LNCrawler

บทที่ 596 ระยะโจมตี (อ่านฟรี 22 ต.ค 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 596 ระยะโจมตี (อ่านฟรี 22 ต.ค 69)

บทที่ 596 ระยะโจมตี

 

“คุณหนูอัน ได้ยินว่าต้องการจะไปที่เขตบาเรียเพื่อสำรวจพื้นที่จริงก่อนเริ่มลงมือ?”

 

ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงขรึม เขาพยายามสะกดข่มความเหนื่อยหอบของตนเองเอาไว้ นี่เป็นเพราะทันทีที่ได้ยินคำขอของอันซูหยวน ชายหนุ่มก็กังวลใจทันที เขารีบอาสาออกมาจากห้องประชุมเพื่อดูเเลเธอ 

 

เเม้ว่าคำขอของเธอจะสมเหตุสมผล เเละควรที่จะอนุญาติให้เธอไปที่นั่นเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนจริง ทว่า…สำหรับคุณชายห้าเเล้ว เขากลับรู้สึกว่าหญิงสาวอย่างอันซูหยวนไม่น่าจะไปที่นั่นเพื่อเเค่มองดู เขากลัวเหลือเกินว่าเธอจะรีบร้อนเหมือนกับที่เขตพื้นที่ล่าเหมันต์นั้น 

 

เเม้ว่าเธอจะทำสำเร็จเเล้วก็ช่วยชีวิตเด็กสาวจากเขตอัศวินแกะทองคำได้ ทว่า …. มันก็ไม่ควรจะเกิดความเสี่ยงเช่นนั้นอีกไม่ใช่หรือ? ดังนั้นเขาจึงต้องการจะไปกับเธอด้วย

 

อันซูหยวนมองชายหนุ่มที่รีบร้อนมาเจอตนเอง คล้ายว่าเธอจะเข้าใจความกังวลของเขาเช่นกันดังนั้นจึงไม่ได้พูดอะไรไม่ดีออกไป เพียงเเค่พยักหน้ารับให้เขาเท่านั้น

 

“ถึงเเม้ว่าทหารคนอื่นๆจะเริ่มเดินทางเย็นวันนี้ รีบร้อนที่สุดน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 วันกับอีก 1 คืน จากฐานไปที่เขตบาเรีย อย่างไรก็ตาม…ท่านอัศวินได้รับคำขอของคุณหนูแล้ว ในเมื่อเรื่องนี้เป็นประโยชน์ต่อการรบ ดังนั้นท่านจึงอนุญาต เเละยอมให้ฉันใช้อุปกรณ์สำหรับการเคลื่อนที่เร่งด่วนเพื่อพาคุณหนูไปที่นั่นด้วย ดังนั้น….เชิญคุณหนูทางด้านนี้เถอะ”

 

คุณชายห้ากล่าวอย่างสุภาพเเละเป็นงานเป็นการ อันซูหยวนพยักหน้ารับคำอธิบายของเขา ถ้าสามารถใช้อุปกรณ์เคลื่อนย้ายนี้ได้ก็ถือเป็นเรื่องดี เธอยังลดเวลาในการเดินทาง เเละสามารถสอบถามข้อมูลต่างๆจากคุณชายผู้นี้ได้ด้วย ดังนั้นซูหยวนจึงเดินตามเขาไปโดยไม่อิดออด 

 

ชายหนุ่มยังคงนำอุปกรณ์ที่ไปรับซูหยวนมาเพื่อใช้ในการเดินทางพาหญิงสาวไปที่นั่น ตลอดทาง…ซูหยวนก็ยังเก็บข้อมูลไปเรื่อยๆ แต่เพราะใช้เวลาเดินทางเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น ทำให้เรื่องที่เธออยากรู้ทั้งหมดไม่ได้รับการอธิบายจนพอใจ แต่เธอก็ไม่ได้รีบร้อนอะไรมากนัก

 

