บทที่ 5 โชคของคนดี
บทที่ 5 โชคของคนดี
บทที่ 5 โชคของคนดี
หญิงสาวทดลองอยู่หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นนมช็อกโกแลต ข้าวต้มรสหมูสับ เค้กเชอร์รี่ แม้แต่เสื้อผ้าก็ยังลองนำมาสวมใส่ กลายเป็นว่าทุกอย่างที่อยู่ที่นี่เป็นของที่เธอใช้งานได้ทั้งหมด การที่ได้กินอาหารแล้วทำให้ท้องอิ่ม เป็นการยืนยันว่าของเหล่านี้มีผลต่อตัวของเธอจริงๆ
แน่นอนว่าการกินมากเกินไปจะทำให้ปวดท้อง อันซูหยวนนั่งพักอยู่นานกว่าที่การย่อยของเธอจะเริ่มต้นขึ้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพลังงานที่มากเกินไปจากอาหารเหล่านี้หรือไม่ ร่างกายที่ซูบผอมและไร้เรี่ยวแรงก็รู้สึกกระฉับกระเฉงขึ้นมา
อันซูหยวนทดลองอีกสองสามอย่าง เธอเข้าและออกฟาร์มของตนเองเพื่อดูว่าสามารถเอาน้ำรวมถึงข้าวของต่างๆออกไปข้างนอกได้หรือไม่ ปรากฏว่าเธอสามารถนำทุกอย่างออกไปได้จริงผ่าน “ตัวเลือกที่ 4 เบิกถอนผลผลิต” โดยจะมีค่าใช้จ่ายในการนำสิ่งของออกไปเป็น “5,000 เหรียญ” ต่อของหนึ่งชิ้น
ถ้าเธอนำน้ำออกไป 1 แก้วจะต้องเสีย 5,000 เหรียญ แต่ถ้านำน้ำออกไปทั้งถังก็จะต้องเสีย 5,000 เหรียญเท่ากัน การแลกเปลี่ยนที่น่าสนใจนี้ทำให้เธอต้องระมัดระวังมากขึ้น อย่างไรก็ตาม...อาหารและของใช้เหล่านี้ไม่ควรปรากฏอยู่ในห้องเล็กๆของคนเก็บขยะเช่นเธอและครอบครัว
ต่อให้เป็นพ่อและแม่ของอันซูหยวนเอง เธอก็รู้ว่าของพวกนี้ไม่อาจจะนำมาไว้ในบ้านได้ ไม่สิ! ถึงแม้ว่าเธอจะใจดีอยากมอบอาหารให้พวกเขาบ้าง อันซูหยวนก็ไม่มีสิทธิทำเช่นนั้น เธอยังไม่ต้องการที่จะถูกจับไปตรวจสอบโดยทางการ ไม่อยากถูกพ่อแม่ของเจ้าของร่างมองว่าเป็นปีศาจแต่อย่างใด
แน่นอนว่าอันซูหยวนมีความรู้สึกผิดเล็กๆน้อยๆในใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอจะมีความทุกข์ พ่อแม่ของเจ้าของร่างใจดีกับเธอ วันหนึ่งเธอจะตอบแทนพวกเขาเท่าที่ทำได้และตนเองไม่เดือดร้อน หากแต่จะไว้ใจพวกเขานั้นยังไม่เหมาะสม
หญิงสาวเก็บรวบรวมวัตถุดิบทั้งหมดก่อนจะเลือกจัดการฟาร์มของตนเอง เธอต้องเร่งขายผลผลิตที่รวบรวมมาได้ครั้งก่อนออกไป และยังต้องขายผลผลิตในครั้งนี้ด้วย แบ่งบางส่วนเก็บเอาไว้เพื่อเป็นเมล็ดพันธุ์ ดังนั้นการค้าขายที่ผ่านมา อันซูหยวนจึงทำเงินได้ 14,000 เหรียญ ไม่ถือว่ามากมายอะไรเพราะส่วนใหญ่เป็นผลผลิตจากสินค้าเกษตรทั้งนั้น
เมื่อรู้ว่าตนเองกำลังขาด “เหรียญ” อันซูหยวนจำเป็นต้องเร่งมือในการทำฟาร์ม เพื่อให้ได้เงินมาเร็วที่สุด สินค้าที่เหมาะสมต้องเป็นสินค้าที่ขายได้เร็ว ดังนั้นหญิงสาวจึงย้อนกลับไปเหมือนกับช่วงแรกๆที่พยายามจะสร้างตัว พื้นที่แปลงเพาะปลูกทั้งหมด 1,000 แปลง อันซูหยวนเลือกที่จะลงข้าวเปลือกไปครึ่งหนึ่ง
