LNCrawler

บทที่ 603 ฝ่าวงล้อม (อ่านฟรี 29 ต.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 603 ฝ่าวงล้อม (อ่านฟรี 29 ต.ค. 69)

บทที่ 603 ฝ่าวงล้อม

 

“ตอนนี้ที่สนามรบแนวหน้าพวกทหารแนวหน้ากำลังถูกล้อม มีปีศาจอเวจีจำนวนมากอยู่ทุกทิศทุกทางกำลังพุ่งหน้ามายังตำแหน่งที่พวกเขาอยู่ ถ้าเป็นไปได้ให้ท่านอัศวินแกะทองคำถอนคำสั่ง ให้พวกทหารแนวหน้าไม่ต้องเข้าไปโจมตีพวกปีศาจอเวจีที่กำลังถอยแล้ว นั่นอาจจะเป็นกับดัก!!”

 

ซูหยวนกล่าวอย่างจริงจัง ซึ่งผู้ที่ได้รับสารก็ตกใจมาก หากเป็นไปตามที่อันซูหยวนพูดจริงๆ....เช่นนั้นแปลว่าแนวหน้าตอนนี้ก็ตกอยู่ในอันตรายทั้งหมดน่ะสิ!!

 

อย่าลืมว่าการต่อสู้นี้ เพื่อให้สามารถทำลายศัตรูได้จำนวนมาก พวกเขาต้องการไม่ให้ปีศาจอเวจีฟื้นตัวได้ในเวลาอันสั้น ดังนั้นจึงต้องการใช้โอกาสดีที่พวกมันหันหลังนี้ทำลายพวกมันให้ได้มากที่สุด จึงได้ส่งทหารที่เป็นยอดฝีมือออกไป อีกทั้งที่นั่นเองก็มีคุณชายห้าอยู่ด้วย! เขาก็ยิ่งไม่กล้าที่จะล่าช้า!

 

สุดท้ายสองคนก็สื่อสารกันได้ ท่านอัศวินแกะทองคำไม่ถามสักคำว่าซูหยวนรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร เขารีบติดต่อแนวหน้าทันทีเพื่อให้ทั้งหมดถอนตัวออกมาก่อน

 

ต่อให้เธอคาดการณ์ผิดไปแล้วอย่างไร? อย่างน้อยก็ไม่เกิดความเสียหายขึ้น อีกอย่าง...เขาเองก็ต้องการให้การคาดการณ์นี้ไม่ถูกต้องด้วย ทว่าเป็นที่น่าเสียดาย เพราะทหารที่ไปส่งข่าวตอนนั้นก็รีบกลับมาเพื่อแจ้งข่าวแล้ว

 

“ท่านอัศวิน! ขณะนี้แนวหน้ากำลังถูกล้อมโจมตีจากทุกทิศทางจริงๆ พวกเขาเองก็เริ่มรู้ตัวแล้วว่าอยู่ในกับดักของศัตรู จำนวนปีศาจอเวจีที่ถูกเรียกมาล้อมนั้นยังไม่มากนัก พวกเขาน่าจะค่อยๆถอนกำลังได้ แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ปีศาจอเวจีที่อยู่ใกล้!!”

 

“เหล่าหน่วยลาดตระเวนแนวหน้าแจ้งว่าไม่รู้พวกเขาใช้อุปกรณ์ใดในการเรียกปีศาจอเวจีระดับต่ำไร้สติปัญญามาเพิ่มได้มากมาย แต่ตอนนี้...มีพวกมันกำลังหลั่งไหลเข้ามา เป้าหมายคือตำแหน่งที่ทหารแนวหน้าของพวกเราอยู่ ดังนั้นถ้าการถอยออกมาล่าช้าเกินไป...” 

 

ผู้รายงานไม่ได้กล่าวต่อไปอีก เขาไม่ต้องการสาปแช่งแนวหน้าของตนเอง แต่ก็นั่นแหละ...ต่อให้เขาไม่พูด คิดว่าคนอื่นๆจะไม่รู้หรือว่าความหมายนั้นคืออะไร...

