LNCrawler

บทที่ 599 หนึ่งพันหรือ? (อ่านฟรี 25 ต.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 599 หนึ่งพันหรือ? (อ่านฟรี 25 ต.ค. 69)

บทที่ 599 หนึ่งพันหรือ?

 

“เรื่องนั้นไม่จำเป็นต้องขออนุญาตท่านพ่อก็ได้ เตาหลอมมีเหลือทิ้งไว้จำนวนมาก อีกอย่าง...นอกจากการจุดเตาขึ้นมาที่ต้องใช้พลังมากแล้วก็แทบจะไม่มีอะไรที่ต้องห่วงอีก การเคลือบสารไม่ได้ยุ่งยากอะไร เพียงแค่ไม่อาจปล่อยให้ของเหลวพิเศษนั้นแข็งตัวก่อนที่จะเอาอุปกรณ์ออกมาก็เท่านั้น มีแค่การรักษาไฟให้ร้อนอยู่เสมอก็พอแล้ว”

 

“โอ้ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่นับเป็นปัญหาอะไร” หากพูดเรื่องไฟแล้ว ไม่ใช่เธอมีผู้ช่วยในการจุดไฟที่ยอดเยี่ยมอยู่หรอกหรือ? ไหนๆเจ้าไก่ลาวาพวกนั้นก็ฝึกฝนกันมาอยู่เสมอแล้ว เช่นนั้นก็ให้พวกมันมาช่วยจุดไฟ เพิ่มความร้อนด้วยก็แล้วกัน

            

สองคนพูดคุยกันอีกไม่กี่ประโยค ซูหยวนก็ได้รับอนุมัติให้ทำตามใจปรารถนา ส่วนฟ่งฟู๋น่ะหรือ?....ตอนนี้เธอมองคุณชายของตนเองด้วยสายตาผิดหวังแล้ว 

            

เธอไม่คิดว่าคุณชายจะเอาใจผู้หญิงคนนี้มากขนาดนี้ กระทั่งปล่อยให้เธอได้เล่นสนุกตามใจกับเตาหลอมเสียอีก แม้ว่าคงจะไม่เกิดความเสียหายใดๆกับเตาหลอม แต่มันก็ไม่ใช่สถานที่สำหรับเล่นอยู่ดี อีกอย่าง...สาเหตุที่เธอไปเชิญคุณชายห้ามาที่นี่ไม่ใช่เพราะอยากจะตามมาให้พวกเขาเอาอกเอาใจกันแบบนี้เสียหน่อย เธอต้องการเห็นคุณหนูผู้เอาแต่ใจคนนี้ถูกตำหนิและไม่มีความสุข

            

มันจะดีที่สุดถ้าคุณชายขอให้หญิงสาวออกไป แล้วลูกธนูทั้ง 5,000 ดอกนี้จะได้เอาไปให้ผู้อื่นใช้งาน น่าเสียดายที่มันไม่เป็นอย่างที่เธอคิด

            

อันซูหยวนไม่ได้สนใจผู้อื่น หลังได้รับอนุญาตแล้ว เธอก็ให้หนูทองลายขาวตามคุณชายห้าและฟ่งฟู๋ออกไป หญิงผู้นี้จะสอนวิธีการเคลือบสารให้เจ้าพวกหนูทองลายขาว เดิมทีคุณชายห้าจะให้ฟ่งฟู๋พาไปคนเดียว แต่เพราะซูหยวนรู้สึกว่าฟ่งฟู๋ไม่เต็มใจนัก ถ้าคุณชายห้าไม่ไปควบคุมให้ดี ประสิทธิภาพในการเคลือบสารคงจะไม่ดีด้วย

            

ไหนๆก็ไหนๆแล้ว สู้ให้ควบคุมอย่างระมัดระวังตั้งแต่แรกไปเลยคงจะดีกว่า เพราะฉะนั้นตอนนี้ หญิงสาวจึงอยู่ประจำจุดเพียงคนเดียว กว่าฟ่งฟู๋ที่มีใบหน้ามืดครึ้มจะกลับมา ซูหยวนก็ได้เตรียมสถานที่ของตนเองพร้อมแล้ว