หลังการเก็บเกี่ยวนี้ เธอมั่นใจว่าน่าจะได้ผลผลิต 5,000 รวง โดยข้าวปลูก 1 แปลงนั้นให้ผลผลิต 10 รวง และจะขายได้รวงละ 12 เหรียญ ดังนั้นเธอสามารถได้รับเหรียญจาก 1 รอบการเก็บเกี่ยวคือ “54,000 เหรียญ” ซึ่งหัก 500 รวงสำหรับการเพาะปลูกครั้งต่อไป
จุดอ่อนของการปลูกข้าวไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เป็นเรื่องค่าประสบการณ์ที่จะไม่ทำให้แปลงเพาะปลูกของเธอเลื่อนระดับขึ้น ทว่าซูหยวนต้องเลือกว่าเวลานี้สิ่งใดสำคัญที่สุด ทุกครั้งที่เงินหมด...เธอจะปลูกข้าวเป็นจำนวนมากก่อนเสมอ หลังจากนั้นค่อยเพาะปลูกอย่างอื่นเพื่อเพิ่มผลผลิตและค่าประสบการณ์
ส่วนพื้นที่แปลงเพาะปลูกที่ซื้อเพิ่มขึ้นมาด้วยเงินมหาศาล อันซูหยวนยังแบ่งไปปลูกอย่างอื่นเพื่อให้โรงงานสามารถผลิตสินค้าต่อไปได้
ในพื้นที่โรงงาน อันซูหยวนไม่รีบร้อนมากนัก เธอต้องการผลผลิตที่หลากหลาย เพราะหลังจากนี้เธอคงจะต้องพึ่งพาพวกมันเพื่อการประทังชีพ อย่างน้อยๆรสชาติของมันก็ดีกว่า “อาหารสังเคราะห์” ที่ไม่ได้ทำให้ท้องอิ่มเหล่านั้น
ระยะเวลาในการปลูกข้าวเปลือกต้องรอประมาณ 2 ชั่วโมงจึงจะเก็บเกี่ยวได้ 1 ครั้ง อันซูหยวนไม่จำเป็นต้องเข้ามาเก็บเกี่ยวข้างใน เธอสามารถใช้คำสั่ง “ตัวเลือกที่ 2 เก็บเกี่ยวผลผลิต” ได้ จากนั้นเจ้าไรซ์ตัวน้อยก็จะทำงานของมัน โยนผลการเก็บเกี่ยวไปไว้ในคลังเก็บของหรือโรงนาทันที
หากอันซูหยวนต้องการจะเบิกถอนออกมาก็ได้ทุกเมื่อ แต่...การเก็บเกี่ยวโดยที่เธอไม่เข้าไปข้างใน จะไม่สามารถทำการจัดการฟาร์มครั้งใหม่ได้ อันซูหยวนยังจำเป็นต้องเข้าไปจัดการฟาร์มด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการระบุตำแหน่งแปลงเพาะปลูก หรือการสั่งให้โรงงานผลิตสินค้าอะไรต่อไป
หลังจากที่กินอิ่ม ทั้งยังจัดการทุกอย่างในฟาร์มแล้ว อันซูหยวนก็ไม่มีอะไรทำอีก หญิงสาวออกมาจากฟาร์มของตนเองพร้อมกับนำผลผลิตออกมาด้วย สิ่งที่เธอต้องการมากที่สุดในตอนนี้ยังคงเป็น “น้ำ” ดังนั้นอันซูหยวนจึงจ่ายเพิ่มอีก 5,000 เหรียญ ทำให้ตอนนี้เธอมีเหรียญเหลืออยู่เพียง 39,000 เหรียญรวมกับการขายการเก็บเกี่ยว 14,000 ก่อนหน้านี้
หญิงสาวนำน้ำ 1 ถังซ่อนเอาไว้ใต้เตียงของตนเอง พ่อกับแม่เพื่อให้ความเป็นส่วนตัวต่อเด็กสาว พวกเขามีผ้าม่านเก่าๆ หนึ่งผืนเพื่อกั้นระหว่างเตียงใหญ่ของพวกเขาเองและเตียงของซูหยวน โดยที่ทั้งสองไม่เคยเข้ามาวุ่นวายในที่พักของซูหยวนเลยถ้าไม่ใช่เพราะปัญหาจากการบาดเจ็บก่อนหน้านี้
