LNCrawler

บทที่ 594 กองทัพปีศาจอเวจี (อ่านฟรี 20 ต.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 594 กองทัพปีศาจอเวจี (อ่านฟรี 20 ต.ค. 69)

บทที่ 594 กองทัพปีศาจอเวจี

 

“คุณหนูอัน ขออภัยที่ต้องเจอกันอีกแล้ว...” แทนที่จะแสดงความยินดีที่ได้เจอกันอีก สีหน้าของคุณชายห้าแห่งอัศวินพันปีกลับมีร่องรอยขอโทษขอโพยอยู่ในนั้นมากกว่า

 

​เขาไม่ได้อยากจะมาเจออันซูหยวนในฐานะของคนที่มาขอความช่วยเหลือเลย อีกอย่าง...ถ้าไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้เขาเคยรายงานเกี่ยวกับความเก่งกาจของอันซูหยวนให้บิดารับรู้ เมื่อเกิดเรื่องใหญ่และอันตรายในระดับนี้ขึ้น บิดาคงจะไม่คิดถึงคุณหนูอันก่อนเป็นอันดับแรกหรอก

 

ดังนั้น...นี่ก็เหมือนกับว่าเป็นความผิดของเขาด้วยส่วนหนึ่ง การทำให้เธอต้องไปเผชิญหน้ากับอันตรายที่แม้แต่ผู้มีฝีมือในอาณาเขตก็ยังหวั่นใจ แล้วเด็กสาวผู้หนึ่ง...

 

ไม่สิ! ถึงจะคิดย้อนกลับไปถึงฝีมือที่แท้จริงของอันซูหยวนแล้วจะบอกว่าเธอเป็นแค่เด็กสาวตัวเล็กๆที่ดูอ่อนแอและควรได้รับการปกป้องคงจะไม่ได้ แต่ถ้าพูดถึงว่าตัวเธอไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบในอาณาเขตของพวกเขา แต่กลับต้องมาเสียเวลาเช่นนี้ก็รู้สึกผิดมาก

 

​ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งเกือบจะทำพลาดครั้งใหญ่ในฐานะผู้ปกป้อง หญิงสาวอยู่ตรงหน้าแต่กลับช่วยเอาไว้ไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะอันซูหยวนมีความสามารถมากพอก็คงจะไม่อาจเอาตัวรอดออกมาได้หรอก นี่ยังเป็นปมในใจของเขาอยู่เสมอ จู่ๆก็ต้องกลับมาทำเรื่องแบบนี้อีกครั้ง เขาก็รู้สึกกลัวมากจริงๆ

 

​เห็นสีหน้าของคุณชายห้าเป็นแบบนั้น อันซูหยวนก็เข้าใจว่าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นที่เขตอัศวินพันปีแล้ว เพียงแต่เธอไม่ค่อยรู้เรื่องราวในพื้นที่ของเขามากนัก ดังนั้นเมื่อขึ้นไปนั่งบนอุปกรณ์ที่เต็มไปด้วยพลังงานบริสุทธิ์ไหลเวียนอยู่ เธอก็ขอให้เขาอธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมา

 

“เรื่องนี้...ที่จริงต้องอธิบายให้คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาในพื้นที่ของอัศวินพันปีของพวกเราก่อน เนื่องจากเป็นผู้มีความสามารถในการปกป้องและต่อต้านผู้บุกรุกมากกว่าอัศวินคนอื่นๆ ดังนั้นท่านเทพผู้สร้างก็เลยมอบหมายงานสำคัญมาให้พวกเรา”

 

“และแน่นอนว่า “ความรู้” ในการติดตั้งค่ายกลต่างๆก็เป็นท่านเทพผู้สร้างที่มอบไว้ให้พวกเราเผ่าอัศวินพันปี ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้พวกเรารับมือกับผู้รุกรานรอบๆให้ได้”

 

“ผู้รุกรานที่อาณาเขตอื่นๆก็มี หากแต่ใช้แค่ผลึกบาเรียและอุปกรณ์บางอย่างก็ป้องกันไม่ให้ถูกบุกรุกได้แล้ว แต่...ที่อาณาเขตอัศวินพันปีของพวกเรา พื้นที่ศัตรูที่พยายามจะรุกรานเข้ามาก็มีการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน”

 

“อาจจะเหมือนกับเขตมลพิษ แต่คนจากเขตมลพิษยังสามารถเจรจาและพูดคุยได้ สุดท้ายกลับเป็นความร่วมมือที่ถือเป็นโชคดีของเขตอัศวินหงส์ขาวไป แต่พวกเรากลับไม่มีโอกาสเช่นนั้น”