สภาพบ้านเรือนของคนจากเขตอัศวินพันปีนั้นไม่เหมือนกับเขตอื่นๆ เอกลักษณ์ของพวกเขาคือหลังคาที่มุงเป็นโค้งเป็นเว้า รอบๆยังติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันระดับต่ำเอาไว้ด้วย เรียกได้ว่าแทบทุกบ้านจะมีอุปกรณ์ป้องกันทั้งหมด ถือเป็นพื้นฐานในการสร้างบ้านเลยก็ว่าได้ หากบ้านไหนไม่มีการติดตั้งอุปกรณ์นี้....นั่นคงเป็นพวกต่างถิ่นหรือไม่ก็เป็นบ้านที่ถูกทิ้งร้างเอาไว้เป็นเวลานาน

 

นอกจากนี้ ไม่เหมือนกับเขตอัศวินหงส์ขาวที่มีการทำการเกษตรเป็นวงกว้าง มองไปทางไหนก็เห็นแปลงเพาะปลูกอยู่เต็มไปหมด ในขณะที่อาณาเขตอัศวินเหมันต์จะเลี้ยงสัตว์จำพวกมีขนหนานุ่ม หรือไม่ก็มีผิวหนังหนา โดยนอกจากจะขายเนื้อได้แล้วก็ยังใช้ขนของพวกมันเอามาทำเป็นเสื้อผ้า หรืออุปกรณ์อื่นๆ เช่น ผ้าห่ม ผ้าปูเตียง และอื่นๆได้

 

ที่นี่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เห็นได้มากที่สุดคือลานทำอุปกรณ์ โรงตีเหล็กขึ้นรูปชิ้นส่วนต่างๆ แล้วก็ห้องทำงานที่สร้างขึ้นเป็นโรงงานมนุษย์ขนาดใหญ่ แน่นอนว่าไม่ได้มีรูปแบบเหมือนโรงงานในชีวิตก่อนของเธอ แต่กลับเป็นเหมือนห้องขนาดเล็กเรียงราย เรียกว่าเป็นห้องแถวก็ยังได้ พวกเขาจะแยกทำงานห้องใครห้องมัน ในนั้นยังมีการติดอุปกรณ์ป้องกันอีกด้วย นี่ก็เพื่อไม่ให้ห้องทำงานอื่นๆส่งผลกระทบกับการทำงานของพนักงานอีกคน 

 

การทำอุปกรณ์ วางค่ายกล และเขียนอักขระลงไปนั้นมีความเสี่ยงอยู่บ้าง หลายครั้งต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญแล้วก็ตาม...พวกเขายังมีช่วงเวลาที่ต้องเสี่ยงกับการระเบิดจากความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆได้อยู่ ดังนั้นตอนที่ซูหยวนบอกว่าจะรับผิดชอบความเสี่ยงจากการทำงานพลาดนี้เอง พวกเขาจึงเห็นถึงความจริงใจในการร่วมมือของเธอมาก

 

สภาพแวดล้อมของที่นี่ค่อนข้างเงียบสงบ แต่ละแห่งสร้างอยู่ห่างกันเพราะพื้นที่ทั้งหลายเหล่านี้ไม่ได้ถูกใช้ทำอะไร สำหรับพวกเขาแล้ว...การเสียเวลาไปกับการเพาะปลูกที่ตนเองไม่ถนัด ไม่สู้จ่ายเงินซื้อเข้ามา แล้วก็เอาอุปกรณ์ที่สร้างได้ไปแลก ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ใช้เวลาไม่นานก็ทำเสร็จแล้ว แบบไหนคุ้มค่ากว่ากันไม่ต้องพูดถึงเลย

 

ที่สำคัญที่สุด...ประชากรส่วนใหญ่ของพวกเขาอยู่ในสนามรบ ถ้าเทียบกับอาณาเขตอื่นๆอีก 6 อาณาเขตแล้ว อาณาเขตอัศวินพันปีมีจำนวนทหารมากที่สุด แต่ก็มีอัตราการเสียชีวิตสูงสุดด้วยเช่นกัน

            

บ่งบอกว่าการต่อสู้ที่ผ่านมาของพวกเขาโหดร้ายมากขนาดไหน ถึงแม้พวกเขาจะภาคภูมิใจกับการที่ได้ทำงานปิดทองหลังพระ ปกป้องผู้อื่นโดยที่คนเหล่านั้นก็ไม่รู้ตัว ถือเป็นการรับผิดชอบต่อหน้าที่อันยิ่งใหญ่ ทว่า...ก็ไม่มีใครชอบการสูญเสีย ดังนั้นหลายครั้งจึงมีความคิดว่าท่านเทพผู้สร้าง แท้จริงแล้วอาจจะไม่ได้เชื่อใจพวกเขา แต่เป็นการลงโทษพวกเขาเสียมากกว่า

            

ต่อให้มอบทรัพยากรที่ดีที่สุดให้เผ่าพันธุ์ของพวกเขา แต่หน้าที่รับผิดชอบที่มาพร้อมกับความสูญเสียและเสี่ยงตายในทุกๆวันเช่นนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าจะยินดีได้....

