บทที่ 595 เปิดแผนที่ (อ่านฟรี 21 ต.ค 69)
บทที่ 595 เปิดแผนที่ (อ่านฟรี 21 ต.ค 69)
บทที่ 595 เปิดแผนที่
ซูหยวนคิดเล็กน้อย สุดท้ายชั่งน้ำหนักผลดีผลเสียแล้วก็จึงเสนอความคิดของตนเองขึ้นมา
“ฉันคิดว่าตัวเองมีทางออกทั้ง 2 เรื่องเลยค่ะ เรื่องโจมตีระยะไกลนั้นฉันมีวิชาโจมตีระยะไกลอยู่ ก่อนหน้านี้ที่คุณชายห้าและพวกทหารเห็นไม่ใช่วิชาโจมตีทั้งหมดที่ฉันมี ดังนั้นฉันอาจจะช่วยได้ และอีกเรื่อง...” ซูหยวนเงียบไปเล็กน้อยก่อนจะกล่าว
“เป็นเรื่องเกี่ยวกับการลด “จำนวน” ด้วยการกินศพของพวกมันค่ะ พอดีฉันคิดว่าถ้าในเมื่อพวกมันต้องการกินศพของพวกเดียวกันแล้ว เช่นนั้นทำไมเราไม่ใช่เรื่องนี้เพื่อฆ่าพวกมันโดยตรงเลยล่ะคะ”
เมื่ออันซูหยวนพูดจบ เธอก็เห็นสายตาว่างเปล่าของทุกคนทันที เหมือนว่าพวกเขาจะยังไม่เข้าใจความคิดเธอด้วยซ้ำ ซึ่งซูหยวนก็คิดถึงวิธีการที่ใช้เหยื่อเป็นอาหารโรยเอาไว้รอบๆให้พวกแมลงหรือมดเข้ามานำไปกินในรัง จากนั้นก็ตกตายกันยกรัง
แม้ว่าพวกปีศาจอเวจีจะแตกต่างออกไปเล็กน้อย ถึงอย่างนั้น...พวกมันก็มีอาหารที่กองอยู่ตรงหน้าแล้วต้องกินให้ได้อยู่ไม่ใช่หรือ? ถ้าอย่างนั้น...อาศัยการที่มันกินไม่เลือกนี้เพื่อระเบิดพวกมันก็ได้นี่!!
"ใช้หลักการเดียวกับการใช้สารระเบิดเมื่อครู่ แต่เปลี่ยนจากศพที่ตายแล้วพวกนี้ให้กลายเป็นแหล่งระเบิดแทน ฉันได้ยินว่าพวกคุณมีอุปกรณ์ที่สามารถคงสภาพอาหารให้ยังเหมือนทำเสร็จใหม่ๆได้เกือบ 30 นาทีเลยไม่ใช่หรอคะ”
“แต่ไม่จำเป็นต้องทำอุปกรณ์ขนาดใหญ่เช่นนั้น ขอแค่เป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กที่สามารถซ่อนเข้าไปในร่างของปีศาจจอเวจีได้ เมื่อครบกำหนดเวลาก็ค่อยให้มันเปิดออกมาอัตโนมัติ ทีนี้ซากของปีศาจอเวจีที่ถูกกินก็น่าจะทำให้เกิดการระเบิดต่อไปได้"
ซูหยวนกล่าวสิ่งที่ตนเองคิดออกไป เธอมองไปรอบๆ เห็นว่าทุกคนเองก็กำลังเงียบเพื่อคิดตามสิ่งที่เธอพูดออกไปด้วย จนกระทั่งท่านอัศวินพันปีเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน
"นี่....เป็นความคิดที่ค่อนข้างแปลกใหม่จริงๆ แต่ว่า...อุปกรณ์พวกนี้จะทำได้ยังไง ไม่ใช่แค่ต้นทุนที่สูงมากเท่านั้น แต่การย่อขนาดของมันก็..."
