LNCrawler

บทที่ 601 มืดบอด (อ่านฟรี 27 ต.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 601 มืดบอด (อ่านฟรี 27 ต.ค. 69)

บทที่ 601 มืดบอด

 

ผลของการโจมตีก่อนหน้านี้ออกมาดีมาก อัศวินแกะทองคำที่รอฟังผลลัพธ์อยู่ก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ ดูเหมือนแผนการของเขาจะสำเร็จไปด้วยดีแล้วอีกหนึ่งขั้น ตอนนี้แค่ต้องรอดูว่าพวกปีศาจอเวจีจะมีความมั่นใจมากขนาดไหน .... ถ้าพวกมันยังมีไพ่ลับอยู่ในมือคงจะต้องรุกคืบต่อ แต่ถ้าพวกมันไม่มีอะไรเลย เช่นนั้นย่อมต้องถอยร่นกลับไปแน่!

 

และนั่นจะเป็นโอกาสที่พวกเขาจะไล่ต้อนเก็บพวกมันไปอีกจำนวนหนึ่งให้ได้ เพราะยิ่งสร้างความเสียหายให้กองทัพปีศาจอเวจีมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นผลดีสำหรับอนาคตมากเท่านั้น

 

ถ้าทำสำเร็จ กว่าที่กองทัพของปีศาจอเวจีจะฟื้นตัวได้อีกครั้ง ก็มีโอกาสที่อัศวินพันปีจะค่อยๆเก็บกวาดพวกมันได้ทีละเล็กทีละน้อยจนอาจจะทำให้กองทัพปีศาจอเวจีเหล่านี้ยอมแพ้แล้วกลายเป็นอาณาเขตหนึ่งของอัศวินพันปีก็ได้

 

ดีไม่ดีหากเห็นโอกาสจากการต่อสู้ครั้งนี้ เขาอาจจะวางแผนเพื่อพิชิตปีศาจอเวจีไปพร้อมๆกับอัศวินพันปีเลยก็ได้ อย่างไรเสีย ... พวกมันก็จ้องจะหาเรื่องกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์อยู่แล้ว ถ้าไม่จัดการพวกมันให้จบสิ้นในครั้งเดียวย่อมต้องมีมาสร้างปัญหาในอนาคตอีกแน่นอน

 

สำหรับเรื่องที่คิดถึงนี้ยังไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นต้องรีบร้อนอะไร ตอนนี้แค่ต้องจัดการกับสงครามใหญ่ให้เสร็จก่อน ...

 

อัศวินแกะทองคำยังไม่ได้ออกคำสั่งให้อันซูหยวนเพื่อโจมตีระลอกต่อไป ไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่องจำนวนของธนูไม่เพียงพอเท่านั้น แต่ยังมีแผนการที่จะเล่นกับจิตใจของพวกปีศาจอเวจีด้วย ปล่อยให้พวกมันจมอยู่กับความเงียบไม่รู้ว่าพวกเขาจะเล่นอะไรด้วย ให้พวกมันคิดกันไปเอง สุดท้ายการคิดไปเองอาจจะน่ากลัวกว่าการที่ถูกโจมตีอย่างหนักก็เป็นได้ สิ่งนี้เรียกว่าสงครามจิตวิทยาอย่างไรล่ะ!!

 

แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ...ทางฝั่งของปีศาจอเวจีหลังจากที่ถูกโจมตี 2 รอบติดกัน โดยสูญเสียทหารไปเกือบ 5,000 นาย พวกมันก็ต้องรีบประชุมเร่งด่วนเพื่อหาทางรับมือต่อไปแล้ว

 

พวกปีศาจอเวจีพวกนี้มีความฉลาดมาก ก่อนหน้านี้พวกมันส่งปีศาจอเวจีระดับต่ำไร้สติปัญญาเพื่อมาก่อกวนบริเวณรอบๆเขตบาเรียอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้ฝั่งอัศวินพันปีมีการเตรียมความพร้อมมากเกินไป ปล่อยให้พวกเขาทยอยใช้อุปกรณ์และทรัพยากรออกมาจำนวนมาก

