LNCrawler

บทที่ 602 ยอมถอย? (อ่านฟรี 28 ต.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 602 ยอมถอย? (อ่านฟรี 28 ต.ค. 69)

บทที่ 602 ยอมถอย?

 

คนที่ลงมืออย่างอันซูหยวน เวลานี้เธอได้รับการแจ้งจากพวกไก่ลาวาที่เริ่มกินชิ้นส่วนปีศาจอเวจีเข้าไปแล้ว ถึงแม้จะมีแค่จำนวน 10 ตนเพราะเป็นพวกที่หนูทองลายขาวนักวิจัยน้อยอยากจะให้เข้าร่วมการทดลอง ดังนั้นผลลัพธ์จึงไม่ค่อยหลากหลายนัก

 

แต่โดยรวมแล้ว....ไก่ลาวาทั้ง 10 ตนก็ยกระดับขึ้นจริงๆ แถมยังมีพลังเพลิงที่บริสุทธิ์อย่างมากด้วย 

 

ความรุนแรงของมันจากตอนแรกเป็นสี่ต่อหนึ่งเมื่อเทียบกับปีศาจอเวจี ตอนนี้ก็เกือบจะได้ครึ่งหนึ่งของเพลิงปีศาจอเวจีแล้ว นับเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่อย่างแท้จริง แม้แต่อันซูหยวนก็คาดไม่ถึงว่าจะมีผลลัพธ์ที่ดีเช่นนี้

 

โชคดีที่แมลงกัดกินก็ยังคงเป็นแมลงกัดกิน ในเมื่อพวกมันกินน้ำแข็งได้อย่างสบายใจ ดังนั้นเพลิงอเวจีก็ไม่ได้มีปัญหาสำหรับพวกมันเลย ซูหยวนสั่งให้พวกมันเข้าไปในพื้นที่ของปีศาจอเวจีเพื่อรวบรวมทรัพยากรเหล่านี้ พวกมันก็ทำเสร็จในเวลาอันสั้น  จนทำให้พวกทหารปีศาจอเวจีที่เพิ่งตามมาเก็บเกี่ยวทรัพยากรไม่อาจมองเห็นชิ้นส่วนเหลือแม้เพียงชิ้นเดียว!

 

นอกจากนี้ ลูกธนูจำนวนมากก็เตรียมพร้อมแล้วเช่นกัน นอกจากธนู 25,000 ลูก ที่พวกทหารของอัศวินพันปีรวบรวมมาไว้ให้แล้ว ก็ยังมีลูกธนูที่หนูทองลายขาวเคลือบสำเร็จอีก 5,000 ลูก หมายความว่าตอนนี้ซูหยวนมีลูกศรอยู่ในมือ 30,000 ลูกศรแล้ว

 

ถ้าสามารถโจมตีทั้งหมดนี้ได้สำเร็จ ก็เท่ากับทำให้จำนวนทหารในกองทัพของปีศาจอเวจีลดไปเกือบครึ่ง เพียงแต่....ในสงครามจริงมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น....

 

แม้ว่าซูหยวนจะประสบความสำเร็จในการโจมตีแรกๆก็จริง แต่มันเป็นเพราะพวกปีศาจอเวจีไม่ได้เตรียมพร้อมการป้องกันมากนัก 

 

อีกอย่างพวกมันไม่ได้คิดว่าซูหยวนไม่จำเป็นต้องมองเห็นตัวของพวกมันโดยตรงจึงจะโจมตีได้ เธอสามารถระบุตัวตนของพวกมันผ่านการมองจุดสีแดงบนแผนที่ที่ระบบแสดงไว้ให้ ดังนั้นตราบเท่าที่พวกมันอยู่ในที่โล่ง จะซ่อนตัวใต้พุ่มไม้ เนินหิน หรืออื่นๆ เธอยังสามารถสังหารพวกมันได้ด้วยการโจมตีเดียว

 

แต่หลังจากนี้ เมื่อพวกมันสังเกตเห็นว่าเป้าหมายในการโจมตีมีแค่เป้าหมายที่อยู่บนที่โล่งแจ้ง ต่อไปพวกมันคงต้องหาที่ซ่อนให้มิดชิดเป็นแน่ และนั่นหมายถึงการโจมตีของเธอก็จะลดจำนวนลงด้วย

 