ท่านอัศวินพันปีตื่นเต้นเมื่อได้ยินแผนการในครั้งแรก แต่เมื่อคิดให้ดีแล้ว การที่จะปรับแต่งอุปกรณ์ที่เคยสร้างกันมาก่อนหน้านี้ใช่เรื่องง่ายๆเสียทีไหน ดังนั้นความตื่นเต้นของพวกเขาก็ค่อยๆลดลงไป
เมื่อซูหยวนได้เห็นความคิดของอัศวินพันปี เธอก็ถอนหายใจออกมา สาเหตุที่เธอลังเลก็เป็นเพราะเขานี่แหละ ดูจากที่คุณชายห้าและทหารของอัศวินพันปี ซูหยวนเข้าใจว่ารูปแบบการคิดของพวกเขาเป็นอย่างไรทันที
แม้พวกเขาจะเป็นคนดี แต่เป็นเรื่องยากที่จะเปิดรับแนวทางใหม่ๆที่ไม่คุ้นเคยมาก่อน ดังนั้นต่อให้เธอเสนอความคิดที่ดีขนาดไหน อัศวินพันปีก็คิดว่าคงไม่ได้ ไม่ทัน และไม่เริ่มลงมือทำเสียที
ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทุกวันนี้...พวกเขาก็ยังต้องรับมือกับปีศาจอเวจีในรูปแบบเดิมๆ ขณะที่ปีศาจอเวจีพัฒนาไปไกลแล้ว....
"แม้จะดูเหมือนยาก แต่ก็น่าสนใจไม่ใช่หรอแนวคิดนี้น่ะ..."
ในตอนที่อัศวินพันปีกำลังจะเปลี่ยนไปพูดถึงเรื่องวิธีการโจมตีระยะไกลต่อ ตอนนั้นคนที่ซูหยวนกำลังพนันด้วยก็กล่าวขึ้นมา เขายิ้มเล็กน้อยในขณะที่มองอันซูหยวน ก่อนจะมองไปยังอัศวินพันปีด้วยท่าทางจริงจัง
"พวกเราเองก็ควรมีวิธีการต่อสู้แบบใหม่ๆบ้างแล้ว...."
"โอกาสใหม่ๆงั้นหรือ? แบบนั้นถ้าทำได้โดยไม่กระทบอะไรก็คงจะดี แต่ในสถานการณ์แบบนี้...ถ้าต้องแบ่งกำลังไปศึกษาหรือทดลองของใหม่ๆที่ไม่รู้ว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ อาจจะทำให้หน้างานที่ต้องการเร่งด่วนเกิดความเสียหายใหญ่ได้ ดังนั้น..."
อัศวินพันปียังคงส่ายหน้าแม้อัศวินแกะทองคำจะแสดงท่าทางเห็นด้วยกับแผนของซูหยวนแล้ว แต่อัศวินแกะทองคำไม่ได้รีบร้อน เขายังคงพูดต่อไป หวังว่าอัศวินพันปีจะอยากทำให้เรื่องนี้สำเร็จเพื่อความยั่งยืนในอนาคต
"ก็แค่ใช้คนสัก 10-20 คน คงไม่ทำให้ล่าช้าหรือเสียหายขนาดนั้นกระมัง"
ท่านอัศวินแกะทองคำพูดไปก็ขมวดคิ้วไปด้วย เขาเองก็คาดหวังว่าในเวลาอันสั้นนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เพราะต่อให้ดิ้นรนทำเหมือนก่อนหน้านี้ แม้ว่าคุณหนูอันซูหยวนจะมาช่วยและสามารถโจมตีระยะไกลแถมยังเป็นวงกว้างได้ ก็ไม่อาจป้องกันทุกด่านในการโจมตีได้หมด
พวกเขามีข้อจำกัดมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นพลังของปีศาจอเวจีที่ไม่อาจแตะต้องได้ หรือแม้แต่การที่ตำแหน่งของพวกเขาอยู่นิ่งๆที่เดิม ส่วนศัตรูอยู่ภายนอกและไม่สามารถคาดเดาได้ แม้มีโอกาสเล็กๆน้อยๆที่จะกดดันให้ฝั่งปีศาจอเวจีถอยร่นกลับไปจนทำให้พวกเขามีเวลาเตรียมพร้อมอีกมาก แต่...มันเพียงพอหรือ?
"..................."