 

ส่วนตนเองนอกจากจะไปเก็บกว่าทรัพยากรจากเผ่าพันธุ์ระดับต่ำที่อยู่รอบๆแล้ว ก็ยังทุ่มเทไปกับการฝึกฝนและเก็บชิ้นส่วนพลังของพวกปีศาจอเวจีระดับต่ำมาเพื่อยกระดับให้ตนเองด้วย

 

โดยชิ้นส่วนของปีศาจอเวจีระดับต่ำพวกนั้น....แท้จริงแล้วก็เป็นทหารของอัศวินพันปีที่จัดการให้นั่นเอง! ถือว่าเป็นการยิงปืนครั้งเดียวได้นก 2 ตัวเลย 

 

เท่ากับว่าเป็นแผนการที่ดีเสมอมา ดังนั้น ในครั้งนี้...เมื่อพวกเขาตัดสินใจว่าจะทำสงครามครั้งใหญ่แล้ว ย่อมต้องมีความมั่นใจมาก

 

จากแผนการที่ผ่านมา เชื่อว่าอัศวินพันปีไม่ได้มีเวลาเตรียมพร้อมนัก และพวกตนก็มีระดับเพิ่มสูงขึ้นแล้ว ขอเพียงเร่งระดมโจมตีออกไป เงื่อนไขที่ปีศาจอเวจีอยู่เหนือกว่าเช่นเรื่องเพลิงอเวจีที่จะทำลายอวัยวะของพวกทหารในเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ใช่แค่คนของเขตอัศวินพันปีเท่านั้น ก่อนหน้านี้อัศวินพันปีเคยทำสงครามใหญ่กับพวกตนมาก่อนและเรียกให้ทหารของอาณาเขตอื่นๆมาเป็นกำลังเสริม สุดท้ายก็มีค่าเท่ากันนั่นแหละ!!

 

แผลที่เกิดจากเพลิงอเวจีของพวกเขาเป็นเหมือนจุดตายของพวกนั้น ขอแค่โจมตีโดนเล็กๆน้อยๆ แผนนี้ก็ไม่อาจจะรักษาได้แล้ว 

 

นี่ถือเป็นเงื่อนไขที่ทำให้การต่อสู้ง่ายขึ้น ขอแค่พวกเขาเคลื่อนกองทัพไปใกล้กับเขตบาเรียให้ได้มากที่สุด ที่เหลือก็ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม ที่พวกแม่ทัพปีศาจอเวจีไม่ได้คิดถึงเลยก็คือ....ยังไม่ทันที่พวกเขาจะสามารถเคลื่อนทัพออกไปได้ไกล การโจมตีที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้แค่ 2 รอบก็สามารถเอาชีวิตทหารของพวกเขาไปจำนวนมากแล้ว!!

 

ตอนนี้แนวหน้า 5,000 กว่าตนถูกระเบิดตายไปแล้ว กองทัพนี้แม้จะบอกว่ามีจำนวนมาก แต่จริงๆก็นำมาเพียง 70,000 ตนเท่านั้น 

 

นี่เป็นจำนวนของปีศาจอเวจีที่ยกระดับจนมีสติปัญญาแล้ว ยังมีพวกปีศาจอเวจีที่ยังไม่ได้ยกระดับสติปัญญาที่จะเป็นด่านหน้าเข้าประชิด แต่พวกเขามีแผนจะเรียกพวกมันมารวมตัวกันหลังจากเข้าใกล้พื้นที่แล้ว นี่หมายความว่า...ถ้าไม่อาจจะเข้าพื้นที่ได้ ปีศาจอเวจีไร้สติปัญญาที่อยู่ทุกหนทุกแห่ง รวมตัวกันแล้วน่าจะมากกว่า 50,000 ตน หรืออาจจะมากกว่านั้นก็ไม่มีความหมาย เช่นนั้นสงครามนี้จะทำอย่างไรต่อไป...