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ซูหยวนเท่านั้นที่รู้ แต่อัศวินแกะทองคำผู้วางแผนก็รู้ด้วยเช่นกัน เพียงแต่….เมื่อพวกทหารปีศาจอเวจีไม่เคลื่อนไหว พวกเขาก็เลยไม่รู้ว่าควรจะลงมือต่อไปอย่างไรดี 

 

แน่นอนว่าเวลาที่ยังว่างนี้ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่ได้ใช้ให้เป็นประโยชน์ หลายๆหน่วยก็เตรียมความพร้อมให้มากเท่าที่จะเตรียมได้ โดยเฉพาะหน่วยสนับสนุนก็เพิ่มการสนับสนุนให้อันซูหยวนเพื่อให้เธอสามารถโจมตีได้ถนัดมือมากขึ้น

 

หลังจากที่ทุกคนเห็นฝีมือการต่อสู้ของหญิงสาวแล้ว พวกเขาก็ยอมรับจากใจจริงและไม่เหลืออคติใดๆอีก ยิ่งได้เห็นว่านอกจากซูหยวนไม่เพียงแค่โจมตีได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่เธอยังให้สัตว์ร้ายที่เธอเลี้ยงดูช่วยกันทำงานหนักเพื่อเคลือบสารพิเศษให้กับลูกศรด้วย

 

พวกเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าตนเองช่างไร้ประโยชน์ยิ่งนัก!! โดยเฉพาะฟ่งฟู๋ ที่ตอนเเรกมีอคติมากจนเกือบจะไม่ยอมไปสอนงานพวก หนูทองลายขาวดีๆแล้ว

 

ถ้าไม่ใช่ตอนนั้นมีคุณชายห้าอยู่ด้วย เธออาจจะสอนพวกมันทำงานอย่างส่งเดช เพราะไม่คิดว่ามันจะทำได้จริงตามที่คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวพูด

 

เอาเถอะ…เธอรู้สึกผิดมานานแล้ว จะรู้สึกผิดเพิ่มก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ทั้งหมดนั้นค่อยรอหลังจากสงครามนี้จบเธอจะคุกเข่าขอโทษคุณหนูอันซูหยวนจากใจจริงอีกครั้งเอง…..

 

ผ่านไปเกือบ 1 ชั่วโมง ในที่สุดก็เหมือนว่าทหารระดับสูงของปีศาจอเวจีจะคิดได้แล้วว่าควรทำอย่างไรต่อไป กองทัพของปีศาจอเวจีก็เริ่มเดินหน้าขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้พวกมันให้พลทหารที่ถือโล่ก้าวขึ้นนำหน้า ในขณะเดียวกันก็ให้ทหารทั้งหมดเคลื่อนไหวโดยแยกกันไป 

 

ครั้งนี้ พวกมันไม่เคลื่อนไหวบนที่โล่งหรืออาศัยเพียงทุ่งหญ้าอเวจีในการซ่อนตัวอีกแล้ว เพราะรู้ดีว่ามันไม่มีประโยชน์อะไร แทนที่จะซ่อนในทุ่งหญ้าเหล่านั้น พวกเขาเลือกที่จะเคลื่อนกำลังพลใต้โขดหินแทน ซึ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันมากกว่า

 

หญิงสาวที่รอคำสั่งอยู่ ได้รับคำถามจากท่านอัศวินแกะทองคำทันทีเกี่ยวกับการโจมตีศัตรูที่ซ่อนตัวอยู่ได้โขดหินว่ามีประสิทธิภาพมากขนาดไหน ซูหยวนเอง...แม้จะมีพลังในการโจมตีได้แม่นยำมาก แต่ถ้าต้องควบคุมลูกศรกว่าพันดอกให้คดเคี้ยวเพื่อไล่โจมตีให้โดนตัวของศัตรูก็ค่อนข้างยาก

 

แน่นอนว่าถ้าลดจำนวนการโจมตีลง เธอก็ยังมั่นใจว่าจะทำได้ แต่การลดการโจมตีนั้นหมายถึงจากระดับหลายพันลูกศรเหลือเพียงหลักร้อยเท่านั้น

 

เมื่ออัศวินแกะทองคำได้รับคำตอบนี้ เขาก็ค่อนข้างพอใจเลยทีเดียว .... ศัตรูซ่อนตัวอยู่ใต้โขดหิน เดินมาอย่างยากลำบากย่อมทำให้การเคลื่อนกำลังพลเป็นไปอย่างล่าช้า จากนั้นยังไม่ทันจะเคลื่อนไหวได้มากนักก็ถูกซุ่มโจมตีอีกครั้ง แบบนี้เขาไม่เชื่อหรอกว่าพวกปีศาจอเวจีจะยังกล้ามาข้างหน้าไปตลอด ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องมีการเปลี่ยนแผนการแน่!!