สำหรับน้ำ 1 ถังที่เธอใช้ทดสอบก่อนหน้านี้ถูกเทรวมกับน้ำที่ครอบครัวเธอได้รับจากทางการจนเต็มแล้ว พวกมันเพียงพอสำหรับสามคนในการดื่มตลอดทั้งเดือน โดยที่ทางการจะให้พวกเธอคำนวนปริมาณการใช้น้ำกันเอาเอง แน่นอนว่าคนที่มีเงินยังซื้อน้ำมาดื่มเพิ่มเติมได้เหมือนกับอาหาร
อันซูหยวนใช้น้ำที่ถังใบใหม่ แก้วใบเล็กที่ใช้ทดสอบก่อนหน้านี้ตักขึ้นมาแล้วนำไปที่หน้าคนเป็นพ่อแม่ซึ่งยังนอนไม่ได้สติ ริมฝีปากของทั้งสองแห้งผากเพราะร่างกายกำลังใช้พลังงานอย่างหนักเพื่อฟื้นตัว
หญิงสาวคาดหวังว่าน้ำแก้วเล็กๆนี้จะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของพวกเขาได้บ้าง อย่างน้อยๆความเย็นของน้ำก็น่าจะทำให้ร่างกายร้อนระอุของพวกเขาเย็นลง
เธอจับปากของบิดาแล้วเทน้ำหยดเล็กๆลงไปทีละหยด ไม่ต้องการให้ร่างกายของพวกเขาตอบสนองรุนแรงเกินไป แต่เหมือนกับเป็นสัญชาตญาณในการเอาตัวรอด เมื่อริมฝีปากสัมผัสถึงน้ำ มันก็ตอบสนองด้วยการพยายามที่จะรับน้ำให้มากขึ้นอีก อันซูหยวนจึงค่อยๆเพิ่มปริมาณทีละน้อยๆ จนในที่สุดน้ำก็ลดลงไปครึ่งแก้ว
แม้ว่าชายร่างใหญ่ที่บาดเจ็บหนักคนนี้จะยังต้องการน้ำดื่มเพิ่ม ทว่าอันซูหยวนไม่กล้าให้เขาดื่มมากเกินไปนัก วันนี้ก่อนจะทไปทำงาน เธอได้ป้อนน้ำให้เขากินกับอาหารสังเคราะห์แล้ว ปกติหนึ่งวันพวกเขาจะกินน้ำแค่แก้วเดียว วันนี้ได้รับน้ำเพิ่มเข้าไป เธอไม่รู้ว่าจะส่งผลกระทบอะไรหรือไม่
หญิงสาวทำทุกอย่างด้วยความระมัดระวังและเน้นความปลอดภัยเอาไว้ก่อนเป็นอันดับแรก เธอยังไม่อยากได้ชื่อว่า “ฆาตรกร” ตั้งแต่ที่มาถึงที่นี่ไม่กี่วันหรอกนะ
นอกจากบิดาแล้ว มารดาก็ยังได้รับน้ำเพิ่มเข้าไปครึ่งแก้วเช่นกัน แม้ว่าคนเป็นมารดาจะได้รับบาดเจ็บน้อยกว่า แต่แขนที่ขาดของเธอจะทำให้ร่างกายปกติอยู่ได้อย่างไร อันซูหยวนมองดูชะตากรรมของหญิงวัยกลางคนแล้วได้แต่ทอดถอนใจ หากตื่นมาอีกครั้งและได้รู้ว่าตนเองเป็นคนพิการ ไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะเศร้าใจขนาดไหน...
เมื่อถึงช่วงเช้า ในขณะที่ทุกคนกำลังกระฉับกระเฉง อันซูหยวนและคนเก็บขยะกำลังใช้เวลาไปกับการพักผ่อน เพื่อไม่ให้นักล่ารู้สึกรำคาญตา คนเก็บขยะเหล่านี้จึงได้รับอนุญาตให้ออกไปทำงานในช่วงเย็นค่ำเท่านั้น เวลากลางวันเป็นเวลาของผู้แข็งแกร่งและมีเกียรติ ในขณะที่เวลากลางคืนเป็นช่วงของพวก “ระดับต่ำ” นั่นเอง
แม้แต่เจ้าของร้านสวี่ ก็ยังถูกมองว่าเป็นร้านค้าระดับต่ำไปด้วยเลย ...