            

เพื่อให้มีวิสัยทัศน์ในการโจมตีที่มากขึ้น ซูหยวนให้ตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ที่อยู่ใกล้ๆต่อไม้จนกลายเป็นหอคอยขนาดเล็กที่เน้นความสูงมากกว่าความแข็งแรง ในขณะเดียวกันกระบอกใส่ลูกธนูทั้ง 5,000 ดอกก็วางอยู่ข้างบนด้วย 

            

เดิมทีฟ่งฟู๋ก็หงุดหงิดกับการที่ต้องไปสอนสัตว์ร้ายประหลาดอย่างพวกหนูทองลายขาวตัวใหญ่มาอยู่ก่อนแล้ว พอเห็นว่าสถานที่ทำงานดีๆนี้ถูกหญิงสาวต่างเผ่าพันธุ์เปลี่ยนให้ทำงานยากลำบากมากกว่าเดิม ฟ่งฟู๋ก็ยิ่งมีสีหน้ามืดครึ้มมากขึ้น

            

ดูเอาเถอะว่าอีกฝ่ายทำเรื่องเหลวไหลอะไรไปบ้าง แม้ว่าการทำหอคอยพวกนี้จะไม่ได้ขอให้เธอช่วยเหลือใดๆ แต่อย่าลืมว่าฟ่งฟู๋คนนี้ต้องทำหน้าที่สนับสนุนการโจมตีของอีกฝ่ายอยู่ ถ้าหากต้องการอุปกรณ์ใดๆ เธอก็ต้องเรียกใช้ตนเองแน่ ทว่าเมื่อถึงตอนนั้นจริง หอคอยที่ไม่มีบันไดให้ขึ้นนี้...เธอจะเอาอะไรไปช่วยสนับสนุน

 

“คุณหนู คุณหนูต้องใช้หอคอยในการต่อสู้หรือไม่ ถ้าไม่จำเป็นจะสามารถเอาออกได้หรือไม่? หรือถ้าจำเป็นต้องใช้ เช่นนั้นฉันจะไปเอาหอคอยโจมตีที่ได้มาตรฐานมากกว่านี้มาให้ คุณหนูโปรดรอสักครู่....” 

 

ฟ่งฟู๋ไม่ใช่คนไร้สมอง ต่อให้เธอจะไม่ชอบใจขนาดไหนก็รู้ดีเลยว่าฐานะของตนเองไม่ได้มีสิทธิที่จะต่อว่าอีกฝ่าย เธอทำได้แค่ต้องยอมรับความโชคร้ายของตนเองที่ต้องมาดูแลคุณหนูเอาแต่ใจที่ต้องการสร้างผลงานให้เป็นที่จดจำ เพื่อที่เมื่อเปิดเผยความสัมพันธุ์กับคุณชายห้าแล้วจะไม่ถูกต่อต้านมากนัก

 

คุณชายห้าในอาณาเขตของตน แม้จะไม่ได้เป็นผู้สืบทอด แต่เขาได้กลายเป็นผู้วิวัฒนาการระดับสูงกลายพันธุ์ในรูปแบบพิเศษแล้ว หรือต่อให้ไม่ได้เกิดเรื่องนั้นขึ้นมา การวางตัวที่ดีของเขาก็ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ชื่นชอบเขาอยู่ดี ต่อให้ไม่มีสิทธิไปยุ่งกับการเลือกคู่ครองของคุณชายห้า แต่ถ้าประชาชนพร้อมใจกันไม่ยอมรับ สตรีจากต่างบ้านต่างเมืองคนนี้จะยังอยู่ได้อย่างไร

 

สุดท้ายความคิดของชาวเมืองและพวกขุนนางก็มีผลสำคัญมาก ดังนั้นเธอเข้าใจและยอมรับได้ ทว่า...เธอแค่รู้สึกว่าสตรีผู้นี้เรื่องมากเกินไป ช่าง..ทำตัววุ่นวายเสียจริง