 

ตอนนี้ แผนการของอัศวินแกะทองคำยังหวังพึ่งแค่ฝีมือการโจมตีของอันซูหยวนเท่านั้น มันจะดีที่สุดถ้าใช้เพียงการโจมตีระยะไกลแต่ทำให้พวกกองทัพของปีศาจอเวจีหันหลังกลับได้ หลังจากนั้นก็ค่อยระดมโจมตีกลับไป….ความสูญเสียที่พวกทหารอัศวินพันปีจะลดลงไปมาก 

 

เพียงแต่เขายังกังวลเกี่ยวกับเงื่อนไขการใช้พลังของคนจากเขตมลพิษอยู่ เนื่องจากเป็นเรื่องใหม่ที่เขาไม่เคยศึกษามาก่อน แม้อันซูหยวนจะบอกว่าเธอไม่มีระยะเวลาคูลดาวน์หรือไม่มีช่วงเวลาที่ต้องเตรียมความพร้อมในการโจมตีแต่ละครั้ง แต่ท่านอัศวินแกะทองคำก็ไม่อยากใช้งานหญิงสาวผู้นี้หนักเกินไป 

 

เขากลัวว่าจะมีผลกระทบข้างเคียงและอาจทำให้กลายเป็นปัญหาในอนาคต ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างอัศวินหงส์ขาวและตัวเขาได้ 

 

ไม่สิ!! ยังไม่ต้องพูดถึงอัศวินหงส์ขาวเลย เพราะแค่ลูกสาวที่รักของเขารู้ว่าเขาทำอย่างไรในสงครามนี้ เธออาจจะโกรธและไม่คุยกับเขาไปหลายวันเลยก็ได้ นี่อาจจะเป็นเหตุผลหลักที่แท้จริงที่ทำให้เขายังไม่มองว่าอันซูหยวนเป็นเครื่องมือในสนามรบเท่านั้น….

 

คำสั่งใหม่มาถึงในเวลาไม่นานนัก อัศวินแกะทองคำต้องการให้ซูหยวนโจมตีเป็นระลอก โดยเว้นระยะห่างในการโจมตีประมาณ 5 นาที ระหว่างนั้นเขาจะส่งทหารโจมตีระยะประชิดเข้าไปลอบจัดการตอนที่กองทัพของปีศาจอเวจีกำลังสับสนด้วย

 

เมื่อพวกมันตั้งหลักได้ใน 5 นาที อันซูหยวนก็จะโจมตีอีกครั้งซึ่งทำให้พวกมันเหมือนผึ้งแตกรังได้อีกรอบ ทำเช่นนี้วนไปเรื่อยๆ น่าจะสามารถเร่งให้พวกมันถอยกลับได้

 

แผนการของเขาค่อนข้างดี หลังจากที่ซูหยวนโจมตีเป็นระลอกไปเพียง 5 ครั้งเท่านั้น พวกปีศาจอเวจีก็ไม่มีความมั่นใจที่จะเดินหน้าอีกต่อไป

 

ความเร็วของพวกมันช้ามาก ต่างก็ระแวงว่าจะถูกโจมตีมาแบบไหน จะจากลูกธนูหรือจะมีพวกทหารของอัศวินพันปีปรากฏขึ้นมา...

 

เมื่อกองทัพเป็นแบบนี้แล้ว ผู้นำกองทัพก็ย่อมต้องเห็นแน่นอนว่าไม่อาจจะเดินหน้าต่อไปได้อีก สุดท้ายก็มีคำสั่งให้ค่อยๆถอยกลับโดยต้องระวังหลังเอาไว้ด้วย

 

เมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญนี้ ในที่สุดทหารของอัศวินปีนับพันก็ปรากฏตัวทันที!! พวกที่ต้องการล่าถอยอยู่แล้วตกใจอย่างมาก พวกมันพยายามวิ่งหนีเหมือนผึ้งแตกรัง

 