 

“เผ่าพันธุ์ที่อยู่รอบๆอาณาเขตของพวกเราก็คือเผ่าปีศาจอเวจี พวกมันเป็นปีศาจที่แท้จริง และความต้องการของพวกมันก็คือการทำลายและยึดพื้นที่ของพวกเราให้สิ้นซาก ปัญหาที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ...ปีศาจอเวจีพวกนี้กลับใช้ “พิษอเวจี” ในการต่อสู้”

 

“ถ้าเกิดบาดแผลจากการต่อสู้กับพวกมันขึ้นมา ก็เหมือนกับก้าวขาลงนรกไปแล้วครึ่งหนึ่ง ถ้าโชคดีแข็งแกร่งพอหรือสามารถรับยาระดับสูงได้เร็วก็คงจะช่วยได้ แต่อย่าลืมว่านั่นเป็นสถานที่ของสงคราม ไม่มีเรื่องดีๆแบบนั้นหรอก ดังนั้นพวกเราเองก็ต้องพัฒนาและยกระดับค่ายกลให้ได้ทันความเร็วในการต่อสู้ของพวกปีศาจอเวจีได้”

 

“ปกติแล้วพวกเรายังสามารถรับมือกับการต่อสู้ที่มีต่อเนื่องและทุกวันได้ แต่...จู่ๆท่าทีของปีศาจอเวจีก็เปลี่ยนไป”

 

“เดิมทีพวกเราคาดการณ์ไว้ว่าพวกปีศาจอเวจีที่เพิ่งแต่งตั้งราชาปีศาจตนใหม่ขึ้นมานั้นจะต้องเร่งทำผลงานแน่ๆ พวกมันอาจจะเข้าตีไปยังอาณาเขตใกล้เคียงแล้วเปลี่ยนพื้นที่เป็นนรกอีกครั้ง ทว่า...ที่พวกเราไม่คิดก็คือการที่พวกมันพยายามจะโจมตีพวกเราโดยตรง”

 

“ตอนนี้กองทัพปีศาจอเวจีกว่าหมื่นตนกำลังเตรียมเดินทางมาประชิดเขตพื้นที่บาเรียแล้ว พวกเราไม่สามารถปล่อยให้พวกมันเข้ามาใกล้ได้ แม้ว่าพื้นที่บาเรียจะป้องกันการบุกทะลวงของพวกมันได้ส่วนหนึ่ง แต่...พลังโจมตีของพวกมันก็สามารถเข้ามาในอาณาเขตและสร้างความเสียหายครั้งใหญ่ได้”

 

“อย่างที่บอกว่าพลังของมันเป็นปรปักษ์กับสิ่งมีชีวิตอย่างพวกเราทั้งหมด ดังนั้นถ้าพื้นที่พวกนี้ถูกทำลายก็อยู่กันไม่ได้แล้ว และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือเขตพื้นที่ล่าสองแห่งอยู่ในจุดโจมตีพอดี”

 

“ถ้าครั้งนี้ไม่สามารถผลักร่นพวกมันออกไปได้ ทรัพยากรอย่างผลึกบาเรียและอื่นๆก็จะหายไปด้วย หมายความว่า....พื้นที่บาเรียที่ปกป้องทุกคนอยู่ตอนนี้ก็จะไม่ได้รับการเติมพลังงาน และในที่สุดก็จะถูกทำให้พังทลายลง”

 

“การประกาศสงครามใหญ่นี้ทำให้พวกเราเผ่าอัศวินพันปีไม่สามารถอยู่เฉยได้ นอกจากขอความร่วมมือกับคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวแล้ว ก็ยังได้เชิญอัศวินแกะทองคำมาที่นี่เพื่อร่วมบัญชาการต่อสู้ด้วย”

 

“แน่นอนว่าขั้นตอนเริ่มต้นนี้...พวกเรายังไม่ต้องการจะสร้างปัญหาให้กับอาณาเขตอื่นๆนัก ดังนั้นการเชิญให้เข้าร่วมการต่อสู้ครั้งนี้จึงเป็นการขอความร่วมมือรายบุคคลเท่านั้น แต่ถ้าเกิดว่าชุดแรกพวกเราต้านไม่ได้ จากนั้นจะกลายเป็นเรื่องของส่วนรวมทันที และพวกเราก็ไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้น...”