 

แม้ว่าการตายของพวกเขาก็เหมือนกับการที่จะช่วยยกระดับพวกเดียวกันเอง เพราะหลังจากการตายแล้วก็จะเอาชิ้นส่วนมาใช้ประโยชน์ในการยกระดับพวกพ้องทหารด้วยกันได้ แต่...ตอนนี้พวกเขาไม่ได้ต้องการชิ้นส่วนในการยกระดับ หากแต่ต้องการกำลังพลที่จะเข้าประชิดมากกว่า!!

 

“พวกเราจะเอาอย่างไรต่อไปดี หากต้องการจะโจมตีต่อไป เช่นนั้นก็ไม่รู้เลยว่าพวกมันยังสามารถโจมตีเหมือนกับก่อนหน้านี้ได้หรือไม่?”

 

“เหอะ! ในความคิดของข้า พวกมันควรจะโจมตีได้ดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ อย่าลืมว่าระยะห่างขนาดนี้แล้วยังถูกโจมตีได้อย่างแม่นยำ ไม่เหมือนกับการโจมตีปกติเลย ดูท่าแล้วพวกมันคงจะใช้ยอดฝีมือในการยิงธนูที่พวกเราไม่เคยเห็นมาก่อน”

 

“อืม นั่นน่ะสิ ถ้าไปต่อก็มีแต่จะเสี่ยงตายกันเท่านั้น....แต่ถ้าจะให้ถอยทัพ เช่นนั้นท่านราชาปีศาจ....” เมื่อพูดถึง “ราชาปีศาจ” สีหน้าของทหารปีศาจอเวจีระดับสูงก็เปลี่ยนไป

            

พวกเขาไปข้างหน้าก็ไม่ได้ แถมถอยหลังกลับตอนนี้ก็อาจจะไม่ได้ด้วยซ้ำ เช่นนั้น...พวกเขาจะทำอย่างไรต่อไปได้ ยังจะทำอะไรต่อไปได้อีก!!

            

ในขณะที่พวกทหารปีศาจระดับสูงประชุมกันอย่างเคร่งเครียดอยู่นั้น ทหารผู้หนึ่งก็วิ่งเข้ามาในถ้ำที่พวกเขาใช้เป็นสถานที่บัญชาการ ซึ่งเตรียมเอาไว้นานแล้ว โดยจะเว้นระยะประมาณ 5 กิโลเมตร เพื่อใช้เป็นฐานในการบัญชาการหากมีการทำสงครามใหญ่เช่นนี้

            

ถ้ำถูกบุกรุกโดยทหารผู้นั้น ทุกคนที่กำลังพูดคุยกันอย่างกดดันก็เงยหน้าไปมอง เห็นผู้มาใหม่ที่สีหน้าตื่นตระหนก คิ้วของพวกเขาก็ยิ่งขมวดมุ่นมากขึ้น

 

“มีอะไร!”

 

“ท่านแม่ทัพเกิดเรื่องใหญ่แล้ว ตอนนี้...ตอนนี้ข้างนอกนั่น ทหารที่รับหน้าที่ในการรวบรวมชิ้นส่วนเพลิงอเวจีจากพวกที่ตายแล้วต่างก็กลับมามือเปล่ากันทั้งนั้น พวกมันบอกว่าไม่เห็นชิ้นส่วนปีศาจอเวจีเลย!”