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่อันซูหยวนกำลังนอนพักผ่อนอยู่นั้น เสียงเคาะประตูด้านหน้าก็ดังขึ้น เพราะที่นี่เป็นที่พักของพวกผู้เก็บขยะ เวลากลางวันจึงเงียบเป็นพิเศษ เมื่อมีเสียงเคาะประตูขึ้น มันจึงดังก้องไปทั่วจนทำให้หลายคนงัวเงียตื่นขึ้นมาด้วยเช่นกัน
อันซูหยวนไม่รู้ว่าใครกันที่มาเยือนห้องเล็กเท่ารูหนูของเธอเช่นนี้ หญิงสาวเดินออกไปเปิดประตูให้กับพวกเขา ร่างกายที่ผอมแห้งราวกับจะล้มได้ทุกเมื่อเผชิญกับแสงสว่างเป็นครั้งแรก เธอหลุบตาลง ต้องใช้เวลาไม่น้อยเพื่อปรับสายตาให้เข้ากับสภาพแวดล้อมข้างนอก
ปรากฏชายร่างใหญ่โตจำนวนหนึ่งกำลังยืนเฝ้าระวังให้กับชายชราที่สวมชุดสูทสวยงาม ดูอย่างไรก็เป็นคนร่ำรวยไม่น้อย ในขณะที่ด้านหลังมีเด็กสาวผมเปียซึ่งกำลังซ่อนตัวอยู่ด้านหลังของชายชราผู้เงียบขรึม
“นี่คือครอบครัวของอันเหลียงใช่ไหม” น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจดังขึ้นเช่นนั้น ส่งผลให้คนที่แอบดูอยู่ทั้งหลายต้องรีบหันกลับไปซ่อนตัวในห้องของตนเอง
พวกเขากลัวว่าจะสร้างความรำคาญใจให้กับคนใหญ่คนโตผู้นี้ เพราะฐานะที่ต่ำต้อย หากอีกฝ่ายรำคาญใจขึ้นมา...พวกเขาเตรียมตัวตายได้เลย
อย่างไรก็ตาม อันซูหยวนมีประสบการณ์ในการพูดคุยกับคนใหญ่คนโตเช่นนี้มาก่อน เธอยังเคยขายงานให้กับลูกค้าที่เรื่องมากและเย่อหยิ่งมานับครั้งไม่ถ้วน สำหรับชายชราที่แผ่ออร่ากดดันคนนี้ ยังดูเหมือนจะไม่ใช่คนไม่ดี ดังนั้นเธอยิ่งไม่เกรงกลัวเขา
อีกอย่าง ชื่อที่เขาเรียกหาก็คือ “อันเหลียง” เป็นชื่อมารดาของเจ้าของร่างเอง ถึงจะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่สีหน้าของอีกฝ่ายไม่ดูเหมือนว่าจะมาเพื่อหาเรื่องกัน
“ใช่ค่ะ แต่แม่ของฉันกำลังพัก นี่เป็นวันที่สองแล้วที่ยังไม่ได้สติ”
“งั้นหรือ? คนๆนั้นคงจะบาดเจ็บหนักสินะ ฉันได้ยินมาจากหลานสาวแล้วว่าอันเหลียงช่วยป้องกันอันตรายให้กับเธอ ดังนั้นจึงมาที่นี่เพื่อจะตอบแทนที่ช่วยเหลือหลานสาวของฉันเอาไว้”
“.................” อันซูหยวนมองดูเด็กสาวตัวน้อยที่ชะโงกหน้าเข้าไปมอง เมื่อเห็นแบบนั้นเธอก็เบี่ยงตัวหลบให้เห็นร่างของมารดาที่กำลังนอนไม่ได้สติอยู่
เมื่อเด็กสาวเห็นเช่นนั้นก็กระตุกชายเสื้อของชายชราเพื่อยืนยัน ดวงตาของเธอฉายแววรู้สึกผิดออกมา เช่นนั้นก็เข้าใจได้ไม่ยากว่ามารดาของอันซูหยวน แท้จริงแล้วบาดเจ็บเพราะใคร
ปรากฏว่าเด็กสาวตัวน้อยผู้นี้แอบตามพวกพี่ๆเข้าไปในพื้นที่รอบนอก ไม่มีใครรู้ว่าเธอแอบตามไปด้วย แต่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องขึ้นอย่างกะทันหัน เด็กสาวตัวน้อยหลงทางกับพวกพี่ๆและเกือบจะถูกสัตว์กลายพันธุ์จากเขต B ทำร้าย มารดาของอันซูหยวนใช้แขนของตนเองเพื่อแลกกับชีวิตเด็กสาว ในขณะที่บิดากลับช่วยมารดาอีกต่อ ดังนั้นเขาจึงนอนโคม่าอยู่ในตอนนี้