 

“ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นหรอก ถ้ากังวลว่าจะขึ้นมาช่วยฉันในการต่อสู้ไม่สะดวก เรื่องนั้นไม่ต้องกังวลไป แค่ตั๊กแตนพวกนี้ก็พอแล้ว เธออยู่ข้างล่าง แค่รอรายงานเรื่องสำคัญที่ทางท่านอัศวินต้องการแจ้งให้ฉันรู้ก็พอ”

            

ซูหยวนไม่ได้สร้างปัญหาให้อีกฝ่าย เธอบอกกับฟ่งฟู๋โดยตรง ให้ทางนั้นไม่ต้องกังวลใจการต่อสู้หลังจากนี้ เพราะซูหยวนเองก็คิดว่าการร่วมมือกับคนที่รู้ใจกันอยู่แล้ว ดีกว่าการที่ต้องอธิบายแผนของตนเองในทุกๆขั้นตอน แบบนั้นจะเสียเวลาเธอมากเกินไป

            

ยังไม่ทันที่ฟ่งฟู๋จะได้พูดมากกว่านี้ ตอนนั้นสัญญาณแดงก็โบกสะพัดมายังทิศทางของอันซูหยวน บ่งบอกว่าตอนนี้คือเวลาที่ต้องเริ่มโจมตีระยะไกลแล้ว

            

ทันทีที่ได้รับสัญญาณนี้ เหล่าผู้สนับสนุนก็เริ่มลงมือโจมตีทันที ลูกธนูมากกว่าร้อยดอกถูกปล่อยออกไป พวกมันพุ่งผ่านหัวของอันซูหยวนไปข้างหน้าซึ่งมีความเร็วสูงมาก อย่างไรก็ตาม แม้จะเห็นแบบนั้น แต่หญิงสาวไม่ได้รีบร้อนมากนัก เธอค่อยๆบรรจุลูกศรในมือเข้ากับคันธนูประจำตัวของตนเอง

            

จนกว่าลูกธนูทั้งหมดจะลอยออกไปจนเกือบครบ นับรวมแล้วน่าจะได้เกือบ 200 ดอก ซึ่งถือเป็นจำนวนการโจมตีครั้งแรกที่พร้อมกันสูงในระดับที่รับได้

            

อย่าลืมว่าผู้ที่มีทักษะในการโจมตีระยะไกลมากเช่นนี้ไม่ได้หาเจอได้ง่ายนัก แม้แต่ทหารของอัศวินพันปีเองก็ตาม ด้วยจำนวน 200 ลูกดอกนี้ก็แทบจะเป็นการนำนักธนูฝีมือดีจำนวนมากออกมาแล้ว เมื่อเห็นการโจมตีระลอกแรกเกือบจะจบลง อัศวินพันปีและอัศวินแกะทองคำที่คอยสั่งการอยู่ก็เตรียมที่จะใช้แผนถัดไป 

            

จากการคำนวณของพวกเขาในอีกประมาณ 2 วินาทีหลังจากนี้ ลูกธนูทั้ง 200 ดอกจะตกลงบนพื้นที่ของปีศาจอเวจีซึ่งอาจจะพรากชีวิตของพวกมันได้จำนวนหนึ่งในขณะที่พวกมันยังไม่ทันตั้งตัว ทว่าด้วยการโจมตีนี้ พวกมันก็จะรู้ตัวแล้วว่ามีศัตรูกำลังเตรียมจะโจมตีตนเองอยู่ ทำให้หลังจากนี้จะเป็นการยากที่จะลงมือ แผนต่อไปของพวกเขาย่อมเป็นการระดมโจมตีจำนวนมากทั้งจากการยิงระยะไกลที่สนับสนุนและการโจมตีระยะประชิด ไม่รอให้พวกมันวางแผนการรับมือที่ดีได้

            

ตอนนั้นเอง จู่ๆลูกธนูมากกว่า 1,000 ดอกก็ถูกปล่อยออกไปด้วยความเร็วสูง พวกมันมีความเร็วสูงมากจนทำให้แทบจะไปอยู่ในตำแหน่งเดียวกับลูกธนูทั้ง 200 ดอกก่อนหน้านี้แล้ว...

