LNCrawler

บทที่ 597 นักวิจัยน้อย (อ่านฟรี 23 ต.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 597 นักวิจัยน้อย (อ่านฟรี 23 ต.ค. 69)

บทที่ 597 นักวิจัยน้อย

 

“คุณหนู?”

 

หลังเรียกอันซูหยวนมากกว่า 3 ครั้ง คุณชายห้าก็เพิ่มความดังของเสียงขึ้นอีก 1 ระดับ ซูหยวนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนหน้านี้เธอใช้สมาธิไปกับการตรวจสอบตำแหน่งจุดสีส้มก็เลยไม่ได้ฟังเขา ภาพของเธอคงเหมือนกับการเหม่อลอย ดังนั้นซูหยวนจึงหันกลับมา สนใจสิ่งที่อีกฝ่ายพูดกับตนเอง

 

“ตอนนี้ฟ้าก็เริ่มจะมืดแล้ว ฉันคิดว่าพวกเราควรกลับกันก่อน คุณหนูอันคิดว่าอย่างไร?”

 

คุณชายห้าที่เปลี่ยนสรรพนามมาเรียกเธออย่างใกล้ชิดมากขึ้นเอ่ยถามความคิดของเธอ ซูหยวนเองก็ได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องรั้งอยู่ในทุกคนกังวลอีกต่อไป

 

​เธอพยักหน้ารับให้กับเขา ซึ่งทำให้คุณชายห้าพอใจมาก ดังนั้นเขาจึงรีบพาซูหยวนกลับไปยังฐานบัญชาการหลัก แผนเดิมก็คือพวกเขาจะเริ่มเดินทางในเช้าวันรุ่งขึ้น จะพัก 1 ครั้งระหว่างเดินทาง จากนั้นก็เร่งฝีเท้าไปต่อ

 

​ซูหยวนไม่ได้มีปัญหาอะไร คืนนั้นนอกจากพักผ่อนในที่พักที่ได้จัดเตรียมไว้ให้แล้ว เธอก็ไปที่พื้นที่ฟาร์มของตนเองทันที ซึ่งที่นั่นมีหนูทองลายขาวตนหนึ่งรอเธออยู่ก่อนแล้ว สีหน้าของอีกฝ่ายค่อนข้างตื่นเต้นเลยทีเดียว มันยังดันแว่น (?) ที่ก็ไม่รู้จะใส่ไปทำไมทั้งๆที่สายตาไม่ได้สั้นหรือยาวขึ้นอีก...

 

แม้ซูหยวนจะรู้สึกขบขันกับการกระทำเช่นนี้ แต่เธอก็ไม่ได้ตำหนิอะไร มันเป็นแบบนี้ก็น่าเอ็นดูดีอยู่แล้ว ปล่อยให้มันได้ทำตามใจอย่างมีความสุขเถอะ ยิ่งแว่นตาที่ผลิตออกมาได้ในฟาร์มนี้ไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์มากนักด้วย ให้เจ้าหนูทองลายขาวเอาแว่นขนาดเล็กไปใช้ก็ไม่เป็นอะไร

 

นอกจากนี้ ซูหยวนยังรู้สึกว่าการแสดงออกของมันมีเหตุผลจากการที่เธอเคยมอบหมายงานให้ก่อนหน้านี้ด้วย เพราะเจ้านี่เป็นหนูทองลายขาวที่ถูกส่งไปติดตามสถานการณ์ที่ห้องวิจัยในกองทัพก่อนหน้านี้ มันอาจจะซึมซับวิถีความคิดบางอย่างจากพวกนักวิจัยมาแล้วก็เป็นได้ เห็นจากที่มันเองก็เปลี่ยนมาเป็นนักวิจัยหนูอย่างเต็มตัวแล้วแบบนี้...