 

ได้ยินคำพูดของพวกมัน เหล่านายพลเเละเเม่ทัพก็อ้าปากค้าง ระหว่างที่พวกเขามีคำสั่งให้ตั้งทัพก็ให้พวกทหารเดนตายไปรวบรวมทรัพยากรกลับมา

 

หากบอกว่าชิ้นส่วนของปีศาจอเวจีที่รวบรวมก่อนหน้านี้สามารถยกระดับปีศาจอเวจีตนอื่นๆได้ แต่อย่าลืมว่านั่นเป็นชิ้นส่วนที่ได้จากปีศาจอเวจีระดับต่ำที่ไม่มีแม้แต่สติปัญญาด้วยซ้ำ ดังนั้นชิ้นส่วนของปีศาจอเวจีที่เป็นทหารซึ่งสูญเสียไปเมื่อครู่จำนวน 5000 กว่าตนนั้น ย่อมมีระดับสูงมากกว่าอย่างแน่นอน และนั่นก็ทำให้พวกเขาไม่อาจสูญเสียมันไปได้ แม้ว่าจะยังอยู่ในสนามรบที่อันตรายก็ตาม

 

ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ตอนนี้ก็ไม่มีชิ้นส่วนของ ทหาร ปีศาจอเวจี ที่พึ่งระเบิดตายไปอีก แล้ว นี่หมายความว่าอย่างไรมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่หากจู่จู่ไม่มีชิ้นส่วนพวกนี้ท่านราชาปีศาจที่รอฟังผลลัพธ์ของการต่อสู้จะคิดอย่างไรเชื่อเถอะว่าศรีษะของทหารระดับสูงที่นี่คงไม่ไม่อาจรักษาไว้ได้อีกแล้ว

 

“ไปตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้นเดี๋ยวนี้! ไม่ว่ายังไงก็ต้องเอาชิ้นส่วนของปีศาจอเวจีกลับมาให้ได้!! ถ้าไม่อย่างนั้นพวกแกก็ไม่ต้องกลับมา แบบยังมีชีวิตอยู่อีกต่อไป!!!”

 

ผู้นำกองทัพออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว เขาไม่เชื่อหรอกว่าเพียงพริบตาเดียว ชิ้นส่วนของปีศาจอเวจีเหล่านั้นจะหายไปทั้งหมด นี่จะต้องเป็นฝีมือการลักลอบขโมยทรัพยากรของทหารในกองทัพของพวกเขานี่แหละ!! ไม่อย่างนั้นคงไม่อาจทำได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้

 

เมื่อสั่งออกไปอย่างนั้นแล้ว เขาก็ยังกวาดตามองไปรอบๆห้อง จ้องตากับพวกทหารระดับสูงทั้งหลาย หากมีการวางแผนขโมยทรัพยากรจริงๆก็ต้องมีคนในนี้ที่อยู่เบื้องหลัง หรือไม่ก็มีส่วนรู้เห็นด้วยเป็นแน่ 

 

เขาไม่เชื่อหรอกว่าจะมีแค่ทหารระดับต่ำพวกนั้นที่ลงมือเอง หรือไม่มีเส้นสายใดๆ จากพวกทหารระดับสูงที่อยู่ด้วยกันนี้!!

 

“ท่านแม่ทัพ ท่านมองพวกเราด้วยสายตาแบบนั้นทำไมหรือ? คงไม่ได้คิดว่าพวกเรากำลังวางแผนอะไรลับหลังท่านหรอกใช่ไหม”

 

“ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาระแวงกันเอง ท่านแม่ทัพอย่าลืมว่าพวกเราก็เข้ามาในห้องสั่งการพร้อมๆ กับท่าน ตอนอยู่ในสนามรบก็อยู่ใกล้ๆกัน ไม่มีช่วงเวลาไหนเลยที่พวกเราจะเอาไปใช้ลอบสั่งการอะไรเช่นนั้น”

 

“จริงด้วยท่านแม่ทัพ ถ้าท่านถูกท่านราชาปีศาจอเวจีสั่งลงโทษเพราะทรัพยากรเหล่านี้ถูกขโมยไป แล้วท่านคิดว่าพวกเราจะไม่โดนด้วยหรือ สุดท้ายพวกเราทำเรื่องแบบนั้นก็ไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลย มีแต่จะต้องเสียหายไปด้วยกันเท่านั้น”