 

ท่านอัศวินแกะทองคำหน้าเปลี่ยนสีทันที อาหารทั้งหมดที่ถูกกินอย่างอร่อยก่อนหน้านี้คล้ายกับยาพิษเกือบทำให้เขาอาเจียนออกมาอยู่แล้ว

 

พวกมันถึงกับกล้าวางหลุมพรางให้เขาอย่างนั้นหรือ? ตอนนี้ท่านอัศวินแกะทองคำโกรธมาก ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงสีเขียว ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตนเองคิดแผนออกไปแบบนี้แต่ทำให้ศัตรูจับทางได้ ทั้งยังคิดจะต่อสู้กันให้ตายไปข้างหนึ่งด้วย

 

เขาพลาดอะไรไป? ดูเหมือนแผนการที่วางเอาไว้ควรจะประสบความสำเร็จ พวกแม่ทัพปีศาจมีนิสัยอย่างไรทำไมเขาจะไม่รู้ ราชาปีศาจของพวกมันเป็นอย่างไรเขาก็รู้อีก ดังนั้นในความคิดของเขา...พวกแม่ทัพปีศาจควรจะสั่งให้ถอนกำลังในขณะที่ยังรักษากองกำลังจำนวนมากไว้ได้สิ แล้วทำไม....

 

แน่นอนว่าเรื่องที่เขาพลาดไปย่อมเป็นเรื่องที่พวกปีศาจไม่มีชิ้นส่วนของพวกทหารที่ตกตายไปก่อนหน้านี้กลับไปเลยอย่างไรล่ะ ดังนั้น....กลับไปมือเปล่าเช่นนี้ไม่เท่ากับการฆ่าตัวตายหรือ? พวกเขาคงไม่อาจทำอะไรได้อีกนอกจากสู้เป็นตายกับทหารของอัศวินพันปีแล้ว

 

อัศวินแกะทองคำหัวหมุน เขาไม่อาจจะตั้งคำถามกับตนเองได้ตลอด เวลานี้คงต้องหาทางแก้ไขให้ได้อย่างเร่งด่วนแล้ว ไม่ว่ายังไงก็ต้องช่วยแนวหน้ากลับมาให้ได้ก่อน!!

 

“ส่งทหารไปเสริมสร้างการป้องกัน ให้ทหารแนวหน้ากลับมาให้ได้!!” ท่านอัศวินพันปีชิงออกคำสั่งก่อน 

 

เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมากไม่ว่าอย่างไรก็ต้องพยายามทำอะไรสักอย่าง ส่วนแผนการของท่านอัศวินแกะทองคำนั้นก็ค่อยให้เขาดำเนินการต่อไปก็ได้ 

 

แน่นอนว่าทุกคนรู้หากแนวหน้าตกอยู่ใต้กับดักของศัตรูแล้ว คงไม่มีทางถูกปล่อยตัวออกมาง่ายๆ แต่พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องช่วยเหลือเต็มกำลังเท่านั้น

 

ตอนที่ทุกคนยังคิดไม่ตก อันซูหยวนก็ส่งข้อความมาให้เพิ่มอีกแล้ว เธอให้แจ้งกับท่านอัศวินแกะทองคำโดยตรงว่าเธอมีสัตว์เลี้ยงที่สามารถทนต่อเพลิงอเวจีได้ หากได้รับอนุญาตก็น่าจะส่งพวกมันไปรับตัวเอาทหารแนวหน้ากลับมาได้บางส่วน แม้จะไม่มากนักแต่ก็ยังช่วยเปิดทางให้พวกเขาหนีกลับมาได้ด้วยเช่นกัน

 

การยื่นข้อเสนอของเธอแบบนี้ เหมือนกับการยื่นฟืนมาให้ในหน้าหนาว ยื่นน้ำดื่มมาให้หน้าแล้ง อัศวินแกะทองคำจึงหันไปมองอัศวินพันปีทันที พวกเขารู้ดีว่าการขอความช่วยเหลือมากเกินกว่าที่แจ้งไปย่อมต้องมีค่าใช้จ่ายสูง!

 

แค่เรื่องที่เธอช่วยโจมตีปีศาจอเวจีจำนวนมากก่อนหน้านี้ก็นับทรัพยากรคืนไม่ไหวแล้ว ตอนนี้ยังต้องขอร้องให้เธอไปช่วยพาคนกลับมาอีก...

 

บางทีต่อให้มอบเมืองเมืองหนึ่งก็ยังไม่เพียงพอด้วยซ้ำไป!! อย่าลืมว่าหนึ่งในนั้นก็เป็นคุณชายห้าของอัศวินพันปีด้วย แม้จะเป็นแบบนั้น....แต่อัศวินพันปีไม่เคยลังเลที่จะช่วยคนของตนเองกลับมาไม่ว่าจะต้องแลกอะไรก็ตาม

 

ดังนั้นเขาจึงพยักหน้าให้อัศวินแกะทองคำทันที ซึ่งทั้งสองเห็นพ้องต้องกันแล้วก็ส่งสัญญาณไปให้อันซูหยวนเพื่อลงมือทันที!