สองอัศวินนั่งจ้องหน้ากันอยู่อย่างนั้น ท้ายที่สุดแล้วอัศวินพันปีก็ยอมแพ้ ไม่ใช่เพราะเขาเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จ แต่ในฐานะอัศวินแกะทองคำที่คิดกลยุทธ์การรบได้ยอดเยี่ยมที่สุด ต่อให้สั่งการขัดต่อความคิดของเขา เขาก็ยังต้องให้หน้าอีกฝ่ายบ้าง
แล้วก็...มันก็แค่ 10 กว่าคนเท่านั้นไม่ใช่หรือ? ให้พวกเด็กใหม่ๆที่เพิ่งเรียนจบมาลองคิดวิธีการก็แล้วกัน ถือเป็นการเปิดประสบการณ์การร่วมรบครั้งแรกของพวกเขาไปด้วย
เมื่อตัดสินใจกันได้เช่นนี้ ทุกคนก็เริ่มพูดถึงเรื่องแผนการต่อสู้อื่นๆต่อ ซูหยวนไม่จำเป็นต้องอยู่ฟังอีก เพราะหน้าที่ของเธอมีแค่การเป็นเครื่องจักรโจมตีระยะไกล ช่วยสนับสนุนการกวาดล้างและกดดันให้พวกปีศาจอเวจีเข้ามาใกล้ไม่ได้ก็เท่านั้น
ดังนั้นเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรของเธอแล้ว...หญิงสาวก็ขอตัวออกมา ก่อนที่จะเริ่มการต่อสู้จริง เธอต้องการตรวจสอบสถานที่ และอุปกรณ์ที่พวกเขาเตรียมพร้อมไว้ให้ก่อน
"คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาว"
"เป็นท่านจริงๆด้วย ท่านคงจะจำพวกเราไม่ได้ แต่ก่อนหน้านี้พวกเราไปกับคุณชายห้าแล้วก็ช่วยท่านรวบรวมทรัพยากรกองโต พวกเรายังโอ้อวดให้พวกทหารคนอื่นๆฟังเกี่ยวกับท่านด้วย เพราะความแข็งแกร่งของท่านเป็นแบบอย่างที่ทำให้ทหารอย่างพวกเราต้องรีบพัฒนาขึ้นไปอีก ช่วงนี้พวกเราก็ซ้อมกันหนักมาก แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจู่ๆแนวหน้าก็ได้ข่าวร้ายมา...."
ถึงตอนแรกพวกเขาจะตื่นเต้นดีใจมีความสุขขนาดไหนก็ตาม แต่เมื่อพูดถึงสงครามใหญ่ที่จะต้องเริ่มต้นการต่อสู้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไป
ไม่มีใครชอบสงคราม โดยเฉพาะสงครามใหญ่ที่ต้องต่อสู้กับพวกปีศาจที่กวาดล้างอย่างไรก็เหมือนจะไม่ยอมจบสิ้นเสียทีพวกนี้....
"คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวมาที่นี่เพื่อช่วยพวกเรางั้นหรือครับ? ด้วยทักษะการยิงธนูของคุณหนู พวกปีศาจอเวจีคงจะตกตายในครั้งเดียวแน่ๆ"
เพื่อไม่ให้บรรยากาศหดหู่เกินไป ทหารคนหนึ่งก็รีบก้าวขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนเรื่อง และนั่นก็ทำให้ทหารคนอื่นๆกลับมาตื่นเต้นตาม
"ฉันก็หวังว่าจะช่วยพวกคุณได้มากเช่นกัน" เธอว่าอย่างนั้น แต่สายตายังคงมองไปรอบๆพื้นที่...
ค่ายที่พวกเขาอยู่ตอนนี้เป็นค่ายที่ตั้งอยู่ห่างจากเขตบาเรีย 5 เขต ถือว่าเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างปลอดภัย แต่แน่นอนว่าถ้าต้องการต่อสู้จริง...พวกเขาจะต้องเข้าไปใกล้อีก ไม่อย่างนั้นจะโจมตีได้อย่างไร ระหว่างนี้ยังเห็นพลเมืองจำนวนมากค่อยๆทยอยอพยพกันมาด้วย
พวกเขารู้ดีว่าอันตรายจากพวกปีศาจอเวจีนั้นมากแค่ไหน แม้การอพยพแบบนี้จะเหมือนกับการทิ้งบ้าน ทิ้งรายได้ และทิ้งอนาคตทั้งหมด แต่พวกเขาก็ต้องเลือก...