 

​คุณชายห้าอธิบายสถานการณ์คร่าวๆให้ซูหยวนเข้าใจ เธอยังต้องการรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการต่อสู้และลักษณะภายนอกของพวกปีศาจอเวจีเพื่อศึกษาด้วย ซึ่งพวกเขาก็เตรียมพร้อมเอาไว้ให้แล้วจริงๆ

 

​อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ การเดินทางด้วยอุปกรณ์เดินทางเร่งด่วนนี้ใช้เวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นก็มาถึงอาณาเขตอัศวินพันปีแล้ว ซูหยวนยังให้พวกตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์เร่งตามมาที่นี่เพื่อช่วยเธอด้วย

 

แต่เพราะความเร็วของอุปกรณ์เคลื่อนย้ายที่เหมือนกับวาร์ปย่นระยะทางไปเรื่อยๆนั้นทำให้พวกตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ที่มีความเร็วสูงสุดก็ยังตามไม่ทัน ถือว่าอุปกรณ์นี้ของพวกเขามีความสามารยอดเยี่ยมจริงๆ

 

​เมื่อเห็นว่าแขกคนสำคัญมาถึงแล้ว พวกเขาก็รีบเชิญให้ซูหยวนเข้าไปในห้องประชุมของกองทัพทันที ที่นี่มีเหล่านายพลทหารและผู้มีความสามารถระดับสูงอยู่มาก ซูหยวนยังได้เห็นท่านอัศวินแกะทองคำที่ยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดในขณะที่กำลังมองแผนที่ชายแดนของอัศวินพันปี และข้อมูลที่มีเพียงเล็กน้อยของเขตปีศาจอเวจีด้วย

 

“คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาว ขออภัยที่ต้องรบกวนท่านเช่นนี้ แต่ว่าพวกเรากำลังเจอปัญหาใหญ่จริงๆ หากสามารถหยุดไว้ได้ตั้งแต่ตอนนี้คงจะดีกว่า และพวกเราก็ได้รู้มาว่าความสามารถของคุณหนูยอดเยี่ยมจริงๆ...”

 

ท่านอัศวินพันปีที่เหมือนคนอายุมาก หลังค่อมและมีหนวดยาวสีขาวเดินเข้ามาจับมือกับเธออย่างเป็นทางการ

 

​ซูหยวนเองก็ตอบรับอย่างสุภาพ ชายผู้มีอายุมากคนนี้ ภายนอกเหมือนกับคนแก่ชรา แต่เมื่ออยู่ใกล้ยังสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่อัดแน่นอยู่ข้างใน มันคงจะดีกว่าถ้าไม่ทำให้คนเช่นนี้โกรธได้ ไม่อย่างนั้นอาจจะถูกทุบตีจนช้ำในตายไปทั้งอย่างนั้นเลย...

 

“ท่านอัศวินพันปีกล่าวเกินไปแล้วค่ะ แม้ว่าฉันจะไม่ได้มีความสามารถอะไร แต่ก็ยังอยากจะช่วยพวกท่านนะคะ”

 

“ฮ่าๆ ดี เป็นเด็กดีจริงๆ”

 

เห็นสองคนพูดคุยกันอย่างสุภาพ คนที่ยังหน้านิ่วคิ้วขมวดก็หันกลับมา เขาเห็นอันซูหยวนคนคุ้นเคยก็พยักหน้าใหญ่ ก่อนจะหยอกล้อออกมาคำหนึ่งที่ทำให้ซูหยวนต้องยิ้มกว้าง

 

“อยากช่วยทุกเมื่อ แต่ต้องมีค่าตอบแทนที่เหมาะสมใช่หรือเปล่า”

 

“ท่านอัศวินแกะทองคำช่างรู้ใจจริงๆค่ะ” ซูหยวนตอบกลับ ก่อนที่ทั้งสองจะหัวเราะออกมาเบาๆ

 

“เอาล่ะ นั่งพักก่อน งานที่อยากจะมอบหมายให้คุณหนูอันมี 2 อย่าง อย่างแรกคือคนของเขตอัศวินพันปีต้องการให้คุณหนูช่วยเรื่องการโจมตีวงกว้าง”

 

“โดยพวกเขาเองก็มีสารระเบิดที่จะสามารถทำลายปีศาจอเวจีได้เช่นกัน แม้ว่าจะเป็นแค่ปีศาจอเวจีระดับต่ำ แต่ถ้าจัดการพวกมันได้ก็จะลดความตรึงเครียดที่ไม่จำเป็นออกไป”

 

“ถึงอย่างไรพิษของปีศาจอเวจีก็ไม่ได้เลือกว่าเป็นของปีศาจระดับต่ำหรือสูง ขอแค่พลาดท่าถูกโจมตีก็จะกลายเป็นปัญหาใหญ่แล้ว ดังนั้นจุดเริ่มต้นของเรื่องก็ควรจะเป็นความพยายามในการลดจำนวนก่อน”