 

​แม้ว่ามันจะไม่ได้ทดลองหรือวิจัยอะไรยิ่งใหญ่เหมือนกับนักวิจัยในห้องทำลอง แต่เจ้านี่ก็มีวิธีการคิดที่เป็นแบบแผน แถมยังสามารถทดลองอะไรเล็กๆน้อยๆได้ด้วย

 

​งานแรกที่อันซูหยวนมอบหมายให้มันก็คือการคิดวิธีการขยายพันธุ์ของพวกหนูทองลายขาว แมลงกัดกิน และอื่นๆ เพื่อให้มีกองทัพพร้อมรบมากขึ้น และงานที่สองก็คืองานที่เธอเพิ่งสั่งไปก่อนหน้านี้

 

“จี๊ด! เจ้านายมาแล้วหรือ?” มันเอ่ยถามขึ้นมาอย่างเป็นทางการ อันซูหยวนไม่ได้ตอบอะไร เพียงเดินตามเจ้าหนูทองลายขาวที่จับแว่นตาของตนเองไปพร้อมกับถือเอกสารปึกหนาในมือไปด้วย

 

​ที่ฟาร์มนี้ ซูหยวนมีพื้นที่ทำงานของตนเองแล้ว เป็นโต๊ะกลมขนาดใหญ่หนึ่งตัว ที่จริงมันก็คือโต๊ะกลมนั่งพักผ่อนกลางสวนตกแต่งที่ได้รับมาเป็นของขวัญจากเหล่าผู้เล่นในเทศกาลก่อนหน้านี้นั่นแหละ แต่การคุยงานที่นี่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แถมยังให้ความรู้สึกที่ดีด้วย ดังนั้นจึงเปลี่ยนที่นี่เป็นสถานที่ทำงานไปด้วยเสียเลย

 

​เจ้าหนูทองลายขาวนักวิจัยตัวน้อยนั่งอยู่ตรงหน้าเธอ มันวางเอกสารให้เธอสองแผ่น หนึ่งแผ่นเป็นการให้รายละเอียดที่เกี่ยวกับตัวอย่างวิจัยก่อนหน้านี้ที่เจ้าหนูทองลายขาวถูกปล่อยออกไปรวบรวมมา อีกแผ่นเป็นข้อมูลเกี่ยวกับพลังของ “เจ้าไก่ลาวา” ที่เธอวางเป็นเป้าหมายไว้

 

​ซูหยวนรู้สึกว่าพลังของทั้งสองนี้คล้ายคลึงกันมาก ต่างก็แค่ความเข้มข้นของพลังธาตุเพลิงเท่านั้น สาเหตุที่เพลิงอเวจีไม่ยอมดับง่ายๆ ต้องใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมง บางทีอาจจะเป็นเพราะความเข้มข้นของพวกมันที่มากเกินไปก็ได้

 

​เหมือนกับปกติที่เพลิงควรจะมีประมาณ 1 ส่วน แต่เพลิงอเวจีมีความเข้มข้นของ 10 ส่วนรวมกัน ทำให้ความร้อนของมันเพิ่มสูงมากกว่าปกติ และไม่อาจจะถูกทำลายโดยง่าย ไม่รู้ว่าถ้าพูดว่าเพลิงอเวจีนี้มี 10 ชีวิตจะเข้าใจมากกว่าเดิมหรือไม่ แต่มันก็เหมือนแบบนั้นจริงๆ

 

​ผลึกหยดน้ำรวมกับอุปกรณ์ สามารถจัดการได้ 1 ชีวิต จากนั้นก็ต้องใช้เวลาอีก 3 นาทีเพื่อจัดการอีก 1 ชีวิต สุดท้ายรวมกันเป็น 30 นาทีจึงจะจัดการได้เสร็จ

 

​เนื่องจากความคิดนี้ เธอก็ให้นักวิจัยตัวน้อยในฟาร์มช่วยศึกษา ซูหยวนเห็นรายการทดลองเริ่มจาก “น้ำจากเขตอัศวินหงส์ขาว” ซึ่งเป็นน้ำธรรมดาๆ และไปจนถึงการผสมระหว่างน้ำธรรมดาๆกับน้ำพุในฟาร์มของเธอ ถึงจะอ่านรายการนี้เข้าใจทั้งหมดแล้ว แต่เธอก็ยังให้เกียรติเจ้าหนูทองลายขาวที่กำลังตั้งใจอธิบายอยู่ตรงหน้า