 

ตอนนี้เองสัตว์เลี้ยงของอานซูหยวนก็ปรากฏออกมา โดยเจ้าตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ทำทีบินกลับไปอย่างเร่งด่วนที่อาณาเขตอัศวินหงส์ขาว จากนั้นก็กลับมาพร้อมกับเจ้าไก่ลาวาตัวใหญ่จำนวนมาก

 

เพราะได้รับอนุญาตแล้ว ตั๊กแตนน้ำปลายพันธุ์จึงไปส่งพวกมันที่ชายเขตบาเรียทันที พวกไก่ลาวาไม่รอช้า! พวกมันฝึกซ้อมมานานแล้ว แถมยังยกระดับได้อีกหลายขั้น ดังนั้นพวกมันจึงพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็วไม่เกรงกลัวเลยว่าเท้าของตนเองจะเหยียบเข้ากับเพลิงอเวจีเข้าแล้วหรือไม่

 

เหล่าทหารที่เฝ้าระวังดูอยู่ก็รีบแจ้งข่าวนี้ให้กับอัศวินแกะทองคำและอัศวินพันปีที่กำลังรอข่าวอยู่ทันที เมื่อรู้ว่าความช่วยเหลือส่งไปแล้วพวกเขาก็ทำได้แค่ต้องรอเท่านั้น...

 

ทางฝั่งของทหารแนวหน้าที่ตอนนี้เพิ่งรู้ว่าตนเองได้ตกอยู่ในหลุมพรางของศัตรูเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็ต้องหาทางรับมือทันที 

 

ตอนนี้คนที่มีตำแหน่งสูงที่สุดย่อมเป็นคุณชายห้า ดังนั้นทุกคนจึงฟังคำสั่งของเขา ชายหนุ่มเองก็เครียดมากเช่นกัน แต่ภาวะที่ตกอยู่ในอันตรายเช่นนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาต้องเผชิญ ตั้งแต่อายุยังน้อยก็ถูกส่งไปในพื้นที่ล่าเพื่อฝึกฝนมาตลอด ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะเห็นว่าเขายังใจเย็นอยู่ได้

 

“เตรียมการป้องกัน พยายามตีฝ่าไปทางเดียว อย่าให้พวกมันเข้าโจมตีได้ อย่าลดบาเรียลง...ตอนนี้พวกมันต้องการจะล้อมพวกเราไว้ อย่าให้ถูกปิดทางเด็ดขาด”

 

“เมื่อครู่มีทหารลาดตระเวนมาตรวจสอบแล้ว พวกเราแค่ต้องไม่ปล่อยให้ถูกโจมตีก่อนก็เท่านั้น อีกไม่นานท่านอัศวินจะต้องส่งกำลังทหารมาช่วยเหลือแน่นอน เตรียมการรับรองความช่วยเหลือด้วย”

            

คุณชายห้ารู้ใจบิดาค่อนข้างมาก เขารู้ทันทีว่าบิดาของตนเองคงไม่ปล่อยให้ถูกรุมโจมตีเช่นนี้ หากที่นี่มีเพียงเขาคนเดียวก็ไม่คุ้มค่าที่จะเสี่ยงมาช่วยเหลือ แต่ที่นี่มีทหารนักสู้ที่เก่งกาจจำนวนมาก หลายคนมีประสบการณ์ในการต่อสู้กับปีศาจอเวจีอย่างดีอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อได้ยินคำสั่งของคุณชายห้าก็ตอบรับได้ทันที

            

โล่บาเรียที่พวกเขานำมาไม่น้อยอยู่แล้ว ขอเพียงไม่มีช่องว่างให้กับการโจมตี พวกเขาก็ยังไม่เป็นอะไร เพียงแต่...เส้นทางที่จะไปข้างหน้าของพวกเขาไม่ดีนัก ถ้าถูกพวกปีศาจอเวจีวางเพลิงอเวจีทิ้งไว้ทั้งหมด เช่นนั้นพวกเขาก็จะออกไปได้ยากแล้ว

            

ผ่านไปเกือบ 10 นาที กองกำลังทหารหนึ่งก็พุ่งเข้ามา เห็นได้ชัดเลยว่าพวกเขาเป็นผู้ช่วยเหลือที่อัศวินพันปีเพิ่งส่งออกมา ดังนั้นจึงเตรียมพร้อมมามาก ทว่า...ฝั่งของปีศาจอเวจีจะปล่อยให้คนถูกช่วยเหลือออกไปทั้งอย่างนั้นหรือ? แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้!