แน่นอนว่าพูดเช่นนี้อาจดูเหมือนง่ายดาย แต่จริงๆแล้วไม่ได้ง่ายเช่นนั้น! เพราะสุดท้ายแล้วเพลิงอเวจียังคงเป็นปัญหาหลัก ทำให้ทหารของอัศวินพันปีไม่สามารถโรมรันโจมตีเข้าได้ครั้งเดียว แต่ต้องอาศัยการโจมตีอย่างระมัดระวัง ซึ่งนั่นเปิดโอกาสให้พวกปีศาจอเวจีหลบหนีไปได้เป็นจำนวนมาก 

 

ในตอนนั้น ทุกคนแม้แต่อัศวินแกะทองคำก็โล่งใจ คิดว่าฝั่งตนเองคงเอาชนะได้แล้ว น่าจะสร้างความเสียหายให้พวกกองทัพของปีศาจอเวจีได้จำนวนมาก แต่ที่เขาไม่ได้คาดคิดก็คือนักวางแผนของปีศาจอเวจีไม่ได้โง่เขลาเช่นกัน!! 

 

ตั้งแต่ที่พวกเขาคาดการณ์ได้ว่าจะมีทหารอัศวินพันปีเข้ามาตลบหลัง พวกเขาก็เตรียมแผนที่จะจัดการกับทหารเหล่านั้นแล้ว...

 

แม้ว่าตนเองจะต้องสั่งให้ถอยทัพ แต่ก็ต้องลากให้ทหารของอัศวินพันปีตกตายไปพร้อมกันด้วย! ทำให้มีความเสียหายมากขึ้นอีกหน่อย พวกเขาก็จะได้ลดโทษของตนเองลงไป

 

พูดให้ถูกก็คือ....ตั้งแต่แรกที่ส่งทหารระดับต่ำออกมา แท้จริงแล้วมันเป็นแผนการของพวกเขาเอง!

 

ล่อให้ทหารของอัศวินพันปีคิดว่าตนเองเอาชนะได้แล้ว จากนั้นก็เตรียมฆ่าพวกมันทิ้งได้!! ใครจะไปคิดว่าทหารที่อัศวินพันปีเตรียมไว้นั้นมีจำนวนมากเช่นนี้ นี่หมายความว่าอย่างไร? ย่อมต้องหมายความว่า ..... ผลงานของพวกเขาก็ต้องดูดีมากขึ้นด้วยน่ะสิ!!

 

ปี๊ด!!!!

 

ตอนที่ทหารของอัศวินพันปีกำลังไล่ล่าอย่างเมามันนั้นเอง เสียงแหลมคมของบางอย่างก็ดังขึ้น มองไปเห็นทหารของปีศาจอเวจีหลายตนก็ได้กระโดดขึ้นมาบนโขดหินแล้ว

 

จากนั้นก็เอาบางอย่างขึ้นมา เป่าจนเกิดเสียงแหลมคม ซึ่งพวกเขาไม่รู้เลยว่าเจ้าสิ่งนั้นคืออะไร แม้แต่อัศวินแกะทองคำก็ยังไม่รู้ด้วยเช่นกันว่าที่สนามรบแนวหน้าตอนนี้เกิดเรื่องแล้ว! เนื่องจากแนวหน้ายังไม่ทันมีเวลาที่จะแจ้งข่าวกลับมาก็เกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน

 

สิ้นเสียงเป่าของทหารปีศาจอเวจีนั้นเอง จู่ๆร่างของปีศาจอเวจีที่ไร้สติปัญญานับหมื่นนับพันต้นก็วิ่งเข้ามาล้อมรอบตัวพวกเขาไว้แล้ว!!

 

ณ ห้องบัญชาการของอัศวินพันปี

 

เนื่องจากสถานการณ์ทั้งหมดเป็นไปตามแผนพวกเขาจึงสบายใจกันอย่างมาก ตอนนี้ก็รอแค่ให้แนวหน้าไล่ตบตีพวกปีศาจอเวจีกันเท่านั้น 

 

หลังจากเสร็จภารกิจแล้วก็ค่อยมอบรางวัลให้พวกเขา ดังนั้น ตอนนี้ทุกคนจึงผ่อนคลายมาก กระทั่งเริ่มนำอาหารหลากหลายออกมารับรองผู้มีตำแหน่งสูงแล้ว

 

ตอนที่พวกเขากำลังสบายใจกันอยู่นั้นอันซูหยวนที่ได้รับสัญญาณให้หยุดยิงเนื่องจากแนวหน้ากำลังถมเข้าโจมตีก็ขมวดคิ้วมุ่น