 

​ให้เจ้าตัวน้อยได้อธิบายผลงานของตนเองอย่างภาคภูมิใจ มันจะได้มีแรงทำงานต่อไป นี่เป็นหน้าที่ของเจ้านายที่ดีเช่นกัน...ซูหยวนในฐานะคนที่เป็นพนักงาน เป็นลูกน้องเหมือนกัน เธอย่อมรู้ดีว่าอะไรจะเป็นกำลังใจให้พวกลูกน้องได้มากที่สุด นั่นก็คือ...การที่ผลงานได้รับการยอมรับนั่นเอง

 

​ไม่ใช่ทำอะไรก็ผิดไปเสียทั้งหมด ไม่ถูกใจสักอย่าง แต่หาเหตุผลไม่ได้ว่าผิดตรงไหน หรือแค่ไม่ถูกชะตากับคนนำเสนอผลงานกันแน่...

 

​เอาเถอะ ไม่พูดเรื่องไร้สาระแล้ว ตอนนี้เธอต้องตั้งใจฟังเจ้าตัวน้อยตรงหน้าแล้ว...

 

“จี๊ด! สมมติฐานของเจ้านายค่อนข้างดีตั้งแต่แรก ดังนั้นการทดลองจึงจบลงเร็วมาก พลังธาตุไฟของเพลิงอเวจีสูงกว่าพลังธาตุไฟของไก่ลาวา 4 เท่า เมื่อเทียบกันแล้ว...ไก่ลาวาโจมตีออกมา 1 ครั้ง จะเท่ากับ 0.25 ของพลังธาตุไฟ”

 

“กระบวนการทดลองไม่ได้ยุ่งยากนัก พวกเราเอาน้ำธรรมดาใช้เพื่อดับไฟ 80 ครั้ง ครั้งละ 1 ลิตร จะสามารถทำให้เพลิงอเวจีดับได้อย่างถาวร ส่วนของเพลิงไก่ลาวานั้นใช้ประมาณ 20 ลิตรเท่านั้น”

 

“จากนั้นการทดลองก็เน้นไปที่การหาประสิทธิภาพในการจัดการกับเพลิงอเวจีให้ได้ดีที่สุด เพราะเริ่มจากการใช้น้ำพุของฟาร์มโดยตรง พบว่าเพลิงอเวจีสามารถดับได้ทันที แต่เมื่อทดลองด้วยการลดทอนปริมาณน้ำพุลงมา ผสมกับน้ำธรรมดาเพื่อให้เจือจางลง ลดลงทีละ 1 ส่วนจาก 10 ส่วน พบว่าการใช้ 9 ส่วน 8 ส่วน ยังคงมีประสิทธิภาพมากเกินไป”

 

“ในขณะที่ 7 ส่วนคืออัตราสุดท้ายของการเจือจางแล้ว จี๊ด! เพราะถ้าเป็น 6 ส่วน เพลิงอเวจีจะยังคงเหลืออยู่เล็กน้อย หรืออาจจะค่อยๆดับไปเมื่อพื้นที่รอบๆถูกพลังธาตุน้ำกระจายไปโอบล้อมไว้แล้ว”

 

“เจ้านายอยากให้ข้าทดลองอย่างอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ หรือหากต้องการให้สร้างส่วนผสมระหว่างน้ำธรรมดากับน้ำพุ...ข้าจะได้แจ้งให้หนูทองลายขาวส่วนอื่นๆมาช่วยการผลิตนี้ทันที”

 

​เจ้าหนูทองลายขาวเอ่ยถามขึ้นหลังจากอธิบายการวิจัยคร่าวๆเสร็จแล้ว อันซูหยวนคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามประโยคที่เจ้านักวิจัยหนูขาวก็ยังคิดไม่ถึง

 

“แล้วทดลองให้พวกไก่ลาวาลองดูดซับเพลิงอเวจีบ้างหรือยัง”

 

“เอ่อ...เจ้านาย นี่เป็นข้อผิดพลาดที่คิดไม่ถึง ดังนั้นจะรีบดำเนินการให้เดี๋ยวนี้...”