            

แน่นอนว่านั่นเป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของความคิดเท่านั้น สุดท้ายเรื่องเป็นมาเช่นนี้แล้วพวกเขายังจะทำอะไรได้อีก จะให้ร้องไห้งอแงเพื่อขอแลกพื้นที่กับอาณาเขตอื่นๆงั้นหรือ? ไม่ต้องถามว่าคนอื่นเหล่านั้นจะมีใครยินยอมบ้าง...ถามแค่ว่าเมื่อพวกเขาหันไปมองเด็กรุ่นใหม่ที่เพิ่งเกิดมา เห็นว่าบรรพบุรุษของตนเองเจอปัญหาแล้วก็พร้อมจะวิ่งหนี แบบนี้ยังจะกล้าสั่งสอนพวกเด็กๆอีกหรือ?

            

เพื่อเกียรติของตนเอง และเพื่อชีวิตอีกมากมายที่ไม่จำเป็นต้องมากังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย พวกเขาเผ่าอัศวินพันปีรู้แค่ว่าตนเองต้องเสียสละก็เท่านั้น

 

“ถึงแล้ว ที่นี่แหละ....” แม้ว่าเขตบาเรียจะกินบริเวณกว้างไกล แต่จุดนี้เป็นจุดบัญชาการของกองทัพมาตลอด มันเป็นพื้นที่สูงที่ทำให้มองภาพรวมในวงกว้างส่วนใหญ่ได้ 

            

หญิงสาวลงจากอุปกรณ์เคลื่อนย้าย มองไปยังภาพมัวๆข้างหน้านี้ อีกประมาณไม่เกิน 5 กิโลเมตรก็น่าจะเป็นพื้นที่ของพวกปีศาจอเวจีแล้ว 

            

ฐานทัพแห่งนี้เวลานี้เต็มไปด้วยทหารมากมายที่วุ่นวายอยู่ เมื่อพวกเขาเห็นว่าคุณชายห้าของตนเองเดินทางมาก็รีบมาต้อนรับ แต่เพราะชายหนุ่มไม่ได้มาที่นี่ในฐานะผู้นำ หากแต่มาเพื่อพาซูหยวนมาสังเกตการณ์ เขาจึงไม่ต้องการก่อปัญหาให้กับทหารที่กำลังเตรียมการอยู่ ดังนั้นจึงโบกมือให้พวกเขาไปทำงานของตนเอง ส่วนเขาจะทำหน้าที่แนะนำอันซูหยวนเอง

 

“ปกติแล้วพวกปีศาจอเวจีจะถูกจัดการก่อนเข้ามาประชิดในรัศมี 15 กิโลเมตร พลังของพวกมันโจมตีได้ไกลที่สุดประมาณ 15 กิโลเมตรเช่นกัน ดังนั้นฐานทัพนี้จึงเหมือนกับปราการใหญ่ที่จะป้องกันการโจมตีเหล่านั้นด้วย”

 

“ปกติแล้วพวกมันจะไม่สามารถเข้าประชิดได้บ่อยนักหรอก พวกทหารประจำชายแดนจะออกไปต่อสู้ข้างนอกเพื่อจัดการพวกมันก่อนที่จะเข้ามาก่อความวุ่นวายได้ นานๆทีจะมีตัวปัญหาหลุดมาสักตัวเท่านั้น”

 

“เพลิงอเวจีของพวกมันไม่ใช่เพลิงที่จะดับได้ง่ายๆ จำเป็นต้องใช้ผลึกหยดน้ำจากอัศวินหงส์ขาวติดตั้งกับอุปกรณ์ของพวกเราเพื่อค่อยๆดับเพลิงนั้นไป หากมีเพลิงอเวจีหลุดเข้ามา 1 จุด จะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงในการจัดการกับเพลิงนั้น ด้วยเวลานี้ย่อมทำให้พวกเราเสียเปรียบแน่ ถ้ามีเพลิงอเวจีหลุดเข้ามาจำนวนมาก”