 

“อย่าฝันว่าจะออกไปได้ง่ายๆเลย พวกแกต้องเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่เท่านั้นแหละ!!!” 

 

หนึ่งในนายพลปีศาจอเวจีกล่าวออกมาด้วยความสะใจ จากนั้นเขาก็ให้ผู้ที่ถือครองอุปกรณ์เรียกขานปีศาจอเวจีระดับต่ำออกมาอีกครั้ง 

 

ปี๊ด!!!

 

เสียงแหลมแสบแก้วหูก็ถูกเป่าออกมา และนั่นก็ทำให้พวกปีศาจอเวจีระดับต่ำที่ถูกเรียกมาในตอนแรกแต่ยังอยู่ในระยะห่างจนไม่สามารถเข้าถึงตำแหน่งของทหารจากอัศวินพันปีได้รู้เป้าหมายที่แท้จริงของตนเองเสียที

 

“บัดซบเอ้ย!! พวกมันยังเรียกพวกมาได้อีกเหรอเนี่ย! ไอ้อุปกรณ์ประหลาดนั่น ไม่ใช่เก็บงำเป็นความลับไว้จนถึงตอนนี้หรอกหรือ!!”ทหารแนวหน้าคนนึงกล่าวออกมาด้วยความหงุดหงิดเขาไม่อยากเชื่อเลยว่าพวกมันจะมีไพ่ลับที่น่ากลัวเช่นนี้อยู่ด้วย

 

“ส่งสัญญาณให้พวกที่เข้ามาช่วยเหลือ ยังไม่ต้องให้พวกเขาเข้ามาใกล้ นอกจากจะช่วยเหลือพวกเราไม่ได้แล้วก็อาจจะถูกรุมล้อมโจมตีด้วย ให้พวกเขาช่วยสนับสนุนจากระยะไกล พยายามไม่ให้เส้นทางข้างหน้าถูกปิดตายทั้งหมดก็พอ รักษาเขตพื้นที่ที่จะวิ่งหนีออกไปให้ได้”

            

คุณชายห้าออกคำสั่ง พร้อมกันนั้นเขาก็กระโดดออกไปข้างหน้า มือของเขาถือดาบขนาดใหญ่ เรียกพลังโล่กลายพันธุ์ของตนเองออกมา เกิดประกายแสงสีดำแดงวูบหนึ่ง กระแทกเข้ากับหัวของปีศาจอเวจีที่อยู่ใกล้ที่สุด จากนั้นเขาก็กระโดดขึ้นไปบนโล่พลังของตนเองแล้วพุ่งไปตัดหัวของเจ้าตัวที่กำลังเป่าอุปกรณ์เรียกปีศาจอเวจีไปได้ 1 ตัว

            

นอกจากการเคลื่อนไหวของคุณชายห้าแล้ว ก็มีทหารแนวหน้าระดับสูงคนอื่นๆที่พยายามจัดการพวกที่เป่าสัญญาณก่อนเป็นอันดับแรก บางคนก็สามารถจัดการได้ แต่บางคนก็ถูกพวกทหารของปีศาจอเวจีตนอื่นๆขวางไว้ สุดท้ายแล้วตำแหน่งของพวกเขาก็ถูกเปิดเผย พวกปีศาจอเวจีที่ไร้หัวคิดปรากฏตัวขึ้นมาเรื่อยๆ ตอนนี้ตำแหน่งของพวกเขาแทบจะถูกล้อมโดยสมบูรณ์แล้ว!!

 

“คุณชายห้า พวกเราจะโจมตีเข้าไปทีเดียวเพื่อรวมกับพวกท่าน จากนั้นจะตีฝ่าออกมาพร้อมกัน!! ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ พวกท่านจะต้องตายแน่!” ทหารที่มาสนับสนุนตะโกนบอกแผนออกมาเมื่อเห็นท่าไม่ดี แต่คุณชายห้ามีหรือที่จะยินยอมทำเช่นนั้น

 

“ไม่จำเป็น ถ้าไม่มีทางเลือกอื่นก็ให้พวกเราไม่กี่คนเสียสละเถอะ”

 

“คุณชายห้า!! ทำแบบนั้นไม่ได้นะ ถ้าพวกเราต้องตายก็จะส่งคุณชายห้าออกไปเอง” แนวหน้าที่อยู่กลุ่มเดียวกับคุณชายห้าตัดสินใจทันที ถ้าต้องตายอยู่แล้ว ลดจำนวนคนที่ต้องตายก็คงดีกว่า!!