 

และใช่! นั่นคือลูกธนูที่อันซูหยวนปล่อยออกไปนั่นเอง เดิมทีฟ่งฟู๋ยังคิดว่า อันซูหยวนมีปฏิกิริยาตอบสนองช้ามาก เนื่องจากได้รับสัญญาณให้โจมตีแล้วแต่เธอยังไม่เริ่มลงมือ แต่ว่าตอนที่ฟ่งฟู๋กำลังผิดหวังอยู่นั้น อันซูหยวนก็โจมตีออกไปโดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัวแล้ว

 

สิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือ ทักษะการใช้ธนูของอันซูหยวนดีมาก การยิงด้วยจำนวนกว่าพันดอกในครั้งเดียวไม่ใช่เรื่องง่าย แม้แต่ทหารระดับสูงที่ฟ่งฟู๋เคยเห็นมาก่อน ทั้งยังเคยร่วมสนับสนุนการโจมตีของพวกเขาก็ยังทำไม่ได้ในระดับนี้ ดังนั้นนี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สายตาของโค้งฝูงในการมองอันซูหยวนเปลี่ยนไป

 

อันซูหยวนลดมือของตนเองลง จากนั้นด้วยความเร็วที่แทบจะมองไม่เห็น เธอก็ยกคันธนูของตนเองขึ้นอีกครั้งพร้อมกันนั้นก็ปล่อยลูกศรออกไปอีกกว่าพันดอก แน่นอนว่าต่อให้มีความเร็วมากแค่ไหนก็คงไม่สามารถไปอยู่ในคลื่นการโจมตีครั้งแรกได้

 

แต่ระยะห่างจากคลื่นแรกจนถึงการโจมตีระลอกที่ 2 อีกกว่าพันดอกนี้ก็ห่างกันแค่ 2 วินาทีเท่านั้นนี่แทบจะเหมือนเป็นการโจมตีระลอกเดียวกันเลยด้วยซ้ำ 

 

ศัตรูไม่มีทางเคลื่อนไหวได้ทันท่วงที ดังนั้นความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจึงค่อนข้างสูง ... ถึงนี่จะเป็นแค่การคำนวณคร่าวๆของเหล่าอัศวินและไม่มีใครรู้ว่าลูกศรทั้ง 2000 กว่าดอกนี้จะปักเข้าที่ตัวของปีศาจอเวจีหรือไม่ แต่ด้วยจำนวนห่าฝนของลูกธนูพวกนี้ ย่อมสร้างความเสียหายและทำให้กองทัพของปีศาจอเวจีระส่ำระส่ายได้อย่างแน่นอน

 

ผู้ที่อยู่ในห้องบัญชาการได้แต่อ้าปากค้าง พวกเขามองหน้ากันเองด้วยความไม่เข้าใจ ลูกธนูทั้งสองพันกว่าดอกนี้ถูกยิงออกไปได้อย่างไร พวกเขามีคนที่สามารถโจมตีได้มากขนาดนี้เลยหรือ?

 

คิดไปคิดมา ในที่สุดอัศวินพันปีก็เข้าใจบางอย่าง ก่อนหน้านี้เจ้าห้า ผู้เป็นบุตรชายของเขาได้กล่าวเกี่ยวกับคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวไว้บ้าง บอกว่าเธอมีความสามารถในการโจมตีระยะไกลที่ยอดเยี่ยมมาก สามารถโจมตีออกไปครั้งเดียวได้เหมือนกับกำลังสร้างพายุฝน

 

และนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เขาเชิญคุณหนูผู้นี้มาที่อาณาเขตอัศวินอันปีของตนเอง เพื่อสนับสนุนการโจมตีกับกองทัพปีศาจอเวจีนี้

 