 

“ใช่แล้วท่านแม่ทัพ ท่านจะต้องพิจารณาเรื่องนี้ให้ดี ข้าไม่คิดว่าหนึ่งในพวกเราจะก่อเรื่องขึ้นหรอก”

 

“สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ข้ากลับคิดว่าเป็นฝีมือของพวกทหารจากเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ลงมือมากกว่านะ...”

 

“อืม ข้าก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน! สถานการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ก็ทำให้ข้ารู้สึกเหนือความคาดหมายไปแล้ว ถ้าจะเกิดอะไรที่น่าประหลาดใจอีก ก็เชื่อว่ามีโอกาสที่จะเป็นฝีมือของพวกมันเหมือนกัน”

 

“การต่อสู้ของพวกมันเปลี่ยนไปมาก ไม่รู้เลยว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับนี้ได้อย่างไร ก่อนหน้านี้พวกเราส่งปีศาจอเวจีที่ไร้สติปัญญาเพื่อมาเก็บข้อมูลเป็นเวลานาน แม้ระดับของพวกมันจะสูงขึ้นแต่ก็ไม่อาจเทียบกับระดับของพวกพวกเราได้เลย แล้วทำไมตอนนี้จึงมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้นได้ พวกเราคงไม่ได้.....ถูกพวกมันหลอกมาตลอดใช่หรือไม่?”

 

“เจ้าจะบอกว่าก่อนหน้านี้พวกมันไม่ได้ใช้กำลังทั้งหมดอย่างนั้นหรือ เช่นนั้นพวกมันจะปล่อยให้อัศวินของพวกมันต้องตายเพียงเพราะต้องการเก็บความลับอย่างนั้นหรือ?? ข้าไม่เชื่อแบบนั้นเด็ดขาด” 

 

ท่านแม่ทัพยังคงปฏิเสธความคิดนี้ แม้เขาเองก็จะคิดว่ามันเป็นไปได้เช่นกัน เพียงแต่....จะให้ยอมรับว่าพวกเขาถูกหลอกมาตลอด แล้วตนเองก็เป็นผู้เสนอท่านราชาปีศาจอย่างมั่นใจว่าจะจัดการพวกมันได้ง่ายๆ เช่นนั้นแล้ว....นี่จะไม่ทำให้เขาต้องขายหน้า ขายหน้ากันทั้งตระกูลแม่ทัพหรอกหรือ?!!

 

“แล้วจะมีเหตุผลอะไรอีกที่จะอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้? ท่านแม่ทัพลองคิดว่าทำไมจึงเกิดสถานการณ์นี้ขึ้น จู่ๆจะบอกว่าภายในไม่กี่วัน พวกมันก็ยกระดับขึ้นไปจนพวกพวกเราไล่ตามไม่ทันแล้ว....นี่เป็นไปได้ด้วยหรือ?”

 

“เอาละๆ ทุกคนไม่ต้องวิวาทกันเอง ตอนนี้พวกเราต้องคิดอย่างจริงจังแล้วว่าจะหาทางเอาทรัพยากรกลับมาอย่างไร และอีกเรื่องก็คือ.....พวกเราจะยังไปข้างหน้าต่อหรือไม่?” 

 

ได้ยินคำถามนั้น พลทหารระดับสูงคนหนึ่งก็ส่ายหน้า ไม่มีความจำเป็นต้องพูดให้ดูดีเหมือนว่าพวกเขามีทางเลือกแล้ว เพราะจากที่พูดกันมาก่อนหน้านี้ มันก็ชัดเจนแล้วไม่ใช่หรือว่าพวกเขาถูกบังคับให้ต้องทำอย่างไร!