แน่นอนว่ายังมีคนที่ต้องการจะอยู่ที่บ้านของตนเองจนกว่าจะตกตายโดยไม่เกรงกลัว พวกนั้นกลับคิดว่าการอพยพก็เหมือนกับการทำลายสิ่งที่บรรพบุรุษสร้างไว้ทั้งหมดไปแล้ว หลายคนยังอาศัยจังหวะนี้...ตอนที่ทุกคนกลัวเริ่มการกวาดล้างทรัพยากรทั้งหมดมาเป็นของตนเองเพราะความโลภด้วย
ถึงจะไม่รู้ว่าการตัดสินใจแบบไหนเป็นเรื่องถูกหรือเรื่องผิด แต่สุดท้ายก็เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องรับผิดชอบการเลือกของตนเองอยู่ดี…ดังนั้นแม้แต่ทางการเองก็คงไม่เข้าไปยุ่งกับการตัดสินใจเช่นนี้
คนที่อพยพมา พวกเขาก็ดูแลตามความเหมาะสมและสถานการณ์ หลายคนสามารถหางานดีๆทำได้ อย่างไรเมืองด้านในก็ไม่เคยขาดงานให้ทำ โดยเฉพาะกับคนของอัศวินพันปีที่มีทักษะในการสร้างค่ายกลระดับต่ำเป็นพื้นฐานแทบทุกคน พวกเขาจะขาดก็แค่ทรัพยากรในการสร้างอุปกรณ์ขึ้นมาก็เท่านั้น
ขอเพียงมีอุปกรณ์มาให้พวกเขา ก็สามารถสร้างผลผลิตออกไปขายต่อให้อาณาเขตอื่นๆได้มากมาย ฉะนั้น...ขอแค่มีคน พวกเจ้าของร้านอุปกรณ์ขนาดใหญ่ก็พร้อมที่จะมอบเงินเดือนให้แก่พวกเขา หลายคนก่อนหน้านี้ไม่เคยออกจากบ้านเพื่อมาหาประสบการณ์หรือความก้าวหน้า ทว่าเพราะมีฝีมือจริงๆ...พวกร้านค้ามากมายมาติดต่อพวกเขาเอาไว้ล่วงหน้าแล้วด้วยซ้ำ
ซูหยวนเพียงแค่มองการอพยพอย่างเป็นระเบียบของคนจากอาณาเขตอัศวินพันปี พวกเขาเป็นพวกที่ยึดมั่นในกฎระเบียบอย่างมาก หลังจากตัดสินใจแล้วก็จะทำตามกฎนั้น ส่วนพวกที่อยู่เพื่อรอเก็บกวาดทรัพยากรของผู้อื่นไปเป็นของตนเอง พวกเขาก็คือเป็นกลุ่มคนที่มีกฎของตนเองเช่นกัน
อย่างน้อยๆพวกเขาก็ไม่ต่อสู้กับคนที่เลือกจะอยู่เหมือนตนเอง เพราะสุดท้ายแล้วทรัพยากรพวกนี้หากไม่เก็บไม่ดูแลให้ดีก็สามารถถูกลูกหลงโดยทำลายไปก็ได้ แทนที่จะปล่อยให้พวกมันเสียเปล่า พวกเขาเก็บมารวมกันไว้ในคลังสมบัติที่ปลอดภัยแห่งเดียวกันก็จะช่วยประหยัดได้มาก
บางทีอาจจะเพราะทางการก็คิดเสียดายเช่นนั้นจึงปล่อยให้มีคนก่อเรื่องขึ้นมาได้ เพราะสุดท้ายพื้นที่บริเวณนั้น...หากไม่มีการป้องกันให้ดีก็อาจจะเอาชีวิตตนเองไปทิ้งได้เลย
กลับมายังสถานการณ์ปัจจุบัน ซูหยวนตรวจสอบแผนที่ของตนเองด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีนัก ปกติแล้วเธอจะมีสูตรโกงอย่างเช่น “แผนที่ระบบฟาร์ม” ที่ติดตัวมาด้วย นั่นจะทำให้เธอสามารถระบุตำแหน่งของศัตรูได้ จะเป็นจุดสีแดง สีฟ้า สีเขียว หรือแม้แต่จุดสีดำ
ทว่า...ในพื้นที่ห่างออกไป เมื่อเลยพื้นที่บาเรียป้องกันไปแล้ว กลับเป็นแค่ภาพแผนที่ที่มีหมอกหนาแน่นบังอยู่ ไม่อาจจะมองเห็นรายละเอียดข้างในได้
นี่หมายความว่ายังไง? ซูหยวนในฐานะผู้เล่นเกมย่อมรู้ดีว่ามันหมายถึงแผนที่นั้นยังไม่ได้เปิดใช้งาน หรือยังไม่ได้ลงทะเบียนนั่นเอง
“ฉันต้องการจะไปตรวจสอบที่เขตบาเรียป้องกัน สามารถเดินทางไปที่นั่นด้วยตนเองหรือไม่?”
เพื่อที่จะเปิดแผนที่บริเวณนั้นและตรวจสอบจำนวนศัตรูที่แน่นอนให้ได้ ซูหยวนจำเป็นต้องก้าวออกไปให้พ้นจากเขตพื้นที่ที่เปิดอยู่แล้ว ขอแค่ได้เหยียบเข้าพื้นที่ปีศาจอเวจี เธอก็เชื่อว่าตนเองน่าจะเปิดแผนที่ได้ จากนั้นตำแหน่งของศัตรูก็คงปรากฏออกมาให้เห็น
ด้วยความช่วยเหลือของระบบนี้...เธอจะเสมือนมีดวงตาอยู่รอบๆโลก ใช้รวมกับทักษะการยิงธนูระดับสูงทั้ง 3 ทักษะของเธอ ย่อมไม่ทำให้ลูกธนูเสียเปล่าแม้เพียงดอกเดียว!