 

“ไม่ ถ้าต้องตายฉันก็ต้องการตายพร้อมกับทุกคน!” ชายหนุ่มปฏิเสธเสียงแข็ง จะให้เขาหนีตายไปคนเดียวงั้นหรือ? เขาทำแบบนั้นได้อย่างไร? ถ้าทำแบบนั้นจริงๆ หัวใจและเกียรติยศของเขาคงจะพังทะลายไปแล้ว!! 

            

ทว่าคุณชายห้าที่มีความคิดของตนเอง ผู้อื่นก็มีความคิดเช่นเดียวกัน

 

“คุณชายห้าอย่าลืมว่าตอนนี้ท่านเป็นใคร ตอนนี้ท่านเป็นคนเดียวที่ปลุกพลังพิเศษกลายพันธุ์ได้ ในอนาคตถ้าฝึกฝนอย่างดีก็จะสามารถต่อกรกับราชาปีศาจได้ ดังนั้น...อย่าเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่เลยครับ”

 

ทหารแนวหน้าที่อยู่ใกล้ไม่ยอมรับการตัดสินใจนี้เด็ดขาด สีหน้าของเขายามมองชายหนุ่มที่อายุน้อยกว่าแต่กลับมีเส้นทางที่เด็ดขาดและน่าเคารพ เขาย่อมอยากส่งอีกฝ่ายไปให้ถึงจุดสูงสุด หวังว่าการเสียสละของตนเองนี้จะทำให้คุณชายห้าแข็งแกร่งขึ้นได้ และมาแก้แค้นพวกปีศาจอเวจีแทนพวกเขา!!

            

ตัดสินใจได้เด็ดขาดเช่นนั้นแล้ว เขาก็คำรามออกมา พยักหน้ากับพวกเพื่อนคนอื่นๆ ตั้งใจจะฝ่าออกไปครั้งเดียวแล้วส่งคุณชายห้าให้ถึงมือของทหารที่มาสนับสนุน 

            

ในขณะเดียวกันก็แบ่งจำนวนหนึ่งไว้ต้านรับ ไม่ให้พวกมันตามมาจัดการได้ทัน การที่จะแยกกันต่อสู้นี้หมายถึงอะไร? ย่อมหมายถึงการเสียสละชีวิตของคนทั้งหมดนั่นเอง!!

            

ยุทธการณ์นี้ คุณชายห้าเห็นแล้วก็เจ็บใจมาก เขาไม่อยากยอมรับแต่ทหารแนวหน้าพวกนี้ดื้อดึงเกินไป เขากัดฟันกรอดและจากที่ไม่เคยภาวนาใดๆ เวลานี้เขากลับเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า...

            

มันจะสวยงามขนาดไหนถ้าตอนนี้มี “ธนู” จำนวนมากร่วงลงมา!!

            

ราวกับได้รับคำอธิษฐานของเขา ตอนนั้นเองก็มีจุดสีแดงหนึ่งค่อยๆร่วงต่ำลงมาด้วยความเร็วสูง ชายหนุ่มรีบส่งสัญญาณเตือนทหารแนวหน้าทุกคนที่กำลังจะเสียสละชีวิตตนเองทันที

 

“ระวัง!!” สิ้นเสียงของเขาก็ปรากฏร่างขนาดใหญ่ร่วงลงมาตรงหน้า

            

ตู้ม!!!

 

“กรู้ว!! เจ้าพวกโง่ พวกเราไก่ลาวาผู้ทรงพลังทั้ง 10 ตนได้มาถึงแล้ว!! กรู้ว!!” น้ำเสียงเย่อหยิ่งแต่แหลมคมเหมือนเด็กน้อยดังขึ้น ทหารทุกคนและแม้แต่พวกปีศาจอเวจีก็คล้ายว่าจะไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นกัน จนกระทั่งมีไก่ลาวาตนหนึ่งจิกเข้าที่หัวของปีศาจอเวจีก่อนจะกินมันเข้าไปเต็มคำ

 

“ก๊าซ!!! ร้อนเหลือเกิน!”

 

“นะ นี่....”

 

“แต่อร่อยเหาะ กรู้ว!!”

 

………………………………….