เด็กสาวได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีโดยครอบครัว แต่เธอยังจำภาพเหล่านั้นได้เต็มตา คนสองคนได้รับบาดเจ็บรุนแรงก็เพราะช่วยเธอโดยที่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน เด็กน้อยจำได้เพียงเสียงตะโกนของชายร่างใหญ่เรียกหญิงวัยกลางคนด้วยความเป็นห่วงว่า “อันเหลียง” ดังนั้นจึงขอให้ท่านปู่พามาที่นี่
“เรื่องนี้เป็นความผิดของหลานสาวของฉัน และพวกเราจะจัดการเรื่องการรักษาตัวให้ทั้งสองคน นอกจากนี้...ถ้ามีอย่างอื่นที่พวกเธอต้องการ ฉันจะจัดการให้ แน่นอนว่าต้องไม่ขอมากเกินไป...” ชายชรากล่าวอย่างไว้ท่าที แม้จะเอ่ยปากต้องการช่วยเหลือ แต่ก็ควรจะเป็นการช่วยเหลือที่เหมาะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไป
ซูหยวนเข้าใจความหมายเป็นนัยเหล่านั้น ถ้าไม่ใช่เพราะหลานสาวที่ใจดีของอีกฝ่าย ชายชราย่อมไม่คิดที่จะมาที่นี่เพื่อตอบแทนอะไร ในสายตาของพวกเขา...คนเก็บขยะเช่นเธอและครอบครัวก็คือกลุ่มคนไร้ค่า ดังนั้นการที่พวกเขามาที่นี่และบอกว่าจะดูแลเรื่องการรักษาให้นั้นถือว่าเป็นเรื่องดีที่สุดแล้ว
หญิงสาวพยักหน้ารับคำ ขอให้พวกเขาพาพ่อกับแม่เธอไปรักษาให้ดี จนกว่าที่ทั้งสองท่านจะหายจากอาการบาดเจ็บแล้วค่อยพากลับมาก็ได้
ส่วนคำขอที่ไม่มากเกินไป อันซูหยวนได้เอ่ยขอ “ที่พักใหม่” ที่ดียิ่งกว่าห้องรูหนูนี้ เธอต้องการ “อากาศ” ในการหายใจหายคอบ้าง ยิ่งตอนนี้มีความลับมากมายที่ต้องการจะซ่อนด้วยแล้ว ซูหยวนไม่ต้องการจะนอนห้องเดียวกับบิดามารดาตลอดไป
“ที่พักงั้นหรือ?”
“ค่ะ ไม่จำเป็นต้องเป็นที่พักหรูหราอะไร ขอแค่เหนื่อยจากการทำงานมา พวกเรามีห้องชำระร่างกายส่วนตัว มีที่นอนที่ทำให้ไม่ปวดเมื่อยตลอดเวลา นั่นก็เพียงพอแล้ว”
“โอ้ ถ้าอย่างนั้น...นี่ก็ไม่มากเกินไปจริงๆ” สำหรับเขาแล้ว การซื้อบ้านเล็กๆให้กับใครสักคนไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร ดังนั้นการจัดการเรื่องพวกนี้จึงสำเร็จภายในพริบตาเดียว
แค่ครึ่งวันเท่านั้น ครอบครัวของพวกเขาก็กลายเป็น “เจ้าของบ้าน” ที่แท้จริงได้แล้ว โดยบ้านหลังนี้ไม่ได้ใหญ่โตเกินไป ทั้งยังอยู่ติดขอบกับรั้วกำแพงข้ามเขตปลอดภัยอยู่เหมือนเดิม แต่เมื่อเทียบกับห้องนอนที่เหมือนกับรังหนูแล้ว ที่นี่เป็นเหมือนห้องในคอนโดขนาดเล็กเลย
บ้านเล็กๆนี้ก็เป็นบ้านของเจ้าของร้านค้าระดับต่ำทั่วไปที่นี่ด้วยเช่นกัน พวกเขาถือเป็นคนมีเงินมีทองระดับหนึ่งแล้วถ้าเทียบกับคนเก็บขยะ เมื่อเห็นว่าครอบครัวคนเก็บขยะก็มีโชคเป็นของตนเอง พวกเขาจึงทำได้แค่อิจฉาเท่านั้น
อันซูหยวนยังได้รับอาหารสังเคราะห์ระดับต่ำมาสำหรับใช้ชีวิต 3 เดือนข้างหน้าพร้อมกับน้ำดื่มด้วย ดังนั้นดูเหมือนชีวิตในช่วงนี้จะดีมาก นี่เป็นความใส่ใจของชายชราที่ต้องการรับผิดชอบชีวิตให้ลูกสาวของทั้งสองผู้มีพระคุณ และแน่นอนว่าอันซูหยวนรับของขวัญนี้เอาไว้โดยไม่คิดปฏิเสธเลย
………………………….