เดิมทีเขาไม่ได้คาดหวังมากนัก แค่รู้สึกว่าเจ้าห้าชอบและชื่นชมคุณหนูผู้นี้มาก หากเป็นไปได้ เขาเองก็อยากให้มีการพัฒนาความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างเจ้าห้าและคุณหนูผู้นี้มากขึ้น

 

เพราะอีกฝ่ายเป็นผู้ที่มีทรัพยากรที่น่าสนใจจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นผลึกเพิ่มพลังชีวิต หรือตอนนี้ที่เป็นที่พูดถึงกันมากอย่างอุปกรณ์ที่ได้รับการปรับแต่งอย่างดีแล้ว หากเธอแต่งเข้าเขตอัศวินพันปีจะต้องทำให้มีการพัฒนามากขึ้นในหลายๆด้านและหลายๆความหมาย..

 

แต่ว่าตอนนี้เขารู้แล้วว่าทำไมเจ้าห้าจึงชื่นชมอีกฝ่ายมากนัก แต่กลับมีความถ่อมตนมากเกินไป ปากบอกว่าตนเองยังไม่คู่ควรกับหญิงสาว ทั้งๆที่ในความคิดของเขา ลูกหลานของอัศวินพันปีมีอะไรให้ไม่คู่ควรกับคนอื่นด้วย ที่ผ่านมามีแต่ผู้อื่นเท่านั้นที่ไม่คู่ควร จนกระทั่งตอนนี้ที่เขาได้เห็นกับตาตนเอง ... 

 

“การโจมตีเมื่อครู่ใช่คุณหนูแห่งอัศวินของขาวหรือไม่” อัศวินแกะทองคำเอ่ยถามเพื่อยืนยันความคิดของตนเอง

 

ซึ่งอาจจะวินพันปีก็พยักหน้าตอบรับ เพราะเขาไม่มีทหารที่มีฝีมือระดับนี้ ย่อมไม่มีทางเป็นคนอื่นแน่นอน เมื่อยืนยันกันแบบนั้นแล้ว อัศวินแกะทองคำก็เผยสีหน้าพอใจมากขึ้น ดูเหมือนตอนนี้เขาจะคิดแผนดีๆที่ดียิ่งกว่าเดิมออกแล้ว

 

จากเดิมที่คิดว่าอาจจะต้องทหารของอัศวินพันปีจำนวนมากเพื่อเอาชนะในศึกนี้ แต่เมื่อมีการโจมตีที่ยอดเยี่ยมเมื่อครู่แผนการใหม่นี้อาจจะลดจำนวนผู้ที่ต้องเอาชีวิตไปแลกกับชัยชนะได้มาก ขาดก็แค่การตรวจสอบผลลัพธ์เท่านั้น

 

“ส่งคนไปตรวจสอบผลลัพธ์การการโจมตีเมื่อครู่โดยด่วนที่สุด ถ้าหากผลลัพธ์ออกมาดีฉันจะใช้แผนใหม่ในการเข้าโจมตีกับศัตรู แต่ถ้าออกมาตรงกันข้าม คงต้องขอให้คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวหยุดมือไว้ก่อนเพื่อรอเก็บไว้ใช้เป็นไพ่ลับในการโจมตีระลอกต่อไปแทน”

 

อัศวินแกะทองคำพูดอย่างนั้น ทหารที่รอรับคำสั่งอยู่ก็รีบร้อนออกไปทันที ไม่ว่าจะด้วยเพราะคำสั่งของอัศวินแกะทองคำ  หรือเป็นเพราะความอยากรู้อยากเห็นของเขาเองก็ตาม แต่ท้ายที่สุดผลลัพธ์ของการโจมตีนี้จะต้องรีบนำกลับมารายงานให้เร็วที่สุด

 