พวกทหารที่ได้ยินคำถามของคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาว พวกเขาก็ชะงักไปก่อนจะลอบมองหน้ากัน โดยเฉพาะคนที่เคยรู้จักอันซูหยวนดี ในเขตพื้นที่ล่าอัศวินเหมันต์...อันซูหยวนผู้นี้ดูเหมือนคนว่านอนสอนง่าย สั่งอะไรก็ทำอย่างนั้น แต่ความจริงแล้ว...สีหน้าที่ไม่แสดงออกถึงความเจ้าเล่ห์นี้กลับซ่อนความเจ้าเล่ห์ที่แท้จริงเอาไว้
ถ้าเธอถามออกมาเช่นนี้แล้วพวกเขาปฏิเสธว่าไปยังพื้นที่นั้นไม่ได้ อีกพริบตาต่อมา...พวกเขาก็อาจจะรับรู้ได้ว่าคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวผู้นี้ได้หายตัวไปแล้ว และเป้าหมายของเธอก็คือพื้นที่บาเรียป้องกันนั่นเอง กล่าวให้ถูกต้อง...นี่คล้ายกับว่าเธอถามเพื่ออยากรู้ท่าทีของพวกเขาเท่านั้น ส่วนจะปฏิบัติตามเป็นเรื่องที่เธอต้องตัดสินใจเอง...
“น่าจะเดินทางไปได้นะครับ พวกเราเองก็มีแผนที่จะถูกส่งไปที่นั่นอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าคุณหนูต้องการจะเดินทางไปก่อนคณะ เช่นนั้นควรจะต้องแจ้งกับท่านอัศวินเอาไว้ก่อนนะครับ”
“โอ้....”
อันซูหยวนรับคำเพียงคำเดียว แต่คำตอบที่ว่า “โอ้” นี้หมายความว่ายังไง? พวกเขาคิดอย่างไรก็เหมือนจะเข้าใจว่า “โอ้...” แปลว่า “โอ้...ต้องแจ้งก่อนด้วยหรือ? ช่างเป็นเรื่องที่ยุ่งยากเสียจริง เช่นนั้นแทนที่จะไปขอ สู้แอบไปคนเดียวเงียบๆคงจะดีกว่า” อย่างไอย่างนั้น...
“คุณหนูครับ เพื่อไม่ให้คุณหนูต้องวุ่นวายกับเรื่องนี้ พวกเราสามารถส่งคนไปแจ้งให้ท่านได้เลยครับ ขอให้คุณหนูโปรดรออยู่ที่นี่เพื่อรับคำสั่งอนุญาตสักครู่นะครับ ถ้าหากมีใบอนุญาตนี้...คุณหนูก็จะประหยัดเวลาในการอธิบายให้ทหารที่อยู่ตามชายแดนฟัง นี่เป็นตัวเลือกที่ดีนะครับ”
ทหารของอัศวินพันปีพวกนี้ดูเหมือนจะเข้าใจนิสัยของอันซูหยวนเสียแล้ว แทนที่จะห้ามเธอ ก็บอกว่าขอแค่เธอได้แจ้งกับท่านอัศวินเพื่อไม่ให้ต้องตื่นตระหนกว่าตัวคนหายตัวไปที่ไหนเพราะไม่ว่าจะยังไงก็คงห้ามไม่ได้อยู่แล้ว นอกจากนี้...เมื่อเห็นว่าเธอขี้เกียจจะทำเรื่องยุ่งยาก พวกเขาก็อาสาไปทำให้เอง ดังนั้น...ซูหยวนจึงยอมเสียเวลาอยู่ที่นี่แบบนี้
ไม่นานทหารก็วิ่งกลับมา ด้านหลังยังมีคุณชายห้าเดินมาที่นี่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ดีที่เมื่อเขาเข้ามาในระยะมองเห็นได้ เขาก็เห็นร่างเล็กๆของอันซูหยวนรออยู่ก่อนแล้ว ความโล่งใจเปราะหนึ่งทำให้เขาถึงกับเป่าปากออกมา
ดีที่เธอยังรอที่นี่อย่างสงบ ถ้าหากเธอออกไปลงมือด้วยตนเองแล้ว...เช่นนั้นคงจะทำให้หัวของเขาระเบิดเพราะความเป็นห่วงและกังวลแน่!!
………………………………