 

“ปัญหาสำคัญคือ....ถ้าเพลิงอเวจีเหล่านี้ถูกตัวของทหารโดยตรง ทหารผู้นั้นก็เหมือนกับตายไปแล้ว ไม่มียารักษาใดที่จะช่วยได้ ดังนั้นถ้ามีคนที่ถูกโจมตี พวกเรามีกฎอยู่ในใจเหมือนกันหมดนั่นก็คือ...ไหนๆก็ต้องตายแล้ว เช่นนั้นก็ลากพวกปีศาจอเวจีไปตายด้วยเลย พวกมันตายเพิ่มอีกหนึ่งตัวก็ถือเป็นเกียรติของทหารผู้กล้าอย่างเราแล้ว”

            

คุณชายห้าอธิบายไปพร้อมกับเริ่มระบุตำแหน่งของอุปกรณ์ที่ติดตั้งเอาไว้ ส่วนใหญ่เน้นเป็นอุปกรณ์ป้องกันระดับสูง ซึ่งมีทั้งอันที่เหล่าบรรพบุรุษสร้างไว้ และอันที่พวกเขาเพิ่งสร้างขึ้นมาเพื่อเสริมให้บาเรียป้องกันแข็งแรงมากขึ้น

            

ตำแหน่งเหล่านี้เป็นตำแหน่งชั้นในแล้ว พลังปีศาจอเวจีจะมาถึงมากที่สุดก็แค่ชั้นนี้ ถ้าหากเกิดการปะทะใหญ่ อันซูหยวนก็จะได้ประจำตำแหน่งอยู่ที่นี่เช่นกัน เธอไม่จำเป็นต้องออกไปเสี่ยงอันตรายใดๆ เพราะหน้าที่ของเธอคือการยิงสนับสนุนจากระยะไกล

            

นอกจากนี้ คุณชายห้าก็พาหญิงสาวไปยังตำแหน่งบาเรียชั้นที่ 2 และสุดท้ายก็ไปจบกันที่บาเรียชั้นนอกสุด บาเรียป้องกันเพลิงอเวจีนี้มี 3 ชั้นเท่านั้น และทุกครั้งมันก็ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุได้ แต่ที่พวกเขากำลังกลัวจากการที่กองทัพศัตรูมากันเป็นจำนวนมากนี้ก็คือ...ถ้าพวกปีศาจอเวจีร่วมต่อสู้ด้วย แล้วพวกเขาไม่อาจจะหยุดพวกมันก่อนเข้ารัศมี 50 กิโลเมตรได้ พวกปีศาจระดับสูงจะสร้างความเสียหายตรงไปยัง 5 เมืองที่มีคำสั่งอพยพในทันที!!

            

นี่หมายความว่ายังไง? หมายความว่าหน้าที่ของทหารระดับสูงของพวกเขามีอีกประการหนึ่งนั่นก็คือ...จะต้องจัดการปีศาจอเวจีให้ได้ก่อนที่พวกมันจะเข้ามาใกล้อย่างไรล่ะ!

            

สำหรับตัวลูกน้องนั้นก็สามารถมาประชิดได้ถึงรัศมี 15 กิโลเมตร แต่ตัวผู้นำระดับสูงนั้นไม่อาจจะมอบโอกาสได้ถึงเพียงนั้น ไม่น่าแปลกใจเลยที่ปกติแล้วอัศวินพันปีจะต้องออกไปต่อสู้เอง การที่จะสู้กับปีศาจอเวจีระดับสูงในพื้นที่ที่แทบจะเป็นของพวกมันโดยสมบูรณ์นั้นก็เหมือนกับตายไปแล้วครึ่งตัว ถ้าไม่ใช่อัศวินพันปีไปจัดการเอง...มันก็ยากนักที่จะจัดการปัญหาได้

 