 

“อืม ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน ค่อยๆจัดการไปก็พอ แล้วก็...เรื่องนี้ไม่ถือเป็นข้อผิดพลาดอะไร ไม่จำเป็นต้องกล่าวเช่นนั้น ผลการวิจัยรอบแรกในระยะเวลาแค่นี้ฉันพอใจมากแล้ว”

 

​ได้ยินคำชมเช่นนี้ หนูทองลายขาวนักวิจัยตัวน้อยก็ยืนขึ้น มันยังคงดันแว่นขึ้นไปก่อนจะกล่าวด้วยท่าทางจริงจัง หากไม่ใช่ว่าซูหยวนแอบเห็นรอยยิ้มที่มันพยายามข่มกลั้นไม่ให้เผยออกมา เธอก็คงจะคิดว่าเจ้าตัวน้อยนี้ไม่ได้ใส่ใจกับคำชมไปแล้ว...

 

“ขอบคุณเจ้านายที่เข้าใจ เรื่องการทดสอบอื่นๆจะรีบดำเนินการต่อไปให้แล้วเสร็จ ไม่ให้เกิดความล่าช้าแน่นอน”

 

“อืม ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนด้วยก็แล้วกัน ส่วนเรื่องการผสมน้ำธรรมดากับน้ำพุก็ใช้ให้คนอื่นดูแลต่อไปได้เลย ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าทุกเรื่องก็ได้ เจ้าถือเป็นทรัพยากรที่หาได้ยากของฉันแล้ว...”

 

“.............” ยิ่งได้ยินเช่นนี้ หนูทองลายขาวตัวน้อยก็เกือบจะกระโดดตัวลอยไปเสียแล้ว

 

​ตัวมันไม่ได้เป็นราชาหนู ไม่ได้เป็นองค์รักษ์หนูด้วยซ้ำ เพราะสภาพร่างกายและความแข็งแกร่งของมันเทียบกับนักสู้โดยกำเนิดพวกนั้นไม่ได้เลย แต่โชคดีจริงๆที่มันสามารถทำประโยชน์อย่างอื่นได้

 

​ถ้าย้อนกลับไปได้ ตอนนั้นที่มันรับหน้าที่ในการเฝ้าติดตามพวกนักวิจัยแก่ๆ ก็จะไม่บ่นอีกแล้ว แต่จะตั้งใจเรียนรู้ให้มากขึ้น เผื่อว่าจะมีรูปแบบการศึกษาและทำความเข้าใจที่ดียิ่งกว่าเดิม...

 

​เมื่อได้ข้อมูลเพียงพอแล้ว ซูหยวนก็ออกจากพื้นที่ฟาร์มเพื่อพักผ่อนในกระโจมพักต่อ เมื่อเวลาเช้ามาถึง...สัญญาณที่พวกทหารเอาไว้เรียกระดมพลก็ดังขึ้น หญิงสาวเตรียมพร้อมอยู่ก่อนแล้ว นอกจากนี้คนของอาณาเขตอัศวินพันปีไม่ได้ใจร้ายต่อเธอด้วย ก่อนที่จะมีการระดมพลเช่นนี้...ก็มีข้ารับใช้เข้ามาจัดการเรื่องการแต่งตัวและเตรียมอาหารเช้าไว้ให้เธอแล้ว

 

​แม้ครั้งนี้เธอจะร่วมรบด้วย แต่ก็ยังถือเป็นแขกคนสำคัญเหมือนเดิม ดังนั้นจึงต้องดูแลไม่ให้ขาดตกบกพร่อง...