 

“เหอะ! ทั้งสองทางไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาคิดอีกแล้ว ตอนนี้ทรัพยากรก็ไม่มีแล้ว....ถ้ายังยอมแพ้กลับไปอีก ท่านราชาปีศาจก็คงไม่เก็บพวกเราไว้แน่นอน ทั้งยังมีพวกสารเลวตนอื่นๆที่อยากจะได้ตำแหน่งแม่ทัพและทหารระดับสูงใจจะขาด พวกเจ้ากลับไปแบบนี้มีแต่จะเข้าทางพวกมันก็เท่านั้นแหละ”

 

“แล้วพวกเราจะทำอย่างไร สู้ต่อไปโดยที่ไม่มีข้อมูลอะไรเลยงั้นหรือ? แบบนี้ไม่เท่ากับพวกเราส่งทหารจำนวนมากไปตายเพิ่มหรือ? ถ้าคิดแล้วว่าจะไม่มีผลลัพธ์อื่นอีกนอกจากความเสียหาย แล้วพวกเราก็ยังทำต่อไป....เชื่อว่าถ้าท่านราชาปีศาจรู้เข้า ท่านก็คงจะไม่มีวันยกโทษให้เลยก็ได้ หากยอมแพ้ตอนนี้ไม่แน่พวกเราอาจจะยังไม่ได้รับการลงโทษขั้นรุนแรง...”

 

“เหอ เหอ เหอ พวกเจ้าคิดในแง่ดีเกินไปแล้ว! คิดว่าถ้าพวกเราถอยทัพจริงๆ ทหารที่อยู่กับเราตอนนี้จะไม่สูญเสียอีกงั้นหรือ? ข้าไม่เชื่อหรอกว่าพวกอัศวินพันปีพวกนั้นจะไม่รีบร้อนลงมือทันทีที่เห็นพวกเราหันหลังน่ะ” พลทหารคนหนึ่งพูดเรื่องนี้ขึ้นมา สีหน้าของทุกคนก็ถอดใจอย่างมาก พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ...

 

“เฮ้อ นั่นก็จริง ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็มีแต่ต้องสู้แล้ว...”

 

“ใช่ ถ้าในเมื่อต้องสู้อย่างนั้นก็ต้องสู้ให้เต็มกำลังไปเลย”

 

“สู้ให้เต็มกำลังงั้นหรือ .... พวกเราจะสู้ให้เต็มกำลังกับอะไรล่ะ ตอนนี้แม้แต่ผู้ลงมือก็ยังไม่เห็นหน้าด้วยซ้ำ พวกเรายังไม่ได้เข้าใกล้บาเรียป้องกันของพวกมันเลย สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ก็แค่....การป้องกันไม่ให้ลูกศรพวกนั้นปักเข้าที่หัวของพวกเจ้าก็เท่านั้นเอง”

 

ยิ่งประชุม ยิ่งพูด ยิ่งหาแนวทางการรับมือ ก็ดูเหมือนจะมืดบอดในทุกๆด้าน....

 

ในขณะเดียวกัน ตอนนี้ทางอัศวินแกะทองคำก็กำลังรอดูท่าทีของปีศาจอเวจีว่าจะไปต่อหรือถอยหลัง เดิมทีเขาคิดว่าพวกมันคงจะตัดสินใจได้ในเวลาอันสั้น แต่ไม่คิดเลยว่าจะเกิดเรื่องในดินแดนของพวกมัน อย่างเช่น การที่จู่ๆ ชิ้นส่วนปีศาจอเวจีที่ตกตายก็หายไปทั้งหมด!

 

สิ่งนี้ทำให้ตัวเลือกในการถอยกลับของพวกมันเกือบจะกลายเป็นศูนย์ เพราะถ้ากลับไปเช่นนี้...ก็มีแต่ตายอย่างที่พวกมันคิดก็เท่านั้น

 

………………………………