 

“ได้ยินมาจากเจ้าห้าแล้วว่าคุณหนูอันแห่งอัศวินหงส์ขาวมีฝีมือในการยิงธนูที่ดี ดังนั้นถ้าได้คุณหนูช่วยจัดการในส่วนนี้จะช่วยให้ลดจำนวนไปได้มาก และไม่สิ้นเปลืองทรัพยากรเกินไป”

 

“และอย่างที่สองที่อยากจะให้ช่วย....เจ้าห้าบอกว่าคุณหนูสามารถปรับแต่งอุปกรณ์ที่พวกเราสร้างเสร็จแล้วให้มีระดับเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น ดังนั้น...ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้คุณหนูช่วยจัดการอุปกรณ์ทั้ง 10 ที่เจ้าห้าได้ตกลงจะแลกเปลี่ยนกับท่านใน 1 เดือนนี้ก่อนได้หรือไม่ แน่นอนว่าเดือนหน้าจะส่งให้ท่าน 10 ชิ้นโดยไม่ขอรับกลับมาเลย คุณหนูมีความเห็นเป็นอย่างไรบ้าง...”

 

​ได้ยินอัศวินพันปีกล่าวเช่นนั้น ซูหยวนก็ไม่เห็นว่ามีปัญหาอะไรที่จะร่วมมือกับพวกเขา แถมยังไม่ได้โยนเธอไปเสี่ยงอันตรายมากเกินความจำเป็นด้วย

 

​กำลังรบของพวกเขาหลักๆยังคงเป็นพวกเขาเอง เธออยู่แนวหลังและสนับสนุนก็พอแล้ว ซึ่งแผนการนี้ทำให้ซูหยวนยอมรับได้ง่ายๆ เธอจึงตอบตกลงกลับไป

 

​ส่วนเรื่องอุปกรณ์ที่จะให้เธอปรับแต่งนั้น...

 

“ท่านอัศวินพันปี พอดีฉันได้ยินว่าพวกคุณต้องการความช่วยเหลือก็เลยขนทรัพยากรที่มีเกือบทั้งหมดมาที่นี่ด้วย อุปกรณ์ที่ฉันปรับแต่งไว้จำนวนหนึ่งอยู่ที่นี่แล้ว จำนวนของมันก็คือ 15 ชิ้น แน่นอนว่าถ้าท่านอัศวินพันปีต้องการจะใช้งานพวกมัน ฉันก็สามารถยกให้ได้ แต่เรื่องความร่วมมือ...”

 

“แน่นอนว่าพวกเราต้องการร่วมมืออยู่แล้ว ไม่ว่าของที่คุณหนูนำมาให้จะเป็นระดับใด พวกเราก็จะมอบอุปกรณ์ระดับนั้นกลับคืนให้ ไม่เอาเปรียบท่านแน่นอน”

 

ไม่มีใครดีใจเท่ากับอัศวินพันปีอีกแล้ว ตอนที่เจอสถานการณ์เช่นนี้ พวกเขากลับได้รับความช่วยเหลือที่ยอดเยี่ยมจากเด็กสาวคนหนึ่ง แม้จะยังไม่รู้ว่าของนั้นดีจริงอย่างที่เจ้าห้าพูดไว้หรือไม่ แต่ในฐานะบิดา...เขาไม่คิดว่าเจ้าห้าจะต้องโกหก

 

“ท่านอัศวินเกรงใจเกินไปแล้วค่ะ อย่างไรก็ตาม...ปีศาจอเวจีพวกนี้สังหารแล้วไม่ทิ้งผลึกหรือชิ้นส่วนอะไรเอาไว้เลยหรอคะ”

 

ที่ถามเช่นนี้ก็เพราะในความคิดของเธอ ปีศาจอเวจีก็ควรจะเหมือนๆกับสัตว์ร้ายตนอื่นๆ ถ้าถูกสังหารให้ตายก็น่าจะมีอะไรเหลือทิ้งออกมาสิ แล้วทำไม...หลายปีผ่านมาแล้วยังไม่เคยมีผลึกอเวจีหรือสินค้าที่เกี่ยวข้องวางขายเลย

 

“อืม” เมื่อได้ยินคำถามนี้ ดวงตาของอัศวินแกะทองคำก็มีร่องรอยความเข้าใจบางอย่าง

 

“ไม่มีหรอก ของแบบนั้นพวกเราไม่เคยเจอ...”