 

​การเดินทางเป็นไปอย่างยากลำบากตามที่คาดเอาไว้ นอกจากจะต้องขนอุปกรณ์ไปจำนวนมากแล้ว กำลังพลของพวกเขาที่เคลื่อนที่เป็นกลุ่มใหญ่ก็ทำให้มีปัญหาเรื่องเสบียงอาหารเช่นกัน การเตรียมการอย่างฉุกละหุกนี้ทำให้อาหารที่เตรียมไปได้ไม่สมบูรณ์นัก หลังจากนี้พวกเขายังต้องรอการส่งเสบียงอาหารมาให้หลังการขอความร่วมมือพิเศษไปยังอาณาเขตพันธมิตร ดังนั้นตอนนี้ทำได้แค่ต้องกินอาหารทั่วไปไปก่อน

 

​ถึงซูหยวนจะเรียกร้องอาหารดีๆได้ แต่ในเมื่ออัศวินพันปีและอัศวินแกะทองคำยังกินอาหารปกติเหมือนพวกทหาร ก็ไม่มีเหตุผลให้เธอเรียกร้องอะไรได้

 

​เธอมองผักและผลไม้กับเนื้อตากแห้งที่เป็นอาหารกลางวัน ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ไม่ใช่ว่าเธอรังเกียจอาหารที่มีเพียงเท่านี้ แต่...อาหารที่มี “เนื้อตากแห้ง” ของเธอ ถือเป็นอาหารหรูหราแล้ว พวกทหารไม่มีเนื้อตากแห้งชิ้นใหญ่เช่นนี้หรอก พวกเขาได้เพียง 1 ใน 5 ส่วนที่เธอได้เท่านั้น

 

​ดังนั้นแทนที่จะกินอาหารพวกนี้ ซูหยวนจึงเลือกที่จะโยนอาหารสังเคราะห์ที่นำติดตัวมาด้วยเข้าปากแทน อย่างน้อยๆตอนเช้าเธอก็ได้กินไปมากพอสมควรแล้ว รวมกับเมื่อคืนที่กินตอนคุยงานกับนักวิจัยตัวน้อยด้วย ถึงกลางวันก็ยังไม่ได้อยากอาหารขนาดนั้น ไว้รอกลางคืนเมื่อเข้าที่พักค่อยกินก็ได้

 

“รับนี่ไปแบ่งกันสิ” ซูหยวนบอกทหารองค์รักษ์ที่คุณชายห้าจัดมาดูแลเธอ พวกเขามีกัน 3 คน ด้วยเนื้อชิ้นนี้ก็น่าจะทำให้พวกเขากินอิ่มกระเพาะเพิ่มขึ้น

 

“นี่....คะ คงไม่ได้....” ทหารที่เห็นน้ำใจของเธอก็รีบยกมือโบกไปมา ยังไงก็ต้องปฏิเสธอยู่แล้วไม่ใช่หรือ? พวกเขาจะกล้ารับอาหารดีๆเช่นนี้มาได้อย่างไร

 

​ทว่า หลังพวกเขาปฏิเสธไป เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาแทน

 

“รับไปเถอะ” คนที่เข้ามาก็คือคุณชายห้านั่นเอง ไม่เพียงแค่เขาเป็นคนที่เข้าใจอันซูหยวนมากที่สุดในที่แห่งนี้ รู้ว่าเธอเป็นคนที่ตัดสินใจทำอะไรแล้วก็จะไม่เปลี่ยนใจง่ายๆ ดังนั้นแทนที่จะทำให้เธอหงุดหงิดไปกับการเสียเวลาโต้เถียง สู้รับของมาแล้วก็กินๆไปให้จบเสียยังจะดีกว่า

 

นอกจากนี้...เขาก็ยังเห็นว่าเธอโยนอาหารสังเคราะห์ที่ขึ้นชื่อจากเขตมลพิษของเธอเข้าไปแล้วด้วย สิ่งนั้นน่าสนใจมากจนทำให้เขาลุกมาพบเธอนี่ไงล่ะ

 

“นั่นคืออาหารสังเคราะห์หรือ?”