 

เธอมองดูแผนที่ของระบบด้วยสายตาเข้มขึ้นต่างจากตอนแรกที่ค่อนข้างสบายใจ หญิงสาวส่งสัญญาณให้ตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์พาเธอลงไปด้านล่างมองหาฟ่งฟู๋ผู้ช่วยประจำตัวทันที เห็นเธอห่างออกไปไม่ไกลก็รีบเรียกให้เข้ามาพบ ก่อนเอ่ยถามด้วยเสียงเคร่งเครียด

 

“ฟ่งฟู๋ ไปตามคุณชาย 5 มาที่นี่โดยด่วน”

 

อันซูหยวนยังคงแสดงออกเหมือนกับคนเอาแต่ใจ แต่เธอแค่ไม่ต้องการอธิบายอะไรในตอนนี้เท่านั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนมาก ถ้าเกิดไม่รีบจัดการที่ทำมาทั้งหมดก็คงสูญเปล่าแล้ว

 

ฟ่งฟู๋เองก็ตกใจมากเช่นกัน เธอไม่คิดว่าคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวจะลงมาด้วยตนเองแบบนี้ ทั้งยังออกคำสั่งอย่างเร่งด่วนอีกด้วย

 

“คุณหนู คุณชายห้าน่าจะกำลังอยู่ในสนามรบแล้ว เขาเองก็ร่วมเป็นแนวหน้าในการโจมตีปีศาจอเวจีพวกนั้นด้วยค่ะ” ฟ่งฟู๋พูดเช่นนั้น สีหน้าของอันซูหยวนก็ยิ่งมืดครึ้มลงเรื่อยๆ

 

“ฉันต้องการติดต่ออัศวินแกะทองคำโดยด่วน!!” 

 

ซูหยวนพูดอย่างจริงจังหลังจากได้รับการยืนยันจากฟ่งฟู๋แล้ว ที่เธอต้องการเรียกคุณชายห้ามาที่นี่ก็เพราะอยากรู้ว่าเขาเข้าร่วมสนามรบด้วยตนเองหรือไม่

 

ไม่คิดเลยว่าเธอจะคิดถูกจริงๆ เจ้าคุณชายห้าคนนั้น....ทั้งๆที่บอกว่าจะสนับสนุนการต่อสู้ของเธอ สุดท้ายแล้วก็ยังบ้าดีเดือดกระโจนออกไปแนวหน้าอยู่ดีสินะ....

 

ฟ่งฟู๋เองก็ตกใจเช่นกัน ท่าทางจริงจังของคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวนั้นทำให้เธอหวั่นใจมาก ถ้าเป็นก่อนหน้านี้เธออาจจะตำหนิว่าคุณหนูกำลังเอาแต่ใจอยู่ แต่เพราะความสามารถที่อันซูหยวนแสดงออกมาให้เห็น ต่อให้เป็นความเอาแต่ใจส่วนตัวก็ช่างเถอะ! อย่างไรผู้มีฝีมือก็ต้องมีนิสัยแปลกประหลาดกันบ้างไม่ใช่หรือ?

 

ดังนั้นเธอจึงรีบให้คนติดต่อกับอัศวินแกะทองคำทันที ไม่นานก็มีการตอบรับมาจากเขาแล้ว

 

ท่านอัศวินแกะทองคำไม่ใช่คนโง่เขลา เมื่อได้รับการติดต่ออย่างเร่งด่วนจากอันซูหยวนผู้มีฝีมือมาก ทั้งยังมีความลับเกี่ยวกับพลังของเธอที่เขายังไม่รู้ ดังนั้นเขาย่อมไม่เมินเฉยต่อการติดต่อครั้งนี้

 

“หากมีปัญหาใดให้รีบแจ้งได้เลย ท่านอัศวินแกะทองคำแจ้งมาเช่นนั้นครับ”

 

ตัวแทนติดต่ออัศวินแกะทองคำกล่าวอย่างนั้น อันซูหยวนก็ถอนหายใจอย่างหนัก เธอไม่อยากเชื่อเลยว่าตนเองจะต้องสื่อสารผ่านคนอื่นไปมาไปมาแบบนี้ อุปกรณ์สื่อสารของที่นี่ช่างล้าหลังเสียจริง! แต่จะทำอย่างไรได้....สุดท้ายก็ต้องตอบกลับไปเท่านั้น

 

………………………………