“คุณหนูอัน เท่านี้ก็น่าจะพอแล้วหรือไม่? มีตรงไหนที่คุณหนูยังสงสัยอีกบ้าง” คุณชายห้าหันไปหาอันซูหยวน เขาเชื่อว่าตนเองอธิบายพื้นที่คร่าวๆของที่นี่ไปแล้ว ต่อให้อันซูหยวนต้องการจะทำความเข้าใจพื้นที่ก่อนต่อสู้หรืออื่นๆ นี่ก็น่าจะเพียงพอแล้ว

            

อย่างไรก็ตาม ซูหยวนกลับส่ายหน้าเล็กน้อย แม้เธอจะเข้าใจว่าหน้าที่ของตนเองมีเพียงเท่านี้ แต่...เพื่อให้การต่อสู้มีประสิทธิภาพ เธอจำเป็นต้อง “เปิดแผนที่แห่งใหม่นี้” ให้สำเร็จก่อน ไม่อย่างนั้น...เธอก็ทำได้แค่ต้องเสียพลังงานไปกับการตรวจสอบตำแหน่งของปีศาจอเวจีพวกนี้แล้ว

 

“ฉันขอไปดูลักษณะพื้นที่ด้วยตนเองได้หรือไม่”

 

“นั่น...” คุณชายห้าชะงักไป เขาไม่คิดว่าอันซูหยวนจะยังมีข้อเรียกร้องนี้อีก แม้ว่าพื้นที่ชายเขตบาเรียตอนนี้จะยังถือว่าปลอดภัยประมาณ 80 ส่วน แต่มันก็มีโอกาส 20 ส่วนที่อาจจะบังเอิญเจอเข้ากับอันตรายไม่ใช่หรือ?

            

เห็นสีหน้าของคุณชายห้า อันซูหยวนก็รีบอธิบาย...

 

“เพราะต้องใช้ธนูในการโจมตี ยิ่งระยะโจมตีไกลมากเท่าไร ฉันก็ต้องยิ่งคำนวนค่าพลังงานให้เข้ากับสภาพแวดล้อมจริงมากขึ้นเท่านั้น เช่น ความกดอากาศ ความหนาแน่นของเพลิงอเวจี และอื่นๆ คุณชายก็รู้ว่าฉันเพิ่งมาที่นี่ เรื่องเกี่ยวกับปีศาจอเวจีพวกนั้นฉันไม่มีความรู้เลยสักนิด ตัวจริงก็ไม่เคยเห็น...” ได้ยินเธออธิบายด้วยเหตุผลเช่นนี้ คุณชายห้าก็เริ่มมีท่าทางลังเลแล้ว 

            

เขาถึงกับลืมคิดไปเลยว่าก่อนหน้านี้ในเขตพื้นที่ล่าของอัศวินเหมันต์ ซูหยวนก็ไม่เคยเข้าไปในพื้นที่ล่ามาก่อนไม่ใช่หรือ? แล้วทำไมเธอไม่เห็นต้องคำนวนอะไรแบบนั้น ก็สามารถเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ได้...

            

แต่เพราะเขาไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ ซูหยวนก็ได้ประโยชน์...เธอเห็นแล้วว่าชายหนุ่มกำลังลังเล จึงได้เอ่ยขึ้นอีกประโยค

 

“ฉันจะระวังในการเคลื่อนไหวอย่างดี แล้วก็เกราะป้องกันที่คุณชายห้าให้ไว้ครั้งก่อนก็จะเปิดใช้งานด้วย แบบนี้น่าจะช่วยลดอันตรายได้บ้าง คุณชายคิดว่าอย่างไรคะ?” 

 

เห็นเธอทำตาปริบๆ แม้เขาจะไม่เหมือนกับจางอู่หยางที่ไม่เคยปฏิเสธคำขอของเธอ ไม่สิ! ต่อให้ไม่ได้ร้องขอ แค่เห็นเธอพูดถึงที่อยากทำเขาก็พร้อมจะสนับสนุนแล้ว คุณชายห้าเองก็คล้ายว่าจะแพ้สายตาแบบนี้ของเธอเช่นกัน

 

“เฮ้อ ถ้าอย่างนั้นก็ค่อยๆเดินอยู่ด้านหลังของฉันก็แล้วกัน เดี๋ยวจะให้ทหารประจำเขตนำทางให้ด้วย จุดไหนที่ปลอดภัยและไม่มีการปะทะในตอนนี้...”