 

“หรือต่อให้มี ก็ต้องบอกว่าพวกท่านไม่อาจออกไปรวบรวมกลับมาได้มากกว่า” อัศวินแกะทองคำพูดขัดขึ้นมาก่อนจะมองอันซูหยวนด้วยความชื่นชม

 

“ดูเหมือนว่าคุณหนูอันแห่งอัศวินหงส์ขาวจะหาสาเหตุที่พวกปีศาจอเวจีพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากต่อสู้อย่างต่อเนื่องเจอแล้ว”

 

“หมายความว่า...”

 

“ในความคิดของฉัน คาดว่าพวกมันน่าจะมีผลึกอเวจีหรือชิ้นส่วนอื่นๆที่ร่วงลงมาหลังปีศาจอเวจีตายลง แต่เพราะพวกท่านไม่อาจเก็บกลับมาได้ หรืออาจจะเป็นความจงใจของพวกปีศาจอเวจีก็ได้ พวกมันคงจะเก็บของเหล่านั้นไปแล้วก็เอาไปเพิ่มพลังให้ตนเอง ฉันเคยศึกษาเกี่ยวกับสัตว์ร้ายที่กินสัตว์ร้ายเพื่อยกระดับอยู่ เรื่องนี้ก็อาจจะเหมือนกัน”

 

“มิน่าเล่า หลายครั้งที่เห็นว่าพวกมันกินพวกปีศาจอเวจีที่บาดเจ็บด้วยซ้ำ ปรากฏว่าการกินพวกเดียวกันเองจะทำให้พวกมันเลื่อนระดับพลังนี่เอง!!”

 

​อัศวินสองคนพูดคุยกันตามลำพัง ในขณะที่พวกขุนนางหลายคนยังฟังบทสนทนานี้ไปพร้อมๆกับการทำความเข้าใจของตนเองด้วย โดยที่พวกเขาก็ไม่พูดแทรกขึ้นมาเลย

 

“ถ้าอย่างนั้นแผนการต่อไปของพวกเราก็ควรจะเป็นการเก็บร่างของพวกปีศาจอเวจี...ไม่สิ! พวกเราไม่อาจสัมผัสพวกมันได้ด้วยซ้ำ ดังนั้น...เรื่องนี้ย่อมทำอะไรไม่ได้เลย”

 

“อืม ต่อให้รวบรวมกลับมาไม่ได้ ก็ควรจะต้องจัดการปัญหานี้ หรืออาจจะเปลี่ยนจากการรวบรวมเป็นทำลายแทน...” สีหน้าของสองอัศวินยิ่งพูดก็ยิ่งเครียด ก่อนที่สุดท้ายพวกเขาจะถอนหายใจออกมา

 

​ถึงจะรู้ว่าควรทำอย่างไร แต่เวลานี้ยังทำได้ด้วยหรือ? สุดท้ายเรื่องที่จะจัดการพวกมันหรือลดทอนการพัฒนาในอนาคตก็ยังต้องใช้เวลาในการศึกษาจัดการอยู่ ดังนั้น...ตอนนี้พูดเรื่องนี้ไปก็เสียเปล่า

 

“เอาล่ะ เรื่องการที่จะจัดการกับศพของพวกปีศาจอเวจีนั้นก็เอาไว้ก่อน ปัญหาแรกที่ควรจะต้องจัดการให้ได้ก็คือการทำอย่างไรให้สามารถโจมตีออกจากเขตปลอดภัยไปให้ถึงฐานของพวกมันให้ได้ ตอนนี้พวกมันคอยส่งทหารมาสอดแนมอยู่เรื่อยๆ คล้ายว่าไม่ต้องการให้พวกเราตั้งหลักได้ทัน ดังนั้น...”

 

​ในตอนที่อัศวินพันปียอมแพ้ต่อการจัดการปัญหาเรื่องที่พวกมันพัฒนาตนเองด้วยศพของพวกเดียวกัน อันซูหยวนที่นั่งอยู่เงียบๆก็ยกมือขึ้นมา

 

“ฉันอาจจะมีวิธีนะคะ”

 

“วิธี? หมายถึงวิธีอะไรหรือ? หมายถึงการโจมตีระยะไกล หรือเรื่องอื่น” อัศวินพันปีเลิกคิ้วขึ้น เขาไม่เข้าใจสิ่งที่อันซูหยวนกล่าวออกมาเลย

 

เรื่องที่เขากำลังพูดนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการโจมตีระยะไกล โดยต้องการโจมตีให้ไกลมากที่สุดเพื่อไม่ให้พวกปีศาจอเวจีเข้ามาใกล้ แต่ปัญหาคือ...เขารู้สึกว่าเธออาจจะไม่ได้พูดเรื่องเดียวกันนี้ก็ได้....

 

 ……………………