โชคดีที่ในสายตาของอัศวินแกะทองคำ ไม่มีบุคลากรคนไหนที่ไม่มีประโยชน์ต่อการทำสงคราม ต่อให้อันซูหยวนจะโจมตีโดยไม่มีประสิทธิภาพ แต่ความเร็วในการโจมตีและจำนวนลูกธนูที่สามารถยิงออกไปได้ เขายังสามารถปรับมาเป็นแผนใช้เพื่อข่มขู่ศัตรูหรือทำให้รูปแบบขบวนการเคลื่อนทัพของศัตรูเปลี่ยนไปได้ นั่นยังต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์และการสั่งการต่อไป

 

ส่วนถ้าการโจมตีของอันซูหยวนเมื่อครู่มีประสิทธิภาพมาก นั่นจะทำให้แผนอื่นๆของเขามีประสิทธิภาพในการต่อสู้มากขึ้นด้วย

 

ใช้เวลาเกือบ 5 นาที ในที่สุดทหารของอัศวินพันปีก็รีบกลับมาพร้อมกับรายงานฉบับย่อไม่กี่บรรทัด ซึ่งเป็นแนวหน้าที่ส่งกลับมาให้

 

สีหน้าของเขาทั้งตื่นตระหนก ตื่นเต้น ดีใจ และมีสายตาของความไม่อยากจะเชื่ออยู่ในนั้นด้วย แค่รับรู้ความรู้สึกของทหารผู้นี้ อัศวินพันปีและอัศวินแกะทองคำก็พอจะคาดเดาผลลัพธ์ได้บ้างแล้ว

 

ดูเหมือนการโจมตีเมื่อครู่นี้จะมีประสิทธิภาพดีไม่น้อยเลยสินะ....

 

อัศวินพันปีตื่นเต้นมากกว่าอัศวินแกะทองคำ เขาจึงเอ่ยถามออกไปก่อนโดยไม่รอให้อีกฝ่ายเริ่มต้นการรายงานด้วยตนเอง

 

“สามารถจัดการกับทหารของปีศาจอเวจีถึง 1,000 ตัวหรือไม่” คำถามที่เต็มไปด้วยความคาดหวังอันเกินจริงนี้ ทำให้ขุนนางและทหารจำนวนหนึ่งที่อยู่รอบๆเปลี่ยนสีหน้าไปบ้าง

 

พวกเขาอยากจะถามเหลือเกินว่าท่านอัศวินพันปีกำลังคาดหวังกับสิ่งใดอยู่ ให้คนที่โจมตีได้เป็นพันดอกในครั้งเดียวสามารถมีประสิทธิภาพในการสังหารมากถึงขนาดนั้นเลยหรือ?

 

สำหรับพวกเขาการโจมตีเช่นนี้น่าจะมีประสิทธิภาพแค่ใช้ในการปูพรมเพื่อให้ศัตรูแตกกระเจิงออกไปไม่เป็นท่ามากกว่า ส่วนการโจมตีล็อกเป้าก็ค่อยหวังพึ่งพาทหารพลธนูระดับสูงของอาณาเขตตนเองก็ได้แล้ว เพียงแค่ฝั่งตนมีหมากเพิ่มขึ้นมาหนึ่ง ขอแค่ 2 พันศรนี้โจมตีได้สัก 500 ตัวก็ถือว่าใช้ได้แล้ว ไม่จำเป็นต้อง 1,000 เลย

 

สีหน้าของทหารระดับสูงและพวกขุนนางว่าดูแปลกประหลาดแล้ว แต่สีหน้าของทหารผู้ไปรับรายงานกับดูแปลกยิ่งกว่า

 

เขามองกระดาษในมือสลับกับมองท่านอัศวินพันปีแล้วลอบกลืนน้ำลายลงคอเล็กน้อย ท้ายที่สุดก็พยักหน้ารับกลับไป

 

“ทะ ท่านอัศวิน คือว่า...แนวหน้ารายงานมาเกี่ยวกับผลลัพธ์การโจมตีระลอกแรกเมื่อครู่นี้ เอ่อ คือว่า.....มีปีศาจอเวจีกว่า 2,000 ตัวที่เกิดการระเบิดจากการถูกลูกศรโจมตี...”

 

“!!”

 

“!!”

 

“ห๊า!!!”

 

……………………………………