 

“ขอบคุณค่ะ” ซูหยวนรีบกล่าวขอบคุณอีกฝ่ายทันที เมื่อเธอรับคำแบบนี้แล้ว..พวกเขาก็ไม่อาจปฏิเสธได้อีก ดังนั้นในเวลาไม่นาน คุณชายห้าก็หาทหารประจำเขตมาได้ อีกฝ่ายเองก็ยินดีที่จะนำทางให้ทั้งสองคนเช่นกัน หลังจากรู้ว่าทั้งสองจะมาสนับสนุนการต่อสู้ในอีกไม่นานนี้

            

เพียงแค่เดินเข้ามาใกล้เขตสิ้นสุดพื้นที่ปลอดภัยใหญ่ ซูหยวนก็สัมผัสได้ถึงออร่าที่ร้อนระอุแต่ก็ทั้งคุ้นเคยและไม่คุ้นเคยทันที ดวงตาของเธอมีประกายไหววูบวาดผ่านชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเป็นปกติ

 

“บริเวณนี้ยังไม่มีการปะทะใดๆเลยในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา อีกอย่าง...มันเป็นเหมือนที่มั่นของพวกเราด้วย เพราะวิสัยทัศน์ในการมองหาศัตรูตำแหน่งนี้เป็นใจให้พวกเรา ที่นี่เป็นเนินผาสูง ยิ่งมีลักษณะเป็นลานกว้าง ไม่ได้มีโขดหินหรือหน้าผาที่ทำให้พวกปีศาจอเวจีพรางตัวเข้ามาได้ ส่วนใหญ่เมื่อพวกมันปรากฏตัวขึ้นไกลๆ พวกเราก็สามารถเล็งเป้าโจมตีได้ก่อนแล้ว”

            

ทหารผู้นั้นเล่าเกี่ยวกับสถานการณ์คร่าวๆให้ฟัง ซูหยวนทำทีเหมือนสนใจที่จะฟังพวกเขาพูด เพียงแต่ตอนนี้...ความสนใจจริงๆของเธอไม่ได้อยู่ที่ทหารของอัศวินพันปี หากแต่อยู่กับหน้าต่างการแจ้งเตือนของระบบต่างหาก

 

- ขอแสดงความยินดี ผู้เล่นได้เข้าสู่พื้นที่ รังปีศาจเพลิงอเวจี โดยผู้เล่นยังสามารถใช้ฟังก์ชั่วเสริมในการออกพื้นที่ล่าได้เป็นปกติ – 

 

เมื่อการแจ้งเตือนนี้ดังขึ้นมา สีหน้าของซูหยวนที่ตรึงเครียดมาตลอดก็เปลี่ยนเป็นผ่อนคลาย แผนที่ที่พร่ามัวในตอนแรกเหมือนมีหมอกหนาบดบัง เวลานี้ค่อยๆเปิดออก เผยให้เห็นตำแหน่งสีแดงและสีฟ้าอยู่กระจายรอบๆ นอกจากนี้ยังมีจุดสีส้มๆ ที่เป็นรูปแบบการปรากฏใหม่ด้วย

 

ซูหยวนเปิดตรวจสอบรายละเอียดเพื่อให้ระบุชัดเจนมากขึ้น แผนที่ที่ลอยอยู่ตรงหน้าขยายเข้าไปยังจุดสีส้มที่อยู่ใกล้ๆตัวเธอ ก่อนจะเห็นปรากฏว่าเป็นตำแหน่งของ “เพลิงอเวจี” ที่ลุกโชน หรือก็คือ...พลังเพลิงอเวจีที่เป็นอันตรายนี้ ถูกระบบระบุให้ไว้ในแผนที่เพื่อเป็นฟังก์ชั่นเสริมช่วยเหลือผู้เล่นด้วย เพราะอย่าลืมว่าเพลิงอเวจีนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับสัตว์ร้ายที่สังหารพวกเธอได้เลย

 

หญิงสาวพอใจแล้วกับการมาที่นี่ เธอเพียงใช้ฟังก์ชั่นเปิดแผนที่แสดงสิ่งต่างๆ 5,000 เหรียญต่อชั่วโมง แต่สำหรับอันซูหยวนผู้ร่ำรวยแล้ว ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไม่นับเป็นอะไรเลย...

 

……………………….