล่อยเธอไป หรือไม่ก็อาจจะกลัวว่าเธอไม่ต้องการไปที่นั่นด้วยก็ได้

 

จดหมายเร่งด่วนโดยเลือดของอัศวินพันปีถูกส่งผ่านช่องทางพิเศษที่ไม่ค่อยใช้มากนักเนื่องจากต้องเสียพลังงานมาก ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ส่งไปถึง และอัศวินพันปียังตอบกลับมาในอีก 1 ชั่วโมงว่าวันพรุ่งนี้จะมารับอันซูหยวนด้วย ดังนั้นเธอจึงมีเวลาเตรียมพร้อมแค่ 1 วันนี้เท่านั้น

 

ทหารทั้ง 100 นายต้องการติดตามเธอไป ทว่าครั้งนี้เป็นงานใหญ่และน่าจะอันตราย ต่อให้พวกเขาติดตามไปด้วยก็ไม่มีประโยชน์อะไร ดังนั้นซูหยวนจึงปฏิเสธไปโดยตรง ทำพวกเขาผิดหวังอยู่บ้าง แต่เธอก็มีงานให้พวกเขาทำอยู่แล้ว

 

อย่างแรก...ตอนนี้เป็นช่วงเริ่มต้นการปรับปรุงคฤหาสน์ จำเป็นต้องมีผู้ดูแลและจัดการ อย่างที่สองคือเธอต้องการรวบรวมทรัพยากรเพื่อที่จะยกระดับมูลค่าของพวกมัน นอกจากของที่คุณชายห้าแห่งอัศวินพันปีจะส่งมาแล้ว เธอก็ต้องการข้อมูลสินค้าเกี่ยวกับการต่อสู้ในเขตอัศวินหงส์ขาวทั้งหมด เพื่อพิจารณาว่ามีอย่างอื่นที่เธอจะปรับแต่งได้อีกหรือไม่

 

และสุดท้าย...เธอยังต้องวางแผนสำหรับการซื้อขาย “ยา” ทั้งระดับทั่วไปและระดับสูงสุดด้วย ยาต่างๆที่เธอนำมาจากเขตมลพิษยังเป็นของที่จะสร้างรายได้เป็นหลักอยู่

 

เพื่อให้สามารถดำเนินการได้เร็วขึ้น เธอให้พวกเขาตรวจสอบหน้าร้านที่ดูดี รวมทั้งพยายามเตรียมคนเอาไว้ให้พร้อมด้วย แค่รายการพวกนี้...ทหาร 100 คนก็น่าจะเต็มกลืนแล้ว พวกเขาจึงไม่ดื้อรั้นที่จะขอตามไปอีก...

 

ซูหยวนใช้เวลาในห้องตนเองเพื่อเตรียมเขียนอักษรลงบนอุปกรณ์ต่างๆเท่าที่จะทำได้ หากครั้งนี้เป็นเรื่องใหญ่จริงๆ...เช่นนั้นของพวกนี้ก็น่าจะได้ใช้งาน ดังนั้นตลอดทั้งคืนจึงแทบจะไม่ได้นอนพักเลย สุดท้ายเมื่อแสงสว่างลอดเข้ามา อุปกรณ์เคลื่อนย้ายพิเศษที่เต็มไปด้วยพลังงานระดับสูงโอบล้อมก็มาปรากฏตัวที่หน้าคฤหาสน์ของเธอโดยตรง

 

…………………………