 

“อืม ใช่” ซูหยวนไม่ปฏิเสธเช่นกัน ดวงตาของคุณชายห้าเป็นประกายเล็กน้อย

 

“ยังมีของสิ่งนี้หรือไม่? ถ้าฉันอยากจะลองจะเป็นพิษไหม”

 

“แน่นอนว่ามี แล้วก็มีมากมายด้วย ยังไงก็เป็นของที่แบกมาโดยไม่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักอยู่แล้ว ส่วนเรื่องที่คุณจะกินได้ไหมนั้น...ขอบอกตามตรงว่ามันเป็นอาหารสังเคราะห์ที่ทำมาจากวัตถุดิบจากที่นี่ คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร”

 

“โอ้ อย่างนั้นหรือ? ถ้าอย่างนั้นฉันสามารถขอลองดูได้ไหม”

 

“ลอง?”

 

“ใช่ ถ้าหากครั้งนี้มันช่วยให้ฉันมีพลังงานเพียงพอกับการต่อสู้ เช่นนั้นในอนาคตก็อยากจะสั่งซื้ออาหารสังเคราะห์พวกนี้มาบ้าง ยังไงพวกเราก็ต้องต่อสู้ตลอดอยู่แล้ว แทนที่จะต้องขนอาหารไปจำนวนมากให้เป็นภาระ สู้เอาอาหารสังเคราะห์ขนาดเล็กจิ๋วพวกนี้ไปแทนยังจะดีกว่า”

 

“อืม....ก็นะ...” ซูหยวนไม่มีอะไรต้องปฏิเสธจุดดีนี้ ถ้าเทียบกับการขาดแคลนอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ได้ยินอาหารสังเคราะห์ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย ไม่อย่างนั้นพลังกายก็อาจจะฟื้นฟูไม่ได้เต็มที่ด้วย

 

​แม้ว่าการกินอาหารโดยตรงกับการเอาอาหารสังเคราะห์เข้าปากจะให้ความรู้สึกต่างกัน แต่...อาหารสังเคราะห์ถ้าใช้แค่ชั่วครู่ก็ไม่น่าจะทำให้ชีวิตกลายเป็นเรื่องน่าเศร้าขนาดนั้นใช่ไหม?

 

“ลองดูสิ” ซูหยวนมีน้ำใจมาก ถึงจะไม่ได้วางแผนสร้างกำไรมากมายจากการขายอาหารสังเคราะห์ เพราะของพวกนี้ขายในเขตมลพิษก็เต็มกำลังผลิตแล้ว ถ้าต้องขายให้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็คงต้องลงทุนครั้งใหม่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมเพื่อขยายโรงงาน นั่นถือเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับเธอมาก แต่ถ้าจะให้แบ่งออกมาขายให้เพื่อนๆก็ไม่มีปัญหาอะไร

 

​คุณชายห้ารับมา ไม่ได้สนใจท่าทางกังวลของทหารคนอื่นๆ เขาโยนอาหารสังเคราะห์เข้าปากแล้วกลืนมันเข้าไปทันที ตอนแรกคิดว่ามันอาจจะมีรสขม หรือมีรสแปลกๆ ปรากฏว่ามันไม่มีรสชาติอะไรเลย เหมือนกับกลืนน้ำลายเข้าท้องก็เท่านั้น

 

“มันค่อนข้างดีนะ”

 

“อืม” ซูหยวนโบกมือ เธอจะไปเข้าใจได้ยังไงว่า “อาหารสังเคราะห์” ธรรมดาๆที่เหมือนกับอาหารเสริมในโลกก่อนซึ่งบรรจุในแคปซูลจะทำให้คุณชายห้ากลัวเหมือนกับการที่ต้องกินยาขมเช่นนั้น หากรู้ก่อน...เธอคงแกล้งทายาขมเอาไว้ให้เขาแล้ว...

 

 …………………………………